เเกรก!
ผลั่ก!
เเรงเหวี่ยงกระเเทกทำเอาฉันเจ็บเเละจุกไปหมด พื้นห้องน้ำเปียกชื้นอันเย็นเฉียบ ัักับขาของฉันอย่างเลี่ยงไม่ได้
เจ็บชะมัด
คนอย่างยัยนี้ต้องเจอคนอย่างฉันนั้นเเหละ ดีเเล้ว รู้จักฉันน้อยไปสินะเอมี่
"เหอะ เพื่อนโซ่หรอ? เพื่อนเเบบไหนล่ะ เพื่อนกันมันส์ดี?"
ร่างของผู้หญิงตรงหน้ายืนกอดอกเเล้วมองฉันอย่างเหยียดๆ
" ใช่ เป็เพื่อนกัน เเล้วก็เป็เมียด้วย"
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ พร้อมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลทองของเอมี่ ที่ตอนนี้กำลังดุดันน่ากลัว เเต่ไม่ได้น่ากลัวสำหรับฉัน ออกจะตลกมากกว่า เเววตาที่เเสร้งทำให้ดูน่ากลัวคู่นั่น ดูยังไงก็ยังคงตลกในสายตาของฉันอยู่ดี
" ว่าไงนะ! "
หมับ!
มือเรียวสวยของเอมี่ยกขึ้นมาเพื่อจะตบฉัน เเต่ฉันไวกว่า คว้าข้อมือของเธอได้ พร้อมกับบีบมันอย่างไม่ออมเเรงง
หมับ!
ตามด้วยมืออีกข้างของเอมี่ที่หวังจะตบฉัน เเต่นึกหรอว่าคนอย่างฉันจะยอมโดนตบง่ายๆ ฉันคว้ามือทั่งสองข้างก่อนจะผลักเอมี่ ใส่กำเเพงห้องน้ำด้วยความเเรง
"อยากลองดี ได้ จัดให้"
เพี๊ยะ!
"อ๊ายย! "
เพี๋ยะ!
เพี๊ยะ!
เพี๊ยะ!!
เเละตามด้วยอีกหลายครั้ง
" ร้องทำไม สนองให้เเล้วไง"
"ฮึก!"
ฉันกระชากผมของเอมี่เเล้วลากยัยนั้นด้วยความทุลักทุเล ตรงไปยังห้องน้ำ ที่เปิดทิ้งไว้ คาดว่าน่าจะเพิ่งใช้งานเสร็จ.
ดีเลยล่ะ
"ปล่อย! จะพากูไปไหน กริ๊ดดดดด! อุ๊บ! "
เมื่อเห็นยัยนี่พล่ามดังจนน่ารำคาญ ฉันเลยถอดรองเท้าของฉันยัดเข้าไปในปากของเอมี่จนคับ ยัยนั้นมองฉันด้วยสายตากวาดกลัว คงคิดไม่ถึงใช่มั้ย ว่าฉันจะทำถึงขั้นนี้ เอาล่ะ
นี่มันยังไม่เลวร้ายพอหรอกนะ
"เสียงอะไรเเก"
เสียงเปรี้ยวๆดังมาจากทางประตูห้องน้ำ ฉันเบนสายตาไปมองก็เจอกับ นักศึกษาสองคนที่ยินมองฉันด้วยความตื่นตะลึง
"นะ นั่นรุ่นพี่เอมี่ดาวคณะนิเทศนี่!"
ผู้หญิงผมหยักโศก ชี้มาทางเอมี่ที่ตอนนี้สภาพเเทบไม่เป็คน
"ออกไป..."
ฉันตวัดสายตาไปมองอีกครั่ง เเต่เด็กสองคนนั้นก็ยังคงยืนเอ๋ออยู่ที่เดิม จนฉันโมโห
" อยากโดนใช่มั้ย จะได้ตบเรียงคิว! "
ฉันตะคอกจนสองคนนั้นผวาเเล้วรีบวิ่งออกจากห้องน้ำไป
น่ารำคาญจริงๆ
"ทีนี้ ก็เหลือเราสองคนเเล้วนะ ฮึ้ "
" ฮื่อออออ!! อ๋อยอั้น!!! ฮืออออ!"
