“ทานข้าวเช้ากันยังซื้อน้ำเต้าหู้มาฝาก”สองวันหลังจากไม่เจอกันเสียงสดใสที่ทำให้พระพายยิ้มได้ดังขึ้นตอนเก้าโมงเช้า
พระพายกับชินวุฒินั่งในห้องนั่งเล่นคนละมุมพี่ชายอ่านหนังสือเตรียมสอบน้องชายต่อเกมส์เข้ากับหน้าจอทีวีสวมหูฟังอยู่ในโลกของตัวเอง
“กินแล้วนี่ข้าวเช้าญาเหรอ” พระพายวางหนังสือลงทักหญิงสาวคนร่าเริงสะพายกระเป๋าเป้เข้ามาในบ้านมือยังหิ้วน้ำเต้าหู้กับไข่ต้มมาด้วย
“เมื่อคืนคุณพ่อคุณแม่พาไปกินบุฟเฟ่ต์เผลอกินไปเยอะเช้านี้เลยต้องกินอะไรเบา ๆ ซื้อมาฝากด้วยเอาไหม”
เธอหยิบถุงน้ำเต้าหู้ในถุงใหญ่มาหนึ่งถุงแล้วยื่นที่เหลือให้พระพาย
เขารับไว้แล้ววางมันบนโต๊ะถามน้องชายว่ากินด้วยกันไหม
“น้ำเต้าหู้เหรอนายแกะใส่แก้วให้ฉันสิ”
สกุณาที่กำลังกัดก้นถุงมองไอ้เด็กตัวดีสั่งพี่ชายเหมือนเป็คนรับใช้แต่เห็นพระพายไม่ว่าอะไรเธอจึงเงียบเพราะปากตัวเองไม่ว่างอยู่ด้วย
“กินแบบนั้นเลยเหรอญา” คนหนุ่มเงยหน้ามองคนดื่มน้ำเต้าหู้จากถุงของมันแล้วหัวเราะดีใจที่สกุณาเป็เหมือนเขา
“อร่อยดีแถมไม่ต้องล้างแก้ว”
“ไร้อารยะ” ชินวุฒิเบะปากหมั่นไส้ วางหูฟังไว้บนพื้นลุกมาหยิบแก้วที่พี่ชายเตรียมให้
หญิงสาวฟังแล้วรีบกลืนน้ำลงคอ“อารยะของชนชาติไหนใครเป็คนกำหนดว่ากินแบบไหนถึงเรียกว่ามีอารยะ”
“ผู้ดีน่ะเขากินข้าวใช้ช้อนกินน้ำใช้แก้ว” เด็กสิบสองเถียง
“ทำไมพูดกับพี่ญาแบบนี้ล่ะใครมาได้ยินจะหาว่าเราเป็พวกดูถูกคนนะ”พระพายเตือนสติน้องกลัวสกุณาโกรธ ไม่รู้ว่าทั้งสองชอบเป็อย่างนี้เขากลัวทะเลาะกันผลกลับทำให้ชินวุฒิไม่พอใจพระพายเอง
“อย่าเอาตัวนายมารวมกับฉันเรามันคนละชั้นกัน”
“นี่” สกุณาโกรธแทนพระพายที่ถูกด่าเธอจ้องหน้าชินวุฒิดุเขา “ดูถูกคนอื่นนักเหรอแกฉันจะฟ้องคุณลุงคอยดู”
“ญาไม่เป็ไรหรอก” พระพายจับแขนสกุณาไม่ให้โต้เถียงกับน้องชายหญิงสาวจำได้ว่าตัวเองบอกเขาทำให้บ้านน่าอยู่จึงยอมหยุด
“ทำเป็เจียมตัวให้คนอื่นสงสารลูกเมียน้อย”เขาโกรธที่สกุณาเห็นใจพระพายมากกว่าจึงพาลไปทั่วด่าว่าพี่ชายแล้วถอดเครื่องเล่นเกมส์ของตนมากอดไว้ก่อนหนีขึ้นห้องก็ผลักพระพายเต็มแรง
“เจอแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ” หญิงสาวโกรธแทนชายหนุ่มกำมือสองข้างอย่างอดกลั้น
“เขายังเด็กพายไม่ถือหรอก”
“เด็กก็จริงแต่เด็กปากหมาน่ะสิ” พระพายหัวเราะคนที่คิดอะไรก็พูดอย่างนั้นถึงคำพูดสกุณาจะฟังดูหยาบคายบ้างแต่เนื้อหาไม่ได้มีเจตนาร้ายเลยผิดกับบางคนคำพูดฟังดูดีแต่ถ้อยคำกลับเหน็บแหนมเหยียดหยาม
