บทที่ 11 เก้าเข็มคืนชีพ ฝืนลิขิตฟ้าพลิกชะตาชีวิต
"หมอหนุ่มสวี่... น... นี่มันเกิดเื่อันใดขึ้นเ้าคะ?"
"ข้า..." หมอหนุ่มสวี่จ้องมองฮูหยินสวีที่ลมหายใจรวยรินด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก เขาพึมพำเสียงสั่น "ข้าไม่ผิดนะ... ข้า... ข้าก็ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเป็เช่นนี้!"
"เช่นนั้นท่านก็รีบหาวิธีช่วยนางสิเ้าคะ เร็วเข้า!" แม่นมเร่งเร้าเสียงหลง
ทว่าหมอหนุ่มสวี่กลับถอยหลังกรูดไปหลายก้าว ได้แต่ส่ายหน้าไปมา สีหน้าท่าทางราวกับคนเสียสติที่ิญญาหลุดออกจากร่างไปแล้วก็มิปาน
ทันใดนั้น ฮูหยินสวีที่พยายามประคองสติอยู่บนพื้นก็ไม่อาจทานทนไหว คอพับสิ้นสติไปในทันที
ผู้คนที่มุงดูอยู่โดยรอบเห็นดังนั้น ต่างพากันใจนถอยกรูด บางคนขวัญอ่อนถึงกับกรีดร้องออกมา
แม่นมทรุดฮวบลงกับพื้น ร่ำไห้ปานจะขาดใจ "ฮูหยิน! ฮูหยินเ้าขา!"
"โธ่เอ๋ย... ฮูหยินสวีเมื่อครู่ยังดี ๆ อยู่มิใช่หรือ? เหตุใดจึงเป็เช่นนี้ได้?"
"นั่นน่ะสิ ข้าได้ยินมาว่าหวังซิ่วไฉ สามีของนางเพิ่งประสบเหตุร้ายจนป่านนี้ยังไม่รู้เป็ตายร้ายดี เด็กในท้องคนนี้ถือเป็เืเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของสกุลหวังเชียวนะ"
"อย่าว่าแต่เด็กเลย ดูสภาพฮูหยินสวีตอนนี้ เกรงว่าแม้แต่ชีวิตของนางเองก็คงจะรักษาไว้มิได้แล้วกระมัง"
"ช่างน่าเวทนานัก!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงทำอันใดไม่ถูก หรานหร่านก็สะบัดมือหลุดจากการเกาะกุมของเซียวจิ้งเสวียน มือเล็ก ๆ ล้วงเข้าไปใน 'ถุงเฉียนคุน' ของนาง ควานหาขลุกขลักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงขวดกระเบื้องใบเล็กออกมา
"เจอแล้ว!"
ดวงตาของเ้าก้อนแป้งน้อยเป็ประกายวาววับ อาศัยจังหวะที่เซียวจิ้งเสวียนเผลอ ร่างเล็ก ๆ พุ่งตัวเข้าไปข้างกายฮูหยินสวี แล้วยัดยาเม็ดหนึ่งเข้าปากนางอย่างรวดเร็ว
"เ้าเอาอะไรให้ฮูหยินของข้ากิน!"
สาวใช้ตัวน้อยที่อยู่ด้านข้างเห็นการกระทำนั้นเข้าก็กรีดร้องเสียงแหลม ยื่นมือจะผลักหรานหร่านให้ออกห่าง
หรานหร่านเงยหน้ามองนาง แววตาดำขลับฉายแววไม่พอใจวูบหนึ่ง ทันใดนั้นเท้าเล็ก ๆ ก็ตวัดเตะเข้าที่หน้าแข้งของสาวใช้อย่างจัง
ตุบ!
สาวใช้ผู้นั้นเสียหลักล้มลงคุกเข่า ใบหน้าซีดเผือดด้วยความเ็ป
ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึงพรึงเพริดกับการกระทำอันรวดเร็วและดุดันของเ้าก้อนแป้งน้อย
"หรานหร่าน!"
เซียวจิ้งเสวียนได้สติ หัวใจกระตุกวูบ รีบก้าวเข้าไปหา ใบหน้าเคร่งขรึมดุดัน เอ่ยตำหนิเสียงเข้ม "เ้ากำลังทำอะไร!"