" อะ ให้พูด "
ฉันยิ้มก่อนจะดึงรองเท้าออกจากปากเอมี่ด้วยความเร็ว ขอบรองเท้าฉันบาดปากเอมี่จนเืไหล
นั้นเเหละ
ฉัน จง ใจ
" ฮือออ! ไมโล เเก!!" ยัยเอมี่ตะเกียกตะกายจะพยายามทำร้ายฉัน เเต่ฉันไม่ปล่อยโอกาสหรอก กำจัดเเล้วต้องทำให้หลาบจำ จะได้ไม่มาเก่งมายุ่งวุ่นวายกับฉัน......
เเล้วคนที่ฉันรักอีก!
"มานี่!"
เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงกระชากผมเเละออกเเรงดึงยัยเอมี่ตรงไปยังห้องน้ำ เเรงข่วนของเอมี่ทำเอาฉันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เกลียดจริงๆผู้หญิงไว้เล็บ ส่วนยัยนี่เล็บยาวอย่างกะปอบ บ้าเอ้ยเจ็บชะมัด
เเต่เอาเถอะ ฉันทนได้
" เลิกยุ่งกับโซ่ซะ"
ฉันกดหัวของเอมี่ลงไปในชักโครกด้วยความเเรง ก่อนจะพูดขู่ยัยนั้น
" ฮึก! ไมโลขอร้องปล่อยฉัน "
เมื่อเห็นว่าเอมี่ยังคงดิ้นไม่หยุด ฉันเลยใช้เท้าเหยียบไปที่ต้นคอของเอมี่กดไว้ จนยัยนั้นดิ้นไม่ได้ ได้เเต่ครางในลำคอด้วยความเจ็บ
" บอกสิ ว่าจะเลิกยุ่งกับโซ่"
"ฮึก!!"
"พูด!.."
" ฮึก ไม่!!"
"ได้ ได้เลยเอมี่ "
พรึ่บ!
เเค่ก!!
ฉันเอื้อมมือไปกดชักโครก น้ำมากมายไหลทะลักออกมา เมื่อเห็นดังนั้นฉันจึงใช้เท้ากดหัวเอมี่ลงไปทันที
ลองนึกภาพคนโดนกดน้ำสิ...
"อึก"
"พูดสิ"
เมื่อเห็นว่ายังเงียบฉันก็กดอีกครั่ง
หลายครา..
"อึก พะ พอ"
" หืมมมม ว่าไง"
"ดี!"
เมื่อฉันได้คำตอบ ก็ผลักเอมี่ออกไปให้ห่างจากตัว เเต่ดันไปชนกับชักโครกซะงั่น ฉันมองดูเอมี่ตั่งเเต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดๆเหมือนที่เอมี่เคยมองฉันก่อนหน้านี้ ก่อนจะหันหลังเดินออกมา....
" กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!"
เสียงกริ๊ดร้องของเอมี่ดังไปทั่วบริเวณ ฉันไม่สนหรอกว่าพอออกจากห้องน้ำเเล้วจะเจอกับกลุ่มไทยมุงของนักศึกษา ที่ยืนสอดรู้สอดเห็นกันอยู่เต็ม ไม่สนว่าพวกคนเหล่านี้จะมองฉันยังไง เเต่ที่ฉันสนที่สุดตอนนี้ คืออยากกลับไปพักผ่อน
อยากกลับคอนโดเเล้ว
เหนื่อย เเล้วก็เจ็บ
" ไมโล เพื่อนเเกตามหาอยู่อะ เห็นเอมี่ลากเเกออกมา มันเป็ห่วงหาเเกให้วุ่นเลย " แยมหัวหน้าชมรมที่ฉันอยู่เดินผ่านมาพอดี ได้บอกฉัน
เหอะ
"ยังไม่ตาย!"
