คิดจะจีบฉันเหรอ...อย่านึกว่าขับปอร์เช่คันละหลายล้านมารับมาส่งแล้วฉันจะติดกับ ตกหลุมง่ายๆหรอกนะ
ปรีดิ์รตินึกค่อนไวภพอยู่กลายๆไม่คิดจะเปิดโอกาสให้เขาสานสัมพันธ์สักนิด ที่ยอมให้ขับรถมาถึงบ้านครั้งนี้นับว่าเปิดทางให้พอดูแล้ว ขืนให้เบอร์โทรศัพท์เขาไปง่ายๆก็เท่ากับว่าหล่อนยอมรับไมตรีจากเขาเท่านั้นเอง
แต่ถ้าเขามีปัญญาหาเบอร์โทรศัพท์ของหล่อนมาได้...ค่อยหาทางออกทีหลังละกันเพราะอย่างน้อย หล่อนก็ใช้โทรศัพท์ตั้งห้าเครื่อง ห้าเบอร์มันคงเข้าถึงตัวไม่ง่ายนักหรอก
ถึงจะไม่ได้ถูกใจไวภพนักแต่ครั้งนี้ก็ต้องขอบอกขอบใจเขาอยู่ลึกๆที่เข้ามาหาหล่อนได้ถูกจังหวะจะโคนพอดิบพอดี ไม่เช่นนั้นหล่อนก็คงต้องอาศัยนั่งรถแท็กซี่กลับมาบ้าน นี่ถ้าพ่อกับแม่แล้วก็ป๋าเป็ดมารู้ทีหลังว่าบอดีการ์ดแสนดีของพวกเขาละเลยภารกิจดูแลความปลอดภัยของหล่อนอย่างใกล้ชิด รับรองว่าต้องโดนไล่ออกสมใจแน่
นึกแล้วก็สมน้ำหน้า...
ปรีดิ์รติวางกระเป๋าสะพายไว้ข้างกายหลังจากทิ้งตัวลงบนเตียง เหยียดขายาวตรง โดยหันไปหยิบหมอนหนุนขึ้นมาอิงหลังแล้วค้นหาโทรศัพท์เครื่องที่บันทึกภาพเด็ดของคืนฉายกับเกย์สองนางนั้นเอาไว้ ขึ้นมาเปิดดูคลิป
สีหน้าตอนที่อีตานั่นโดนขยำช้างน้อยทั้งพิลึกพิลั่น ทั้งน่าสงสาร แต่ก็ช่วยไม่ได้หรอกนะ ในเมื่อคิดจะกวนประสาทหล่อนมันต้องเจอแบบนี้ จะได้สมน้ำสมเนื้อ นี่ยังแค่สั่งสอนเบาะๆ เดี๋ยวรอครบก๊วนแก๊งกอทอถอ ทั้งห้านางก่อนเถอะ
‘วันนี้คุณปูจ๋ามีอะไรให้เราสองคนเก้งกับกวาง สาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกรับใช้หรือค้า’
หล่อนนึกถึงตอนโทรศัพท์หาเก้งกับกวางซึ่งปกตินั้นทั้งคู่ไม่ใช่พนักงานประจำ...เป็นฟรีแลนซ์ รับงานอิสระเมื่อรู้ว่าหล่อนมีความปรารถนาประการใด ก็รีบตอบรับข้อเสนอทันควัน
ตอนนั้นหล่อนบอกว่า ‘คือฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับพวกคุณสองคนหน่อยไม่รู้ว่ายังจำผู้ชายที่ตกเป็นข่าวกับฉันเมื่อวันงานแฟชั่นได้ไหม’
‘จำได้แม่นยำเลยฮ่าเสียดายว่าตอนเกิดเรื่อง คุณน้องสองคนอยู่ด้านหลังเวทีเลยไม่มีโอกาสเห็นตอนคลุกวงในสิฮ้า แต่ขนาดเห็นแค่ภาพในหนังสือพิมพ์ยังเด็ดดวงชวนสยิวขนลุกขนชันไปหมดเลยฮ่ะ’
เก้งร่างอ้วนนั้นตอบเอาใจปรีดิ์รติแบบกลางๆก้ำกึ่งระหว่างขบขันกับเสียดายแต่ปรีดิ์รติไม่นึกสนใจเท่ากับสิ่งที่หล่อนอยากจะคุยกับอีกฝ่าย ‘ตอนนี้อีตานั่นกลายมาเป็นบอดีการ์ดของฉัน ไม่รู้ว่าพ่อกับพี่ชายฉัน เขาคิดยังไงกัน’
