นับนทีได้รับรถในเช้าต่อมาโดยคนขับรถของที่บ้านอัศดินทร์เป็คนขับมาส่งพร้อมขนมของฝากของยัยหนูของขวัญได้ความว่าคุณท่านผู้ชายไปต่างประเทศมาและคู่ค้าให้ขนมขึ้นชื่อของที่นั่นเป็ของฝากอัศดินทร์ไปเจอในห้องทำงานท่านเข้าตอนเข้าไปคุยเื่งานจึงหยิบมาฝากให้เขาเอามาให้ยัยหนูของขวัญตอนขับรถมาคืนนับนทีรีบหยิบโทรศัพท์มากดโทรขอบคุณเพื่อจะพบว่าอัศดินทร์ไม่รับสายจึงได้ส่งข้อความไปแทนอัศดินทร์ตอบกลับในตอนบ่ายสั้นๆว่าขอโทษที่ไม่ได้รับโทรศัพท์เพราะกำลังประชุมพร้อมฝากบอกยัยหนูว่าขอให้ทานให้อร่อยและสุดท้ายนับนทีก็ได้รับการปฏิเสธที่จะมาทานอาหารค่ำด้วยเพราะอัศดินทร์ติดพันงานและคงอยู่บริษัทจนดึก
หลังจากนั้นอัศดินทร์ก็ยุ่งหัวหมุนไม่ได้ย่างกรายมาที่บ้านนับนทีอีกเลยมีเพียงบางวันที่วิดิโอคอลมาเล่านิทานให้ยัยหนูฟังจนหลับแล้วก็กลับไปทำงานต่อนับนทีแทบไม่ได้คุยเลยด้วยซ้ำถ้าอัศดินทร์ไม่วิดิโอคอลมาความเหินห่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆและบ้านของนับนทีไม่ใช่สถานที่ที่อัศดินทร์มาบ่อยทั้งเช้าและเย็นแล้วหลายครั้งที่นับนทีวิดิโอคอลไปหาและพบว่าอัศดินทร์กำลังอยู่ในงานเลี้ยงระหว่างบริษัทร่วมทุนหรืองานเลี้ยงของผู้บริหารในแวดวงเดียวกันสังคมของอัศดินทร์เริ่มกว้างขึ้นและแตกต่างกับนับนทีโดยสิ้นเชิง อัศดินทร์ตอนนี้ไม่ใช่อัศดินทร์ที่เที่ยวเตร่และคอยให้นับนทีดูแลตอนเมาแล้วแต่เป็ชายหนุ่มที่กำลังจะรับหน้าที่เป็ทายาทสืบทอดธุรกิจั์ใหญ่ของอาณาจักรเวียงวานนท์ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีนับนทีอยู่ในวงโคจรนั้น
จนเมื่อวันหนึ่งของสัปดาห์ถัดมาก่อนที่อัศดินทร์จะเข้ารับตำแหน่งรองประธานนับนทีก็ได้รับข้อความนัดหมายไปทานอาหารที่ร้านก้องภพจากอัศดินทร์นับนทีรับปากในทันทีและเอ่ยบอกคุณป้าแต่ท่านปฏิเสธที่จะไปด้วยเพราะอยากอยู่บ้านสวดมนต์เข้านอนแต่หัววันนับนทีจึงเดินทางไปตามนัดพร้อมยัยหนูเท่านั้นที่ชั้นสองโต๊ะตัวประจำในร้านอัศดินทร์ไม่ได้อยู่ลำพังแต่นั่งอยู่กับใครคนหนึ่งที่นับนทีไม่คุ้นเคยนับนทีชะงักฝีเท้าทั้งใจเต้นรัวแรงขณะที่กวาดสายตาสำรวจอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัวมองจากตรงนี้เธอเป็ชาวต่างชาติอย่างไม่ต้องสงสัย เธอผิวขาวจัดผมสีน้ำตาลอ่อนเป็เกลียวม้วนสวยเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเช่นกัน ใบหน้ายาวได้รูปทุกส่วนล้วนดูพอเหมาะพอเจาะไปหมดยิ่งเมื่ออยู่บนเรือนร่างสะโอดสะองและนับนทีเดาได้ทันทีว่าเธอคนนี้เป็อะไรกับอัศดินทร์เมื่อเห็นการพูดคุยที่ดูสนิทสนมของทั้งสองฝ่าย
