“คุณมาพบใครครับ” ชายวัยกลางคนถามหลินถิงถิง
“เอ่อ...พวกเรามาพบคุณลุงจ้าวน่ะค่ะ” หลินถิงถิงตอบ
“พวกคุณ้าพบผู้าุโทำไมหรือครับ”
“เสี่ยวซ่ง เธอพูดกับใครอยู่น่ะ” เสียงหญิงชราร้องถาม
“มีคนมาขอพบผู้าุโน่ะครับ”
หญิงชราเดินมาถึงหน้าประตู หลังจากนั้นก็มองสำรวจหลินถิงถิงและลูกก่อนที่จะถามขึ้น “พวกเธอมาหาใครหรือจ๊ะ”
“หนูมาหาคุณลุงจ้าวค่ะ หนูเป็คนขายซาลาเปาที่คุณลุงจ้าวซื้ออยู่ทุกวัน พอดีวันนี้สามีของหนูติดธุระจึงมารับพวกเรากลับบ้านตามเวลาไม่ได้ พวกเราจึงคิดที่จะมาขอรอสามีที่บ้านคุณลุงจ้าวก่อนน่ะค่ะ” หลินถิงถิงตอบอย่างสุภาพ
“หนูนี่เอง เข้ามาในบ้านก่อนเร็วเข้า” หญิงชราเชิญหลินถิงถิงและลูกอย่างใจดี
หลินถิงถิงและลูกเดินเข้าไปในบ้านอย่างเรียบร้อย หญิงชราลอบมองพวกเขาด้วยความพอใจ สามีของนางมาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยครั้งถึงครอบครัวคนขายซาลาเปาที่สุภาพเรียบร้อยทั้งสามีภรรยา และลูกๆ ของพวกเขาก็เป็เด็กที่น่ารักรู้ความ หญิงชราอยากพบกับครอบครัวนี้มานานแล้ว
“พวกเธอนั่งก่อน” หญิงชราบอกกับหลินถิงถิงและลูก “เรียกป้าว่าป้าจ้าวก็ได้นะจ๊ะ”
“หนูชื่อหลินถิงถิงค่ะ ลูกชายชื่อหวังอี้เฉิน และลูกสาวชื่อหวังอิงอิงค่ะ”
“สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ คุณย่าจ้าว”
“เด็กดี เข้ามาหาย่าหน่อยเร็ว” หญิงชราเรียกเด็กน้อยทั้งสองคนเข้าไปหา นางลูบหัวเด็กทั้งสองด้วยความเอ็นดู
“พวกเธอมาได้ยังไงกัน” ชายชราถามเมื่อเห็นว่าเป็ใครมาขอพบตน
“สวัสดีค่ะคุณลุง พอดีวันนี้พี่อี้ฉือมีธุระต้องไปจัดการค่ะ เขากำชับหนูไว้ว่าไม่ให้กลับบ้านเอง และให้มาขออาศัยรอที่บ้านของคุณลุงจนกว่าเขาจะมารับน่ะค่ะ” หลินถิงถิงตอบ
“ดีแล้วๆ มีแต่เด็กกับผู้หญิง สามีของเธอทำถูกแล้ว” ชายชราตอบรับ แล้วหันไปพูดกับภรรยาตัวเอง “ผมชวนให้พวกเขาย้ายไปขายของที่มณฑลด้วยนะ เรายังมีห้องเช่าที่ปล่อยว่างอยู่ไม่ใช่หรือ”
“ห้องเช่าในตลาดน่ะหรือคะ ก็ไหนคุณบอกว่าอยากเก็บไว้” หญิงชราหยุดพูดก่อนจะหันไปทางหลินถิงถิง “หนูอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ห้องเช่าหลังนั้นมีคนมาติดต่อขอเช่าและขอซื้ออยู่ตลอด แต่ตาเฒ่านี่สิ ไม่ยอมอยู่ท่าเดียว บอกว่าอยากเก็บเอาไว้ก่อน พอได้ยินเขาพูดขึ้นมาว่าจะให้หนูเช่า ป้าก็เลยสงสัยเท่านั้นล่ะจ้ะ”
“ผมถูกชะตากับครอบครัวนี้น่ะคุณ” ชายชรายิ้มตอบ
“หนูต้องขอบคุณคุณลุงมากเลยนะคะสำหรับความเมตตา แต่ว่ามันจะไม่เป็การรบกวนคุณลุงมากไปหรือคะ” หลินถิงถิงถามอย่างเกรงใจ
“เก็บเอาไว้เฉยๆ มันจะมีประโยชน์อะไร ห้องเช่าหลังนั้นทำเลดีมาก ด้านหลังเป็ที่พักอาศัยในตัว ลุงคิดว่ามันเหมาะกับครอบครัวของพวกเธอมาก”
“ถ้าพวกเธอย้ายไปจะไม่มีใครคัดค้านหรือก่อปัญหาทีหลังใช่ไหม ป้าหมายถึงว่าเวลานี้คนชนบทส่วนใหญ่ยังทำไร่กันอยู่ หากครอบครัวของพวกเธอย้ายไปแล้วงานในไร่ในส่วนที่พวกเธอรับผิดชอบจะมีคนทำแทนไหม” หญิงชราถามด้วยความเป็ห่วง เพราะเธอเคยเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วจากญาติของตนเอง
