เมื่อนางรับรู้ว่าเป็เสียงใครสีหน้าจึงเริ่มปั้นยาก พลางรู้สึกสับสนเล็กน้อยไม่รู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้ควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะ
“หืม...ชุดสีนี้ก็ดูไม่เลวสำหรับเ้านะ”
ชิลที่ยืนอยู่บนพื้นแหงนหน้ามองขึ้นไปยังซาเนียที่โดนจับอยู่ในมือขนาดั์ เืสีม่วงจากมือไหลหยดจนทำให้ดินแปรเปลี่ยนเป็สีม่วง
“หุบปะ...”
ซาเนียกล่าวอย่างอ่อนแรงฝืนถลึงตาใส่ชิล ก่อนเริ่มรู้สึกจุกหน้าท้อง เหตุจากมือั์ป่าขนโลหิตที่เริ่มบีบแน่นขึ้น
“นี่รู้ไหม ข้าจะหาผลึกพลังงานทมิฬได้จากที่ใด”
ชิละโออกไปโดยไม่สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับธิดา์ตรงหน้า
“อึก...”
เม็ดเหงื่อไหลท่วมใบหน้าอันงดงามซาเนียไม่มีแรงพอจะโต้เถียงปัจจุบันนางเริ่มรู้สึกใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที
ไม่นานั์ป่าขนโลหิตก็เริ่มรับรู้ถึงการปรากฏตัวของชิล มันได้เพ่งััจิติญญาเข้าตรวจสอบเมื่อพบว่ามดแมลงตนใหม่ อยู่เพียงระดับผสานกายขั้นหนึ่ง จึงหมดความสนใจก่อนหันกลับมาเร่งบีบมือให้แรงขึ้น
“โอ๊ะดูเหมือนข้าจะเจอผลึกพลังงานทมิฬแล้ว”
ชิลกล่าวเสียงค่อย ก่อนจ้องไปยังศีรษะสัตว์อสูรขนาดั์ด้านหน้า
ครู่หนึ่งร่างในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลก็เลือนหายไปโผล่อยู่บนไหล่ซ้ายั์ป่าขนโลหิต
“ขนาดเล็กไปเสียหน่อย แต่ก็พอใช้ได้”
ชิลยกมือขึ้นจับปลายคางด้วยท่าทางครุ่นคิดโดยมิได้สนใจสายตาอันดุร้ายของสัตว์อสูรขนาดั์ที่มองมายังเขาด้วยความรำคาญ
อย่างไรก่อนเ้าั์จะได้ทำอะไรแสงสีขาวเส้นหนึ่งก็ถูกขีดลงมาจากฟ้า
ฟึบ!
พลันเืสดๆสีม่วงพุ่งทะลักออกมาจากไหล่ข้างที่ซาเนียถูกจับเป็เหตุให้มันคำรามลั่นด้วยความเ็ปเผลอคลายมือปล่อยร่างบางในชุดเปื้อนเืหล่นลงบนดิน
อั๊ก
แผ่นหลังธิดา์กระแทกพื้นอย่างแรงกระนั้นสิ่งที่ซาเนียสนใจกลับมิใช่ความเ็ปอันน้อยนิด ทว่าเป็จุดที่นางตกลงมา
บอกได้คำเดียว มันคือบ่อเือันเหม็นเน่าของั์ป่าขนโลหิต
“อุ๊ก”
สิ่งปฏิกูลในลำคอกำลังพุ่งขึ้นมา เป็สัญญาณบ่งบอกว่านางกำลังจะอาเจียน
ติดอยู่เื่เดียวก็คือ นางไม่สามารถขยับตัวทำได้เพียงอดกลั้นมิให้สำรอก อย่างไรความพยายามของนางช่างด้อยค่านักเพราะเพียงยื้อไว้ได้สองลมหายใจ น้ำสีขาวขุ่นก็พุ่งทะลักจากปากกระจายเลอะเต็มใบหน้าอันงดงาม
น่าเศร้าที่ธิดา์แห่งวังเมฆาสูญสิ้นต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้อีกทั้งไม่ทราบว่าด้วยกลิ่นเือันฉุนจัด หรืออาเจียนที่เปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าส่งผลให้นางเกิดสภาวะช็อค และสลบไป
“...”