“อ้าวนับ ขึ้นมาสิ อาหารเสร็จหมดพอดี”เสียงของเอกภพที่กำลังถือจานอาหารออกมาเสิร์ฟทำให้นับนทีหลุดจากภวังค์เดินไปทรุดนั่งตรงข้ามอัศดินทร์และเผื่อแผ่รอยยิ้มไปยังหญิงสาวที่นั่งข้างอัศดินทร์ด้วยและเธอเองก็ส่งยิ้มอย่างเป็มิตรตอบกลับมาเช่นกันนับนทีเอ่ยปากถามอัศดินทร์ “มาถึงนานแล้วเหรอ”
“เพิ่งมาถึงก่อนหน้าพี่ประมาณสิบนาทีนี่เองครับ” อัศดินทร์เอ่ยตอบก่อนเบนสายตาไปยังเด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามแกเสียงอ่อนหวาน “คิดถึงน้าอัศมั้ยคะ”
“คิดถึงมากที่สุดเลยค่ะ” แกตอบอย่างไม่ลังเลพร้อมฉีกยิ้มสวยอัศดินทร์หลับตาพริ้มรับคำหวานของแกก่อนเอี้ยวตัวไปหยิบอะไรอย่างหนึ่งออกมาส่งให้แกสีส้มบนตัวตุ๊กตาที่เด่นออกมาบ่งบอกว่ามันคือตัวการ์ตูนปลาชื่อดังนีโม่ที่อัศดินทร์เคยสัญญาว่าจะซื้อให้ตัวใหญ่เสียจนนับนทีต้องช่วยยื่นมือมาถือให้จึงรู้ว่าตัวตุ๊กตานุ่มมากแค่ไหน
“ไหว้น้าอัศสวยๆก่อนค่ะ” นับนทีบอกลูก
เด็กหญิงยกมือขึ้นพนมไหว้อย่างสวยงามตามที่ถูกสอนมาทันทีพร้อมเอ่ยเสียงอ่อนหวาน “ขอบคุณค่ะน้าอัศ”
“ชอบมั้ยคะ” อัศดินทร์ถามอ่อนโยนขณะที่ยื่นมือมาลูบศีรษะแกอย่างแสนจะเอ็นดู
“ชอบมากๆๆๆค่ะ”แกลากเสียงยาวขณะที่กอดตุ๊กตาไว้แน่นสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้ใหญ่ที่กำลังจับจ้องแกด้วยความเอ็นดูกันทั้งกลุ่ม
“ผมให้คนซักเรียบร้อยแล้วครับ ให้แกเอาไปนอนกอดได้เลย” อัศดินทร์เอ่ยบอกนับนทีพยักหน้ารับพร้อมยิ้มน้อยๆก่อนจะเบนสายตาไปยังคนนั่งข้างๆอัศดินทร์ที่เพียงรับฟังเงียบๆอยู่นานพร้อมรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปากอัศดินทร์เองก็หันมาแนะนำคนข้างๆให้ได้รู้จักทันที “พี่นับนี่เอมิลี่เรียกเอมี่ก็ได้ครับ แฟนผมเอง”
นับนทียิ้มทักทายหญิงสาวด้วยภาษาอังกฤษ อัศดินทร์ทำหน้าที่แนะนำนับนทีกลับให้เอมิลี่รู้จักเมื่อได้พิศใกล้ๆนับนทีจึงได้เห็นชัดๆว่าหญิงสาวมีเสน่ห์และดูสวยซึ้งมากน้ำเสียงที่เธอทักทายกลับมาทั้งอ่อนหวานและเป็มิตรนอกจากทักทายนับนทีแล้วเธอยังหันไปทักทายลูกสาวของนับนทีด้วยอัศดินทร์เป็คนกระตุ้นให้แกพูดภาษาอังกฤษตอบโต้กับเอมิลี่เด็กหญิงเอ่ยตอบตะกุกตะกักอย่างเขินอายหากนั่นก็ทำให้อัศดินทร์เอ็นดูจนเอื้อมมือมาลูบแก้มแกไปทีพร้อมชมไม่หยุดปาก
