หลังจากสิ้นสุดบททดสอบที่ 2 ซึ่งผ่านไปได้ 2 ชั่วโมงภายในห้องคิง ผมที่ในตอนนี้กำลังนั่งอยู่กึ่งกลางของห้อง ก็ได้ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยหลังจากที่เห็นว่าทุกคนนั้นกลับมาครบหมดแล้ว เอาจริงๆตอนแรกผมก็ไม่คิดหรอกนะว่าตัวเองจะเจออาจารย์ก่อนใครเพื่อน ทั้งที่ความตั้งใจแรกเริ่มเดิมทีนั้นก็คือการโดดเรียนคาบแรก และคาดหวังว่าตัวเองนั้นจะโดนไล่ออกจากโรงเรียน แต่ที่ไหนได้มันกลับตรงกันข้ามเลยต่างหาก!
ไม่ใช่เพียงแค่จะไม่สามารถทำตามความคาดหวังของตัวเองที่ตั้งเอาไว้ได้ั้แ่วันแรก แต่นี่กลับสามารถผ่านทดสอบบทที่ 2 มาได้อย่างง่ายดาย! จนแม้แต่ผมเองยังรู้สึกสงสัยเลยว่าผมไปทำอะไรเอาไว้พระเ้าถึงได้ทำกับผมแบบนี้! แต่ก็อย่างว่าแหละคนมันจะซวยก็ซวยทำไงได้
"ดูเหมือนว่าจะมากันครบหมดแล้วสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะขอแนะนำตัวเลยก็แล้วกันฉันคืออาจารย์ประจำห้องคิง มีชื่อว่า เกรซ"
เธอได้หันไปมองรอบๆห้องแห่งนี้อย่างช้าๆด้วยความใจเย็น แต่ทุกคนนั้นกับรู้สึกได้ถึงสายตาอันแหลมคมที่เหมือนกับแสงเลเซอร์ซึ่งส่องผ่านทะลุเปลือกนอกเข้ามาจนถึงภายในตัวของพวกเขา มันทำให้ผมถึงกับขนลุกเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองเหมือนกำลังเปลือยเปล่าต่อหน้าของเธอ
ซึ่งถ้าเป็ตามปกตินี่ก็คงเป็หนึ่งในตัวตนที่มีพลังมากมายมหาศาลแน่นอนถ้าตามความคิดของผม และต่อใหอาจารย์ตรงหน้าไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่ถ้าในสายตาของผม ยังไงซะเธอก็คงจะแข็งแกร่งที่สุดอยู่ดีรองลงมาจากอาจารย์ใหญ่ที่มีเสียงอันเป็เอกลักษณ์ แถมผมก็ได้สบตาเข้ากับเธอใน่ระยะเวลาหนึ่งอีกด้วย ซึ่งบอกได้เลยว่าสิ่งแรกที่ผมรู้สึกจากตัวของเธอได้นั่นก็คือความงดงามและความน่าหลงใหล แต่มันก็แฝงไปด้วยความอันตรายที่พร้อมจะเอาชีวิตของผมไปได้ตลอดเวลาอีกด้วย
เกรซที่ได้ใช้เวลาสักพักในการจดจำทุกคนภายในห้องมันก็ได้ทำให้เธอถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เพราะทุกคนที่จะเข้ามาอยู่ภายในห้องของเธอนั้นเธอได้เช็คประวัติมาแล้วหมดทุกคน และมันก็ได้ทำให้เธอรู้ว่าเกือบทุกคนที่นั่งอยู่ภายในห้องนั้น ล้วนมาจากตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีพลังอำนาจ มันจึงทำให้พวกเขานั้นมีพลังอยู่ในระดับที่เหนือยิ่งกว่าคนในวัยเดียวกันเมื่อเทียบกับห้องอื่นๆ