“ตอนนี้พายอยากสนใจเื่สอบเท่านั้นเื่อื่นเอาไว้ทีหลัง”
“โอเค” หญิงสาวสงบใจรีบทานมื้อเช้าให้เสร็จแล้วมาคุยเื่สอบกับเขาพระพายตั้งใจสอบตรงเข้าคณะนิติศาสตร์และมนุษยศาสตร์ถ้าไม่ได้ยังเหลือรอบแอดมิชชั่นส์ที่ให้เลือกได้สี่คณะเขาคงเลือกสองคณะนี้เหมือนเดิมเพียงแต่คนละมหาวิทยาลัย
“เด็กโรงเรียนดังคงเตรียมตัวั้แ่ม. สี่ ไม่รู้พายจะทำได้หรือเปล่าไม่มั่นใจเลย”
“ก็ไม่ทุกคนหรอกคุณลุงบอกแล้วว่าจะหาติวเตอร์มาช่วยติวให้ต้องได้แน่นอนญาจะเรียนเป็เพื่อนเราจะได้มาทบทวนด้วยกัน”
“ขอบใจนะ” เขายิ้มดีใจเหมือนเด็กหยิบหนังสือเล่มที่ซื้อมาวันก่อนขึ้นอ่านพอไม่เข้าใจก็ถามสกุณา เด็กสาวที่พึ่งเรียนจบม.ห้างงเป็ไก่ตาแตกตอบไม่ได้สักข้อ เธอได้แต่จดไว้ว่ามีตรงไหนที่ไม่เข้าใจพระพายก็ทำเช่นเดียวกันจากนั้นพากันแข่งทำโจทย์
“พายได้สามสิบสองคะแนนเต็มร้อย” ว่าพลางทำหน้าท้อแท้ สกุณาถอนหายใจยื่นกระดาษที่ตรวจคะแนนของตนให้เขา
“สามสิบเต็มร้อยญาเก่งจังเลย” ไม่ได้ประชดเธอเพราะรู้ว่าสกุณาไม่ชอบวิชากฎหมายเลยเธอสนใจเื่การขายการตลาดมากกว่า
“พรุ่งนี้มันต้องดีขึ้นเรามาอ่านต่อเถอะ” ตอนนี้ไฟของเธอติดแล้ว ตั้งใจราวกับจะเข้าสอบพร้อมเขาถึงตอนเย็นคุณพ่อก็มารับกลับบ้าน
“พรุ่งนี้เจอกันนะพาย”
“เป็ไงบ้างลูกอ่านหนังสือกับน้องญาวันนี้ไปถึงไหนแล้ว” ศานต์ถามลูกชายที่เพิ่งกลับจากส่งสกุณาหน้าบ้านชายหนุ่มยิ้มให้ผู้เป็พ่อเข้าไปนั่งข้างหยิบสมุดที่เขียนสิ่งไม่เข้าใจมาให้ดู
“อ่านไปได้เยอะครับแต่ยังไม่เข้าใจหลายจุดคุณพ่อพอจะอธิบายให้พายฟังได้ไหมครับ พายไม่รู้จะไปถามใครดีญาก็ไม่รู้เื่”
“อ๋อดูก่อนนะว่าพ่อจะตอบได้ไหม” ศานต์อ่านลายมือหวัด ของคนเป็ลูกแล้วเกาศีรษะนิดหน่อยลายมือแบบนี้นี่มันเหมือนเขาจริง ๆ
“ที่พายเขียนมาพ่อพออธิบายได้หลายข้อแต่นอกนั้นต้องเอาไว้ถามครูสอนพิเศษแล้วละพ่อติดต่อไปหลายที่แล้วส่วนมากเขาสอนกันที่โรงเรียนกวดวิชาพายอยากไปเรียนที่โรงเรียนหรือให้พ่อหาคนมาสอนที่บ้านดี”
“ไปโรงเรียนก็ได้ครับจะได้รู้ว่าคนอื่นเขาติวกันยังไงญาก็ชวนพายไปเหมือนกัน”
“ดีเลยถ้าน้องญาไปด้วยพ่อก็สบายใจไปด้วยกันเวลากลับมาอ่านด้วยกันที่บ้านจะได้คุยกันรู้เื่”