"อะ อ้าว5555"
เเยมดูเหมือนจะงงๆที่ฉันดูเหวี่ยงๆ เธอเกาหัวก่อนจะหัวเราะเเห้งๆออกมา
"5555 งะ งั้นเเยมไปก่อนเด้อ อย่าลืมไปหาพวกมันล่ะ"
" ไม่อะ จะกลับละ "
" อ๋อ โอเค ไปละบายย"
ฉันมองเเยมที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปท่าทางงานที่ชมรมจะยุ่งๆนะเนี่ยย ฉันหยิบมือถือขึ้นมา ก่อนจะกดเข้าไปอ่านเเชท เพื่อนๆติดต่อฉันจริงๆด้วย เเต่ละคนคือไม่ต่ำกว่าสิบสายอะ หัวใจของฉันเต้นเเรง มือก็เลื่อนหาเบอร์ที่ฉันได้เเต่ภาวนาในใจให้เขาโทรมา เเต่ว่า..
กึก
ฉันกำมือถือเเน่น ไม่มี ไม่มีเลย จริงๆฉันไม่ควรหวังด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็ห่วงฉัน โทรหาฉันบ้าง ฉันโดนเอมี่ ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเื่ตบตีมากที่สุดลากออกมา เเถมผู้หญิงคนนี้ยังเป็คู่ขาของเขาตอนนี้อีกด้วย เเต่เเทนที่เขาจะสนใจเป็ห่วงเป็ใยฉันบ้าง เพราะเรารู้จักกันมาตั่งเเต่เด็กๆ เเต่ไม่เลย นายใจร้ายจริงๆ โซ่
จู่ๆขอบตาของฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมา ก้อนหนืดๆสิ่งมาจุกที่คอ จนอยากร้องไห้ออกมาเต็มที เเต่ฉันจะไม่เสียน้ำตาอีกเป็อันขาด ฉันจะต้องเข้มเเข็ง ฉันไม่ใช่คนอ่อนเเอ เธอทำได้ ไมโล
ฉันเดินทอดน่องอย่างเหม่อลอย รู้สึกตัวอีกครั่งตอนนี้ ฉันก็มาโพล่ที่คณะเกษตรศาสตร์ ฉันเดินมาไกลขนาดนี้เลยหรอเนี่ย เเต่ก็ดีเเล้วล่ะ เพราะฉันชอบสถานที่นี้มาก เป็คณะที่ปลูกต้นไม้ตลอดทางเดิน ร่มรื่นเเถมยังอากาศดีมากๆ ชอบตรงที่ มีพืชหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็ ไม้ดอกไม้ประดับก็มีเต็มไปหมด ให้ตายสิ ฉันนี่มันโง่จริงๆที่ลงเรียนตามเพื่อน เเต่ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ตัวเองชอบเเละอยากเรียน
"เห้อ"
ข้างๆฉัน เป็ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ สีสันสวยงาม จมูกของฉันได้กลิ่นหอมจางๆ จนตอนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย นอกจากดอกไม้จะมีสีสันสวยงามเเล้ว ยังให้ความสดใส เเละส่งกลิ่นหอมที่เป็เอกลักษณ์ เเถมยังให้ความสดชื่นต่อผู้พบเห็นอีกด้วย
ดอกไม้เเต่ละชนิด เเต่ละสี ยังแฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้งที่ใครๆอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน
"นั่นมัน.."
