บทที่ 11
ใครกันนะที่มีพลังเลวร้ายถึงเพียงนี้
แสงอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าเต็มที อันที่จริงอาณาเขตของหมู่บ้านก็ไม่ได้ใหญ่โตเสียเท่าไหร่ ใช้เวลาไม่นานก็เดินวนจนรอบ รินจินตนาการถึงยามผู้คนใช้ชีวิตประจำวันมันช่างเงียบสงบ ผู้อยู่อาศัยที่นี่ต้องมีความสุขอย่างแน่นอน หรือจะเคยมีความสุขหากมองข้ามพลังประหลาดที่ทำให้บ้านเรือนหายไปครึ่งหนึ่ง
รินมาหยุดอยู่หน้าร้านเหล้าประจำเมืองซึ่งเป็สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ยังหลงเหลือสภาพดีให้เห็นอยู่แต่เวลานี้มันกลับดูเงียบเหงา ด้วยสัญชาติญาณของรินทำให้เธอหยุดมอง จนกระทั่งได้ยินเสียงแปลกๆดังออกมาจากข้างในร้าน ด้วยความอยากรู้เธอจึงตัดสินใจผลักบานประตูเข้าไป
ภาพที่เห็นด้านในดูไม่แตกต่างจากขุมนรกกลิ่นที่ว่าไม่ได้มาจากที่ใด สภาพศพมนุษย์ชิ้นส่วนร่างกายฉีกขาดหลายสิบคนถูกอัดแน่นอยู่ภายในนั้นกลิ่นคาวเืคละคลุ้งวิงเวียน ผนังห้องอาบไปด้วยเืสีแดงสดสาดกระเซ็นเต็มพื้นที่ พร้อมกับเสียงตะกุกตะกักดังอยู่หลังเคาน์เตอร์ตัวยาว
"นั่นใครน่ะ!" รินะโเสียงดังพร้อมยกท่อนแขนขึ้นมาปิดจมูกป้องกันกลิ่นคาวที่ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนออกมาแต่ต้องกดความรู้สึกเ่าั้ไว้ เวลานี้ผู้ใดหรืออะไรก็ตามที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ตัวยาวทำให้เธอรู้สึกขวัญผวา
"ถ้าไม่ออกมา ฉันจะถือว่าเป็ศัตรู!" มืออีกข้างของรินซ่อนไว้ด้านหลังปรากฏเส้นเืถักทอบนฝ่ามือกลายเป็กรงเล็บสั้นๆแหลมคม สายตาจ้องไปบริเวณที่เกิดเสียงอย่างไม่ลดละ
"เดี๋ยวก่อนได้โปรดอย่าทำอะไรฉันเลย...ช่วยฉันด้วย! มันฆ่าทุกคนที่อยู่ที่นี่" เป็เสียงสตรีดังสวนขึ้นมา รินไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปดู ปรากฏร่างของหญิงชาวบ้านผู้หนึ่งนอนขดตัวจมอยู่บนกองเืร่างทั้งร่างถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน เสื้อผ้าของเธอหลุดลุ่ยกอดร่างโชกเืของชายผู้หนึ่งไว้แน่น
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ไม่สิตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว..." รินสลัดหัวอย่างแรงเพื่อเรียกสติ แล้วรีบเดินเข้าหาใช้สองแขนพยุงร่างสตรีผู้เคราะห์ร้ายทั่วใบหน้าหวาดกลัวถูกชโลมด้วยโลหิตจนเป็สีแดง
"เธอาเ็ตรงไหนหรือเปล่า...เราออกจากที่นี่กันก่อน..." รินพยุงร่างสั่นเทาขึ้นจากพื้นแต่ไม่มีเสียงขานตอบใดใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าใครก็ควบคุมสติได้ยากแต่เธอก็ยินยอมรับความช่วยเหลือแต่โดยดี ไม่ทันที่ทั้งคู่จะก้าวออกมา ประตูด้านนอกก็ถูกเปิดสวนจนเกือบกระแทกทั้งสองจนล้มลง
ปรากฏเป็ร่างของเด็กสาวผมสีทองใบหน้าลนลานเมื่อเห็นคนทั้งคู่กับสภาพภายในร้าน ไอร่าไม่รอช้ารีบกลับหลังหันออกตัววิ่งสุดฝีเท้า คำถามมากมายผุดขึ้นในความคิดของไอร่าโดยไร้ซึ่งคำตอบ
"เธอฆ่าทุกคน!!!" เสียงโหวกเหวกดังลั่น สตรีในชุดชาวบ้านหลุดลุ่ยชี้นิ้วไปยังไอร่าที่วิ่งหนีไปอย่างร้อนรน