“เก่งมากๆค่ะ ไม่ต้องกลัวนะคะหนูพูดออกมาได้เลยพี่เอมิลี่เขาฟังหนูเข้าใจค่ะ”
หลังจากทักทายกันทั่วหน้าแล้วทั้งหมดก็เริ่มทานอาหารเอกภพหันมาสบตานับนทีเป็ระยะขณะที่อัศดินทร์กำลังแนะนำอาหารไทยให้เอมิลี่รู้จักและช่วยตักใส่จานให้ท่าทีสนิทสนมเป็อย่างมากของทั้งสองทำให้หัวใจนับนทีเจ็บแปลบคนทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่แแ่อย่างไม่ต้องสงสัยเมื่อคนพูดน้อยอย่างอัศดินทร์เอ่ยเล่าเื่นั้นเื่นี้ให้เอมิลี่ฟังไม่หยุด
“พี่นับคือพี่ที่เราสนิทมากที่สุดและดูแลเราดีมาก”อัศดินทร์เล่าให้เอมิลี่ฟัง
เอมิลี่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันมายิ้มให้นับนทีอย่างเป็มิตรแล้วเอ่ยเย้า“ดูแลยากมั้ยคะ”
“ไม่มากเท่าไหร่หรอกครับแค่พี่หัวหมุนไปหมด่นั้น”นับนทีแซวอัศดินทร์ให้เอมิลี่ที่พอได้ฟังก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาทันทีนับนทีเองก็พลอยหัวเราะไปด้วยเมื่อเห็นสีหน้างอง้ำของอัศดินทร์ที่โดนเผา“แล้วเอมี่ล่ะ มีอะไรปวดหัวกับผู้ชายคนนี้บ้างมั้ย ได้โอกาสแล้วเผามาให้หมดเลย”
เอมิลี่หันไปหัวเราะคิกคักใส่อัศดินทร์และสบตาขอความเห็นสักพักอัศดินทร์จึงพยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้มเป็เชิงอนุญาต“เต็มที่เลยครับคุณผู้หญิง”
“ปวดหัวกับความฮ็อตค่ะ เรียกได้ว่าระดับปรอทแตกสาวเข้ามาส่งสายตาไม่เว้นแต่ละวัน เอมี่เคยโดนปาโคลนใส่ล็อคเกอร์ด้วยค่ะ”
“หา! ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย” นับนทีทำตาโตแล้วหรี่ตามองอัศดินทร์แซวๆ“หนุ่มฮ็อตไม่เบาเลยนี่น้องชายพี่”
“คนเขาก็คิดว่าผมหล่อหมดนั่นแหละยกเว้นพี่ ไม่เคยชมผมหล่อสักครั้ง”อัศดินทร์แกล้งตัดพ้อ
“โหย ใครบอกว่าพี่คิดว่าอัศไม่หล่อ ใครจะหล่อเท่าอัศดินทร์ของพี่ไม่มีแล้ว”
“เค้าแกล้งชมเราน่ะ ที่จริงเราไม่เคยหล่อในสายตาเค้าหรอก”อัศดินทร์หันไปฟ้องเอมิลี่ที่หัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานเมื่อเห็นการโต้เถียงกันระหว่างอัศดินทร์และนับนที
“ไปพูดแบบนั้นเอมี่ก็คิดว่าพี่ใจร้ายกับนายพอดี” นับนทีค้อนใส่อัศดินทร์
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความครึกครื้นเมื่อเอมิลี่เป็คนอัธยาศรัยดีและเป็มิตรมากเธอคุยเื่ต่างๆกับนับนทีด้วยท่าทางสนิทใจและยังเข้ากันได้ดีกับยัยหนูของขวัญมาก
