บทที่ 2
ระบบจอมวายร้ายแฝงตน
[ติ๊ง เลือกสำเร็จ…]
[ระบบจอมวายร้ายแฝงตน กำลังโหลด…]
[1%]
....
[100%]
[โหลดสำเร็จ]
“ระบบ แสดงข้อมูลสถานะของข้า!”
[ระบบได้โหลดข้อมูลสำเร็จ]
ฉู่ซิวจึงสั่งระบบ “แสดงแผงสถานะส่วนตัวของข้า!”
[เ้าของระบบ] : ฉู่ซิว
[ขอบเขตพลัง] : ไม่มี [สภาพถูกทำลาย]
[ ลักษณะพิเศษ ] : ไม่มี
[ พร์ ] : 17 「ระดับธรรมดา」
[เคล็ดวิชาที่ฝึกฝน] : เนื่องจากิญญาของเ้าของระบบแข็งแกร่งเกินไป จึงยึดร่างโดยใช้กำลัง เคล็ดวิชาจึงถูกลบออกไปหมดสิ้นแล้ว
[ค่าโชคชะตา] : -18 [ดำ]
[คะแนนสะสม] : 0
[การประเมินพลังการต่อสู้โดยรวม] : เ้าเก่งกว่าไก่เพียงนิดเดียว
ฉู่ซิวตาเบิกกว้างก่อนที่จะปิดตานึกทบทวนความทรงจำของ “นี่คือสภาพเ้าของร่างเดิมอย่างฉู่ซิวงั้นรึ?”
สิบวันก่อน ฉู่ซิวเ้าของร่างเดิมกับศิษย์ผู้หนึ่งจากยอดเขาเทียนเจี้ยน เพราะเนื่องจากเกิดเื่หึงหวงสตรีคนหนึ่ง จึงชิงดีชิงเด่นบนสังเวียนแห่งชีวิตและความตาย ถูกอีกฝ่ายพิชิตด้วยเคล็ดวิชาเดียว ถูกดูิ่อย่างสุดซึ้ง และถูกทุบจนกงล้อสมุทรแตกกระจาย ทำให้ถูกทำลายการบำเพ็ญทั้งหมดไป
“อืม… ช่างน่าเวทนายิ่งนัก”
ฉู่ซิวส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “ข้าขอให้เ้าสบายใจเถิด ในฐานะเ้าของร่างคนใหม่ ศัตรูของเ้าก็คือศัตรูของข้าเช่นกัน” ว่าแล้วเขาก็นั่งขัดสมาธิและเริ่มหมุนเวียนพลังจากภายใน
ครึ่งชั่วยามผ่านไป เขาลืมตาขึ้น คิ้วคมเข้มคลายออก
“ปรากฏว่าข้ามีพร์ต่ำจริง ๆ สินะ”
“อาการาเ็ก็สาหัส ตอนนี้ข้าต้องพักฟื้นซะแล้ว แต่… ฮ่ะ~”
แกร๊ก~
เขาบิดคอให้ดังกรอบแกรบแล้วลุกขึ้นยืน ผลักประตูถ้ำออก เดินเตร่ไปมาบนยอดเขาอวิ๋นเซี่ยอย่างสงบนิ่ง
“พวกเ้าได้ยินหรือเปล่าว่าบรรดาผู้สูงส่งทั้งหลายที่ไล่ตามเ้าปีศาจฉู่นั่น กลับมาที่สำนักเมื่อสามวันก่อน?”
“อา แล้วเ้าปีศาจฉู่ถูกฆ่าหรือไม่?”
“ฮ่าฮ่า ปีศาจฉู่นั่นอยู่ยงคงกระพันในบรรดาคนรุ่นเดียวกันจริง ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาอยู่ในขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ และถูกรายล้อมไปด้วยยอดฝีมือผู้ทรงพลังหลายสิบคน ไม่ว่ามารร้ายนั่นจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็จะยังคงถูกเกลียดชังอยู่ดีนั่นแหละ”
“ฆ่าได้ก็ดีแล้ว มารร้ายตนนี้ พวกเราผู้ประพฤติชอบควรจะกำจัดให้สิ้นซาก”
ได้ยินเสียงถกเถียงกันอย่างคึกคักของพวกศิษย์รอบข้าง ริมฝีปากของฉู่ซิวคลี่ยิ้มเล็กน้อย
‘พวกเ้าคงจินตนาการไม่ออกแม้แต่ในฝัน ว่าข้าไม่เพียงไม่ตาย แต่ยังมายืนร่วมวงกับพวกเ้าด้วย’
สู้ไม่ได้? เฮอะ ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาร่วมซะ ถือว่าข้ามาหาอะไรเล่น ๆ ฆ่าเวลา
“ศิษย์พี่ใหญ่...”