"ว่าไงนะ!?" รินมองตามแผ่นหลังเด็กสาวที่ดูใกลัว แต่แล้วรินก็เริ่มมั่นใจเมื่อเห็นปีกขนาดใหญ่พุ่งแทงออกมา จากแผ่นหลังพาร่างเด็กสาวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
รินไม่ลังเลที่จะก้าวขาออกติดตาม เส้นเืจำนวนมากถักทอรอบท่อนขาของเธอกลายเป็อุ้งเท้าขนาดใหญ่ ข้อขาบิดงอจนมีรูปร่างคล้ายขาหลังของสัตว์ปลายเล็บเท้าจิกลงกับพื้น แรงะโอันทรงพลังพาร่างทั้งร่างภายใต้เกราะออกจากจุดนั้นล่องลอยสู่ฟากฟ้า เหนือหมู่เมฆหน้ากากที่ถูกถักทอจากเส้นเืลักษณะรูปทรงเหมือนหูกระต่ายโค้งยาวพลิ้วไหวไปตามแรงลม
ถึงแม้ความเร็วการบินของไอร่ายากเกินใครจะเทียบได้ แต่ไม่ใช่สำหรับผู้มีฝ่าเท้าทรงพลังที่ติดตามอยู่ด้านหลัง ทุกระยะการะโเข้าใกล้ไอร่ามากขึ้นทุกที
บริเวณทางเข้าหมู่บ้านชายร่างโตรู้สึกตื่นตัวถึงความผิดปกติ เขาลุกขึ้นจากพื้นกำด้ามขวานไว้แน่น แต่ไม่สามารถขยับร่างได้ เนื่องจากแท่งสีแดงสดลักษณะยาวเหมือนดาบพาดไว้อยู่บนลำคอ
"ไม่ได้เจอกันนานเฮเด้น...คงไม่ใช่เื่บังเอิญสินะ...แกมาทำอะไรที่นี่?" เ้าของดาบสีแดงสดนั่นคือจูเลี่ยน เธอดูรีบร้อนกวาดตามองไปโดยรอบ
"เปิดดูในกระเป๋าแล้วจะรู้เอง...ไม่คิดว่าจะเจอเธอได้เร็วขนาดนี้" เฮเด้นยกมือสองข้างขึ้นเป็เชิงขอยอมแพ้ จูเลี่ยนรีบคว้ากระเป๋าข้างเอวชายผู้นี้โดยไม่รีรอ เธอไม่สนใจว่าคมดาบในมืออีกข้างจะบาดชายผู้นี้หรือไม่ อีกมือค้นข้าวของภายในกระเป๋าอย่างว่องไว
"ระวังหน่อย ฉันรักษาตัวเองไม่ได้เหมือนพวกเธอ..." แม้เฮเด้นจะพูดอะไรออกไปคมดาบกลับกดลึกลงไปแทนคำตอบ เขาจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ
ภายในกระเป๋าหนังสีน้ำตาลสัมภาระถูกเทออกทั้งหมดเป็เพียงของใช้ทั่วไป สิ่งที่ดูโดดเด่นคือซองจดหมายประทับตรารูปห่วงทั้งสามคล้องเข้าหากันและมีแท่งแหลมเสียบผ่านระหว่างรูกลางอีกที จูเลี่ยนคลี่ออกเปิดอ่านอย่างใจเย็น พบตัวอักษรบรรงจงสวยงามส่วนเนื้อหาข้างในเป็ประโยคสั้นๆเขียนด้วยน้ำหมึก
'ถึง จูเลี่ยน จูลิอาโน่
*เธอไม่สามารถดูแลสิ่งที่เธอขโมยไปจากเราได้ *
ส่งสิ่งที่เธอขโมยไปให้กับผู้ถือสารของเรา
*มิเช่นนั้นทางเราจะทำทุกวิถีทางในการแย่งชิงกลับมา’*
พร้อมลงชื่อท้ายประโยคด้วยลายเซ็นสวยงาม จูเลี่ยนมองเฮเด้นอย่างไม่เชื่อสายตา เขายักคิ้วให้เป็เชิงก็ว่าไปตามนั้นเขาเป็เพียงผู้ส่งสารเท่านั้นจะไปทำอะไรได้ จดหมายดังกล่าวกลายเป็เพียงกระดาษไร้ค่าทันทีเมื่อมันถูกฝ่าเท้าภายใต้รองเท้าบูทขยี้จนแหลกเละ
"มันเป็คำสัญญาของฉันกับเพื่อนเก่า ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกแก!" จูเลี่ยนค่อยๆเคลื่อนตัวออกด้านข้าง โดยที่คมดาบไม่ได้ถอยห่างจากต้นคอของเฮเด้น
"รู้อยู่แล้ว ว่าต้องเป็แบบนี้เธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลยให้ตายสิ..." เฮเด้นถอดถอนหายใจเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าต้องทำสิ่งใดต่อ เขาคาดการณ์ได้ั้แ่แรกแล้วว่าผลของภารกิจนี้จะลงเอยอย่างไร
จูเลี่ยนสะบัดปลายดาบลงพื้นเดินเลยออกไปทิ้งผู้ส่งสารร่างโตไว้เื้ั เพราะสิ่งที่กำลังเคลื่อนร่างเข้ามาใกล้ มีกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันเหม็นคละคลุ้งลอยโชยออกมา
