“ โจรรรร ขโมยยยยยยย รีบจับตัวเร็ว ” อิ้งเย่วใรีบหันไปดู เห็นบุรุษคนนึงวิ่งผ่านหน้าตัวเองไปด้วยความเร็วแสงวิ่งชนไหล่นางอย่างแรง อิ้งเย่วเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งตามทันที
เมื่อนางอยู่ที่ยุคปัจจุบันนางจะมีร่างกายที่แข็งแรง พอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูจอมอ่อนแอคนนี้วิ่งไปได้ไม่นานก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมา
เมื่อเห็นโจรกำลังจะคลาดสายตา อิ้งเย่วรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีวิ่งตามโจรนั่นไป ทว่าขณะนั้นก็มีรถม้าวิ่งตัดหน้าอิ้งเย่วมา ม้าพุ่งตรงมาที่นาง อิ้งเย่วไม่ทันได้ระวังถูกม้าชนกระเด็นไปไม่ไกลนัก องครักษ์ที่บังคับม้าเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งลงมาดูอาการของอิ้งเย่วทันที
“ ท่านเป็อะไรหรือไม่ ? ” อิ้งเย่วกัดฟันแน่น หากนางอยู่ในร่างเดิมของนางคงทนได้อยู่หรอก นี่มาอยู่ในร่างสตรีอ่อนแอเช่นนี้ผู้ใดจะทนได้ เจ็บจะตายห่าอยู่แล้ว
“ ทำไมยังไม่ไปอีก ? ” เสียงบุรุษที่นั่งอยู่บนรถม้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น
“ คือว่ากระหม่อมชนคนขอรับ ”
“ แล้วคนผู้นั้นตายหรือไม่ ? ”
“ ไม่ขอรับ ” ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอิ้งเย่วเอ่ยด้วยสีหน้าที่เป็กังวล
“ งั้นก็ไปได้แล้ว ” องครักษ์เคลื่อนรถม้าไปได้ไม่ไกล ิเจ๋อกลับสั่งให้หยุดก่อนจะบอกว่า
“ ทิ้งไว้สิบแผ่นเงิน ” อิ้งเย่วพยายามหยันร่างกายอันอ่อนแอของตัวเองลุกขึ้น
ยังไม่ทันจะได้ขยับ อิ้งเย่วก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่หน้าอก อวัยวะภายในเหมือนกำลังถูกกลืนกิน นางเป็อะไรกันนะ อย่าบอกนะว่านางได้รับาเ็จากแรงกระแทกเมื่อครู่น่ะ เห็นรถม้ากำลังจะออกตัวไป ไม่รู้ว่านางเอาความกล้ามาจากไหนเดินไปเปิดผ้าม่านรถม้าออกอย่างแรง
“ องค์ .... ” องครักษ์ถึงกับเบิกตากว้างใกับการกระทำของอิ้งเย่ว
“ พาข้าไปหาหมอ ..... ” ยังพูดไม่ทันจะจบอิ้งเย่วถึงกับอ้าปากค้างตะลึงงั้น นี่คือคนจริงๆเหรอ ?
บุรุษที่อยู่ตรงหน้านางราวกับเทพลงมาจุติ รูปโฉมงามเหมือนดั่งรูปปั้น อยู่บนโลกนี้มีบุรุษหน้าตาหล่อเหลาถึงเพียงนี้หรือ ? แต่ที่น่าแปลกใจ บรรยากาศรอบๆตัวนางไยถึงได้เยือกเย็นเช่นนี้ สายตาที่มองมาช่างเ็าเสียจริง
“ ไสหัวไป !!! ” ิเจ๋อแทบจะตะคอกใส่หน้าอิ้งเย่ว เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วผลักนางออกห่างรถม้าอย่างแรง หากนางกล้าก้าวเข้าใกล้เขาอีกก้าวเดียวเกรงว่าศรีษะนางได้หลุดออกจากบ่าเป็แน่
ดีที่อิ้งเย่วจับที่รถม้าไว้ได้ทัน ไม่งั้นคงหน้าทิ่มพื้นไปแล้ว อวัยวะภายในของนางเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง อิ้งเย่วพยายามไม่ให้เืไหลทะลักออกมาจากปาก หากนางยังยืนอยู่อย่างนี้ ไม่รู้ว่าจะพาร่างอันบอบบางนี้ไปพบหมอได้หรือไม่
วินาทีนั้น อิ้งเย่วได้ชักเอามีดออกมาจ่อไปที่คอของิเจ๋อ เพราะว่าร่างกายอันบอบบางนี้นางถึงได้พกอาวุธติดตัวมาด้วยเพื่อป้องกันตัว
“ พาข้าไปพบหมอที่ใกล้ที่สุด !!! ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าท่าน !!! ”