แต่เมื่อพวกเขาได้มาอยู่ห้องเดียวกันแบบนี้ มันก็แสดงว่านักเรียนของเธอมีฝีมือที่อยู่ในระดับไล่เลี่ยกัน แต่เธอขอยกเว้นเอาไว้คนหนึ่งเพราะเธอนั้นยังมีข้อมูลของเขาไม่มากนัก ในตอนนั้นเองเกรซก็ได้สบตาเข้ากับนัตสึเมะ ซึ่งมันทำให้เขาถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความใเล็กน้อยก่อนที่เธอจะส่งยิ้มไปให้ นัตสึเมะที่เห็นแบบนั้นก็ได้ก้มหัวลงเล็กน้อยในขณะที่ยิ้มแห้งๆตอบกลับมา
"เอาล่ะถ้าอย่างนั้นพวกเรามาเริ่มแนะนำตัวกันเลยดีกว่านะ เริ่มจากเธอข้างหน้าสุดก็แล้วกัน"
เกรซได้หันไปมองผู้หญิงคนนึงซึ่งนั่นอยู่หน้าสุดใกล้ประตูทางออก มันก็ได้ทำให้ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นมาก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัว ซึ่งแน่นอนว่าผมในตอนนี้แทบจะไม่ได้สนใจรอบข้างเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่ได้สบตากับอาจารย์เป็ครั้งที่ 2 และในครั้งนี้ มันก็ทำให้ผมรู้สึกกดดันเป็อย่างมาก ถึงแม้ผมจะไม่เข้าใจก็ตามว่าทำไมถึงเป็แบบนั้น แต่นี่น่าจะเรียกว่าการเผชิญหน้ากับตัวตนที่มีพลังเหนือกว่าจนเทียบไม่ติด
มันเคยมีการวิจัยหนึ่งที่ผมเคยอ่าน ซึ่งการวิจัยนั้นพวกเขาได้ลองเอาคนที่มีพลังอยู่ในระดับ B มาประเชิญหน้ากับระดับ F ประมาณ 20 คน ซึ่งเมื่อทั้งสองคนได้สบตากันไปสักพักหนึ่งโดยที่ไม่มีฝ่ายใดปลดปล่อยพลังหรือทำอะไรปรากฏว่า คนที่มีพลังอยู่ในระดับ f เขากับมีความรู้สึกอึดอัดพร้อมกับมีท่าทางที่พยายามหลบสายตาของคนตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เขาเท่านั้นแต่มันยังรวมไปถึงคนอื่นๆอีกด้วย มันจึงทำให้การวิจัยนั้นแทบจะได้ผลสรุปภายในทันที และพวกเขาเรียกว่าสัญชาตญาณเอาตัวรอด
ซึ่งผมในตอนนี้ก็คงจะอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ถึงแม้จะไม่รู้ก็ตามว่าทำไมถึงเป็แบบนั้นทั้งที่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้มีอาการแบบนี้เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยในขณะที่กำลังอยู่กับเธอสองต่อสอง แต่คิดเื่นี้ไปได้ไม่นานมากนัก ก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องแนะนําตัวเอง
"ซาซากิ นัตสึเมะ ขอฝากตัวด้วยครับ"
เมื่อคนภายในห้องได้ยินชื่อผมก็ถึงกับมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย เพราะอย่างที่เคยพูดไปว่าพวกเขานั้นล้วนแล้วแต่เป็ลูกมหาเศรษฐีที่มีเงินมากมายมหาศาล และการที่พวกเขารู้จักคนภายในห้องเกือบทั้งหมดมันจึงไม่ใช่เื่แปลกแต่การที่พวกเขาไม่รู้จักผม มันก็ไม่ใช่เื่แปลกเหมือนกัน ก็แน่ละผมเป็คนธรรมดาที่ไม่ใช่คนรวยพวกเขาจะมารู้จักผมได้ยังไงกับ เพราะว่าพวกเรามันอยู่กันคนละชั้น!