ชิลจ้องมองสตรีผู้แสนงดงามด้านหน้าด้วยท่าทางครุ่นคิดเช่นกันั์ป่าขนโลหิตก็ได้ใช้ััจิติญญามองลงมายังเขาด้วยความฉงน
มันมั่นใจกว่าครึ่งว่าเมื่อครู่ชิลยังอยู่บนไหล่แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงไปอยู่บนพื้นเสียแล้ว
เวลาไม่คอยท่า เช่นเดียวกับโทสะอันมากล้นของสัตว์อสูรั์มันได้ฝืนความเ็ปบริเวณไหล่ เหวี่ยงแขนลงไปยังจุดที่ชิลยืน
ปัง!!
เสียงดังกระจายไปทั่วทิศพร้อมฝุ่นควันลอยคละคลุ้ง อย่างไรเมื่อมันส่งััจิติญญาเข้าตรวจสอบจุดที่โจมตีกลับพบว่าทั้งชิลและซาเนียได้หายไปแล้ว
“เ้ามิใช่สัตว์อสูรตนแรกที่คิดสังหารข้า”
ร่างในชุดผ้าฝ้ายสีฟาง เดินออกมาจากต้นไม้ใหญ่ด้านหลังนี่ทำให้ั์ป่าขนโลหิตยิ่งงุนงงกว่าเดิม ทว่าสิ่งที่มันตอบโต้ กลับเป็การบิดตัวเหวี่ยงหมัดโจมตี
“และก็มิใช่สัตว์อสูรตนแรกที่ข้าสังหาร”
ร่างชิลเลือนหาย ก่อนไปหยุดยืนอยู่บนหมัดขนาดั์ พลางสะบัดมือเรียกดาบสีฟ้าวาดตัดเข้ากลางลำคอ
แสงสีขาวถูกขีดอีกครา
ฟึบ~
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว ั้แ่ที่ั์ป่าเหวี่ยงหมัดไปจนถึงชิละโหลบพร้อมโจมตีสวนกลับเพียงหนึ่งลมหายใจ ร่างขนาดั์ก็ล้มตึงไปกับพื้น และสิ้นชีวิต
ใครจะคาดคิด สิ่งมีชีวิตอันเป็ภัยร้ายสำหรับใครหลายคนจะจบชีวิตลงง่ายดายถึงเพียงนี้ ซ้ำยังถูกสังหารโดยเด็กหนุ่มผู้อยู่เพียงผสานกายขั้นแรก
“ทื้อเกินไป”
ชิลส่ายหัว ก่อนจ้องมองร่างั์ป่าขนโลหิตด้านหน้า
“ข้ายังฝึกไม่พอ”
เขาถอนหายใจ ก่อนวาดดาบผ่าหัวศพั์ ยกมือใช้คลื่นจิติญญาควบคุมพลังงาน์ ส่งมันเข้าไปดึงหินสีดำออกมา
“ขนาดเล็กไปจริงๆ”
ระหว่างที่ชิลเก็บผลึกพลังงานทมิฬเข้าไปในเชือกสีดำ พร้อมใช้พลังงาน์อันน้อยนิดยกร่างซาเนียลอยตามหลังเข้าไปในป่าร่างในชุดคลุมสีเขียวเข้มก็ได้เผยออกมาจากพุ่งไม้ไม่ไกลนัก
“ผสานกายขั้นแรก ทำเช่นนี้ได้ด้วย?”
ชายผมเทาหรี่ตาแคบ ครุ่นคิด พลางมองศพั์ป่าด้านข้าง
“บางทีมันอาจซ่อนระดับการฝึกฝน...”
.
.