สตรีในชุดชาวบ้านทั่วตัวเต็มไปด้วยเืของมนุษย์ค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนออก ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าตรงเข้ามาทางจูเลี่ยน เฮเด้นเห็นท่าไม่ดีกำขวานในมือไว้แน่นเดินตามหลังสตรีผมหยักศกไปติดๆ สายลมยามเย็นพัดอ่อนๆโชยกลิ่นเหม็นสาบให้ลอยไปไกล
"จะไปไหนก็ไป อยู่ไปก็เกะกะ..." จูเลี่ยนใช้ดาบสีแดงสดในมือขวากรีดข้อมืออีกข้างของตน เืสีแดงสดทะลักออกมา มันเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิตชอนไชไปทั่วฝ่ามือไหลนองยาวเป็สายจับตัวกันเป็ดาบสีแดงอีกเล่ม จูเลี่ยนสะบัดดาบออกไปทางสตรีร่างเปลือยเปล่า
"จูเลี่ยน...จูเลี่ยน...จูลิอาโน ในที่สุดก็ทรยศต่อเบื้องบน ท่านรีสได้ยินข่าวนี้ต้องดีใจเป็แน่ มือสังหารที่เก่งที่สุด ไร้หัวใจที่สุด กลับซุกซ่อนบางอย่างที่ไม่อยากให้โลกรู้เอาไว้..." เธอเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าอย่างผู้กำชัยชนะ
"เมื่อพวกมนุษย์ได้รับความเ็ป ทุกสิ่งที่เก็บงำไว้ก็ถูกเปิดเผยอย่างง่ายดาย ว่าแต่ใครกันนะที่มีพลังอันเลวร้ายถึงเพียงนี้ จะผมสีทองหรือผมสีแดงดี..." ความโเี้ฉายบนดวงตาบ้าคลั่งของสตรีร่างเปลือย
จูเลี่ยนไม่รอให้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก ดาบสีแดงทั้งสองข้างฟันลงบนร่างเปลือยจนร่างนั้นขาดเป็สามท่อนเืสดๆกระจายไปทั่ว จูเลี่ยนรู้ดีว่ามันไม่ได้จบลงง่ายดายถึงเพียงนี้ ชิ้นส่วนทั้งสามมีเส้นเืชอนไชออกมายึดติดทุกส่วนเข้าด้วยกัน เส้นสายสีดำแดงยึดครองทั่วร่างหางที่ลักษณะเป็ข้อปลายแหลมงอกออกมา เพียงร่างที่กำลังเปลี่ยนสภาพสะบัดส่วนปลายหางฟาดบ้านเรือนหลังหนึ่งจนแตกกระจาย หลังคาบ้านหลังนั้นก็ถล่มลงมาหมายทับคนทั้งสอง
จูเลี่ยนใช้ดาบคู่ฟันปัดป้องทุกสิ่งที่กระเด็นเข้ามาพุ่งตรงไปยังเ้าของพลัง ส่วนเฮเด้นะโหลบไปด้านหลัง พร้อมกันนั้นหน้ากากของสตรีใต้ชุดเกราะชอนไชออกมาจากบริเวณโหนกแก้ม จูเลี่ยนใช้ดาบกวักดินบริเวณนั้นสาดเข้าดวงตาของเธอก่อนที่มันจะห่อหุ้มสมบูรณ์
"แกมันขี้โกง!!!" สตรีในชุดเกราะะโร้องดังลั่น ดวงตาทั้งสองข้างปวดแสบปวดร้อนไปหมด เธอพยายามจะปัดเศษดินออกแต่มันถูกหน้ากากอันแข็งแกร่งห่อหุ้มเอาไว้เสียแล้ว มือสองข้างของเธอปัดป่ายไปมาบนใบหน้าด้วยความโกรธแค้น ในจังหวะที่กำลังเสียศูนย์จูเลี่ยนวาดดาบเข้าโจมตีตัดลำคอในทันที ทั้งฝ่ามือและศีรษะภายใต้หน้ากากกระเด็นขึ้น้า ฝ่าเท้าใต้รองเท้าบูทถีบกระแทกร่างไร้ศีรษะให้กระเด็นออกไป แต่ไม่เป็ไปตามคาดปลายหางยาววกตวัดพุ่งเข้าแทงหน้าท้องของจูเลี่ยน เส้นเืบริเวณลำคอของร่างไร้ศีรษะพุ่งตวัดออกมาเป็สายฉุดรั้งศีรษะที่กระเด็นอยู่กลางอากาศเอาไว้
ศึกครั้งนี้เฮเด้นไม่คิดเข้าร่วมด้วยแต่อย่างใด สิ่งเดียวที่ทำได้เห็นจะเป็การยืนดูการต่อสู้อันดุเดือดของสตรีทั้งสองอยู่ห่างๆ เวลานี้เขาเริ่มเป็ห่วงรินขึ้นมาทันที แต่คิดไปก็เสียเวลาเปล่าแม้ภายนอกของสตรีผมสั้นจะดูบอบบาง แต่ภายในของเธอก็ไม่แตกต่างไปจากสองคนนี้ ด้วยฝีเท้าอันแข็งแกร่งคงไม่มีใครตามเธอทันแบบง่ายดาย