“ศิษย์พี่ใหญ่ าแของท่านหายดีแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นฉู่ซิว คนที่ก่อนหน้านี้กำลังพูดถึงปีศาจฉู่ซิวนั่น มีสีหน้าที่ไม่ค่อยเป็ธรรมชาติสักเท่าไหร่ เพราะชื่อของศิษย์พี่คนนี้ ไม่อาจกล่าวได้ว่าคล้ายกับปีศาจฉู่ซิว แต่ต้องพูดว่าเหมือนกันทุกประการเลยต่างหาก!
ฉู่ซิวพยักหน้าเล็กน้อยไม่พูดมากไปกว่านั้น เดินตรงไปยังตำหนักเ้าขุนเขา เขาปรารถนาจะเข้าพบเฉียวเิเตี๋ย ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินทางมาถึงหน้าตำหนักฝึกตน ก่อนร่างสูงจะคำนับเล็กน้อยพร้อมกล่าวอย่างเคารพว่า
“ท่านอาจารย์ ศิษย์มีเื่สำคัญอยากเข้าพบขอรับ”
ทันใดนั้นเองที่เสียงที่เย็นะเืแต่น่าฟัง ดังมาจากภายในตำหนักของเ้าขุนเขา
“เข้ามาเถิด!”
แสงสีน้ำเงินจากค่ายกลที่ปกคลุมด้านหน้าก็จางหายไป ปรากฏตำหนักโบราณงดงามสมกับเป็ที่พำนักของเ้าขุนเขา ยิ่งใหญ่และละเมียดละไมยิ่งนัก ฉู่ซิวก้าวเดินเข้าไปตามบันไดขั้นระดับขึ้นสู่ตำหนักเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
ภายในตำหนักใหญ่ บนบัลลังก์ดอกบัว เฉียวเิเตี๋ยนั่งเท้าคาง บนกายสวมชุดผ้าไหมสีขาว คลุมร่างด้วยขนนกสีสันสดใส ร่างนางเพรียวสูงสง่างาม เท้าเปลือยเปล่า ผิวพรรณขาวผ่องราวกับนางฟ้าตกจาก์
กระบี่ิญญาสีม่วงบางราวปีกแมลงปอลอยอยู่เื้ันาง คมกระบี่ปลดปล่อยพลังอันหนาวเย็นออกมา เพียงสบตาก็ราวกับว่าจิติญญาถูกดึงดูดเข้าไป
ดวงตาเ็าของนางหรี่มองชายหนุ่มตรงหน้า เขาสวมชุดคลุมสีดำเดินเข้ามา
ริมฝีปากสีแดงอ่อนค่อย ๆ ขยับ ทำให้เสียงกังวานงดงามราวกับดอกไม้บาน และกลิ่นหอมสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตำหนัก จนหัวใจของผู้มาเยือนเป็ต้องสั่นไหว
“ฉู่ซิว เมื่อสิบวันก่อน เ้าได้รับาเ็จากการต่อสู้กับผู้อื่น! บัดนี้มาพบข้า เ้าปรารถนาให้ข้าช่วยฟื้นฟูเส้นทางการบำเพ็ญของเ้าหรือ?”
ฉู่ซิวประสานมือไว้ด้านหน้า สีหน้าจริงจัง “รบกวนท่านอาจารย์ด้วยเถิด”
เฉียวเิเตี๋ยขมวดคิ้วบางผ่านผ้าม่านเบาบาง “เ้ามีฝีมือต่ำต้อย แต่กลับชอบการต่อสู้ที่ดุเดือด การถูกทำร้ายจนสูญเสียการบำเพ็ญก็นับว่าสมควรแล้วมิใช่รึ?”