“โอเคไหม”เอกภพวางมือจากถ้วยของหวานที่กำลังจัดหันมาถามนับนทีที่ตามเข้ามาช่วยในครัวหลังนั่งคุยให้อาหารคาวย่อยกันได้สักพัก
“โอเคสิ ทำไมจะไม่โอเคล่ะ เอมี่อัธยาศรัยดีมาก คุยสนุกเหมาะกับอัศที่เป็คนไม่ค่อยชอบพูด” นับนทีตอบยิ้มๆหากแต่ไม่มองหน้าเอกภพทำเป็ง่วนอยู่กับการหยิบถ้วยไปวางบนถาด
“คิดว่าเราเป็เพื่อนกันมาแค่สองสามวันเหรอถึงคิดว่าเอกจะดูนับไม่ออก”เอกภพเอ่ยดักอย่างรู้ทัน
นับนทีชะงักมือที่ทำเป็ง่วนอยู่กับอาหารและเงยหน้ามองเอกภพในที่สุดแววตาข้างในหม่นเศร้าเปิดเผยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในนั้น“เรารู้อยู่แล้วเอกว่าจะต้องมีวันนี้ รู้ั้แ่วันที่เขาอัปรูปหมั้นแล้วแต่เราจะทำอะไรได้ เราเป็แค่พี่คนหนึ่งนะ แล้วทั้งสองก็เข้ากันได้ดีมาก”
“นับรักเขาหรือเปล่า”
นับนทีไม่ตอบเอกภพหากแต่หลุบตาลงมองมือตัวเองอีกครั้งก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ “ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดเื่นั้นแล้วเอก”
“รักสินะ”
“เอก” นับนทีกดเสียงต่ำเรียกเพื่อน
“เอกถามหน่อยถ้าวันนึงเกิดความจริงเปิดเผยว่าทั้งนับและอัศต่างก็มีความรู้สึกตรงกันผิดกันแค่ว่าต่างคนต่างไม่พูด ปล่อยให้โอกาสผ่านไปโดยไม่ทำอะไรทั้งคู่นับจะรู้สึกยังไง”
“อัศไม่ได้รักนับหรอก อัศมีแฟนนะ”
“แต่เอกเห็นความพิเศษของนับในสายตาอัศเสมอ”
“ก็นับเป็พี่ที่สนิทของอัศ”
“ไม่หรอก ไม่ใช่การมองแบบพี่น้องขอโทษนะถ้าเอกจะพูดตรงๆว่าสายตาที่อัศแอบมองนับมันลึกซึ้งเสมอบางครั้งที่นับคงไม่ทันสังเกตอัศมองนับด้วยสายตาหวงแหน ้าไม่ใช่แบบน้องที่้าสนิทกับนับที่สุดอย่างที่ปากบอก”
นับนทีมองเอกภพด้วยแววตาที่สั่นไหวข้างในอกปั่นป่วนไปหมดเมื่อได้ยินเอกภพพูดแบบนี้ แต่ทว่าก็ส่ายหัวปฏิเสธในที่สุด“ไม่ใช่หรอก เอกน่ะมองผิด”
“แล้วถ้าเป็อย่างเอกพูดล่ะ” เอกภพถามต่อ
“นับไม่มีความเห็นหรอก”นับนทีปฏิเสธที่จะตอบคำถามเอกภพหากแต่ข้างในจิตใจสั่นไหวอย่างรุนแรงแต่กระนั้นนับนทีก็ไม่ยอมให้เอกภพพูดอะไรอีก ชิงยกถ้วยออกไปเสิร์ฟข้างนอกก่อนปล่อยให้เอกภพมองตามแผ่นหลังและส่ายหัวขณะที่ถอนหายใจออกมายืดยาวพร้อมบ่นพึมพำลำพัง
“ก็เป็ซะอย่างนี้ ไม่ยอมเปิดปากพูดกันตรงๆสักคน”