เหงื่อเริ่มผุดตามใบหน้าเรียวสวยของนาง อิ้งเย่วกัดฟันแน่นข่มความเจ็บไว้ สายตามองไปที่ิเจ๋ออย่างเด็ดเดี่ยว สีหน้าิเจ๋อเ็าไร้ความรู้สึกเหมือนเช่นเคย สายตาเต็มไปด้วยไอสังหารมองไปที่อิ้งเย่ว ิเจ๋อจับแขนเรียวล็อคไปข้างหลัง มีดถึงกับร่วงตกไปที่พื้น
อิ้งเย่วร่างกายอ่อนแอเผลอล้มซบไปที่อกแกร่งของิเจ๋อ ััร่างกายที่อ่อนนุ่มิเจ๋อถึงกับตัวแข็งทื่อ องครักษ์ที่เห็นเหตุการณ์ก็ใไม่แพ้กัน ที่องค์รัชทายาทเกลียดสตรีเพียงเพราะท่านชอบบุรุษอย่างนั้นหรือ ? สายตาดั่งคมมีดมองไปที่องครักษ์อย่างเคืองๆ
อิ้งเย่วจับแขนแกร่งิเจ๋อไว้แน่น เืที่กลั้นมานานก็กระอักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ โลหิตกระเด็นโดนเสื้อคลุมของิเจ๋อเต็มๆ โลหิตที่ไหลออกมาเป็สีเข้ม นางถูกพิษงั้นหรือ ?
“ ช่วย .... ช่วยข้า ... ข้ายังไม่อยากตาย ” อิ้งเย่วขอร้องให้ิเจ๋อช่วย นางยังไม่อยากตาย ิเจ๋อใจนทำตัวไม่ถูก สติอิ้งเย่วค่อยๆเลือนหายไปเปลือกตาค่อยๆปิดลง แต่มือเล็กของนางยังคงจับที่เสื้อคลุมของิเจ๋อไว้แน่น
“ องค์ชาย .... ” องครักษ์เอ่ยเบาๆ เหมือนจะถามิเจ๋อว่าจะเอาอย่างไรต่อ
“ ไปที่โรงหมอ !!! ” ิเจ๋อมองไปที่ใบหน้าขาวซีดของนางด้วยความเป็ห่วง นางเป็สตรีจริงๆ
แค่ััแรกที่โดนตัวิเจ๋อรู้ได้ทันทีว่าอิ้งเย่วเป็เพียงสตรีที่บอบบาง อีกอย่างสังเกตุที่คอของนางก็รู้ได้แล้ว
“ ขอรับองค์ชาย ” องครักษ์รีบบังคับม้าออกตัวทันที
“ เดี๋ยวก่อน !!! กลับไปที่ตำหนักของข้า !!! ” ได้ยินแบบนั้นองครักษ์ถึงกับตัวแข็งทื่อ องค์รัชทายาทจะพาบุรุษหน้าละอ่อนผู้นี้กลับไปที่ตำหนักงั้นหรือ ?
แต่องครักษ์ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของรัชทายาท บังคับม้ากลับไปที่ตำหนักของิเจ๋อ เป็ครั้งแรกที่องครักษ์เห็นิเจ๋อทิ้งราชกิจสำคัญเพียงเพื่อช่วยชีวิตบุรุษเพียงผู้เดียว
ตำหนักต้วน
หนึ่งชั่วยามผ่านไป หมอหลวงก็ได้ตรวจอาการเบื้องต้นของอิ้งเย่ว สีหน้าหมอหลวงไม่ค่อยดีนัก
“ นางเป็อย่างไรบ้าง ? ” เสียงทุ้มเอ่ยถามหมอหลวงด้วยความเป็ห่วง
“ องค์รัชทายาท แม่นางผู้นี้ถูกพิษพ่ะย่ะค่ะ นางถูกพิษฟู่จื่อ ”
หมอหลวงส่ายหน้าไปมา พิษชนิดนี้หายากยิ่ง ผู้ที่ได้รับพิษจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หากได้รับพิษเมื่อใดจะมีชีวิตอยู่ไม่เกินสิบวันเป็แน่ หากนางไม่ได้รับยาถอนพิษนางอาจจะตายได้ภายในสิบวัน
“ เ้าปรุงยาถอนพิษชนิดนี้ไม่ได้หรือ ? ”
“ เื่นี้ยากมากพ่ะย่ะค่ะ ส่วนผสมของยาถอนพิษนั่นซับซ้อนยิ่ง ในสูตรยาถอนพิษต้องใช้เทียนเซินพันปีด้วยพ่ะย่ะค่ะ ”
เทียนเซินอายุพันปีงั้นหรือ ? ใครๆก็รู้ว่าอยู่บนเขาพันปีนั่นเทียนเซินจะงอกปีละครั้ง หากอยากได้มันมาไม่ง่ายเลย
“ เ้าถอยออกไปก่อนเถิด ” ิเจ๋อบอกให้หมอหลวงออกไปรอข้างนอก สายตาเข้มมองไปที่ใบชาที่อยู่ในจอกน้ำชา ในหัวคิดอะไรบางอย่างอยู่
“ ห่าวอี้ ” ห่าวอี้เป็องครักษ์ที่ทำงานเคียงข้างิเจ๋อมานานหลายปี ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนเหมือนคนในครอบครัว
“ เ้ายังจำคราก่อนท่านอาจารย์มอบยาให้ข้าสามเม็ดนั่นได้หรือไม่ ยาที่ท่านอาจารย์บอกว่าสามารถทำให้คนตายฟื้นคืนมาได้ ถอนพิษทุกชนิดได้ ”
“ องค์รัชทายาท ท่าน ..... ” ห่าวอี้รู้ว่าิเจ๋อ้ายานั่นไปทำอะไร แต่ว่า ... มันจะเหมาะหรือไม่ ?
