ฉันไม่ได้ (ไม่) รักคุณ...

    เกมส์ที่ 2

    ครืดดดด...เสียงของโทรศัพท์ที่สั่นเครือในกระเป๋ากางเกงที่กองอยู่บนพื้นทำให้ร่างที่หลับสนิทอยู่บนที่นอนค่อยๆ พลิกตัวเพื่อหลีกหนีจากเสียงรบกวนก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อความเจ็บแล่นไปทั่วร่าง นิภาค่อยๆ ปรีดตาขึ้นมาพร้อมๆ กับประครองตัวเองลุกขึ้นนั่ง
    หัวใจของเธอชาวับเมื่อเห็นสภาพร่างที่เปลือกเปล่าของตัวเองที่ตอนนี้อยู่ไหนก็ไม่รู้ในห้องที่ตกแต่งอย่างหรู ร่างของเธอสั่นเครือไปด้วยความกลัว หากแต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังก็ยังคงดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเรียกสติของเธอให้กลับมา
    นิภาลงมาจากเตียงเธอแทบฟรุตลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดที่ได้รับ เธอย่อตัวลงไปกับพื้น เธอเอื้อนมือออกไปค้นหาโทรศัพท์ที่สั่นเครืออยู่ในกองเสื้อผ้าของตัวเอง หยดน้ำใส่ค่อยๆ ตกลงมากระทบกับหลังมือของเธอเบาๆ ก่อนที่เธอจะเจอและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
    "แม่..." นิภาพึมพำเบาๆ ด้วยหัวใจของเธอสั่นไหว ก่อนที่หยดน้ำใส่จะไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนภาพตรงหน้าเริ่มมั่ว เธอใช้แขนปาดหยดน้ำออกจากตาก่อนจะกดรับ
    (นิภา ฮือๆ ทำยังไงดี เราจะทำยังไงกันดี ฮือๆ...) ทันทีที่เธอกดรับสาย แม่ของเธอร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เสียงนั้นทำให้เธอหัวใจของเธอชาวับ ใบหน้านั้นซีกเผือกด้วยความหวาดกลัว จากที่เธอเองอยากจะร้องไห้ต้อง เธอต้องหยุดตัวเองเอาไว้ เธอค่อยๆ กลืนความรู้สึกที่ขมขื่นของตัวเองลงไปอย่างยากลำบากพร้อมกับกดเสียงที่สั่นเครือของตัวเองเอาไว้
    "เกิดอะไรขึ้นคะ แม่ร้องไห้ทำไม " เสียงของนิภาสั่นแม้เธอจะพยายามขมมันเอาไว้แล้วก็ตาม แต่เหมืนคนที่อยู่ปลายสายจะไม่สังเกตุ เธอเธอก็อยู่ในสถานการณ์ที่หวาดกลัวเหมือนกัน
    (แม่...แม่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีแล้ว ฮือๆ...) แม่ของนิภาเอาแต่ร้องไห้พูดอะไรไม่ออกสักคำ เธอสะอึกสะอื้นด้วยความหวาดกลัว
    “แม่ใจเย็นๆ นะคะ…ไม่เอานะไม่ร้องนะคะ…” นิภาปลอบแม่ของตัวเองไปเบาๆ อย่างอ่อนโยน เธอเองก็ไม่ได้ต่างกัน แต่ต้องทำตัวให้ข้มแข็ง ทั้งที่ตัวเองก็แทบตาย
    “พ่อเค้าล้มในห้องน้ำตอนนี้อยู่ในห้องฉุดเฉิด หมอบอกว่าพ่อเป็นเนื้องอก ฮือๆ อย่างต่ำๆ ต้องใช้เงินเป็นแสน แต่เงินเก็บเราแทบไม่เหลือแล้ว ฮือๆ เราจะทำยังไงดีนิภา...แล้วถ้าพ่อเค้าไม่ฟื้นขึ้นมาแหล่ะ…) นิภาเงียบด้วยความตกใจ เธอรู้สึกชาไปทั้งร่าง ร่างของเธอแทบจะไร้เรี่ยวแรง
    'เงินตั้งขนาดนั้นจะไปหาที่ไหน 'เธอต้องขมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้เพราะเสียงสะอื้นของผู้เป็นแม่ที่ดังขึ้นมาเป็นระลอก ถ้าเธอร้องไห้แม่ของเธอก็จะยิ่งกังวลและหวาดกลัว