“ครับ” ศานต์มองพระพายพร้อมยิ้มโล่งใจสกุณาทำให้ลูกชายเขามีรอยยิ้มสดใสในบ้านที่ไม่ค่อยอบอุ่นนี้นับว่าช่วยคนเป็พ่ออย่างเขามากทีเดียว
“เอาละเดี๋ยวกินข้าวอาบน้ำเสร็จพ่อจะมาช่วยอธิบายเื่ที่พายไม่เข้าใจให้ฟังตอนนี้ไปกินข้าวกันเถอะ”
“พ่อไปก่อนนะครับเดี๋ยวพายเอาของไปเก็บบนห้องก่อน”
“งั้นก็เรียกน้องลงมากินข้าวด้วยนะ”
“อะไรขนาดนั้นลูกทำไมมานอนอยู่ตรงนี้” ณัฐชัยเห็นลูกสาวนอนหนังสือปิดหน้าบนโซฟาแล้วใเข้าไปหยิบหนังสือเล่มนั้นออกมา
“โอ้ยหลับไปแล้วเหรอเนี่ยญาขึ้นไปนอนบนห้องสิลูก”
“ฉันไม่นึกเลยว่าลูกเราจะเอาจริงเอาจังขนาดนี้ทั้งที่ไม่ใช่เื่ของตัวเองกลับทุ่มเทอ่านหนังสือสอบเป็เพื่อนพระพายขนาดกลับมาบ้านยังต้องอ่านต่อ เอามาถามฉันด้วยตั้งเยอะ”
“ใครไหว้วานอะไรมาก็ต้องทำให้เต็มที่สิคะ” หญิงสาวตื่นมาได้ยินพ่อแม่คุยกันว่าเสียงเบาลุกขึ้นนั่งพลางลูบผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง
“นั่นมันก็ถูกแต่นี่มันห้าทุ่มแล้วนะไปนอนได้แล้ว เมื่อกี้ลุงศานต์โทรมาบอกพ่อว่าหาโรงเรียนติวได้แล้วน้องญาไม่ต้องฝืนอ่านขนาดนี้ก็ได้ ไม่เข้าใจอะไรค่อยไปถามครูเอา”
“ค่ะหนูก็ง่วงแล้ว”บอกคุณพ่อคุณแม่แล้วเดินโซเซเก็บของก่อนกอดแขนคุณพ่อเพื่อตัวเองจะได้ไม่ล้มตอนเดินขึ้นบันได
“ง่วงขนาดนั้นเลยเหรองั้นพรุ่งนี้ตื่นสายหน่อยตอนบ่ายพ่อค่อยส่งไปหาพระพายดีไหม”
“ไม่ได้ค่ะพายเขาไม่มีใครน้องญาไม่อยากทิ้งเขา ยังไงก็ต้องอยู่เป็เพื่อนเขาค่ะคุณพ่อรู้ไหมวันนี้ไอ้ชินทั้งด่าทั้งผลักเขาต่อหน้าน้องญาเลยถ้าน้องญาไปอย่างน้อยเขาก็มีเพื่อนคุย”
“น้องญาใจดีจริงๆ เลยลูก ระวังพระพายจะหลงเสน่ห์หนูนะ”คุณแม่คนสวยที่คอยระวังไม่ให้เธอล้มอยู่อีกข้างว่า
“เขาไม่ได้มีท่าทางแบบนั้นเลยค่ะแต่ถ้าหลงรักน้องญาจริงน้องญาก็ไม่ว่าอะไร ความสวยมันช่วยไม่ได้นี่นา”
“ตาปรือขนาดนี้ยังจะว่าสวยอีก” ผู้เป็แม่หัวเราะพลางมองหน้าพ่อของลูกที่กลั้นขำอย่างแรง
“เอ่อ… คุณแม่มาหาคุณพ่อเหรอครับ”หลายวันต่อมาพระพายเปิดประตูออกจากห้องทำงานศานต์มาเจอนิลตาสี่ทุ่มแล้วเขาพึ่งทบทวนหนังสือกับผู้เป็พ่อจบ
นิลตาไม่ตอบแต่ส่งสายตาเดียดฉันท์ไปที่ลูกเลี้ยงเขาจึงค้อมศีรษะแล้วกลับห้องตัวเอง
“คุณมีอะไรหรือเปล่า” ศานต์เตรียมลุกไปนอนถามภรรยาที่เดินหน้าบึ้งเข้ามา
“ทำไมมีแต่ลูกรักของคุณเท่านั้นเหรอถึงจะเข้ามาได้”ว่าหงุดหงิดแล้วตรงไปนั่งไขว่ห้างตรงข้ามเขา
“ผมแค่ถามคุณหงุดหงิดอะไรมาเนี่ย”