หรานหร่านเห็นท่านพ่อโกรธจริงจัง ก็เบะปากน้อย ๆ ชี้ไปที่ฮูหยินสวีบนพื้น ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววบริสุทธิ์ไร้เดียงสา "ข้ากำลังช่วยนางอยู่นะเ้าคะ!"
"ฮูหยิน! ฮูหยิน!"
สิ้นเสียงหรานหร่าน แม่นมที่กุมมือฮูหยินสวีอยู่ก็ร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อััได้ว่ามือของเ้านายขยับไหว
ฮูหยินสวีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองแม่นมข้างกายด้วยสายตาอ่อนระโหย ขยับปากเอ่ยถามแ่เบา "แม่นม... ลูกข้า..."
"ฮูหยินวางใจเถิดเ้าค่ะ คุณหนูน้อยยังอยู่ คุณหนูน้อยยังอยู่เ้าค่ะ!"
แม่นมบีบมือฮูหยินสวีแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสารจับใจ
ฮูหยินสวีได้ยินดังนั้นก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางจับมือแม่นมไว้แน่นพลางกล่าว "ข้าค่อยยังชั่วแล้ว แม่นม... รีบพาข้ากลับจวนเถิด"
"มิได้!"
ครานี้ เ้าก้อนแป้งน้อยเอ่ยทักท้วงขึ้นอีกครั้ง
ฮูหยินสวีหันไปมองเ้าก้อนแป้งน้อยด้วยความงุนงง
หรานหร่านเอ่ยเสียงใสแจ๋ว ใบหน้าอวบอ้วนฉายแววเคร่งขรึมจริงจัง "ท่านน้าเสียเืมากเกินไป ที่ฟื้นขึ้นมาได้เพราะยาช่วยระงับอาการชั่วคราวเท่านั้น หากขยับเขยื้อนตอนนี้ ครรภ์แฝดในท้องของท่านจะรักษาไว้มิได้นะเ้าคะ!"
"หรานหร่าน อย่าพูดเหลวไหล!"
เซียวจิ้งเสวียนเอ่ยปรามอีกครั้ง ทว่าน้ำเสียงในครานี้กลับอ่อนลงกว่าเมื่อครู่
หรานหร่านหันขวับมามอง จ้องเซียวจิ้งเสวียนตาแป๋ว "ท่านพ่อ ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่เ้าคะ?"
เซียวจิ้งเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อสบตากับดวงตาดำขลับสุกสกาวคู่นั้น ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาถึงรู้สึกว่าคำพูดของนางเชื่อถือได้ จึงเผลอพยักหน้าลงน้อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
หรานหร่านเห็นดังนั้นก็ฉีกยิ้มกว้างทันที
รอยยิ้มสดใสราวกับแสงแดดอุ่นในเดือนสาม หวานหยดย้อยและอบอุ่นหัวใจ
"ข้ารักษาได้เ้าค่ะ!"
เ้าก้อนแป้งน้อยเชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยความมั่นใจเปี่ยมล้น
ทุกคนต่างจ้องมองเ้าก้อนแป้งตัวขาวผ่องตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน
"เ้าเด็กเหลือขอมาจากที่ใดกัน! คิดว่าการรักษาคนเจ็บไข้คือการละเล่นขายของหรืออย่างไร? ไปให้พ้น ๆ หน้าข้าเดี๋ยวนี้!"
หมอหนุ่มสวี่ตั้งสติได้ ก็ชี้หน้าตวาดไล่หรานหร่านเสียงดังลั่น!
หรานหร่านเบะปาก ร่างเล็กยืดตัวตรงแหน็ว เอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน "แม้แต่จุดต้องห้ามสตรีมีครรภ์ท่านยังไม่รู้ วิชาแพทย์ที่ร่ำเรียนมาคงสูญเปล่าแล้วกระมัง!"
จุดต้องห้ามสำหรับสตรีมีครรภ์?
หมอหนุ่มสวี่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง หน้าซีดเผือดลงทันตา
จุดต้องห้ามที่ว่า คือจุดเหอกู่ จุดซานอินเจียว จุดเชวี่ยเผิน และจุดคุนหลุน ซึ่งเป็จุดชีพจรที่ห้ามฝังเข็มในสตรีมีครรภ์โดยเด็ดขาด
หากฝังเข็มลงไป... จะทำให้แท้งบุตรในทันที!
"เ้าหลานบัดซบ!"