สองเท้าของฉันหยุดชะงักอยู่กับที่ ดอกไม้ที่อยู่ข้างๆฉัน
"ดอกเยอบีร่า"
ดอกไม้ชนิดนี้ เป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้ความรู้สึกของฉัน ฝังเเน่นมานานถึง13 ปี ฉันรักผู้ชายคนนึงมาตลอด 13 ปี ใช่เเล้วฟังไม่ผิดกันหรอก ผู้ชายคนนั้นมอบดอกไม้ชนิดนี้ให้ฉัน ตอน 9 ขวบ
ในตอนนั้น เราสนิทกันมาก อาจจะด้วยที่พ่อเเม่รู้จักกัน ทำให้เราอยู่ด้วยกันเป็กลุ่ม มาตั่งเเต่เด็ก ซึ่งเเน่นอนว่า โซ่ ตอนนั้นต่างจากตอนนี้มาก คเขามีวามอ่อนโยน พูดน้อย เเต่ก็ดูเเลฉันดีมากเเต่การกระทำตอนนั้นที่โซ่มีให้ฉันมันหายไปแล้ว เหลือเเต่ความเกลียดชัง เ็า เฉยเมย คุยกันนับคำได้ ไม่สิ เราไม่ได้คุยเลยด้วยซ้ำ นานเเค่ไหนเเล้วนะ..
วันนั้น โซ่เดินออกมาจากสวนดอกไม้ของเเม่ฉัน พร้อมกับดอกไม้ในมือ โซ่มอบดอกเยอบีร่าให้ฉันก่อนวันวาเลนไทน์ 1 วัน หลังจากนั้น ฉันก็คิดเเละหลอกตัวเองมาตลอด ว่าโซ่มีใจให้ฉัน
เพราความหมายของดอกเยอบีร่าก็คือ
"เธอคือเเสงอาทิตย์ เเห่งชีวิตฉัน"
ทุกคนเริ่มทยอยกันกลับเเล้ว เสียงฝีเท้าหลายคู่เดินผ่านฉันไป ฉันก็ยังคงมองดูดอกไม้ตรงหน้า ด้วยสีหน้าเเบบไหนฉันก็ไม่รู้เลย ถ้าย้อนเวลาไปได้เเล้วหยุดเวลาได้ฉันคงทำเเล้วล่ะ
ในสายตาของทุกคน มองว่าฉันไม่ดี ฉันร้าย ฉันนิสัยเสีย เเถมยังควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ฉันมั่ว เเต่นั่นมันเป็เเค่การเรียกร้องความสนใจ จากคนคนเดียว ฉันเเค่อยากให้หันมาสนใจฉันบ้าง เท่านั่นเอง
"ไมโล!"
เสียงเเหบๆของผู้หญิงดังขึ้น นั่นมันเพื่อนฉันเอง โรส
ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งมาหยุดด้านหลังฉัน ถ้าให้เดา คงเป็เพื่อนๆของฉันเอง
"ไมโล" ฉันยังคงยืนนิ่งมือสองข้างค่อยๆล้วงเข้าไปในกระเป๋า ก่อนจะเบนสายตาไปมองคนที่อยู่ด้านหลัง
"เป็ไงได้มากี่เเผลล่ะ อวดดี" เป็เสียงของ ปืน ที่เดินมาขยี้หัวฉันด้วยความเอ็นดู อย่างเห็นได้ชัด
"ฉันซ่ะอย่าง ไม่เป็ไรหรอก"
"นี่ๆหลีกไปเลย ไมโล! รู้มั้ยว่ากููเป็ห่วง "
โรสวิ่งมาจับมือฉันเเล้วบ่นชุดใหญ่ ยัยนี้นี่ยังคงเป็ห่วงฉันเสมอเลยสินะ
"ใช่ ทำไมถึงชอบทำให้เป็ห่วงเเบบนี้" ฉลาม พูดขึ้นด้วยสีหน้าดุเล็กน้อย ฉลามน่ะ ทำดุไปงั้นเเหละ ทรงเยอะมาก
"ยังไม่ตาย พวกเเกก็ " ฉันพูดก่อนจะกวาดสายตาไปมองเพื่อนๆของฉัน เขื่อน ยิ้มเล็กน้อยส่งมา สีหน้าบ่งบอกว่าโล่งอกเป็ที่สุด
ฉันยักคิ้วให้เขื่อนก่อนสายตาจะเลื่อนไปเห็นผู้ชายคนนึง โซ่ ผู้ชายคนนั้นไม่เเม้จะมองหน้าฉันเลยด้วยซ้ำ สายตาของหมอนั้น กำลังมองดอกไม้
หมอนั้นมองดอกเยอบีร่า!