“เหตุใดนางยังไม่กลับมา”
ห่างออกไป เฟอรินที่นั่งพิงผนังถ้ำขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาได้ลากร่างอันอิดโรย เดินมาตามทางที่ซาเนียบอก จนพบเข้ากับถ้ำแห่งหนึ่งจริงๆ นั่นทำให้ความรู้สึกติดหนี้บุญคุณเพิ่มมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“นางมิใช่คนโง่บางทีอาจกำลังหลบอยู่ที่อื่น เพื่อรอเวลาให้ั์ป่ากลับรัง”
เขาหันมองออกไปหน้าปากถ้ำ สายตานุ่มลึกตั้งมั่นในบางสิ่ง ทิ้ง่อยู่ครู่หนึ่งจึงหลับตา นั่งทำสมาธิซึมซับพลังงาน์เพื่อซ่อมแซมอาการบาจเจ็บต่อ
.
.
โครม!!
ร่างหนึ่งถูกโยนลงไปยังใจกลางธารน้ำภายในป่าพันิญญาไม่นานร่างนั้นก็พุ่งขึ้นมาเหนือน้ำอย่างรวดเร็ว
“ใครกัน!!!”
ซาเนียะโด้วยความใพร้อมสำลักน้ำออกมาสองสามครา
“ตื่นแล้วก็ล้างเนื้อตัวของเ้าซะข้าเหม็น”
ชิลที่นั่งอยู่ริมฝั่งธารน้ำกำลังจัดเรียงหินขนาดเท่าฝ่ามือสิบก้อนให้เป็วงกลมด้วยท่าทางจริงจัง
“เป็เ้า?”
เกิดเครื่องหมายคำถามขึ้นบนใบหน้าอันงดงามนางไม่รู้ว่าเหตุใดถึงมาอยู่ในที่แห่งนี้ จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่รู้สึกตัวนางกำลังถูกจับไว้ด้วยมือขนาดั์ของั์ป่าขนโลหิต
“เป็ไปไม่ได้”
ซาเนียทำปากขมุบขมิบ ก้มมองไปยังเนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนคราบโลหิตสีม่วงและคราบดินแม้มันจะถูกชะล้างไปกับสายน้ำบางส่วนบ้างแล้ว ทว่ากลิ่นเหม็นเน่าอันยากจะทนที่เกิดจากโลหิตสีม่วงก็ยังคงลอยอบอวนรอบตัวนางอยู่
“มันเหม็นใช่ไหมล่ะ”
ชิลที่เห็นซาเนียกำลังนำมือขึ้นมาปิดจมูกกล่าวพลางนวดคลึงไปยังข้อมือขวาด้วยท่าทางไร้อารมณ์
“เหตุใดจึงช่วยข้า”
แม้นจะไม่ค่อยถูกชะตาในคราแรกทว่าก็มีน้ำใจแบ่งปันมื้ออาหาร แม้นจะพูดจาไม่เข้าหู ทว่าการกระทำก็มิได้เลวร้ายนี่ทำให้ชิลในสายตาซาเนียดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับบุรุษที่ผ่านมา
“ข้ามิได้ช่วยเ้า”
“ไม่ เ้าช่วยข้า”
“เปล่า ข้าเพียงตามหาผลึกพลังงานทมิฬ”
“เช่นนั้นก็มีสัตว์อสูรมากมายในป่า”
“ข้าเพียงเดินผ่านไปทางนั้น”
“งั้นรึ”
“ใช่”
ชิลยังคงนั่งจ้องไปที่หินทั้งสิบก้อนพลางกล่าวกับซาเนียแบบขอไปที
นี่ยิ่งทำให้ธิดา์รู้สึกแปลกขึ้นไปอีกหากนาง้าต้อนคำถามว่าเหตุใดจึงต้องพานางมายังริมธารน้ำบางทีอาจได้เห็นการตอบสนองของชายหนุ่มั์ตาองุ่นต่อ ทว่านางกลับเลือกที่จะหยุดซักและทิ้ง่เวลาให้เงียบลง
ต้องรู้ว่าั้แ่เด็กผู้คนที่เข้าหานางมัก้าผลประโยชน์บางอย่าง บ้างถูกความงดงามชักจูงบ้าง้าสิ่งตอบแทนเป็ชื่อเสียง ทว่าน้อยนักจะทำอะไรโดยมิหวังสิ่งตอบแทน
กระนั้นสิ่งที่ซาเนียเข้าใจเกี่ยวกับชายหนุ่มตรงหน้ากลับถูกเพียงครึ่งเดียว มิใช่ว่าเขาไม่หวังสิ่งตอบแทนแต่ไม่คิดว่าสตรีตรงหน้าจะตอบแทนสิ่งใดได้มากนัก
โดยไร้ซึ่งความสนใจต่อผู้เลอโฉมตรงหน้าชิลได้ยกมือขวาขึ้นเล็กน้อย แสงสว่างสีส้มก็ปรากฏขึ้นบนนิ้วชี้ไม่นานอักขระมากมายก็ถูกวาดลงไปบนกองหินเ่าั้
ซาเนียที่เห็นชิลกำลังตั้งใจกระทำบางสิ่งจึงไม่คิดรบกวน ทว่าเมื่อนางมองเห็นสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็ตกตะลึง
“ผู้ใช้อาคม!”