ทันใดนั้น ชายชราผมขาวผู้หนึ่งก็เดินกึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน ง้างมือตบหน้าหมอหนุ่มสวี่ฉาดใหญ่
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่น พร้อมคำด่าทอที่เต็มไปด้วยความผิดหวังระคนโกรธแค้น "ข้าเคยพร่ำสอนเ้าไม่รู้กี่ครั้งกี่หน เป็หมอต้องละเอียดรอบคอบ! ทุกเข็มที่ฝัง ทุกโอสถที่ใช้ ล้วนเดิมพันด้วยสุขภาพและชีวิตของผู้ป่วย!"
"เ้าหลานเนรคุณ! เ้าเห็นคำสอนของข้าเป็เพียงลมผ่านหูหรืออย่างไร?"
"อวดดีจองหอง รังแต่จะก่อหายนะ!"
"ท่านปู่..." หมอหนุ่มสวี่กุมแก้มที่บวมแดง แม้จะถูกตบตีสั่งสอน แต่เขากลับมิกล้าโต้เถียง กลับยิ่งกังวลถึงอาการของคนเจ็บ "ท่านปู่ ท่านรีบดูอาการฮูหยินสวีเถิดขอรับ!"
ได้ยินเช่นนั้น ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ถึงค่อยคลายโทสะลงบ้าง
เขาไม่รีรอ รีบย่อตัวลงตรวจชีพจรฮูหยินสวีทันที
ในขณะเดียวกัน เ้าก้อนแป้งน้อยก็เริ่มค้นหาเข็มทองที่อาจารย์รองของนางถ่ายทอดให้ ออกมาจากถุงเฉียนคุน
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เพิ่งจะปล่อยมือจากข้อมือฮูหยินสวี กำลังจะเอ่ยปากว่าหมดหนทางเยียวยา ทันใดนั้น หางตาก็เหลือบไปเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยข้างกาย กลั้นหายใจรวบรวมสมาธิ ลงมือรวดเร็วปานสายฟ้า ปักเข็มทองเก้าเล่มลงบนจุดชีพจรทั้งเก้าจุดบนร่างของฮูหยินสวีอย่างแม่นยำ
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"นะ... นี่มันวิชาเข็มอันใดกัน?"
เ้าก้อนแป้งน้อยหันมาฉีกยิ้มกว้างให้ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ ตอบด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "เก้าเข็มคืนชีพเ้าค่ะ!"
"ก... เก้าเข็มคืนชีพ? นะ... นี่มิใช่วิชาเข็มลับเฉพาะของไต้ซือเหลียวคงหรอกรึ?"
"ถูกต้องแล้วเ้าค่ะ"
เ้าก้อนแป้งน้อยพยักหน้าหงึกหงัก
"ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่... จะ... เ้าเด็กคนนี้..."
แม่นมที่อยู่ข้าง ๆ ได้สติ มองการกระทำของเ้าก้อนแป้งน้อยด้วยความหวาดหวั่นจนพูดจาติดขัด
ใจหนึ่งอยากจะห้ามปราม แต่ก็เกรงว่าหากผลีผลามไปอาจทำให้ฮูหยินเป็อันตราย จึงได้แต่หันไปขอความเห็นจากท่านหมอผู้เฒ่าสวี่
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ถอนหายใจยาว กล่าวว่า "พูดตามตรง ฮูหยินของพวกเ้าเสียเืมาก ร่างกายอ่อนแอถึงขีดสุด แม้แต่ข้าผู้เฒ่าก็ไม่อาจรับรองว่าจะยื้อชีวิตนางไว้ได้ แต่ทว่า... วิชาเก้าเข็มคืนชีพที่แม่หนูน้อยผู้นี้ใช้ออกมา อาจจะสามารถฝืนลิขิตฟ้า พลิกชะตาชีวิตให้นางได้จริง ๆ"
เมื่อทุกคนได้ยินคำยืนยันจากปากท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ ต่างก็จ้องมองเ้าก้อนแป้งน้อยที่กำลังตั้งอกตั้งใจฝังเข็มด้วยสายตาเหลือเชื่อ
เซียวจิ้งเสวียนเองก็พลอยโล่งใจไปด้วย
ทว่าสายตาที่เขามองไปยังเ้าก้อนแป้งน้อยนั้น ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนไปทีละน้อย…