“ เอายานั่นมาให้ข้าหนึ่งเม็ด ” ิเจ๋อเอ่ยอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด ไม่รู้เพราะเหตุอันใด คิดเห็นแววตาเป็ประกายเหมือนดวงดาวนั่น ิเจ๋อไม่อาจปล่อยให้นางตายเช่นนี้ได้
ิเจ๋อกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขาสนใจสตรีอย่างนางั้แ่เมื่อไหร่กัน ห่าวอี้อยากจะห้ามิเจ๋อ แต่เห็นทีท่าเด็ดขาดของิเจ๋อก็ได้แต่หยิบยานั่นออกมาให้เขาอย่างจำใจ
จะให้พูด ทำยาสามเม็ดนี้ออกมาไม่ง่าย ไม่เพียงแต่ต้องมีสมุนไพรที่หายากแล้ว ขั้นตอนการทำก็ต้องพิถีพิถันเช่นกัน เมื่อก่อน ท่านอาจารย์ของิเจ๋อเป็แพทย์พื้นเมืองนิรนามที่มีฝีมือเก่งกาจในการปรุงยา ท่านอาจารย์พยายามผสมยานี้ให้กับิเจ๋อ ิเจ๋อเป็ถึงองค์รัชทายาท ท่านอาจารย์ไม่อยากให้เขาพบกับความตาย
มองดูเม็ดยาสีดำที่อยู่ในมือ ิเจ๋อเดินไปหยุดอยู่ข้างๆเตียง ป้อนยาให้อิ้งเย่ว แต่นางกับกัดฟันแน่น คนอย่างิเจ๋อไม่มีความอดทนพอ จึงบีบคางเรียวแรงให้นางอ้าปากออก ิเจ๋อรีบป้อนยาเข้าไปในปากนางทันที
ห่าวอี้คิดในใจ เื่พังแน่ เดิมทีรัชทายาทไม่ได้สนใจสตรีนางไหน แต่ตอนนี้กลับให้ความสำคัญกับสตรีที่อยู่ตรงหน้า ไม่รู้ว่านี้คือความโชคดีหรือความโชคร้ายของนางกันแน่ ห่าวอี้เริ่มจะรู้สึกเป็ห่วงสตรีที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาเสียแล้ว
ขณะนั้น เหล่าสาวใช้ยืนอยู่ที่หน้าตำหนักซุบซิบกันไม่หยุด พวกนางต่างเห็นว่าองค์รัชทายาทอุ้มบุรุษเข้ามาที่ตำหนัก ดูมีทีท่าเป็ห่วงกันด้วย ห่าวอี้ได้ยินเหล่าสาวใช้ซุบซิบก็รีบเดินออกไปอธิบายสั้นๆว่า นางมิใช่บุรุษ นางเป็สตรี
แต่เื่นี้ทำให้เหล่าสาวใช้ให้ความสนใจยิ่ง องค์รัชทายาทไม่เคยสนใจสตรี ไยถึงได้อุ้มสตรีเข้ามาในตำหนักได้ พวกนางต่างสงสัยอยากรู้ว่าสตรีผู้นั้นเป็ลูกเต้าเหล่าใครกัน
อิ้งเย่วตื่นขึ้นมาอีกทีก็เย็นของอีกวัน เห็นห้องพักโอ่อ่าแปลกตานางถึงกับอึ้งๆ กลิ่นหอมสดชื่นโชยมาแตะที่จมูกนางทำให้อิ้งเย่วรู้สึกผ่อนคลายยิ่ง อิ้งเย่วคิดว่าที่นี่ต้องเป็ที่โรงหมอหรือที่ไหนสักแห่ง ไยถึงได้หรูหราเช่นนี้
“ ฟื้นแล้ว ?! ” อิ้งเย่วมองบุรุษที่อยู่ตรงหน้าในชุดคลุมสีดำ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ดูสง่ายิ่ง เขาเป็ใครกัน สถานะต้องสูงส่งแน่
“ ที่นี่ที่ไหน ? ” อิ้งเย่วเอ่ยถามเสียงเข้ม ิเจ๋อแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาไม่ตอบแล้วหันหลังเดินไป
