ตอนที่ 35 ถ้าไม่พอใจก็มาตบกันสักตั้ง
จูกุ้ยฮวาเห็นท่าทางของโจวเอ้อร์นีก็รู้ทันทีว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น นางโยนไก่ในมือทิ้งและโผเข้าหาลูกสาว “รีบกลับห้องไป และอย่าแหกปาก!”
จูกุ้ยฮวาลากโจวเอ้อร์นีกลับเข้าไปในห้องพลางเรียกเฉินเฉี่ยวหลาน “เฉี่ยวหลาน รีบไปต้มน้ำมา แล้วเอาไม้นวดแป้งมาด้วย”
เซิ่งอันหนิงที่เพิ่งจะเข้าห้องก็ได้ยินเสียงร้องของโจวเอ้อร์นีดังราวกับหมูถูกเชือด เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบกับจูกุ้ยฮวากำลังผลักโจวเอ้อร์นีเข้าห้อง ครั้นก้มมองลงไปก็พบกับของเหลวที่เลอะอยู่บนพื้น
หญิงสาวเดาได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น คาดไม่ถึงว่าคนพวกนี้จะอาจหาญพอที่จะทำแท้งกันเองในบ้านถึงขนาดนี้
ไม่เกรงกลัวเลยว่าจะมีคนเสียชีวิต
หลังเห็นเฉินเฉี่ยวหลานวิ่งไปที่ห้องครัวด้วยความเร่งรีบ เธอจึงหันไปเอ่ยกับโจวสือซวิน “น้องของคุณกำลังจะแท้ง ดูอาการไม่ค่อยดีเลย”
โจวสือซวินขมวดคิ้ว “ไร้สาระ!”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้า “มันก็ค่อนข้างไร้สาระจริง ๆ ค่ะ แถวนี้ไม่มีหมอนะ ถ้าหากจะหาหมอสักคนก็ต้องส่งไปโรงพยาบาล”
เซิ่งอันหนิงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย หากช่วยโจวเอ้อร์นีไม่ทันจริง ๆ ก็คงจะทำอะไรไม่ได้แล้ว
ดังนั้นการให้โจวสือซวินไปหาหมอสักคนก็นับได้ว่าเป็นความเมตตาสุด ๆ ของเธอ
โจวสือซวินเห็นว่าเซิ่งอันหนิงมีท่าทางจริงจัง เมื่อคิดถึงพฤติกรรมของจูกุ้ยฮวาแล้วก็ไม่มีอะไรที่นางทำไม่ได้จริง ๆ ชายหนุ่มจึงรีบออกไปตามหมอ
จูกุ้ยฮวานำกะละมังน้ำร้อนเข้ามา เมื่อเห็นโจวสือซวินออกไปข้างนอก นางจึงได้เอ่ยขึ้น “เจ้ารอง แกจะรีบไปไหน?”
โจวสือซวินขมวดคิ้ว “ไปเรียกหมอครับ พวกแม่ทำแบบนี้อาจจะทำให้หล่อนตายได้”
จูกุ้ยฮวาตื่นตระหนกและรีบวิ่งไปห้ามโจวสือซวิน “แกไปไม่ได้ แกจะทำร้ายน้องแกเหรอ หล่อนยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ ถ้าหมอรู้แล้วก็จะรู้กันทั้งหมู่บ้านน่ะสิ! ”
โจวสือซวินรู้สึกเหลือเชื่อ “ตอนนี้หล่อนตกอยู่อันตราย ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?”