    "ไม่เป็นไรนะคะแม่ แม่ใจเย็นๆ นะ พ่อต้องไม่เป็นไร...” เธอเงียบก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
    “เดียวหนูจะขอยืนจากหัวหน้าเองนะ…" นิภาต้องขมอารมณ์ของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะไม่งั้นแม่ของเธอจะยิ่งแย่ แต่มันก็ยากลำบากเหลือเกินสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เธอเองก็อยากกรีดร้องเหมือนกันแต่ต้องคอยปลอบใจตัวเองเอาไว้ว่าไม่เป็นไร มันจะต้องไม่เป็นไร
    "เค้าจะให้เรายืนหรอก ตอนนี้เราไม่มีอะไรเลยนะ เราขายบ้านกันมั้ย…ฮือๆ " แม่ของนิภาถามขึ้น ก่อนที่เธอจะรู้สึกชาวับไปทั้งร่าง เธอต้องโกหกไปอีกครั้งด้วยเสียงที่สดใส
    "พวกเค้าใจดี ถ้าขอร้องเค้าต้องให้เรายืนแน่น แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เดียวหนูจะจัดการเอง " เธอพูดพร้อมกับบีบโทรศัพท์ในมือแน่น เพื่มขมเสียงของตัวเองให้เป็นปกติ
    "ตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน?..." แม่ของเธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เธอทั้งกลัวและกังวลอย่างถึงที่สุด นิภาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่ก็โกหกออกไปเพื่อไม่ให้แม่ของเธอต้องคิดมาก เธอกดเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น
    "ตอนนี้หนูอยู่ที่ทำงานค่ะ แม่ไม่ต้องคิดมากนะ พ่อจะต้องไม่เป็นไรเดียวหนูจะรีบไปหานะ " นิภาพูดก่อนจะตัดสายแม่ของตัวเอง
    นิภากำโทรศัพท์ในมือแน่นพร้อมกับยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้าของตัวเองเอาไว้แล้วร้องไห้ออกมาอย่างทรมาน ร่างของเธอสั่นเครือไปด้วยความกลัว
    เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง รับปากไปเพราะไม่อยากให้แม่ของเธอต้องกังวลและร้องไห้ แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ‘เงินตั้งขนาดนั้นจะไปขอยืนใครได้…’
    'ทั้งที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นมาแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว นี่มันอะไรกัน ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับครอบครัวของเธอด้วย เธอทำอะไรผิดนักหนา ฮือๆ ' นิภาพึมพำกับตัวเองอย่างทรมานพร้อมกับหยดน้ำใส่ที่ตกลงไปบนพื้น เธอไม่มีแรงแม้จะยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้นด้วยซ้ำ
    ครืดดดด...เสียงของประตูบานเลื่อนเปิดขึ้นก่อนที่นิภาจะชะงักงัน เธอเงยหน้าขึ้นไปมองสบกับเงาของร่างหนา ใบหน้าซีดเผือกไปด้วยความผวากลัว ร่างกายของเธอสั่นเครือ
    อีกครั้งที่เธอต้องกลืนความรู้สึกขมขื่นของตัวเองเข้าไป เธอจ้องมองไปยังคนตรงหน้า อย่างเจ็บปวด ขอบตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้ หากแต่สายตานั้นกลับยังแข็งกร้าวและไม่ยอมแพ้
    "อะไร " ติณห์ตวักเธอไปเบาๆ เพราะแววตาที่แข็งกร้าวของเธอทำให้เขาหัวเสีย ติณห์เสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิดเมื่อจ้องมองมาที่เธอ