นางจ้องนิ่งไปยังการกระทำของชิลมองปลายนิ้วชี้ที่ส่องแสงกำลังขีดเขียนสร้างรูปร่างอักขระนับสิบภายในเวลาไม่กี่วินี่ทำให้นางหยุดการกระทำทุกอย่างโดยบัดดล
ไม่นานเปลวเพลิงขนาดใหญ่ก็ลุกขึ้นใจกลางหินทั้งสิบก้อนที่เรียงกันเป็วงกลมต่อมาเพลิงนั้นก็ค่อยๆลดขนาดลงจนเหลือเพียงหนึ่งในสี่จากคราแรก
“...”
“เ้าจะจ้องอีกนานไหม”
ได้ยินดังนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่านางจ้องมากไปจนเป็การรบกวน
“ข้า...”
แม้อยากกล่าวคำขอโทษ ทว่ากลับไม่สามารถบอกออกมานางทำได้เพียงหันหน้าหนี เหล่ตามองชิลเป็พักๆอย่างไรจู่ๆกลิ่นสาบจากชุดเปรอะเืั์ป่าก็กระจายตีเข้าจมูกอย่างจังทำให้นางตัดสินใจ ลุกขึ้น หันหลัง และเดินหายเข้าไปในป่าอย่างเงียบๆ
ชิลที่ััได้ถึงการจากไปของซาเนียได้หรี่ตาลงพลางกล่าวด้วยเสียงที่แทบจะไม่มีใครได้ยิน
“สตรี...”
.
.
ภายในป่าพันิญญาเฟอรินได้กลับมายังจุดที่ซาเนียปะทะกับั์ป่าขนโลหิต บัดนี้ปรากฏสีหน้าอันสับสนขึ้นบนใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของเขา
“นี่เป็ไปได้อย่างไรท่านซาเนียสามารถจัดการสัตว์อสูริญญาเทาได้!”
เฟอรินไม่อยากเชื่อสายตาตนเองเขาจ้องมองร่างั์ป่าขนโลหิตที่ตอนนี้นอนกองอยู่บนพื้นดิน ถูกรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ล้มระเนระนาดอยู่ด้านข้างโดยส่วนหัวของมันได้ถูกผ่าออกมากกว่าครึ่ง
“ผลึกพลังงานทมิฬถูกควักออกไป”
เฟอรินกล่าวพลางจ้องไปยังรอยตัดกลางกระหม่อมั์ป่าขนโลหิตเขามั่นใจว่าซาเนียคือผู้รับใช้์ที่ทางวังเมฆาสูญสิ้นอุ้มชูเลี้ยงดูมาั้แ่ยังเด็กหาก้าบางสิ่งเพื่อใช้ในการฝึกฝน เพียงแค่ร้องบอกก็จักได้สมปรารถนา
แล้วมีเหตุจำเป็อันใดที่นางต้องนำผลึกพลังงานทมิฬไป
‘หรือว่านางจะเดือดร้อนเื่เงิน’