จูกุ้ยฮวาออกไปห้ามโจวสือซวิน “จะตายก็เรื่องของหล่อน ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป วันข้างหน้าครอบครัวเราจะทำยังไง? ตำแหน่งพี่ใหญ่ของแกล่ะจะทำยังไง”
ว่าพลางใบหน้านางก็ขรึมลง “แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับแก กลับห้องไปซะ ถ้ากล้าเรียกหมอแล้วละก็ฉันจะวิ่งชนกำแพงให้ตายต่อหน้าแก”
นางแสดงท่าทางจริงจัง ดูเหมือนว่าจะวิ่งชนกำแพงจริง ๆ
โจวสือซวินก็รู้มาตลอดว่าครอบครัวของเขาไร้เหตุผล เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าจะร้ายแรงได้ถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นจูกุ้ยฮวาขวางไม่ให้ตนออกไป ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงกลับห้องไปเท่านั้น
จูกุ้ยฮวาถือกะละมังเข้าไปในห้องด้วยความร้อนรน
เซิ่งอันหนิงที่อยู่ในห้องได้ยินอย่างชัดเจน คาดไม่ถึงว่าคนในยุคนี้จะอาจหาญได้ถึงเพียงนี้ ไม่กลัวเลยว่าจะทำใครตายหรือไม่ เมื่อมองดูโจวสือซวินที่เข้ามาในห้องด้วยสีหน้าโกรธเคือง เธอจึงเอ่ยขึ้น “แบบนี้อันตรายมาก ๆ นะคะ ถ้าตกเลือดมากอาจจะส่งผลกระทบต่อการมีลูกในอนาคตได้”
โจวสือซวินยืนอยู่ตรงหน้าต่างสักพัก เมื่อเห็นเฉินเฉี่ยวหลานถือกระติกน้ำร้อนเข้าไปในห้องของโจวเอ้อร์นี จึงรีบหันไปเอ่ยกับเซิ่งอันหนิง “ผมจะไปหาพี่ใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคุณอย่าออกมา”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้า เธอเองก็รู้สึกขี้เกียจพอดี และเรื่องการผดุงครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่เธอถนัด
ในห้องนอนใกล้ ๆ โจวเอ้อร์นีได้นอนกลิ้งอยู่บนเตียงแล้ว ท่าทางของหล่อนจะนั่งก็ไม่ใช่จะนอนก็ไม่เชิง กลัวว่าถ้าตนร้องดังจนเกินไป เสียงของตนจะทำให้เพื่อนบ้านตื่นตกใจ จูกุ้ยฮวาจึงใช้ผ้าขนหนูยัดเข้าไปในปากของหล่อน
ตอนนี้ใบหน้าของหล่อนซีดเซียวด้วยความเจ็บปวด ผมเผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่กลับทำได้แค่ส่งเสียงร้องอู้อี้เท่านั้น
เฉินเฉี่ยวหลานให้กำเนิดลูกสองคน หล่อนเองก็ไม่เคยเจ็บปวดจนเป็นเช่นนี้มาก่อน เมื่อดูท่าทางของโจวเอ้อร์นีแล้วจึงตกใจเป็นอย่างมาก มองดูจูกุ้ยฮวาด้วยความหวาดกลัว “คุณแม่ ดูท่าจะไม่ดีแล้วนะคะ ส่งโรงพยาบาลดีไหม?”
จูกุ้ยฮวาเอ่ยอย่างขุ่นเคือง “จะส่งโรงพยาบาลทำไม ยังขายหน้าผู้คนไม่พออีกหรือ ส่งไม้นวดแป้งมา”
นางหยิบไม้นวดแป้งมาวางไว้บนเตียงเตา และคุกเข่าตรงระหว่างขาทั้งสองข้างของโจวเอ้อร์นี และใช้ไม้นวดแป้งกดรีดส่วนท้องของเด็กสาวจากด้านบนลงด้านล่าง ค่อย ๆ ออกแรงกดทีละน้อย ๆ พลางเอ่ยเสียงแข็งกร้าว “ไอ้มารหัวขน ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าแกจะไม่ตาย”
เฉินเฉี่ยวหลานเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น จนต้องถอยหลังออกไปหลายก้าว
โจวเอ้อร์นีเจ็บจนแทบร้องไม่ออก หล่อนเงยหน้าขึ้นเบิกตาโพลงจนแทบจะถลนออกจากเบ้า จากนั้นก็ทรุดลงบนเตียงด้วยความอ่อนแรง
เซิ่งอันหนิงได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังออกมาจากห้อง
ในเวลาเดียวกันโจวสือซวินก็พาโจวฉางหลินกลับมา และด้านหลังก็ยังมีโจวฉางอวิ้นตามกลับมาด้วย เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของเฉินเฉี่ยวหลาน โจวฉางหลินก็รู้สึกตกใจ “เอ้อร์นีเป็นอย่างไรบ้าง?”