หลังจากที่ผมได้นั่งลงก็ได้มีคนต่อไปลุกขึ้นมาก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัว และถึงแม้ว่าจะยังคงมีหลายๆคนมองผมอยู่ด้วยความสงสัย แต่ก็เพียงแค่ไม่นานก่อนที่พวกเขาจะหมดความสนใจ ก็ผมไม่ได้มีรัศมีของลูกคนรวยสักหน่อยการที่พวกเขาไม่สนใจผมนั่นแหละดีแล้ว แถมถ้าเกิดพวกเขาจมูกดีมากกว่านี้สักหน่อยพวกเขาก็คงจะได้กลิ่นความอ่อนแอออกมาจากตัวผมไปแล้ว!
"ดูเหมือนว่าจะมาครบหมดทุกคนสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะขออธิบายเื่สำคัญอีก 1 อย่างที่พวกเธอก็คงจะรู้อยู่แล้ว นั่นก็คือนาฬิกาที่พวกเธอได้รับไป"
ผมก็ได้ก้มลงมองนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือข้างซ้ายของตนเอง ซึ่งมันก็เป็นาฬิกาสี่เหลี่ยมธรรมดาๆทั่วไป นอกจากใช้เอาไว้ดูโมงแล้วมันก็ไม่น่าจะใช้เอาไว้ทำอะไรได้ หรือว่ามันเอาไปโทรได้กัน?
"นาฬิกาที่พวกเธอได้รับไปนั้น ถือได้ว่าเป็นาฬิกาพิเศษที่โดนสั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ มันมีความทนทานถึงขนาดต่อให้ยอดมนุษย์ที่มีพลังระดับ B ยังเป็ไปไม่ได้ที่จะทำลายหรือทำให้มันมีรอยขีดข่วนเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเกิดมันพังพวกเธอต้องรับผิดชอบเองนะจ๊ะ และความสำคัญของนาฬิกาที่พวกเธอได้รับไปมันมีความสำคัญมากเกินกว่าพวกเธอจะคิดได้เลยล่ะ ดูเหมือนจะถึงเวลาแล้วนะ"
เกรซได้ก้มลงมองนาฬิกาของตัวเองแล้วพบว่าตอนนี้เลย่เช้าไปแล้ว มันก็ได้ทำให้เธอพยักหน้า เพราะเธอก็ไม่คิดเหมือนกันว่าบททดสอบแรกมันจะกินเวลาไปมากขนาดนี้ ถึงแม้ว่าทุกๆปีมันจะเป็แบบนี้อยู่แล้วก็ตามที
"ส่วนเื่ข้าวของเครื่องใช้ ทางโรงเรียนได้ทำการส่งเข้าหอพักของพวกเธอแต่ละคนแล้ว ส่วนข้อมูลต่างๆสามารถดูได้ในนาฬิกาของพวกเธอนะจ๊ะ ส่วนตอนนี้อาจารย์คงต้องไปแล้ว แล้วก็อีกอย่างนึงพวกเราได้ทำการส่งอาวุธที่พวกเธอ้าไปให้พร้อมด้วยนะ"
สิ้นสุดคำพูดเธอก็ได้เดินออกไปจากห้องปล่อยให้ผมและพวกเขาทุกคนนั่นอยู่ภายในห้องเงียบๆ ผมที่ไม่รู้จะทำอะไรในเวลานี้ก็เลยลองเช็คนาฬิกาที่ได้รับมาั้แ่สอบผ่านเมื่อเดือนที่แล้ว พูดตามความจริงนะผมไม่คิดว่ามันจะเป็นาฬิกาที่เหมือนกับโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง เพราะตอนแรกผมก็ไม่คิดหรอว่าทางโรงเรียนจะยอมลงทุนสร้างนาฬิกาแบบนี้ขึ้นมา แต่ดูเหมือนผมจะดูถูกโรงเรียนอันดับ 1 แห่งนี้มากเกินไปสินะ เพียงแค่การเผาผลาญงบประมาณนิดๆหน่อยๆกับนาฬิกาสำหรับนักเรียนมันคงไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรมากนัก
"ห้อง F-14 อย่างนั้นหรอ?"