‘ว้าย ตาเถรตกชักโครกอีท่าไหนคะ...พ่อรูปหล่อถึงกลายเป็นบอดีการ์ดของคุณปูจ๋าไปได้’
เสียงของกวางร่างผอมแว่วเข้ามาในหูโทรศัพท์ก่อนปรีดิ์รติจะตัดบท ไม่อยากสาธยายความถึงเรื่องที่หล่อนนึกเจ็บใจจนถึงตอนนี้จึงกลับเข้าสู่ประเด็นที่ต้องการ ‘ฉันบอกตามตรงนะคะว่าฉันไม่ชอบขี้หน้าอีตานั่น แต่ก็ขัดพ่อกับพี่ชายไม่ได้ทีนี้ฉันอยากจะจ้างคุณสองคนค่ะ รับรองว่าจ่ายราคาดีสมน้ำสมเนื้อ’
‘จะให้เราสองคนทำอะไรค้า’
‘ฉันจ้างคุณสองคนเข้ามาเป็นพนักงานประจำของที่นี่ค่ะแต่ว่างานหลักนั้นฉันขอคุยรายละเอียดตอนพบกัน...ส่วนงานรองที่ฉันจะจ่ายโบนัสคุณอย่างงามก็คือฉันต้องการให้คุณสองคนช่วยก่อกวน จะป่วน จะกลั่นแกล้งยังไงก็ได้ค่ะให้บอดีการ์ดคนใหม่ของฉัน เขารำคาญจนทนไม่ไหว ยิ่งถ้าพวกคุณถึงเนื้อถึงตัวเขาได้ฉันยิ่งชอบ’
เกย์สองนางทางปลายสายแทบกระดี๊กระด๊าทะลุจอโทรศัพท์เพราะปรีดิ์รติเปิดทางเช่นนี้ มีหรือว่าจะไม่ตอบตกลง...เพราะได้ทั้งเงินได้ทั้งผู้ชาย นับว่าเป็นลาภอันประเสริฐ
เมื่อแผนที่หนึ่งได้ตัวละครอย่างเก้งกับกวางมายืนพื้น ก่อนที่ทั้งคู่จะไปถึงออฟฟิศหล่อนจึงหาโอกาสโทรศัพท์นัดแนะกันอีกครั้งเพื่อรอจังหวะให้คืนฉายเข้าห้องน้ำ...แล้วมันก็เป็นไปตามคาดพอเปิดคลิปดูท่าทางตกใจของเขายามถูกเก้งกับกวางรุมทึ้ง มันช่างสะใจหล่อนสิ้นดี
แต่ความคิดแผลงๆยังไม่หมดแค่นั้น...เมื่อพริมาแวะมาหาที่ออฟฟิศในจังหวะคืนฉายถูกเกย์สองนางฉุดกระชากลากถูหล่อนจึงเล่าเรื่องเกี่ยวกับคืนฉายให้เพื่อนสนิทคนหนึ่งอย่างพริมาฟังอย่างรวบรัด
‘เธอคิดว่ายังไงยะ ยายพริ้มจะยอมช่วยฉันไหม’
พริมาหัวเราะอย่างมีจริตจะก้าน...หัวเราะแบบนี้ล่ะที่ปรีดิ์รติแอบค่อนขอดลับหลังว่า ‘ดัดจริต’ จะเอ่ยปากว่าตกลงหรือไม่ก็ชอบวางท่าลีลาจัด จนพานให้รำคาญ
‘เธอนี่มันเสน่ห์แรงจริงนะขนาดทำให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ยอมผันตัวมาเป็นบอดีการ์ดคุ้มกันให้...แต่ก็เอาเถอะถ้าเธออยากจะแกล้งนายนั่น ฉันก็จะเล่นเกมไปกับเธอด้วยอีกคนเมื่อกี้ฉันแอบเห็นหน้าเขาแวบๆ ฉันว่าเขาออกจะตี๋อินเทรนด์หน้าตาหล่อถูกสเป็กเลยล่ะ’
พริมาเป็นผู้หญิงเปิดเผยชัดเจนเช่นนี้ เมื่อหล่อนถูกใจผู้ชายคนไหน มักจะไม่อ้อมค้อมชอบบริหารเสน่ห์อย่างที่สาวสวยในวงสังคมนิยมทำจนบางทีรถไฟหนุ่มๆเคยมาชนกันโครมตั้งหลายราย แต่พริมาก็เอาตัวรอดสับรางเป็นว่าเล่น ประพฤติตัวไม่ต่างจากผู้ชายเจ้าชู้
