ตอนที่ 7 นักต้มตุ๋นเชิดเงินหนี (2)
“ไม่เป็ไร คืนพรุ่งนี้ให้เธอไปออกงานพร้อมฉัน” ฟู่เหิงอี้สั่งต่อแล้วถอนสายตากลับมาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเดิม
“ได้เลย” เว่ยเหยียนถิงพยักหน้ารับ ยังไม่วางใจดีก็พูดย้ำไปอีกประโยค “พี่ใหญ่ คราวหลังก่อนที่พี่จะไปทำเื่พวกนี้ ห้ามแตะต้องเหล้าแล้วนะ”
ฟู่เหิงอี้พยักหน้ารับเบาๆ เว่ยเหยียนถิงถึงพรูลมหายใจและก้าวเท้าเดินออกจากห้องไป
ห้องทำงานเงียบเสียงลง ฟู่เหิงอี้อ่านข้อมูลมากมายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วสติก็เริ่มหลุดลอย พร้อมกับสายตาที่เลื่อนไปตกอยู่ที่การ์ดสีทองที่วางอยู่ข้างๆ
ดวงหน้างามเย้ายวนที่ยังคงโดนเด่นเตะตาในค่ำคืนผุดขึ้นในสมอง ปลายจมูกคล้ายได้กลิ่นอายเ็าทว่ายากที่จะลืมเลือนบนเรือนกายเธออีกครั้ง
เขาหนีออกมาทั้งอย่างนั้น ไม่รู้ว่ายายหนูที่อุตส่าห์ช่วยเขาออกมาจะโกรธเขาหรือเปล่า เห็นว่าเขาเป็นักต้มตุ๋นที่ได้เงินแล้วเชิดหนี…
พอคิดถึงตรงนี้ ฟู่เหิงอี้ก็ยกแขนที่วางพาดบนโต๊ะขึ้นมาเท้าคางอย่างเกียจคร้าน จรดนิ้วไว้ตรงริมฝีปาก พานฉุกนึกถึงรสจูบเกินคาดเมื่อคืนวาน รอยยิ้มมุมปากก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ
อีกไม่นานก็จะได้พบกัน
ปลายสายที่โทรหาเผยเย่ว์ชิงมาจากเผยเจียงหลินนั่นเอง ตอนนี้งานประมูลจบลงแล้ว เพื่อเป็การเคารพการตัดสินใจของเธอ เขาจึงพาเธอไปจัดการเื่งานแต่งที่บ้านตระกูลอวี๋ด้วยกัน
เพราะปัญหายังพัวพันไม่จบสิ้น เผยเย่ว์ชิงจึงไม่อาจลงไปตามหาคนคนนั้นที่ถนนใต้ดินได้ ทำได้เพียงโบกแท็กซี่ไปยังบ้านตระกูลอวี๋ วันนี้หมายมั่นว่าจะยกเลิกงานแต่งงานสิ้นเดือนนี้ไปซะ
คนตระกูลเผยสองคนมาเยือนกะทันหัน ทำเอาตระกูลอวี๋ทั้งใทั้งดีใจ ห้องรับแขกขนาดใหญ่มีสองสามีภรรยาตระกูลอวี๋นั่งตรงข้ามกัน เมื่อคนรับใช้เสิร์ฟน้ำชาให้ทั้งสี่คนเสร็จก็ถอยออกไป
“ว่าที่บ้านสะใภ้ ได้ยินว่าวันนี้คุณได้ที่ดินทำเลทองที่เป่ยเฉิงมาสินะครับ ยินดีด้วยจริงๆ ผมรู้อยู่แล้วว่าความสามารถอย่างคุณต้องไม่แพ้คนกระจอกพวกนั้นแน่” อวี๋ฉีหงชิงเอ่ยทำลายความเงียบก่อน
“นั่นสิๆ” จั๋วหว่านรีบพยักหน้าเห็นพ้อง ใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างประณีตเผยยิ้มและเอ่ยว่า “ชิงชิง เราไม่ได้เจอกันสักระยะแล้วสินะ มาสิ น้าจะพาหนูออกไปเดินเล่นสักหน่อย อย่าไปกวนพวกผู้ชายคุยธุระกันเลย”
“ทั้งสองท่าน ผมคิดว่าคำเรียก ‘ว่าที่บ้านสะใภ้’ ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร” เผยเจียงหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า ยังคงใบหน้าเยือกเย็นยามเผชิญกับรอยยิ้มเอาใจของทั้งคู่
“นะ นี่หมายความว่ายังไง” อวี๋ฉีหงชะงัก รีบถามขึ้น
จั๋วหว่านเห็นเผยเจียงหลินไม่ไว้หน้ากันขนาดนี้ก็เกิดไม่พอใจขึ้นมา แต่ก็ไม่อาจแสดงออกมาได้
“หมายความว่ายังไงงั้นเหรอ เฮอะ ดูสิว่าลูกชายคนดีของพวกคุณทำเื่ดีๆ อะไรไว้!” เผยเจียงหลินแค่นหัวเราะ หยิบโทรศัพท์มาวางลงบนโต๊ะ หน้าจอกำลังเล่นคลิปที่มีภาพของอวี๋ิฉือเดินโอบหญิงสาวที่ปิดหน้าคนหนึ่งออกมาจากห้องในโรงแรม
คนตระกูลอวี๋เห็นเข้าก็เข้าใจในทันที สีหน้านั้นดูสับสน
“เ้าลูกไม่รักดี! กล้าทำแบบนี้กับชิงชิง! ว่าที่บ้านสะใภ้วางใจได้เลย รอเขากลับมา ผมจะต้องเคลียร์เื่นี้ให้ได้ว่าที่จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่” อวี๋ฉีหงพูดด้วยเสียงขุ่นเคือง แต่ถ้อยคำกลับไม่ได้แสดงถึงการยอมรับผิดแทนอวี๋ิฉือ
“จะว่าไป ชิงชิงกับิฉือก็คบกันมาได้สองปีแล้ว พวกเขารักกันดีมาโดยตลอดนี่นา ิฉือของเรารักทะนุถนอมชิงชิงขนาดนี้ ทำไมถึงเกิดเื่อย่างนี้ได้…ชิงชิง หนูบอกน้ามาสิ พวกหนูทะเลาะกันเื่อะไรหรือเปล่า”
จั๋วหว่านยังไม่ยอมรับว่าเื่นี้เป็ความผิดของอวี๋ิฉือง่ายๆ ขณะเดียวกันกับที่ออกโรงปกป้องลูกชาย เธอก็เริ่มเปลี่ยนประเด็น สายตาเป็กังวลจรดไปที่ตัวเผยเย่ว์ชิงเหมือนกำลังจงใจตักเตือนอะไร
เผยเจียงหลินได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย อารมณ์ของเผยเย่ว์ชิงนั้นเหลือทนมาโดยตลอด ไม่แน่เื่นี้สุดท้ายอาจเป็ความผิดของลูกสาวตัวเองก็ได้
“คุณน้าคะ หนูไม่ได้ทะเลาะกับเขา เขาดีกับหนูมากก็จริง ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนส่งคลิปนี้มาให้หนู หนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแฟนหนุ่มที่หนูคบมาสองปีจะเป็คนหน้าไหว้หลังหลอกแบบนี้”
เผยเย่ว์ชิงเห็นจั๋วหว่านโยนความผิดมาก็เอ่ยปากตอบกลับไปอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/239f3a2be3124680b5f0a1f4bb3f35d5