เมื่อค้นหาไปสักพักกับโฮโลแกรมที่มันออกมาจากหน้าจอนาฬิกา ก็ได้เผยให้เห็นถึงหอพักของผมซึ่งมันมีเส้นทางเตรียมพร้อมเอาไว้ด้วย ระยะห่างจากโรงเรียนจนไปถึงหอพักพูดได้ว่ามันค่อนข้างที่จะไกลไปสักหน่อยแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะทุกคนก็น่าจะเป็แบบนั้น แถมดูเหมือนวันแรกก็จะมีเพียงแค่นี้
นัตสึเมะได้ลุกขึ้นมาจากที่นั่นก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องมุ่งหน้าตรงไปยังหอพัก ซึ่งเขาเป็คนที่ 2 จากอาจารย์ที่ออกไปจากห้องแห่งนี้ และเมื่อพวกเขาเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็ค่อยๆมีคนทยอยออกไปจากห้องนี้ทีละนิดทีละน้อย และแน่นอนว่านัตสึเมะที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปตามเส้นทางนั้นไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น จนในที่สุดเขาก็ได้มาถึง หอพักแห่งหนึ่งที่มีป้าย F เขียนเอาไว้ตรงหน้า
"ธรรมดากว่าที่คิด? ไม่ใช่ล่ะ"
สภาพอาคารตรงหน้าพูดได้ว่ามันเหมือนกับหอพักธรรมดาทั่วไป แต่บางทีผมอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้ ว่ามันจะเป็หอพักที่สวยงามอลังการมีต้นซากุระคอยเบ่งบานมอบความสดชื่นให้กับคนที่อยู่ภายในห้องพักและความเงียบสงบ แต่มันแตกต่างจากที่ผมคิดเอาไว้เลยต่างหากเล่า! เพราะนอกจากอาคารตรงหน้ามันจะเหมือนกับอาคารธรรมดาทั่วไปแล้วแต่มันยังมอบความรู้สึกอันน่าพิศวงให้กับคนที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้อีกด้วย!
ธรรมชาติล้อมรอบที่ผมกำลังอยู่ในตอนนี้เต็มไปด้วยต้นไม้มากมายซึ่งมอบกลิ่นอายบรรยากาศเหมือนกับของต้องสาปที่สามารถเอาชีวิตของผมไปได้อยู่ยังไงยังงั้น! แค่เพียงคิดว่าจะต้องอยู่หอพักนี้ไปตลอดจนจบ มันก็แทบจะทำให้ผมอยากจะกลับบ้านให้มันรู้แล้วรู้รอดเลยในตอนนี้ แต่ก็ช่างน่าเสียดายที่หลังจากเข้ามาโรงเรียนนี้แล้วคุณจะไม่มีสิทธิ์ได้กลับออกไป นอกจากจะโดนไล่ออกหรือจะถึงเวลาพักเสาร์อาทิตย์ แล้วก็นับเวลา่จบชั้น 1 ด้วยเหมือนกัน
ซึ่งนอกเหนือจากนั้นคุณก็จะไม่มีสิทธิ์ได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอกเลยแม้แต่วินาทีเดียว ยกเว้นว่าจะได้รับภารกิจหรือได้รับสิทธิ์อะไรสักอย่างหนึ่ง ส่วนผมรู้ได้ยังไงก็อ่านกฎที่อยู่ในนาฬิกาสิครับ
"ดูเหมือนจะเป็ห้องนี้นะ"
หลังจากที่เดินเข้ามาภายในอาคารผมก็ได้เดินตรงดิ่งเข้ามาที่ชั้น 2 ก่อนที่จะพบกับห้องที่มีป้ายเลข 14 ติดเอาไว้อยู่ ส่วนตัวอักษร F นั่นหมายถึงอาคารซึ่งมันก็จะมีบอกอยู่ตรงหน้าอาคารแต่ละอาคาร ผมที่ได้ยื่นมือเข้าไปเปิดประตูก็ปรากฏว่าประตูนั้นแทบจะไม่ขยับอยู่นิ่งกับที่ ซึ่งมันทำให้ผมเขย่าประตูอีกครั้งหนึ่งแต่ก็ยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"..."
