หลายสัปดาห์ผ่านไปบนเส้นทาง ในที่สุดเฟยหลงก็คุ้นชินกับการเดินทาง ความโดดเดี่ยวที่เคยรู้สึกในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นของมิตรภาพ เขากับสวี่เจี๋ยกลายเป็เหมือนพี่น้องที่ต่างกันสุดขั้วแต่กลับเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว เฟยหลงเรียนรู้เื่ราวของโลกกว้างจากสวี่เจี๋ย ส่วนสวี่เจี๋ยก็ได้เรียนรู้ความสงบและความรอบคอบจากเฟยหลงโดยไม่รู้ตัว
จนกระทั่งวันหนึ่ง...หลังจากที่พวกเขาเดินข้ามเนินเขาลูกสุดท้าย สวี่เจี๋ยก็ชี้ไปยังเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้น
"นั่นไงเฟยหลง! ถึงแล้ว! เมืองหินขาว!"
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้เฟยหลงถึงกับหยุดหายใจ นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็น "เมือง" อย่างแท้จริง กำแพงหินสีขาวสูงตระหง่านทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตาราวกับสันหลังของัั์ที่หลับใหลอยู่ มีหอคอยสังเกตการณ์ตั้งตระหง่านอยู่เป็ระยะๆ และประตูเมืองขนาดมหึมาก็กำลังเปิดอ้ารับผู้คนและเกวียนสินค้าที่หลั่งไหลเข้าไปไม่ขาดสาย
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้ เสียงอึกทึกของเมืองก็ดังกระแทกโสตประสาทของเฟยหลงอย่างจัง มันเป็เสียงที่แตกต่างจากเสียงของป่าโดยสิ้นเชิง...เสียงะโโหวกเหวกของพ่อค้าแม่ค้า เสียงค้อนเหล็กจากร้านช่างตีเหล็ก เสียงล้อเกวียนที่บดเบียดไปบนพื้นหิน และเสียงพูดคุยของผู้คนนับพันที่ผสมปนเปกันจนกลายเป็เสียงกระหึ่มอันเป็เอกลักษณ์ของเมืองใหญ่
"ใหญ่มาก..." เฟยหลงพึมพำออกมาได้เพียงเท่านั้น
"ฮ่าๆๆ นี่แค่เมืองขนาดเล็กในแถบหุบเขานะเฟยหลง" สวี่เจี๋ยหัวเราะ "ถ้าเ้าได้ไปเห็นเมืองหลวง เ้าคงจะอ้าปากค้างไปสามวันสามคืนเลยล่ะ! เอาล่ะ สิ่งแรกที่ต้องทำคือไปลงทะเบียนเข้าร่วมการประลอง!"
ทั้งสองเดินตามฝูงชนเข้าไปในเมือง ทุกสิ่งทุกอย่างดูน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเฟยหลง...ร้านรวงที่เรียงราย...อาหารหน้าตาแปลกๆ ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย...และผู้คนในอาภรณ์หลากสีสัน หลังจากถามทางอยู่หลายครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงลานประลองกลางของเมืองหินขาว ที่ซึ่งถูกจัดให้เป็สถานที่ลงทะเบียนชั่วคราว
ภาพที่เห็นคือความโกลาหลขนาดย่อม มีการตั้งโต๊ะยาวหลายตัว และมีแถวของหนุ่มสาวที่้าเข้าร่วมการประลองทอดยาวเหยียดออกไป มีการแบ่งแถวอย่างชัดเจน...แถวสำหรับศิษย์จากสำนักและตระกูลต่างๆ ที่มีป้ายเชิญจะสั้นและเคลื่อนตัวเร็ว ส่วนแถวสำหรับนักสู้ไร้สังกัดเช่นพวกเขานั้น...ยาวจนแทบมองไม่เห็นท้ายแถว
"ดูท่าเราคงต้องรอทั้งวันแน่ๆ" สวี่เจี๋ยถอนหายใจ แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้ม
ทั้งสองต่อแถวไปอย่างอดทน สังเกตดูผู้คนรอบข้างที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝันเช่นเดียวกับพวกเขา บางคนดูมั่นใจ บางคนดูประหม่า และบางคนก็มองคู่แข่งคนอื่นๆ ด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร
ขณะที่พวกเขารออยู่เกือบสองชั่วยาม เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากด้านหน้าของแถว กลุ่มของหลิวเฟิงในชุดสีเขียวหรูหราเดินแหวกฝูงชนเข้ามาอย่างไม่เกรงใจใคร ตรงไปยังโต๊ะลงทะเบียนทันที
"หลีกทาง! พวกข้าจากตระกูลหลิวจะลงทะเบียน!"