นับนทียกถาดของหวานออกมาจากครัวจะก้าวไปยังโต๊ะทว่าต้องชะงักฝีเท้าเสียก่อนเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะใสๆของลูกสาวเคล้าไปกับเสียงหัวเราะของหญิงสาวภาพตรงหน้าคือของขวัญนั่งอยู่บนตักอัศดินทร์และกำลังเล่นเกมส์อะไรสักอย่างกับเอมิลี่อย่างสนุกสนานแกกล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษโต้ตอบมากขึ้นแม้จะยังไม่คล่องนักโดยมีอัศดินทร์และเอมมิลี่ช่วยแก้และสอนประโยคที่ถูกต้องให้ท่าทีที่ดูสนิทสนมของคนทั้งสามทำให้มองเหมือนครอบครัวพ่อแม่ลูกที่พากันมาทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารสักแห่งอย่างไรอย่างนั้นนับนทีมองค้างตัวชาอยู่ตรงนั้นขณะที่มองภาพคนทั้งสาม
“เข้าไปสิ” จวบจนเมื่อเอกภพตามมาข้างหลังและเอ่ยบอกนับนทีจึงหลุดจากภวังค์และก้าวเท้าไปยังโต๊ะที่ทั้งสามกำลังเล่นสนุกกันอยู่พร้อมปรับสีหน้าให้สดใส
“ของหวานขึ้นชื่อของร้านเอกภพครับ” นับนทีแนะนำกับเอมิลี่ที่เธอทำตาโตเมื่อเห็นถ้วยของหวานจากมือนับนทีวางลงตรงหน้า
“โอ้ น่าทานมากเลยค่ะ” เอมิลี่ทำท่าทางตื่นเต้นดวงตาสีอ่อนหากแต่สุกใสยิ่งทำให้ดูอ่อนหวานน่ารักมากขึ้น
“เอมี่ลองสิ อร่อยมาก พี่เอกเป็คนคิดสูตรเองเลยนะ”อัศดินทร์เอ่ยสนับสนุนขึ้นอีกคนและเลื่อนถ้วยไปใกล้เอมิลี่
“หนูมานั่งกับแม่มั้ยคะ ให้น้าอัศทานสะดวกๆค่ะ”นับนทีเอ่ยบอกลูกที่ยังนั่งอยู่บนตักอัศดินทร์
“ไม่เป็ไรครับให้แกนั่งกับผมเถอะ ไม่เจอกันนานต้องกอดกันนานๆให้หายคิดถึงซะหน่อย”อัศดินทร์เอ่ยบอกทั้งกระชับกอดเด็กหญิงเข้าไปในอกและก้มลงไปฟัดแก้มของแกจนเด็กหญิงหัวเราะคิกคักชอบใจนับนทีเบนหน้าหนีจากภาพความน่ารักนั้นเพื่อไล่น้ำตาที่ขึ้นมาคลอคลองอย่างรวดเร็วพร้อมพยายามปรับสีหน้าด้วยรอยยิ้มที่พยายามสร้างขึ้นทว่าเมื่อเบนสายตากลับมาภาพตรงหน้ากลับเป็อัศดินทร์กำลังใช้ทิชชู่ซับที่มุมปากของเอมิลี่อย่างอ่อนโยนก่อนหญิงสาวจะกล่าวขอบคุณพลางหัวเราะน้อยๆว่าตัวเองช่างเป็หญิงสาวจะกละน้ำตาที่นับนทีพยายามไล่ให้เหือดแห้งไปก็กลับมาคลอคลองอีกครั้งจนต้องขอตัวไปห้องน้ำ
นับนทีปล่อยให้น้ำตาไหลรินเงียบๆในห้องน้ำและจัดการให้ตัวเองปกติที่สุดก่อนออกไปพบคนบนโต๊ะไม่มีใครระแคะระคายกับท่าทีและสีหน้าของนับนทีทั้งนั้นนอกจากเอกภพที่รู้ความรู้สึกของนับนทีดีจวบจนถึงเวลาบอกลากันอัศดินทร์หอมแก้มซ้ายขวาของเด็กหญิงอยู่หลายรอบทำท่าอ้อยอิ่งในการร่ำลาก่อนจะปล่อยแกคืนให้นับนที
“สัปดาห์หน้าเรามีนัดกันที่ร้านพี่เอกอีกนะครับ ไอ้พวกนั้นจะยกโขยงกันมาครบ”อัศดินทร์ย้ำถึงนัดครั้งหน้ากับนับนทีซึ่งเป็นัดครั้งใหญ่ที่สมาชิกในกลุ่มมารวมกันครบทุกคน