“จะไม่ให้หงุดหงิดได้ไงลูกเอาแต่บ่นทุกวันว่าไม่อยากเห็นหน้าไอ้พายแล้วคุณก็ไม่ไปคุยกับเขาเลยเอาแต่สนใจลูกคนโต”
ศานต์ถอนใจที่นิลตาพูดเื่เดิมอีกแล้ว“ผมเห็นชินอยู่กับคุณนี่นาส่วนพายเขา้าคนช่วยถ้าผมไม่ทำคุณจะทำแทนหรือไง”
“คุณไม่ต้องมาประชดฉันทำไม! คุณจะอยู่กับลูกพร้อมฉันไม่ได้หรือไง” นิลตาถามอย่างหมั่นไส้ ทุกวันนี้เห็นหน้าพระพายทีไรก็นึกถึงแต่ดอกเข็มแม้หน้าตาเขาจะเหมือนพ่อมากกว่าแต่ก็มีบางส่วนคล้ายแม่
“โอเคๆ ผมขอโทษ วันหลังจะไปหาลูกก็เรียกผมด้วย”คนเป็สามีตอบให้แม่ของลูกคนเล็กสบายใจ “แล้วตอนนี้เขานอนหรือยัง”
“นอนแล้วทุกวันนี้เอาแต่เล่นเกมส์ ั้แ่ลูกคุณมาชินก็ไม่ค่อยอ่านหนังสือฉันกลัวเขาจะสอบเข้าม. หนึ่งไม่ได้”
“งั้นหาครูสอนพิเศษไหมล่ะ”
นิลตาไม่สบอารมณ์อีกรอบสิ่งที่้าคือให้สามีสอนหนังสือลูกด้วยตัวเอง
“ถึงมีครูมาสอนก็ไม่รู้เขาจะตั้งใจหรือเปล่า”
“จะไม่ตั้งใจได้ยังไงนี่มันอนาคตเขานะคุณก็พูดกับลูกบ้างสิเขาเชื่อฟังคุณไม่ใช่อะไรก็ตามใจ ๆ”
นิลตาลุกขึ้นจ้องหน้า“คุณก็เอาแต่โทษฉันคุณนั่นแหละไม่สนใจลูกเขาน้อยใจก็ไม่สนใจคุณสอนลูกคุณได้จะแบ่งเวลามาสอนชินอีกคนไม่ได้หรือไง”
ศานต์ถอนใจในหัวคิดว่าจะให้เขาเอาเวลาไหนไปนอน แต่ถ้าไม่ให้เวลาลูกคนเล็กเลยเขาคงจะน้อยใจจนเกลียดพี่ชาย
“โอเคงั้นผมจะสลับวันสอนเขากับพายแล้วกันวันที่ผมสอนพายคุณก็สอนเขาโอเคไหม”
“อีกเื่นึง” นิลตายังไม่พอใจแค่นั้นแต่รู้ว่าเปลี่ยนความคิดสามีไม่ได้ “พอเข้ามหา’ลัยให้ลูกคุณไปอยู่หอพักนะไม่ต้องมาอยู่บ้านหรอกโตป่านนี้จะให้พ่อคอยโอ๋อยู่ตลอดไม่ได้นะ”
“แล้วคุณคิดว่าตอนชินเข้ามหา’ลัยจะให้เขาไปอยู่หอพักไหม”
นิลตาตวัดสายตากลับนางเชิดหน้าขึ้นด้วยความหมั่นไส้ศานต์ “แน่นอนฉันจะส่งเขาไปเรียนเมืองนอกนั่นน่ะห่างกันคนละประเทศด้วยซ้ำ”ศานต์ยกมือกุมหน้าผากปวดหัวมองภรรยาเปิดประตูห้องออกไปเมื่อไหร่กันที่จะได้อยู่อย่างสงบสุข
“นี่ทำไมดูง่วงตลอดเลยมาติวกับพายมันน่าเบื่อมากใช่ไหม” พระพายถามสกุณาระหว่างพักเที่ยงที่โรงเรียนสอนพิเศษ
หญิงสาวกลืนน้ำปั่นที่กำลังดูดแล้วส่ายหัวไปมา“ญาไม่ค่อยรู้เื่กลับบ้านทบทวนจนดึกก็เลยง่วงสงสัยเมื่อก่อนจะนอนเยอะเกินไป”
“ขอโทษนะที่ทำให้มาลำบากด้วยถ้าญาเหนื่อยหยุดเรียนได้นะยังไงนี่ก็ไม่ใช่คณะที่ญาอยากเข้าอยู่แล้ว” เห็นหญิงสาวต้องมาลำบากกับตนขนาดนี้พระพายอดเกรงใจไม่ได้จริง ๆ