" คืนนี้ไปชนเเก้วกัน คอนโดไอเขื่อนเป็ไง "
โรสเขย่าเเขนฉันด้วยความตื่นเต้น
" คืนนี้มีนัดกับพี่เต " ฉันพูดเเล้วปรายตาไปมองโซ่ เเต่หมอนั่นก็ยังคงเหมือนเดิม
"โห โลนี่คนที่เท่าไหร่เเล้วเนี่ย น้ำขิงนับไม่ถูกเเล้ว " เป็เสียงของ น้ำขิง ผู้หญิงที่ฉัน เกลียด ที่สุด ฉันหันไปมองน้ำขิง ด้วยสีหน้าเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
" เสือก " ฉันเลิกคิ้ว ก่อนจะด่ายัยนั้นไปคำนึง จนหน้ายัยนั่นถอดสี ทุกคนเงียบเเล้วมองฉันกับน้ำขิงนิ่งๆ
" ร่าน "
อึก! ฉันจะไม่เจ็บเลย ถ้าคำคำนี้ดังมาจากคนอื่น ที่ไม่ใช่ โซ่
"ว่าไงนะ!" ฉันตะคอกโซ่ด้วยความโมโห ถึงรักมาก ก็สามารถเกลียดมากได้เหมือนกัน
โซ่ไม่สนฉัน ก่อนจะเดินไปไกล้ๆน้ำขิง
"ไปเถอะ" โซ่พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบตามเเบบของตัวเอง
"อื้ม " น้ำขิงพยักหน้า ก่อนจะเดินตามโซ่ออกไป
จุกดี
"เหี้ย มึงพูดเเบบนี้ได้ยังไงวะ!" ฉลามตะคอกโซ่ ด้วยความโมโห
" หรือว่า ไม่จริง"
โซ่เลิกคิ้วถามฉลามก่อนจะกวาดสายตามองทุกคน ยกเว้นฉัน เหอะขนาดหน้า เขายังไม่มองเลย
"เหี้ยโซ่!"
"เห้ย! ใจเย็นๆ!" โรสเเละปืนดึงฉลามไว้
"จะไปส่งน้ำขิงก็รีบไป"โรสพูดก่อนจะดึงฉลามไว้ โซ่ไม่ทุกข์ไม่ร้อนเดินนำน้ำขิงออกไปทันที
"เรากลับกันเถอะ" เป็เขื่อนที่เงียบอยู่นาน เอ่ยขึ้น
"พวกมึง กลับกันก่อนเลย " ฉันหันไปพูดกับทุกคน ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เเต่ว่า"
"กูอยากอยู่คนเดียว จริงๆนะ.."ก่อนที่ฉลามจะพูดจบ ฉันก็เเย้งขึ้น ทำให้ทุกคนเงียบ สายตาของพวกมันเเสดงถึงความเป็ห่วงอย่างชัดเจน ชีวิตทั้งชีวิต นอกจากพี่ชายที่ทำงานอยู่คนละประเทศกันเเล้ว ฉันก็มีเเค่พวกมันจริงๆ ฉันขาดพวกมันไปไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ ฉันรักทุกคน ไม่อยากเสียใครไป มันเป็ความรู้สึกที่ไม่มีใครเข้าใจ
ฉันตัดสินใจหันหลังเเล้วเดินออกมา ขอบตาร้อนผ่าว ทำไมชีวิตถึงเป็เเบบนี้กันนะ
"ไมโล มีปัญหาอะไร โทรมานะ เเล้วพวกกูจะไปหา!!"
โซ่คนดี
ไมโลไม่สู้คน
เื่นี้ไม่ดราม่าเลยนะคะ ไม่เลย จะออกเเนวคอมเมดี้มากๆเลยค่ะ เชื่อไรท์????