“อื้ม ไม่ลืม เอมี่ล่ะอยู่ด้วยมั้ย” นับนทีรับคำและพยักเพยิดไปยังเอมิลี่อัศดินทร์หันไปอธิบายว่าอีกไม่นานจะมีการรวมตัวกันครั้งใหญ่ของกลุ่มเพื่อนและถามว่าเอมิลี่อยู่ได้มั้ย
“อีกสองสามวันเอมี่ต้องกลับแล้วค่ะน่าเสียดายจังที่ไม่ได้เจอเพื่อนของเบ๊บ”
นับนทีตัวชาไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเอมิลี่เรียกอัศดินทร์ด้วยสรรพนามที่สนิทสนมมากอย่างคำว่า'เบ๊บ' ที่คงมีแต่แฟนเท่านั้นที่ใช้เรียกกัน
“ไว้เจอกันนะครับ พี่ขับรถดีๆ”
“อ้อ โอเค” นับนทีหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินอัศดินทร์เอ่ยบอกรับคำสั้นๆก่อนจะเอ่ยลาทั้งสองอีกครั้งแล้วพาลูกไปขึ้นรถอัศดินทร์กับเอมิลี่ยังยืนรอจนนับนทีขับรถออกมาจากร้านทั้งสองจึงเดินไปขึ้นรถบ้าง
หลังจากส่งนับนทีขึ้นรถอัศดินทร์กับเอมิลี่ก็หันมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าให้กัน
“ป่ะ” อัศดินทร์เอ่ยกับเอมิลี่
“กลับบ้านเบ๊บกัน” เอมิลี่เอ่ยตอบด้วยท่าทางสนุกสนาน
รถของอัศดินทร์มุ่งหน้าสู่บ้านเวียงวานนท์ที่อัศดินทร์ไม่ได้กลับไปนานหลายเดือนทว่าวันนี้เขาตั้งใจที่จะกลับไปนอนที่บ้านโดยเฉพาะ อัศดินทร์เดินอ้อมมาเปิดรถให้เอมิลี่เมื่อรถจอดลงที่หน้าบ้านด้านในเงียบสนิทมีสาวใช้ออกมารับหน้าแต่อัศดินทร์บอกว่าเขาทานข้าวมาจากข้างนอกเรียบร้อยแล้ว
“พ่อล่ะ”
“คุณท่านดูข่าวจบก็ขึ้นนอนแล้วค่ะ” สาวใช้เอ่ยตอบ
“แล้วเพียงดาว”
“คุณดาวออกไปข้างนอกค่ะ”
“ไปพักผ่อนเถอะ ฉันไม่เอาอะไรแล้วล่ะ”
“กระเป๋าให้หนูเอาขึ้นไปเก็บให้ก่อนไหมคะ”
“ไม่เป็ไร ฉันเอาขึ้นไปเอง อ้อพรุ่งนี้เตรียมอาหารเผื่อคุณผู้หญิงคนนี้ที่นึงนะ”
“ค่ะคุณอัศ”
“ไม่มีอะไรแล้วไปเถอะ”
สาวใช้ค้อมหัวให้อัศดินทร์แล้วเดินกลับไปที่หลังบ้านอัศดินทร์ยักไหล่ให้เอมิลี่ก่อนเอ่ยอธิบายว่าสมาชิกในบ้านหายไปไหนหมด
“งั้นเราก็ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ เอมี่ก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
เอมิลี่พยักหน้ารับแล้วเดินตามอัศดินทร์ขึ้นไป้าห้องนอนของอัศดินทร์ถูกเปิดไฟขึ้นในรอบหลายเดือนที่ไม่ได้กลับมาหากทว่าสภาพยังดูสะอาดเรียบร้อยทุกซอกทุกมุมแม่บ้านคงเข้ามาทำความสะอาดให้เสมออัศดินทร์เปิดประตูออกกว้างให้เอมิลี่เข้าไปด้านในก่อน
“ตามสบายนะ”