สกุณายิ้มให้คนคิ้วขมวด“หื้อไม่เป็ไรหรอกมาเรียนกับพายสนุกดีถึงไม่ใช่คณะที่อยากเรียนแต่รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามใช่ไหมล่ะพอพายสอบติดญาค่อยเลิกก็ยังไม่สาย”
เขายิ้มขอบคุณเธอสายตาซาบซึ้ง “นอกจากแม่กับพ่อไม่เคยมีใครทำเพื่อพายขนาดนี้มาก่อนขอบคุณนะ”
“จริงเหรอ” สกุณาเอียงศีรษะรอฟังคำตอบจากดวงตาเศร้า
“อืมรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าญาเลย” ตอบแล้วยังมองเธอซึ้งทำเอาสกุณาต้องหลบตาทีเดียว
“ถ้าพายรู้สึกแบบนั้นญาก็จะไปไหนไปกันกับพายไม่ต้องห่วงนะตอนนี้เริ่มจะชินกับการอ่านหนังสือเตรียมสอบมาก ๆ แล้ว”
“ขอบใจนะ” พระพายยิ้มตอบหญิงสาวแล้วก็เขินเอง มองหน้าเธอไปเรื่อย ๆไม่มีอะไรพูด
“แล้วเสื้อที่ส่งไปให้คุณแม่ถึงแล้วเหรอ” คนตัวเล็กกว่ารู้สึกว่าบรรยากาศของตนกับพระพายแปลก ๆ จึงหาเื่คุย
“พึ่งถึงเมื่อสองวันก่อนแม่บอกว่าชอบมากแต่บอกอีกว่าที่สบายใจที่สุดคือพายส่งรูปกับเขียนจดหมายไปหาพายเล่าเื่ญาให้แม่ฟังด้วยแม่ดีใจมากที่พายมีเพื่อนวัยเดียวกัน”
“ดีแล้วที่คุณแม่สบายใจ” เธอพูดแล้วก้มมองขาตัวเอง ไม่รู้จะพูดอะไรต่ออีกจากนั้นพระพายก็ชวนคุยถึงเนื้อหาที่ติวเตอร์สอนให้วันนี้จึงพอจะช่วยให้พวกเขาหายเกร็ง
สองเดือนผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับคนที่ต้องทุ่มเทกายใจเพื่อการสอบในที่สุดผลก็ออกสักทีคณะนิติศาสตร์ที่พระพายไปสอบคะแนนสูงเกินไปเขาจึงติดแค่รายชื่อสำรองแต่คณะมนุษยศาสตร์ทำคะแนนดีติดหนึ่งในสิบเลย
ชินวุฒิก็สอบเข้าม.หนึ่งผ่านด้วยตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งเส้นสาย ศานต์ภูมิใจในตัวลูกๆ มากพาครอบครัวไปทานข้าวนอกบ้านแต่นิลตากับชินวุฒิดูไม่มีความสุขที่มีก้างขวางคออย่างพระพายไปด้วย
“สอบติดก็ยินดีด้วยนะ” นางพูดกับลูกชายสามีแบบขอไปทีแต่แค่นั้นพระพายก็ดีใจมากแล้ว
“ขอบคุณครับคุณแม่”
“ใกล้เปิดเทอมแล้วควรย้ายไปอยู่หอได้แล้วนะเผื่อเขาเรียกทำกิจกรรมจะไม่ทัน” แม่เลี้ยงพูดต่อ
พระพายก้มหน้าลงถึงพ่อจะบอกแล้วว่าให้ไปอยู่หอพักใกล้มหาวิทยาลัยและเขาก็้าแบบนั้นแต่พอเห็นท่าทางที่อยากไล่เขาไปเร็ว ๆ ของนิลตามันทำให้เสียใจไม่น้อย
“อีกสองอาทิตย์จะย้ายไประหว่างนี้พักอยู่บ้านให้สบายนะลูก ยังต้องเตรียมของอีก”ศานต์ปลอบใจลูกแทนตำหนินิลตา ไม่อยากทะเลาะกันในที่สาธารณะ