เสียงเขย่าประตูอย่างต่อเนื่องก็ได้ดังขึ้นมาก่อนที่เสียงเขย่าประตูจะแปรเปลี่ยนกลายเป็เสียงกระแทก และไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียวแต่มันต่อเนื่องจนในที่สุดผมก็ทนไม่ไหวยกเท้าขึ้นมากระทืบใส่ประตูอย่างรุนแรง! ซึ่งหลังจากที่เท้าได้ัักับประตูอย่างรุนแรงความรู้สึกที่ััได้นั่นก็คือการตีกลับของพลังพร้อมกับตัวของผมที่กระเด็นออกมาจากตรงหน้าประตูกระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลัง! จนทำให้ลงไปนอนดิ้นลงกับพื้นพร้อมกับปรากฏสายฟ้าแรงสูงขึ้นทั่วทั้งร่างกาย ก่อนที่ผมจะหมดสติไป
ใช่ครับพวกคุณได้ยินไม่ผิด ผมหมดสติ ถึงแม้ผมจะบอกว่าผมมีพลังฟื้นฟูตัวเองแต่เงื่อนไขในการใช้มันนั้นก็ค่อนข้างที่จะยุ่งยากและเป็เงื่อนไขที่โคตรจะอันตรายเลยถ้าเกิดต้องเอาไปใช้ต่อสู้ในสนามรบ นั่นก็คือผมต้องหลับตา การที่ผมจะสามารถใช้พลังฟื้นฟูได้ ผมจำเป็ที่จะต้องหลับตา ซึ่งในสนามรบถ้าเกิดผมได้รับาแผมถามหน่อยสิ ผมจะเอาเวลาไหนไปหลับตาในขณะที่กำลังต่อสู้อยู่ ซึ่งมันไม่มีทางเป็ไปได้เพราะถ้าเกิดผมกำลังต่อสู้อยู่กับศัตรูสิ่งแรกที่ผมห้ามทำเลยก็คือการหลับตาหรือละสายตาออกจากคู่ต่อสู้ เพราะไม่ฉะนั้นแล้วสิ่งเดียวที่รอผมอยู่ก็คือความตาย
แถมการรักษาตัวเองของผมนั้นก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่เมื่อหลับตาแล้วาแมันจะหายหมดไปอย่างรวดเร็วอีกด้วย มันจำเป็ที่จะต้องฟื้นฟูตัวเองไปทีละนิดทีละน้อย ถ้าจะให้เปรียบเทียบแบบเห็นง่ายๆเลยก็คือ มันก็เหมือนกับนักวิ่งที่ไปแข่งกับคนธรรมดา ซึ่งผมอยากให้พวกคุณคิดว่านักวิ่งคนนั้นก็คือผมที่มีพลังฟื้นฟูตัวเองในขนาดหลับตาและคนธรรมดาก็คืุ์ที่ไม่ได้มีพลังฟื้นฟูแล้วเอาทั้งสองคนมาแข่งกัน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นพวกคุณก็คงจะรู้แล้วว่าคนธรรมดาไม่มีทางชนะนักวิ่งที่ฝึกวิ่งมาแล้วเป็สิบสิบปีได้ เพราะฉะนั้นผมก็เหมือนกันเพียงแค่ผมจำเป็จะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูตัวเอง
และการนอนหลับคือเงื่อนไขของผม ไม่สิ การหลับตาต่างหาก เข็มนาฬิกาที่ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆมันก็ได้เกิดอาการผิดปกติก่อนที่จะแสดงหน้าข้อมูลของ ซาซากิ นัตสึเมะ ขึ้นมา
"ทำการยืนยันตัวตน ซาซากิ นัตสึเมะ เสร็จสิ้น ระดับความอันตราย S- พลังฟื้นฟู...เกิดข้อผิดพลาด...ข้อมูลเสียหาย เริ่มทำการรีเซ็ต...ทำการรีเช็ตเสร็จสิ้น ซาซากิ นัตสึเมะ ระดับความอันตราย F- พลังจิต"