เอมิลี่หันมาพยักหน้ารับพร้อมยิ้มให้อัศดินทร์เดินไปหยิบอัลบั้มรูปเอามายื่นให้เอมิลี่ดู
“รูปเราตอนเด็กเผื่อเอมี่อยากดู”
เอมิลี่รับอัลบั้มรูปมาเปิดดูอย่างสนใจก่อนจะทำตาโตยิ้มไม่หุบ“เบ๊บ ยูน่ารักมาก”
อัศดินทร์หัวเราะเมื่อได้รับคำชมจากเอมิลี่ต่างนั่งดูรูปในอัลบั้มไปด้วยกันอย่างสนุกสนานคืนนั้นอัศดินทร์เล่าความในใจเื่หนึ่งที่เขาเก็บไว้ลึกที่สุดในใจให้เอมิลี่ฟัง
“เก็บมันเป็ความลับระหว่างเราได้ไหม เราไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยเอมี่คือคนที่เราไว้ใจที่จะเล่าให้ฟังคนแรก” อัศดินทร์เอ่ยกับเอมิลี่
“ได้สิ มันจะเป็ความลับระหว่างเรา”
เช้านี้เอมิลี่ควงแขนอัศดินทร์เข้ามาในห้องอาหารที่ถูกจัดอาหารไว้เพิ่มแล้วหนึ่งที่ตามคำสั่งเมื่อคืนของอัศดินทร์เพียงดาวจ้องเขม็งไม่วางตาั้แ่ที่อัศดินทร์และเอมิลี่เดินผ่านประตูเข้ามาจนอัศดินทร์เลื่อนเก้าอี้ให้เอมิลี่นั่งดวงตาของเพียงดาวก็ยังไม่ละหนีไปไหนหญิงสาวม่นหัวคิ้วและแสดงสีหน้าไม่ชอบใจอย่างชัดเจนซึ่งอัศดินทร์ก็มองเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขุ่นมัวของเพียงดาวโดยตลอด
“ใครล่ะนั่น”บิดาวางถ้วยกาแฟที่ยกขึ้นดื่มและเอ่ยปากถามเมื่ออัศดินทร์และเอมิลี่นั่งลงเรียบร้อย
“อ้อ เอมี่นี่พ่อเรา แล้วนั่นเพียงดาวแม่เลี้ยงเรา”อัศดินทร์เอ่ยแนะนำสมาชิกในบ้านให้เอมิลี่ฟังหญิงสาวหันไปทักทายบุคคลทั้งสองก่อนที่อัศดินทร์จะทำหน้าที่อธิบายเพิ่มเติมให้สมาชิกบนโต๊ะฟัง
“พ่อนี่แฟนผมเอมิลี่ เรียกเอมี่ก็ได้ เอมี่จะอยู่เที่ยวที่นี่สองสามวัน”
บิดาเพียงพยักหน้ารับรู้เบาๆและหันไปเอ่ยต้อนรับกับหญิงสาวอีกสองสามประโยคก่อนเบนสายตาหันกลับมาพูดกับอัศดินทร์ต่อ
“คนนี้แกจริงจังใช่ไหม”
“อืม”
“ก็ดี คบใครคบให้จริงจัง อย่าเที่ยวคบไปทั่วแล้วไม่เป็โล้เป็พาย”
“แน่นอน ผมไม่เอานิสัยเสียๆแบบนั้นมาใช้หรอก”อัศดินทร์เอ่ยกับบิดาหากแต่มองจ้องอยู่ที่เพียงดาวก่อนจะยิ้มเยาะที่มุมปากเพียงดาวทำท่าทางฮึดฮัดใส่แต่อัศดินทร์ไม่สนใจหันไปหยิบซอสมายื่นให้เอมิลี่อย่างหวานชื่นเพียงดาวผุดลุกขึ้นแล้วเดินกระแทกเท้าออกจากห้องอัศดินทร์ยิ้มพอใจในขณะที่บิดาเพียงยกกาแฟขึ้นดื่มต่อและทำท่าเฉย
อัศดินทร์พาเอมิลี่ไปตระเวนไหว้พระและทานอาหารร้านดังของกรุงเทพโดยระหว่างนั้นมีการลงภาพในอินสตราแกรมให้เพื่อนๆเข้ามากดไลค์และแซวกันอย่างคึกคักเป็ระยะซึ่งไร้เงาของเพียงดาวเข้ามากดไลค์อย่างที่มักยั่วโมโหอัศดินทร์เป็ประจำน้อยหน่าทักมาในไดเรคเมสเสจอินสตราแกรมของอัศดินทร์