“คุณก็ไม่ต้องไปกังวลกับพวกเขามากหรอกน่า” ชายชราบอกกับภรรยา หลังจากที่เห็นความกังวลของนาง
“หนูขอบคุณคุณป้านะคะที่เป็ห่วงพวกเรา อันที่จริงครอบครัวของหนูแยกบ้านออกมาจากบ้านใหญ่แล้วล่ะค่ะ เวลานี้พวกเราไม่ต้องรับผิดชอบงานในไร่ทั้งหมดเหมือนเมื่อก่อน หนูหมายถึงว่าครอบครัวของหนูสามารถออกมาทำกิจการหารายได้ด้วยตัวเองได้แล้วค่ะ” หลินถิงถิงพูดเสียงใส
“พวกเธอตกลงที่จะย้ายไปอยู่ที่มณฑลแล้วหรือ” ชายชราถามด้วยความดีใจ เขารู้สึกถูกชะตากับครอบครัวนี้เป็อย่างมาก และอยากช่วยเหลือครอบครัวนี้ด้วยความจริงใจ
“หลังจากที่คุณลุงเคยพูดกับหนูเื่นี้เมื่อคราวก่อน หนูก็กลับไปปรึกษากับพี่อี้ฉือดูแล้วล่ะค่ะ พี่เขาก็เห็นด้วย” หลินถิงถิงบอกชายชรา
“พวกเธอจะย้ายไปได้่ไหนจ๊ะ” หญิงชราถามขึ้น
“บ้านที่พวกเราเช่าไว้จะครบกำหนดคืนบ้าน่ก่อนปีใหม่ค่ะ หนูคิดว่าน่าจะเป็่นั้น”
“อีกไม่ถึงหนึ่งเดือนแล้วน่ะสิ ทำไมพวกเธอไม่เดินทางไปพร้อมกับป้าเลยล่ะ” หญิงชราถามอย่างกระตือรือร้น
“คุณให้พวกเขากลับไปปรึกษากันก่อนสิ อย่าทำให้เด็กลำบากใจ” ชายชราปรามภรรยา
บ่ายแก่ๆ หวังอี้ฉือเดินทางเข้าเมืองมารับภรรยาและลูกทั้งสองคนที่บ้านของชายชรา เขาเห็นภรรยานั่งอยู่กับชายชราและหญิงชรา แต่ไม่เห็นลูกชายและลูกสาวของตัวเองจึงมองภรรยาอย่างสงสัย ก่อนที่จะหันไปทักทายผู้าุโทั้งสอง
“สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ให้ภรรยากับลูกๆ มารบกวน”
“ไม่รบกวนอะไรหรอก ดีแล้วที่เธอไม่ปล่อยให้ผู้หญิงกับเด็กๆ กลับบ้านกันเองมันไม่ค่อยปลอดภัย พ่อหนุ่มมานั่งลงก่อน นี่คือภรรยาของฉัน” ชายชราตอบพร้อมกับแนะนำภรรยา
“เรียกฉันว่าป้าจ้าวก็ได้จ้ะ เด็กทั้งสองคนนอนหลับอยู่ในห้องด้านข้างน่ะ” หญิงชราบอกกับหวังอี้ฉือเพื่อให้เขาคลายกังวล
หญิงชราพิจารณาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็เห็นด้วยกับความคิดของสามี ครอบครัวนี้ดูสุภาพเรียบร้อยและไว้ใจได้ นางก็นึกถูกชะตากับครอบครัวนี้เช่นเดียวกัน
“พ่อหนุ่มเห็นภรรยาเธอเล่าให้ฟังว่าก่อนปีใหม่พวกเธอจะต้องคืนบ้านที่เช่าอยู่ตอนนี้แล้ว พวกเธอสนใจจะย้ายไปมณฑลพร้อมกับเราไหมจ๊ะ” หญิงชราถามหวังอี้ฉือ
“คืออย่างนี้นะ ฉันบอกกับภรรยาเธอไปแล้วว่าฉันมีห้องเช่าที่ปล่อยว่างไว้อยู่ห้องหนึ่ง ทำเลดีมาก และมีที่พักอาศัยในตัว ฉันจะให้พวกเธอเช่าในราคาถูก ถ้าพวกเธอย้ายไปอยู่ที่มณฑลก็จะไม่ต้องกังวลเื่ที่พักและที่ขายของ” ชายชราบอกกับหวังอี้ฉือหลังจากที่เห็นเขานิ่งไป
“ผมขอบคุณคุณลุงมากนะครับ ครอบครัวของผมไม่ติดขัดอะไร สามารถย้ายไปตอนไหนก็ได้ พวกเรามีเงินเก็บอยู่จำนวนหนึ่ง ดังนั้นเื่ค่าเช่าคุณลุงก็คิดตามความเหมาะสมเถอะครับ” หวังอี้ฉือพูดอย่างเกรงใจ
“เธออย่าเกรงใจไปเลย ลุงให้พวกเธอจ่ายค่าเช่าเท่าไหร่ พวกเธอก็จ่ายมาเท่านั้น อย่างอื่นก็ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก” ชายชราพูดตัดบทกลัวว่าหวังอี้ฉือจะปฏิเสธความหวังดีของตน