ตอนที่ 28นิยามของการตายดี!
หลังจากนั้นทั้งสองสาวก็เดินกลับไปที่บริเวณเต็นท์ที่พักซึ่งอาสาสมัครที่ทำอาหารก็เริ่มตั้งกระทะเตรียมอาหาร โดยที่มีคนอื่น ๆเข้าไปช่วยเหลือตามความถนัด
ส่วนอาสาสมัครคนอื่นๆ ที่จัดของหรือทำงานของตนลุล่วงแล้ว ต่างก็ไปเดินเที่ยวเล่นที่หมู่บ้านหรือกระทั่งเดินขึ้นไปยังบริเวณจุดชมวิว
เมื่อกลับมายังจุดพักแรมสองสาวที่เห็นสถานการณ์ดังกล่าว จึงคิดที่จะไปเดินเที่ยวเล่นด้วยเหมือนกันอันที่จริงระหว่างทางก็เดินสวนกับอาสาสมัครท่านอื่น ๆพร้อมเอ่ยปากทักทายกันอยู่บ้าง
แต่ครั้นเมื่อจะออกไปเดินเล่นกลับปรากฏหนุ่มหล่อที่โผล่พรวดขึ้นมาดักหน้าซึ่งคงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกเสียจากท่านผู้กองเ้าขุน
เพลงขวัญขมวดคิ้วเอ่ยปากถาม“มีอะไรหรือคะผู้กอง?”
“คุณหมอจะไปเที่ยวที่ไหนหรือครับ…ให้ผมร่วมทางไปด้วยได้หรือเปล่า?”ชายหนุ่มยิ้มแฉ่ง คล้ายกับกำลังรอเวลานี้อยู่ ซึ่งอันที่จริงเขาก็‘ซุ่มโป่ง’ รอกระต่ายสาวอยู่นานแล้ว
ปิ่นขวัญตอบขึ้นแทนว่า“จะไปเดินเที่ยวเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านน่ะ ถ้าผู้กองอยากจะไปก็ไปด้วยกันสิ”
เพลงขวัญแอบใช้ศอกกระทุ้งแขนของเพื่อนสาวด้านข้างตอนแรกเธอตั้งใจจะปฏิเสธ แต่ถูกพี่ปิ่นก่อกวนเสียนี่
ทางปิ่นแก้วก็กระซิบที่ข้างหู“พูดอย่างกับว่าจะห้ามได้ ถึงห้ามเขาแอบเดินตามไปได้ก็เหมือนกันนี่นา…”เธอหัวเราะคิกคัก
จากนั้นทั้งสามคนก็ออกเดินชมหมู่บ้านจำต้องยอมรับจริง ๆ ว่าที่นี่แบ่งสัดส่วนได้เป็ระบบระเบียบทั้งสามเดินเล่นจนกระทั่งไปถึงตลาดนัดชุมชน
……
วันนี้กิจการของเพียรไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนักเพราะว่าคนที่อยากมาก็มาหาได้ตลอด เพราะแผงตั้งอยู่ที่นี่ไม่ได้หายไปไหนดังนั้นทั้งวันเขาก็ยังคงทำงานเหมือนเคย โดยที่มีลูกสมุนอย่างบุญกองและโก้คอยช่วยเหลือ
“นี่ไอ้บุญเอ็งโทรไปหาลูกพี่เอ็งหน่อยสิถามไปหน่อยว่าจะไสหัวกลับมาได้แล้วหรือยัง ของที่ให้ไปหาได้กลับมาครบหรือเปล่า?”เพียรเอ่ยปากถาม
เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ตาเฒ่ามาช่วยเหลือแต่อีกฝ่ายก็หายหน้าไปนานเกินควร ไม่รู้จะไปก่อเื่อะไรอีกเพราะถ้าก่อเื่ขึ้นมาอีกก็คงต้องเป็ตนที่ไปตามล้างตามเช็ดให้อีกฝ่าย
บุญกองก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจัดการตามที่‘ลูกพี่ใหญ่’ ของตนบอก แน่นอนว่าเขาไม่โง่ถึงขนาดพูดตามที่พี่เพียรสั่งเพราะไม่งั้นคงโดน ‘ลูกพี่’ อีกคนจดบัญชีแทน พอสอบถามได้สักพักเขาก็รายงานไปว่า“กำลังจะขึ้นเขาอยู่จ้ะพี่…”
“นี่แกขับไปกรุงเทพมาหรือไงั้แ่ตะวันโด่งจนบ่ายสี่โมงกว่า ๆ ตอนใกล้จะปิดร้านถึงพึ่งจะกลับเฮ้อ…หวังว่าจะไม่ได้ไปก่อเื่ก่อราวอะไรให้ข้าอีกนะ!” เพียรบ่นกระปอดกระแปดนั่นเพราะความสามารถในการก่อเื่ของผีเฒ่า เขาไม่อาจจะจินตนาการได้เลย
ขณะที่ถึงคิวลูกค้าคนสุดท้ายเพียรก็เอ่ยปากสอบถามตามปกติคนผู้นี้เป็ชายสูงวัยซึ่งเข้ามาปรึกษาเื่การแบ่งทรัพย์สินหลังจากตนตายด้วยเพราะมีลูกหลานอยู่เยอะแต่ไม่รู้ว่าจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไรดี
“เื่นี้นั้นจัดการได้ง่ายมากครับบริษัทของผมรับจัดการดูแลเื่ของมรดกมานักต่อนัก…คุณลุงลองว่ามาว่าอยากจะให้มันเป็แบบไหนปรึกษาก่อนค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย…” เพียรตอบแบบมีลูกล่อลูกชนเขารู้ดีว่าการจัดการทรัพย์สินเป็ปัญหาใหญ่
ส่วนที่มันง่ายนั้นเป็เื่ที่เขาทำบ่อยจนคุ้นชินเพราะ ‘บริษัทออกแบบความตาย’ ของเขาย่อมต้องทำส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการมรดกเพื่อให้ผู้ที่ทำสัญญาด้วยจากไปอย่างหมดห่วง
นิยามของการออกแบบความตายที่ว่านี้คือ‘การตายดี’ ตายอย่างหมดห่วง ตายแล้วไม่กลายเป็ภาระของใครเป็การวางแผนั้แ่เนิ่น ๆ ก่อนที่ตัวเองจะตายไป
ทั้งนี้ทุกคนที่พูดคุยเซ็นสัญญาจำเป็ต้องยอมรับในเื่หนึ่งก่อนว่ามนุษย์ทุกคนล้วนต้องตาย แต่ทว่า ‘จะตายตาหลับ’ หรือ ‘ตายตาไม่หลับ’เพราะยังมีห่วงนั่นถือเป็เื่สำคัญ!