“ฉันยังต้องทนอีกตั้งสองอาทิตย์เหรอ” นางเบะปากพลางตักกับข้าวให้ลูกรัก
“วันนี้เราควรจะดีใจกับเด็กๆ นะ” สามีเตือนภรรยาหน้าเริ่มแสดงออกว่าไม่พอใจ
“ถึงพายจะย้ายไปอยู่หอแต่ถ้าหยุดเรียนก็กลับมาบ้านนะลูกเดี๋ยวพ่อไปรับ”
“ครับ” เขายิ้มเล็กน้อยก้มหน้าทานเงียบ ๆ เมื่อเห็นสายตารังเกียจจากแม่เลี้ยง
“หวังว่าจะไม่ทำให้พ่อเธอผิดหวังถ้าทำตัวเหลวไหลจะไม่มีที่ให้กลับมาอีกแล้ว พ่อเธอคงไม่ได้อยู่กับเธอตลอดหรอกนะ”
“ขอบคุณที่เป็ห่วงครับพายจะตั้งใจเรียนไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ผิดหวัง” ชายหนุ่มกำมือข้างหนึ่งที่วางใต้โต๊ะแน่น
ถึงนิลตาไม่บอกเขาก็ต้องตั้งใจอยู่แล้วไม่อยากให้ใครดูถูกอีกแล้ว
“ก็หวังอย่างนั้นถึงพ่อเธอจะมีข้อเสียหลายอย่างแต่เื่งานเขาถือเป็ตัวอย่างที่ดีจำเอาแต่ข้อนี้ไปใช้ก็พอ นิสัยอื่นอย่าได้จำไปใช้เด็ดขาด”
“ทำไมคุณแม่พูดกับเขาเยอะจังครับ” ชินวุฒิแปลกใจที่มารดาพูดกับพระพายมากมาย แถมยังสั่งสอนซะดิบดี
“แม่เขาคงเป็ห่วงพี่พายน่ะลูก” ศานต์ตอบประชดภรรยา ตักกับข้าวให้ลูกชายทั้งสองแล้วเงยหน้ายิ้มมุมปากคนเกลียดกันมีแต่จะอยากให้อีกฝ่ายล้มเหลวแต่นิลตากลับมีใจห่วงลูกชายเขาน่าอัศจรรย์จริง ๆ นางไม่ได้ยกเื่แม่ของพระพายมากระแหนะกระแหนด้วยเป็ไปได้ว่าความพยายามของเขาเริ่มเห็นผลแล้ว
“ใครว่าฉันห่วงล่ะฉันห่วงเขาจะยืนด้วยตัวเองไม่ได้จนต้องกลับมาอยู่กับฉันน่ะสิ” ไม่ยอมรับแล้วยังเงยหน้าพูดกับพระพายอีก
“มหา’ลัยไม่มีใครบังคับถ้าอยากได้ดีก็ต้องตั้งใจ อย่างหลงใหลไปกับสิ่งยั่วยุเพื่อนก็ต้องเลือกคบแต่คนดี ๆส่วนเื่ผู้หญิงถ้ามันห้ามใจไม่ได้ก็รู้จักป้องกันจะได้ไม่มีตัวปัญหาที่ไหนเกิดมาอีก”
“ผมไม่รู้นะว่าคุณจะสั่งสอนพายหรืออยากด่าผมกันแน่ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ”
ชินวุฒิหัวเราะท่าทางผู้เป็พ่อยิ่งฟังยิ่งเหงื่อตก
“แล้วก็อย่าไปคบคนแบบอิพี่ญานะน่ารำคาญ”
“ทำไมว่าญาแบบนั้นเขาน่ารักออก” นิลตาพูดตั้งนานเขาตอบรับแต่ครับ ครับ ครับพอน้องชายพูดถึงสกุณาตอบกลับไปทันที
“นี่อย่าบอกนะว่าเธอ/พาย/ชอบน้องญา”สามคนที่ทานข้าวถามพร้อมกัน โดยเฉพาะน้องชายที่ตาโตกว่าใคร
“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” นิลตาหันไปโกรธศานต์ที่กำลังมองลูกชายลุ้น ๆ
“เปล่าครับพายแค่บอกว่าญาเป็คนน่ารักเฉยๆ”