เฉินเฉี่ยวหลานกุมอกและชี้ไปที่ห้อง “เอ้อร์นี… ตายแล้ว…”
โจวฉางหลินไม่สนใจกฎเกณฑ์อะไรทั้งสิ้น เขาพุ่งเข้าไปในห้อง แล้วก็พบโจวเอ้อร์นีนอนเปลือยอยู่ท่ามกลางกองเลือด โดยมีจูกุ้ยฮวายืนอยู่ข้าง ๆ พลางตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
โจวสือซวินตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว และดึงผ้าห่มมาคลุมโจวเอ้อร์นีและหันไปเอ่ยกับโจวฉางหลิน “เร็วเข้า ส่งหล่อนไปโรงพยาบาล”
แม้ชายหนุ่มจะไม่ชอบน้องสาวคนนี้ แต่เขาก็ไม่อาจดูหล่อนตายต่อหน้าต่อตาได้
เมื่อโจวฉางหลินได้สติกลับมา เขาจึงรีบเข้าไปห่อตัวโจวเอ้อร์นีด้วยผ้าห่มก่อนจะเรียกโจวฉางอวิ้นให้เข้ามาช่วยอุ้มเด็กสาวอีกคน
พวกเขาขับรถแทรกเตอร์ส่งน้องสาวไปที่โรงพยาบาลในอำเภอ
โจวฉางอวิ้นไม่สามารถขับรถแทรกเตอร์ได้ ส่วนโจวฉางหลินก็ตกใจจนมือไม้อ่อน แม้แต่พวงมาลัยก็ยังจับไม่ไหว ก็เห็นจะมีเพียงโจวสือซวินที่ขับได้
เซิ่งอันหนิงก็ได้ตามออกมาดู เมื่อเห็นว่าโจวสือซวินขับรถแทรกเตอร์พาโจวฉางหลินและโจวเอ้อร์นีออกไป เธอจึงหันไปมองจูกุ้ยฮวาที่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
เซิ่งอันหนิงรู้สึกเศร้าเสียใจแทนคนโง่เขลาเหล่านี้
เมื่อรอให้รถแทรกเตอร์ลับสายตาไป จูกุ้ยฮวาก็ผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง นางหันไปมองโจวฉางอวิ้นและเฉินเฉี่ยวหลาน “ถ้าหากว่ามีคนมาถาม ก็ให้บอกว่าเอ้อร์นีป่วย อย่าพูดไปมากกว่านี้”
เฉินเฉี่ยวหลานใบหน้ายังคงซีดเซียว และพยักหน้าซ้ำ ๆ “แม่วางใจเถอะ ฉันไม่พูดอะไรแน่นอน เอ้อร์นีจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”
จูกุ้ยฮวาก็ไม่รู้เช่นกัน เดิมทีแล้วนางควรจะตามไปดูแล แต่เมื่อครู่กลับตกใจจนแข้งขาอ่อน “จะต้องไม่เป็นอะไร คนอื่นคลอดลูกกันไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”
เซิ่งอันหนิงรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนเลย จึงเตรียมที่จะกลับห้อง
จู่ ๆ จู้กุ้ยฮวาก็เอ่ยออกมา “เธอหยุดนะ!”
ในเมื่อโจวสือซวินไม่อยู่ นางก็มีโอกาสจัดการกับเซิ่งอันหนิงแล้ว นางกำลังหาบางสิ่งบางอย่างทำพอดีเพื่อที่ตนจะได้ไม่รู้สึกหวาดกลัวเกินไป
เซิ่งอันหนิงหยุดฝีเท้า มองดูจูกุ้ยฮวาและไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
จูกุ้ยฮวามีสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาเรียวยาวของนางฉายแววมืดมนขณะมองไปที่เซิ่งอันหนิงและกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า “เธอก็ระวังปากของเธอเอาไว้ด้วยแล้วกัน อย่าเอาไปพูดจามั่วซั่ว และตอนที่เจ้ารองรีบออกไปก็ไม่น่าจะพกเงินออกไปด้วย เธอเอาเงินมาให้ฉัน ฉันจะได้ให้เจ้าสามเอาไปส่งที่โรงพยาบาล”
เซิ่งอันหนิงรู้สึกว่าเรื่องนี้ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้ว ลูกสาวจะเป็นจะตายอย่างไรนางก็ยังไม่เต็มใจที่จะใช้เงินของตัวเองอีก ทำไมถึงไร้ยางอายได้ขนาดนี้?
เซิ่งอันหนิงปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิด “ไม่ให้”
ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเงินนะ แต่เธอไม่ให้!
จูกุ้ยฮวาโมโหขึ้นมาทันที “เธอหมายความว่าอะไร? เงินของเจ้ารองก็คือเงินของตระกูลโจว เธอไปเอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เอามาให้ได้เจอดีแน่”
ในสายตาของจูกุ้ยฮวา แม่สามีนั้นเปรียบได้กับสวรรค์ ลูกสะใภ้จะต้องเชื่อฟังคำพูดของแม่สามี และเชื่อฟังสามี
คิดว่าคนอย่างเซิ่งอันหนิงตบตีไม่เป็นหรือ?
เซิ่งอันหนิงยิ้มเย็นชา “คุณจะทำอะไรกับฉันหรือคะ?”
จูกุ้ยฮวาถลกแขนเสื้อและพุ่งเข้าไปหาเซิ่งอันหนิง แต่ฝ่ามือของนางยังไม่ทันจะยกขึ้นมา นางก็ถูกเซิ่งอันหนิงถีบผางเข้าที่ท้อง…
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ฉากทำแท้งสยองมากค่ะ สยองจนไว้อาลัยให้ตัวเอง ทำไมวันนี้ได้แปลแต่ตอนที่มันสยอง ๆ ล่ะเนี่ย
เอาสิ ในเมื่อกล้าลองดีกับอันหนิง เดี๋ยวก็รู้ว่าคนจริงมันเป็นยังไง
ไหหม่า(海馬)