ชลทิศเกร็งใบหน้าปิดเปลือกตาจนเนื้อตรงหว่างคิ้วย่นพับเป็ร่องชายหนุ่มเม้มปากแน่นและิัตรงหน้าผากเกิดริ้วจาง ๆเป็เส้นยาวโชว์ตัวเด่นเมื่อใดก็ตามที่พยายามใช้ความคิดนึกถึงเหตุการณ์ที่ขาดหายเพื่อประติดประต่อเื่ราวว่าเกิดอะไรขึ้นจะรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที
และต้องรอสักประเดี๋ยวให้อาการคล้ายถูกเข็มทิ่มในหัวเบาลง
ร่องรอยจากเหตุการณ์ที่ยังคงหลงเหลือเหมือนเพื่อเตือนความจำ่นั้นคือแผลเป็ลักษณะผิวเนื้อสีซีดปูดนูนเป็ทางยาวคดโค้งเล็กน้อยพาดผ่านหน้าอกตรงใต้ราวนมยาวประมาณหนึ่งไม้บรรทัดและเมื่อไหร่ที่ใตื่นจากความฝันอันเดิม เป็ต้องยกมือทาบลูบระเรื่อยไปตรงส่วนที่เกิดขึ้นมานานั้แ่ยังเด็กทุกครั้ง
เมื่อความรุนแรงจากลมหายใจของตัวเองลดลง
ชลทิศหันหน้าไปด้านข้างมองไป้าเหนือประตูห้องตามเสียงนาฬิกาตรงผนังที่ดัง
“ติ๊ก ...ติ๊ก”
เข็มสั้นและยาวบนหน้าปัดทรงกลมเกือบจะแนบสนิทเป็แนวเดียวกันบอกเวลาว่าใกล้เที่ยงคืนแล้ว
ชายหนุ่มจับชายผ้านวมผืนหนาเนื้อนิ่มตรงหน้าตักขยับไปกองข้างลำตัวบนเตียงหันตัวมาด้านข้างของเตียง วางฝ่าเท้าลงบนพื้นปาเก้เย็นเชียบ เมื่อสายตาเริ่มชินเขาสามารถมองฝ่าความมืดเห็นประตูได้ชัดพอควร
จากนั้นยืดตัวลุกขึ้น เดินตรงไปบิดลูกบิดประตู เปิดออกไปหาความสว่างกว่านอกห้องนอนตนเอง
ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยจนเกือบเป็เื่ปกติสำหรับเขาที่ต้องตื่นขึ้นมายืนคิดอะไรคนเดียวกลางดึก
คล้ายกับว่าเื่ราวเมื่อยี่สิบปีที่ผ่านมากำลังจะได้คำตอบจากคำถามที่เขาเพียรพยายามตามหามานาน
ชลทิศเดินเกาะราวระเบียงหน้าห้องตรงไปด้านหน้าก่อนถึงบันไดทางลงไปข้างล่าง คือห้องธิดารัตน์น้องสาวคนเล็ก เมื่อเดินเข้าไปใกล้ประตูห้องที่น่าจะเงียบเพราะเวลาตอนนี้มันดึกโขอยู่เขากลับได้ยินเสียงคล้ายคนคุยกันดังลอดออกมา
พี่ชายคนโตจึงเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องน้องสาวคนเดียวยืนนิ่งหน้าห้องสักครู่ จนแน่ใจว่ามีเสียงคนคุยกันจึงตัดสินใจเคาะประตู
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥
ตอนต่อไป น้องดาทำอะไรน๊า.... หุ หุ พี่ทิศไม่รู้เื่เลย