“ข้าช่วยเ้าไม่ได้ เ้าจงกลับไปเถิด”
“ท่านอาจารย์ ข้ามีฝีมือต่ำต้อย แต่ท่านยังไม่เข้าใจสาเหตุอีกหรือ? หากข้าไร้ทรัพยากรเพื่อการฝึกฝน ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร? ท่านได้มอบทรัพยากรเพื่อการฝึกฝนให้แก่ศิษย์น้องหญิงสามคน ศิษย์น้องชายอีกสองคน… แต่ข้ามิได้อะไร แล้วข้าจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร?” ฉู่ซิวก้าวเข้ามาอีกก้าว เสียงดังกังวานแน่วแน่
ฉู่ซิวหัวเราะหยัน พลังอำนาจของผู้เป็อาจารย์แผ่ซ่านออกมา จนเส้นผมของนางกระจายพลิ้วไหวแม้ไร้ซึ่งลม
“หน้าด้านยิ่งนัก! เ้ามีพร์ที่ต่ำต้อยและไม่ได้ฝึกฝนอย่างหนัก แต่กลับมากล่าวโทษท่านอาจารย์เช่นข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่รู้จักสำนึกเอาเสียเลย!!” นางกล่าว
“เฮ่อ ๆ” ฉู่ซิวหัวเราะคิกคัก “ข้ารู้แล้ว เหตุใดท่านอาจารย์จึงไม่ให้ทรัพยากรเพื่อการฝึกฝนแก่ข้า ใช่เพราะข้ามีแซ่เดียวกับเ้าปีศาจที่ชื่อฉู่ซิวท่านมาโกรธแค้นข้าเพราะเหตุนี้ มันไม่น่าขันหรอกหรือ?”
เมื่อฉู่ซิวพูดจบ ดวงตาเ็าของเฉียวเิเตี๋ยก็เริ่มสั่นไหว
เสียงของนางนุ่มนวลลงทันตา “ข้าไม่เคยโกรธแค้นใครทั้งนั้น”
“เ้าจงกลับไปก่อน รอให้ข้าหาสมบัติแห่ง์และโลกที่จะรักษาาแของเ้าได้ ข้าจะช่วยให้เ้าฟื้นฟูต่อไป…”
“ไม่ไม่ไม่” ฉู่ซิวพูดพลางยิ้ม “ท่านอาจารย์สามารถช่วยข้าได้ั้แ่เดี๋ยวนี้เลย”
“เ้าพูดว่าอย่างไรนะ?” ใบหน้างดงามของเฉียวเิเตี๋ยแสดงสีหน้าสงสัย
ฉู่ซิวยิ้มเ้าเล่ห์ประสานมือขึ้น “ตามที่ได้ยินมา ท่านอาจารย์มีกายานวล์ หากข้าได้เชยชมท่านอาจารย์สักครั้งล่ะก็ ข้าจะไม่เพียงแต่รักษาาแได้ แต่ยังเพิ่มพร์ในการฝึกฝนได้อีกด้วย เช่นนั้นรบกวนท่านอาจารย์ด้วยเถิด… ให้ข้าได้รับน้ำอมฤตจากท่านนะขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้างดงามของเฉียวเิเตี๋ยก็เ็าราวน้ำแข็ง สงสัยว่าตนเองได้ยินผิดหรือไม่ “เ้าพูดว่าอย่างไรนะ?”
“ข้ากำลังขอให้ท่านอาจารย์อนุญาติให้ข้าได้เชยชมท่านไงล่ะ!”
“ศิษย์ชั่ว จงรับโทษตายเสียเถิด!”
เฉียวเิเตี๋ยหัวเราะเย็นะเื ดาบิญญาลอยอยู่เื้ั ส่งเสียงอู้อี้ จิตสังหารครอบคลุมทั่วบริเวณนั้น ราวกับในครู่ต่อไปจะกระชากฉู่ซิวให้กลายเป็เพียงฝุ่นผงหายไปในอากาศ
ฉู่ซิวมิได้หวั่นใจแม้แต่น้อย เขาประสานมือจนมีบางอย่างปรากฏ
คลื่นปราณไร้รูปลอยคืบคลานออกไป
เฉียวเิเตี๋ยหยุดชะงัก ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้างดงามของนาง
นางพบว่า พลังแห่งขอบเขตมหาศักดิ์สิทธิ์ของตนถูกวิชาลึกลับครอบงำจนปราศจากพละกำลังต้านทาน
ในเวลานี้ นางมิใช่ผู้ยิ่งใหญ่ขอบเขตมหาศักดิ์สิทธิ์ หากแม้แต่คนธรรมดาสามัญก็ยังไม่เสมอเสียด้วยซ้ำ เฉียวเิเตี๋ยรู้สึกโกรธและประหลาดใจยิ่งนัก
“ศิษย์ชั่ว เ้าทำสิ่งใดกับข้า!”