ผู้คนในแถวต่างแสดงความไม่พอใจแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา หลิวเฟิงกวาดสายตาอย่างเย่อหยิ่งแล้วสายตาของเขาก็มาหยุดอยู่ที่เฟยหลงและสวี่เจี๋ย รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"อ้อ! ไอ้เด็กบ้านนอกสองตัวจากโรงเตี๊ยมนี่เอง ยังกล้ามาที่นี่อีกรึ?" เขาหัวเราะเยาะ "พวกแกคิดว่าการประลองนี่เป็ที่สำหรับขอทานหรือยังไง?"
แล้วเขาก็หันไปพูดกับเ้าหน้าที่ลงทะเบียนที่ทำหน้าเบื่อหน่าย "ท่านเ้าหน้าที่ สองคนนี้เป็พวกนักเลงหัวไม้ที่ข้าเจอระหว่างทาง อย่าให้พวกมันลงทะเบียนเลย เดี๋ยวจะไปสร้างความวุ่นวายให้กับการประลองเสียเปล่าๆ"
เ้าหน้าที่วัยกลางคนเงยหน้าขึ้นมองเฟยหลงและสวี่เจี๋ยอย่างชั่งใจ "พวกเ้ามีเื่กันมารึ?"
"ไม่มีขอรับ" สวี่เจี๋ยรีบตอบ "พวกเขาหาเื่พวกเราก่อน"
"หนวกหูน่า!" หลิวเฟิงตวาด "แค่เห็นเสื้อผ้าซอมซ่อของพวกแกก็รู้แล้วว่าเป็พวกไร้หัวนอนปลายเท้า!"
เ้าหน้าที่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เขาเห็นเื่แบบนี้มาจนชินแล้ว เขาหันมาทางเฟยหลงที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอด "แล้วเ้าล่ะ? ชื่ออะไร มาจากไหน?"
เฟยหลงสบตาเ้าหน้าที่อย่างไม่หลบเลี่ยง แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบและชัดเจน "ข้าชื่อ เฟยหลง มาจากหมู่บ้านจันทร์เสี้ยว"
ไม่มีความประหม่า ไม่มีความโกรธ ไม่มีการแก้ตัว...มีเพียงความจริงที่เรียบง่ายและท่วงท่าที่สงบนิ่งไม่ไหวติง...ความนิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการยืนในท่ายืนม้าเป็วันๆ
ความสงบของเฟยหลงดูจะทำให้เ้าหน้าที่ประหลาดใจเล็กน้อย มันช่างแตกต่างจากท่าทีโวยวายของหลิวเฟิงอย่างสิ้นเชิง เขาโบกมือไล่หลิวเฟิงอย่างรำคาญ "เื่ของพวกเ้าไปจัดการกันทีหลัง ตอนนี้ถ้าไม่ลงทะเบียนก็หลีกไป อย่ามาเกะกะขวางทางคนอื่น"
เขาก้มลงเขียนชื่อลงในม้วนกระดาษหนังขนาดใหญ่ "เฟยหลง...หมู่บ้านจันทร์เสี้ยว...จ่ายค่าสมัครสิบเหรียญทองแดง แล้วไปรับป้ายไม้ของเ้าซะ"
เฟยหลงยื่นเงินที่มารดาให้มา ซึ่งเป็ส่วนสำคัญของเงินทั้งหมดที่เขามี ให้กับเ้าหน้าที่ แล้วรับป้ายไม้เล็กๆ ที่สลักหมายเลข 'สามร้อยเจ็ดสิบสี่' มาไว้ในมือ สวี่เจี๋ยก็รีบลงทะเบียนตามอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองเดินออกมาจากฝูงชนที่ยังคงโกลาหล หลิวเฟิงมองตามพวกเขาด้วยสายตาอาฆาตแค้น แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้
"เฮ้อ ข้าคิดว่าเราจะแย่ซะแล้ว!" สวี่เจี๋ยกล่าวอย่างโล่งอก "เ้าใจเย็นเป็บ้าเลยนะเฟยหลง ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด!"
เฟยหลงไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่ก้มลงมองป้ายไม้ในมือ...บนนั้นสลักชื่อของเขาไว้ 'เฟยหลง'
นี่เป็ครั้งแรก...ที่ชื่อของเขาถูกจารึกไว้ในสถานที่อื่นนอกเหนือจากความทรงจำของคนในหมู่บ้าน มันให้ความรู้สึกที่หนักอึ้งและสำคัญอย่างประหลาด เขากำป้ายไม้ไว้แน่น...ตอนนี้เขาไม่ได้เป็เพียงเด็กหนุ่มจากป่าเขาอีกต่อไปแล้ว...เขาคือผู้เข้าร่วมการประลอง หมายเลขสามร้อยเจ็ดสิบสี่
เขาเงยหน้าขึ้นมองเมืองที่กว้างใหญ่และผู้คนที่เดินขวักไขว่...การเดินทางเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น