    ผิวสีแทนที่ดูดดุดันรับกับหยดน้ำที่ยังเกาะพราวบนแผ่นอกที่กำยำนั่นหลังจากอาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ จมูกโด่งเป็นสันบนใบหน้าเรียวเล็กที่คมเข้ม ดวงตาสีดำสนิทที่นิ่งเงียบเหมือนสีรัตติกาลยิ่งทวีความหวาดหวั่นให้กับเธอ
    นิภาจ้องมองไปยังคนตรงหน้าด้วยอารมณ์ต่างๆ ที่ถาถมเข้ามา เธอไม่มีเวลาแล้วและก็ไม่รู้ด้วยว่าจะต้องทำยังไงต่อไปดีถึงทุกอย่างมันมืดไปหมด เธอทั้งกลัวทั้งสับสน เธอจิบเล็กลงกับแขนของตัวเองเพื่อกดเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการคือ เงิน
    "ฉันต้องการ 100,000 บาท แลกกับทุกอย่างของฉัน " เธอพูดด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับมองไปยังสายตาดุดันนั่น เธอหวาดกลัวแต่ก็ไม่หลบตาเขา
    ติณห์แสยะยิ้มร้าย เขาจ้องมองมายังร่างของเธออย่างรังเกียจ 'นี่สินะตัวตนที่แท้จริงของเธอ... 'เขาพึมพำในใจ โดยที่ไม่ตอบอะไรกลับมา
    เขาก้าวเข้ามาหาเธอ ก่อนจะกดเธอให้นอนลงไปกับพื้นกระเบื้องเขาไม่แม้แต่จะพาเธอไปที่เตียง ร่างของเธอถูกลงไปกับพื้นที่เย็นยะเยือกนั่นทันทีหลังจากบทสนทนาจบ เขาคร่อมเธอเอาไว้ลมหายใจที่ร้อนผ่าวปะทะเข้ากับผิวกายของเธอ
    นิภาสั่นเครือด้วยความกลัว เธอพยายามขมความกลัวของตัวเองพร้อมกับเบื้อนหน้าหนีไปทางอื่น เพื่อหลบสายตาจากเขา
    ติณห์จับคางของเธอให้หันมาประเชิญหน้ากับเขา ดวงตาของเธอนั่นสั่นไหวไปด้วยหยดน้ำจากความหวาดกลัว ก่อนที่เขาจะกดริมฝีปากที่ร้อนผ่าวของตัวเองลงบนผิวกายของเธออย่างหืดกระหาย
    นิภาสะดุ้งโย่ง!! เธออยากขัดขืนแต่ก็ทำไม่ได้ มือเล็กๆ กำหมัดของตัวเองแน่นเพื่อกดความรู้สึกขยะแขยงที่ได้รับจากสัมผัสของริมฝีปากกับของมือหนาที่ลูบไล้ผ่านผิวกายของเธอ ตัวเธอสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
    ติณห์บดเบียดเข้าไปในกายของเธออีกครั้งอย่างไม่ปราณี จนเธอทนแทบไม่ไหว หัวใจของเธอชาและว่างเปล่า ลมหายใจของเธอติดขัดทันทีด้วยความกลัว และความเจ็บปวดที่ได้รับ
    ลมหายใจที่ร้อนผ่าวของเขายิ่งทวีความหวาดกลัวเข้ามาในใจใต้สำนึก เมื่อสัมผัสกับผิวกายของเธอ “ฮือๆ…กลัว…” เธอร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัวจนถึงที่สุด
    นิภายกแขนของตัวเองขึ้นมากัดเอาไว้เพื่อระบายความทรมานและความหวาดกลัวที่ได้รับ ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังร่างของเขาอย่างขยาด พร้อมกับหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้เขาทำระยำกับร่างกายที่แสนสำคัญของเธอ เพื่อแลกกับเงินของเขา
    เมื่อคืนติณห์ยังไม่เสร็จเลยสักครั้ง หลังจากที่เขาบดเบียดเข้าไปในกายของนันท์(นิภา) จู่ๆ เธอก็หมดสติไปเขาเลยพาเธอเข้าโรงแรมแทนเธอหลับไม่รู้เรื่องทั้งคืน เขารู้ว่ามันเป็นครั้งแรกของเธอ แต่ก็พยายามจะปฏิเสธว่าเธอแค่แสเสร้งเพราะคนอย่างเธอยอมทำทุกอย่างได้เพื่อแลกกับเงิน