ฉู่ซิวก้าวเดินเข้ามาทีละก้าว ผมสยายรับลมที่พัดผ่าน ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างนุ่มนวล
การที่เขาสามารถปิดกั้นพลังอำนาจของอีกฝ่ายได้ จะเป็เพียงเื่บังเอิญแน่หรือ? ไม่ใช่เลย! นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นต่างหาก
เมื่อเหล่าบรรดาผู้สูงส่งกว่าสามสิบคนไล่ล่าตัวเขา เขาก็มิได้นิ่งนอนใจ และแน่นอนว่านี่ก็คือหนึ่งในแผนการของเขา
[สิ่งของ]: ตราแม่ลูกแห่งหลัวอินเทียนคูจื่อ
[ประเภท]: สิ่งของประเภทปิดกั้นพลัง
[คุณภาพ]: คุณภาพเทวะ
[ประสิทธิภาพ]: กำหนดผู้บำเพ็ญหญิงคนหนึ่งเป็เป้าหมาย ใช้ตราแม่ลูกแห่งหลัวอินเทียนคูจื่อ ซึ่งสามารถประทับตราลูกไว้ภายในร่างของนางโดยไร้เสียงไร้ร่องรอย ตราแม่สามารถควบคุมได้ตลอดเวลา สามารถปิดกั้นพลังการบำเพ็ญทั้งหมดของเป้าหมายได้ทุกเมื่อ
[จำนวนการใช้งาน]: 2/1 (สามารถใช้ซ้ำได้)
สิ่งนี้เป็วัตถุผนึกที่เขาได้รับมาจากระบบ เพียงแค่ผู้ประทับตรานึกคิด ก็สามารถปิดกั้นพลังการบำเพ็ญของผู้ถูกประทับตราลูกได้ทันที อำนาจมหาศาลเกินกว่าจะเอ่ยได้!
สำหรับผู้บำเพ็ญหญิงที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตจักรพรรดิ ยามถูกประทับตรานี้ คนผู้นั้นจะไม่มีทางหลุดพ้นได้เลย ต้องจำนนต่อผู้ประทับตราตลอดกาล...
ในอดีตนั้น ณ ผาสูญสิ้น เมื่อเฉียวเิเตี๋ยถามเขาว่า ‘รู้สึกเสียใจหรือไม่?’ เขาก็ได้ประทับตรานี้ลงบนนางเงียบ ๆ และนี่คือเวลาที่จะเก็บเกี่ยวผลในตอนนั้นแล้ว
----------------------
หมายเหตุ: (การแบ่งขอบเขตบำเพ็ญ) ขอบเขตสร้างรากฐาน ขอบเขตกงล้อสมุทร ขอบเขตเสินเฉียว ขอบเขตปี่อั้น ขอบเขตเต๋ากง ขอบเขตเสินทง ขอบเขตศักสิทธิ์ ขอบเขตมหาศักดิสิทธิ์ ขอบเขตราชันศักดิ์สิทธิ์ ขอบเขตกึ่งจักรพรรดิ ขอบเขตจักรพรรดิ (ต่ำกว่าขอบเขตกึ่งจักรพรรดิ แต่ละขอบเขตมี 9 ระดับ ต้น ได้แก่ระดับ 1-3 กลาง ระดับ 4-6 และปลาย ระดับ 7-9)
(พลัง ของวิเศษ สมบัติแห่ง์และโลก) คุณภาพทั่วไป คุณภาพลึกลับ คุณภาพปฐี คุณภาพ์ คุณภาพเซียน คุณภาพเทวะ
(โอสถศักดิ์สิทธิ์) มีระดับ 1-9
(เจตจำนงแห่งกระบี่ เจตจำนงแห่งดาบ เจตจำนงแห่งหมัด เจตจำนงแห่งหอก เจตจำนงแห่งขวาน...) ััเจต ทะลวงเขต ผสานรวม เข้าถึงเต๋า กึ่งจักรพรรดิ และจักรพรรดิ