เขาเป็คนช่วยนางไว้แท้ๆ เป็คนมีพระคุณกับนาง แต่นางกลับเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงอย่างนั้นหรือ สำหรับคนที่ยิ่งยโสอย่างิเจ๋อไม่อยู่ในสายตานางเลยแม้แต่น้อย
“ ขอบพระทัย ” อิ้งเย่วคำนับิเจ๋อแทนคำขอบคุณที่ช่วยชีวิตตนไว้
อิ้งเย่วเห็นสีหน้าิเจ๋อไม่ค่อยดีนัก ไม่รู้ว่าิเจ๋อเป็อะไร อิ้งเย่วเดินออกไปอย่างช้าๆเบาๆ นางออกมานานแล้วต้องรีบกลับไปที่จวนมิอย่างนั้นลี่มี่เป็ห่วงนางแย่
“ เ้าอยากจะออกไปจากตำหนักของรัชทายาท เ้าก็ควรที่จะถามความคิดเห็นจากข้าเสียก่อน ”
พึ่งเดินมาถึงที่หน้าประตูยังไม่ทันจะผลักประตูออกไปเลย เสียงเข้มเจือไฟโทสะก็เอ่ยขึ้น
‘ ตำหนักองค์รัชทายาท เขาคือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าหยงงั้นเหรอ โอ้พระเ้า องค์รัชทายาทที่ผู้หญิงในเมืองนี้คลั่งไคล้นะเหรอ บ้าไปแล้ว ’
อิ้งเย่วสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะหันหน้าไปเผชิญหน้ากับิเจ๋ออีกครั้ง
“ องค์รัชทายาทช่างไม่ธรรมดา ช่วยหม่อมฉันแล้วยังไม่อยากให้หม่อมฉันจากไปอีก ”
อิ้งเย่วพูดหางเสียงไม่มีคำว่าเพคะ พูดไม่ให้ความเคารพ ิเจ๋อถึงกับขมวดคิ้วแน่น สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
“ งั้น ... เ้าก็ไปซะสิ ” ิเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นน่ากลัว อิ้งเย่วพยักหน้าเบาๆไม่เข้าใจว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่
“ เ้าก้าวขาออกจากตำหนักข้าไป ข้าจะตีขาเ้าให้หักเสีย ”
“ นี่พระองค์ !!! ” อิ้งเย่วโกรธมาก นางเชื่อว่าคนอย่างิเจ๋อพูดจริงทำจริง สตรีมีมากโขที่อยากจะเอาใจิเจ๋อ แต่นางกลับทำให้เขาโกรธ ิเจ๋อจะปล่อยนางไปแบบนี้ได้อย่างไรกัน
“ องค์รัชทายาท้าอะไรเพคะ ?! หม่อมฉันจำได้ว่าหม่อมฉันบอกให้พระองค์พาหม่อมฉันไปพบหมอไม่ใช่เหรอเพคะ ?! หม่อมฉันไม่ได้บอกให้พระองค์พาหม่อมฉันมาที่ตำหนักท่านเสียหน่อย !!! ”
ิเจ๋อเป็คนพานางมาที่นี่เอง เขาไม่มีสิทธิ์ขังนางไว้ที่นี่งั้นหรือ
“ สิ่งที่ข้า้าข้าจะไม่สนว่าคนผู้นั้นจะรู้สึกอย่างไร ” อิ้งเย่วมองหน้าิเจ๋ออย่างเอาเื่
“ หม่อมฉันถามองค์รัชทายาทอีกครั้ง พระองค์้าอะไรเพคะ ? ” ที่เขาช่วยชีวิตนางไว้ต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ๆ ิเจ๋อเป็บุรุษที่เดาใจได้ยาก เขาจะไม่ช่วยหากคนนั้นไม่มีประโยนช์ต่อเขา
ิเจ๋อบุรุษที่สูงราวๆเจ็ดฉื่อเดินมาที่นางอย่างช้าๆ ดวงตาคมเ็าเข้มประสานเข้ากับดวงตาของอิ้งเย่ว