    ขณะที่สติของเธอเริ่มเลือนลาง “นันท์ …” เสียงกระซิบเบาของเขาขณะเรียกชื่อของพี่อย่างอ่อนโยนข้างหูของเธอ เหมือนคมมีดนับล้านที่กรีดลึกลงในใจ เธอรู้สึกชาวับไปทั้งใจมันทรมานมากกว่าที่ถูกเขาย่ำยีอีก
    น้ำตาจากความผิดหวัง เสียงใจ น้อยใจ หวาดกลัวพ่ำพูนออกมาอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด พร้อมกัลคำถามต่างๆ ที่ถาถมเข้ามาในใจ
    “อยากนะ!…ฮือๆ ” เสียงของเธอสั่นจนควบคุมไม่ได้ เธอผลักเขาออกเบาๆ ก่อนที่ริมฝีปากหนานั้นจะก้มลงมาจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอ หัวใจของเธอแหลกสลาย
    หลังจากช่วงเวลาที่ทรมานผ่านพ้นไปเธอพลิกตัวอย่างยากลำบากก่อนจะค่อยๆ ประครองร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยคราบสีขาวขุ่นที่เขาปล่อยทิ้งเอาไว้บนตัวเธอ เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอด้วยซ้ำ
    'จบสักที...' นิภาปลอบตัวเองพร้อมกับหัวใจที่สั่นเครือ มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปร้องไห้คร่ำคราญเพราะมันเป็นข้อแลกเปลี่ยน เธอไม่เป็นไรและจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น
    เธอขมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ให้สึกที่สุด เพื่อจะไม่แสดงให้เค้าเห็นว่าเธอนั้นแท้จริงแล้วอ่อนแอและเปราะบางแค่ไหน
    ติณห์เซ็นเช็ดก่อนจะโยนมันลงบนพื้นตรงหน้าของเธอ นิภากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก มือของเธอสั่นเครือไปด้วยความรู้สึกต่างๆ ที่ถาถมเข้ามาจนยากที่จะซ่อนมันเอาไว้ ใบหน้านั้นชาและแดงก่ำ
    สายตาของเขาจับจ้องมาที่เธออย่างเหยียบเขาไม่ได้มองดูที่ตัวเธอเลย เขามองเฉพาะสิ่งที่เขาอยากจะเห็น ยิ่งเธอเจ็บปวดมากเท่าไรก็ยิ่งดูเหมือนการสำออยในสายตาของเขา
    นิภาก้มหน้าลงอย่างหมดแรงเธอเอื้อนมือที่สั่นเครือไปเก็บเช็ดที่อยู่ตรงหน้า เธอต้องกลืนศักดิ์ศรีของตัวเอง เพื่อแลกกับสิ่งที่เขาทำเหมือนไร้ค่า
    ดอกบัวที่เคยบริสุทธิ์สวยงามกลับถูกย่ำยีและต้องแปดเปื้อนไปด้วยน้ำมือของผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รับ ไม่รู้จัก และรังเกียจในตัวเธอ
    ติณห์เหยียบเท้าลงมาบนหลังมือของเธอที่กำลังเก็บเช็คนั่นและค้างเอาไว้แบบนั้น เธอไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ตอบอะไรและไม่ได้หันไปมองเขา
    ติณห์ย่อตัวลงมาหาเธอ เขาจับคางของเธอให้เฉยขึ้นก่อนจะก้มไปกระซิบจนเธอรู้สึชาวับไปทั้งร่าง ดวงตาของเธอสั่นไหวพร้อมกับหยดน้ำที่ไหลออกมาทันที
    "คุณมันเลว..." นิภาพูดเบาๆ อย่างเจ็บปวดก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มอย่างสะใจ แล้วลุกขึ้นพร้อมกับย่ำลงมาบนหลังมือของเธอ นิภากำหมัดแน่นก่อนที่เขาจะยกเท้าออก มือของเธอที่ถูกเขาเหยียบชาและแดงก่ำด้วยความเจ็บ