“ยัยเพียงดาวอกแตกตายแล้วมั้งมึงสวีทกับแฟนขนาดนี้”
“อกจะแตกั้แ่เช้าแล้วตอนอยู่โต๊ะอาหาร ฮ่าๆๆๆ”อัศดินทร์ตอบกลับข้อความน้อยหน่า
“สม เอาให้คลั่งแม่ง ตามมึงเป็ปลิงอยู่ได้ หน้าด้านหน้าทน”
“กูจะจัดให้ชุดใหญ่เลยแหละ”
อัศดินทร์ยังลงภาพอย่างต่อเนื่องจนถึงชุดดินเนอร์ที่เพื่อนๆต่างเข้ามาซี้ดปากในคอมเม้นท์กันทั่วเพราะทั้งบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกและแคปชั่นแสนหวานว่า ‘with you' โดยน้อยหน่าส่งข้อความมาแสดงความสะใจอีก
“ไอ้ห่า กูว่าเพียงดาวชักดิ้นชักงอน้ำลายฟูมปากแล้วมั้ง”
“ก็กูบอกแล้วว่ากูจะจัดชุดใหญ่ให้ แต่อย่าเพิ่งตาย กูจัดให้อีกสองวัน”
“โถ กูกลัวเพียงดาวโดดจากชั้นสามของบ้านจริงๆ”
และอัศดินทร์กับเอมิลี่ก็ลงรูปพร้อมแคปชั่นหวานๆจนถึงวันเอมิลี่เดินทางกลับโดยทิ้งท้ายด้วยแคปชั่นว่าจะรีบไปหาให้เร็วที่สุดแน่นอนว่าถูกเพื่อนๆแซวกันเป็แถวแม้แต่น้อยหน่าที่ส่งเมสเสจมาแสดงความหมั่นไส้
“ห่า คลั่งรักสัส”
“ฮ่าๆๆๆๆ เหมือนมึงคลั่งรักพี่เชษไง”
ตลอดสี่วันที่เอมิลี่อยู่ที่ไทยอินสตราแกรมของอัศดินทร์แทบลุกเป็ไฟด้วยยอดกดไลค์และคอมเม้นท์แซวเช่นเดียวกับอินสตราแกรมของเอมิลี่ที่ได้รับความสนใจจากเพื่อนๆชาวต่างชาติเป็อย่างมากยอดไลค์ล้นหลามและคอมเม้นท์เองก็เช่นกัน
อีกด้านหนึ่งนับนทีกำลังเลื่อนดูภาพอัศดินทร์ในกรุ๊ปแชทที่เพื่อนๆต่างแข่งกันแคปมาแซวกันทั่วหน้าแม้แทบจะเลิกเล่นอินสตราแกรมไปแล้วหากแต่นับนทีก็หนีไม่พ้นภาพของอัศดินทร์กับเอมิลี่อยู่ดีทุกภาพ ทุกแคปชั่น ถูกนำมาพูดถึงในกรุ๊ปแชทอย่างสนุกสนานอัศดินทร์เข้ามาด่าคนที่แคปมาแซวแต่ก็โดนถล่มแซวจนแทบทำอะไรไม่ได้เมื่อใครๆต่างรุมถามว่าจะแต่งวันไหนจะได้เตรียมตัวถูกเพราะเป็งานใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย
นับนทีเจ็บแปลบในอกเมื่อสายตาไล่มองคำถามเื่แต่งงานแม้อัศดินทร์จะเข้ามาปฏิเสธแต่ก็หนีความจริงไม่พ้นว่าสักวันวันนั้นต้องมาถึงอัศดินทร์จะกลายเป็ของเอมิลี่อย่างสมบูรณ์และนับนทีก็จะกลายเป็พี่ที่สนิทอย่างสมบูรณ์เช่นกันก็ดีแล้วตรงตามเจตนารมณ์เดิมของนับนทีแต่ทำไมในอกมันเจ็บมากขนาดนี้การทำอะไรที่ตรงข้ามกับใจตัวเองนับนทีเพิ่งรู้ว่ามันเจ็บมากขนาดนี้นี่เอง
#ซ่อนรักอัศดินทร์
100%
…………………………………….
โปรดติดตามตอนต่อไป