จนบางครั้งหล่อนแอบติงกลายๆ ‘เธอไม่กลัวมั่งหรือไงที่คบผู้ชายทีละหลายๆคนพร้อมกัน’
แต่แล้วปรีดิ์รติก็ถูกอีกฝ่ายย้อนอย่างเจ็บแสบ‘เดี๋ยวนี้มันยุคไหนแล้วยะเรื่องอะไรจะปล่อยให้ผู้ชายเป็นฝ่ายมีสิทธิ์เลือกผู้หญิงอยู่ข้างเดียวสิทธิเท่าเทียมกัน ผู้หญิงอย่างฉันก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกบ้าง ว่าใครตัวจริงหรือว่าใครของเล่น...ส่วนเธอ ปูจ๋า...อย่าเที่ยวเตือนฉันนักเลยเธอเองก็เหมือนกันนั่นล่ะ ถึงจะไม่คบใครเป็นจริงเป็นจังแต่ฉันก็เห็นมีผู้ชายมาติดพันเธอไม่รู้ตั้งกี่ราย’
‘แต่มันไม่เหมือนกันนะพริ้มเธออย่าลืมสิ ว่าฉันไม่ได้ไปจีบผู้ชายคนไหนก่อน...พวกเขามาจีบฉันเองแล้วฉันก็ดูแลตัวเอง ไม่ได้โยนให้ใครที่ไหนกินฟรี’
ตอนนั้น ปรีดิ์รติพูดโดยไม่ฉุกใจคิดว่าพริมาแทบสะอึก จึงตอกกลับเสียงเขียว ‘ฟรีแล้วยังไงเหรอเนื้อตัวเป็นของฉัน จะเรียกเงิน หรือว่าจะให้ฟรี ถ้ามองว่ามีแต่ได้มันก็ไม่เสียสักหน่อย’
ปรีดิ์รติไม่รู้หรอกว่าส่วนลึกของพริมาคิดอย่างไรถึงได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับผู้ชายมากหน้าหลายตา...หล่อนจึงปล่อยวางไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวประเภทนั้นของพริมาอีกได้แต่แอบไปค่อนขอดให้จัญจรีฟังบ้างตามปะสา แต่รายนั้นก็ปากหนักไม่ชอบพูดวิจารณ์ใครทั้งต่อหน้าหรือว่าลับหลัง ราวกับกลัวว่าดอกพิกุลจะร่วงสุดท้ายหล่อนจึงกลายเป็นผู้เล่า...ส่วนจัญจรีก็กลายเป็นผู้ฟังไปโดยปริยาย
ดังนั้นเมื่อปรีดิ์รติขอร้องแกมบังคับให้พริมาเล่นละคร หลอกคืนฉายในวันนี้พริมาจึงตอบตกลงง่ายดาย โดยแสดงออกด้วยคำพูดและแววตาจริงจังมุ่งมั่นว่า ‘ตอนนี้รู้สึกว่าฉันจะชอบบอดีการ์ดของเธอแล้วสิปูจ๋า...ถ้าอย่างนั้นฉันจะจีบเขาเอง’
เมื่อปรีดิ์รติเพียงแค่ยักไหล่เป็นเชิงอนุญาตเพราะไม่เห็นคืนฉายอยู่ในสายตา พริมาจึงเดินเกมไปตามแผนการคือทำทีเข้าไปนั่งคุยกับคืนฉายในสวนหลังอาคารเพื่อถ่วงเวลาให้หล่อนได้หนีออกไปข้างนอกกับไวภพได้สำเร็จโดยไร้เงาบอดีการ์ดสุดกวน
ส่วนการที่พริมาอ้างเรื่องโรงแรมม่านรูดนั้น...เป็นแผนส่วนตัวของพริมาเองซึ่งปรีดิ์รติไม่ต้องการสนับสนุนเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ถึงกับอยากขัดแข้งขัดขาจึงปล่อยเลยตามเลย
ก็เพราะมีอยู่เหตุผลเดียว...คือพริมาต้องการเก็บคืนฉายไว้ในสต็อกนั่นเอง!
..............................................จบตอนที่ 11