แต่โบราณมามักจะมีคำกล่าวถึงคนบางประเภทว่า‘นอนตายตาไม่หลับ’ นั่นเป็เพราะพวกเขาอาจได้เผชิญกับ ‘ความอยุติธรรม’ในระหว่างตอนเป็ หรือแม้ตอนที่ตายจากไปแล้ว…เฉกเช่นเื่การใส่ร้ายป้ายสี
แต่หลังจากตายไปแล้วเื่ที่น่าเป็ห่วงที่สุดสำหรับคนที่นอนตายตาไม่หลับ เห็นทีคงจะหนีไม่พ้นเื่ทรัพย์สินอาจจะเป็เพราะด้วยลูกหลานก่อปัญหาทะเลาะกันจนได้ขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องกันจนวุ่นวายไปหมด
ยามเมื่ออยู่ต่อหน้า‘กองเงินกองทอง’ จากคนดี ๆ ก็สามารถกลายเป็ปีศาจร้ายได้โดยพลันเนื่องจากเงินนั้นสามารถดลบันดาลได้แทบจะทุกสิ่ง สามารถซื้อความสะดวกสบายหรือว่าซื้อความสุขในตอนที่มีชีวิตอยู่…
‘การออกแบบความตาย’แท้ที่จริงแล้วก็คือ ‘การวางแผนชีวิตเพื่อความตายที่ดี’ ในแบบที่ตนปรารถนาดังนั้นจึงไม่เกินเลยไปครั้นยามเมื่อพูดว่า “คุณ้าตายแบบไหน?” ที่เพียรมักใช้พูดเปิดหัว
คนเราสามารถ‘ออกแบบชีวิต’ ของตัวเองได้ เช่น การเจ็บป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต้าที่จะได้รับการดูแลแบบไหน อยากจะตายแบบยื้อชีวิตหรือไม่ยื้อชีวิต้าดูแลแบบประคับประคองไหม ซึ่งนี่เป็เพียงแค่ส่วนหนึ่งของการออกแบบความตายทั้งหมด
เพราะบริษัทออกแบบความตายของเพียรจะเข้ามาดูแลใน่เวลาที่ได้เริ่มเซ็นสัญญาจวบจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ในระหว่างนั้นมีเื่ที่จะต้องให้จัดการอยู่อีกมากเช่น การจัดการแบ่งมรดก การจัดการทรัพย์สิน การดูแลรักษา กระทั่งการจัดพิธีศพ
เขาไม่ปฏิเสธว่าธุรกิจนี้กำไรดีโดยเฉพาะ่จัดงานศพก็ได้รับเงินเข้ามาหลายทางแล้ว ไหนจะพวกโลงศพ ดอกไม้ หรือว่าสถานที่ตัวเขาไม่ใช่พวกไร้เดียงสาถึงขนาดที่จะปล่อยเงินเหล่านี้ให้มันหลุดลอยไป
แม้จะมีคนกล่าวว่าเขาหากินกับความตาย เพียรก็ได้แต่พยักหน้ายิ้มรับด้วยความยินดีนั่นเป็เพราะอีกฝ่ายกำลังพูดความจริง!
เนื่องจากว่าตัวเขาไม่ได้ไปบังคับให้ใครมาเซ็นสัญญาอีกทั้งทำมาหากินประกอบอาชีพอย่างสุจริตถ้าเกิดเปิดบริษัทแล้วไม่หากำไรจะเปิดไปทำบ้าอะไร? แบบนั้นไม่สู้ไปเปิดมูลนิธิไม่ดีกว่าหรือ!
เพียรพูดคุยกับลุงสูงวัยเสร็จสิ้นเขาก็รับเอาเงินค่าปรึกษามา 9 บาท เป็ค่าธรรมเนียมและในส่วนที่ว่ายากนั้น นั่นก็คือการหารือของคนภายในครอบครัวเมื่อตกลงกันได้ที่เหลือย่อมไม่ใช่ปัญหา
เมื่อเพียรกับลูกสมุนทั้งสองกำลังจะจัดเก็บร้านปรากฏหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเดินเข้ามาในตลาดชุมชน หนึ่งในกลุ่มนั้นจ้องเขม็งมายังบริเวณร้าน