...
"เฮ้ย! ไอ้น้องซัดเอาๆแบบนั้นมีปัญญาจ่ายรึเปล่าน่ะ? ถ้าไม่มีได้ถูกตัดแขนเอาไปใช้หนี้แทนแน่!"
เสียงข่มขู่ดังมาจากเ้าของร้านกล้ามบึ๊กที่อายุน่าจะรุ่นพ่อได้ ซึ่งชายหนุ่มที่กำลังสูดเส้นสปาเกตตี้เข้าปากไม่ตอบคำ เพียงล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมหยิบถุงสีน้ำตาลสองใบโยนออกไปทางเ้าของร้าน เมื่อเ้าของร้านรับไปเปิดดูก็เห็นเหรียญทองจำนวนมาก หลังถูกแสงสีทองทำตาพร่าไปอึดใจ ฉับพลันเ้าของร้านที่ทำหน้าเหี้ยมก็เปลี่ยนท่าที โดยหันมาถามเ้าของถุงอย่างประจบว่า
"น้องชายจะรับอะไรเพิ่มไหม? พี่แนะนำเมนูตัวใหม่นี้ หอยแองจิสราดซอสบีเกิลที หอยนี่ส่งตรงจากทะเลอาบีสเชียวนา หวาน สด อร่อยสุด ๆ เลยขอบอก!"
ร่างสูงซึ่งปากคาบน่องไก่อยู่ฟังคำจบก็ชูสามนิ้วขึ้นเป็การตอบ ทางเ้าของร้านเห็นก็ฉีกยิ้มแกล้มปริ แล้วเดินรี่เข้าไปในครัวพลางะโโหวกเหวกประมาณ 'หอยสามที่เว้ย หอยบีเกิลทีสามที่'
หลังเ้าของร้านหายเข้าไป ร่างในชุดคลุมก็จัดการดึงผ้าส่วนที่คลุมหัวออกเผยให้เห็นเส้นผมสีทองสว่างซึ่งตัดกับผิวสีดำสนิท ดวงตาสีทองคมเข้มไล่มองแผ่นป้ายั์ที่ถูกติดไว้ทั่วทุกบริเวณ จากรายละเอียดที่กวาดตาผ่านพบว่ามันเป็แผ่นป้ายโฆษณา โดยที่ป้ายเกือบทุกแผ่นจะต้องมีบุคคลหนึ่งอยู่ในภาพเสมอ
ใบหน้าเด็กหนุ่มผมสีทองเฉดสีเข้มจนเหมือนกับสีของทองคำ ผิวสีเข้มดุจสีของรัตติกาลขับให้ดวงตาสีทองเรียวคมดูโดดเด่น เด็กหนุ่มที่มีลักษณะดังกล่าวปรากฏอยู่บนแผ่นป้ายทั่วเมือง ซึ่งจากหอนาฬิกาที่เห็นได้จากไกล ๆ ทำให้เขามั่นใจว่าที่นี่ยังคงเป็เมืองดิมิเดียร์ที่เขาเคยอยู่ แต่...นี่มันบ้าอะไรกัน?
เพราะคนในรูป ถึงจะดูอ่อนวัยกว่าก็เถอะ แต่นั่นมัน 'ตัวเขา' ไม่ใช่เหรอ?
เคียร่า พ่อมดแห่งกาลเวลา(ตั้งฉายาเอาเอง)คนนี้ไปปรากฏอยู่บนป้ายภาพในอนาคตอีกหลายปีได้ยังไงกัน?
"มาแล้วไอ้น้อง" เสียงเ้าของร้านที่มาถึงก่อนตัว ทำให้เคียร่ารีบจัดแจงสวมหมวกเสื้อคลุมกลับ และคงเพราะร้านนี้นอกจากเขาแล้วไม่มีลูกค้าสักคน เ้าของร้านที่ว่างงานก็เลยมานั่งแหมะที่เก้าอี้ตัวใกล้ ๆ อย่างไม่เกรงใจ
เคียร่ากำลังคิดอยู่ว่าจะถามเื่แผ่นป้ายนั้นดีไหม แต่เ้าของร้านกลับเป็ฝ่ายเปิดปากขึ้นก่อน
"เฮ้อ เคียรัสนี่มาแรงจริง ๆ นะเนี่ย"
พ่อมดหนุ่มสะดุดกึก
'เคียรัส?'
"หมายถึงคนในแผ่นป้ายนั่นน่ะเหรอลุง?" เขาเปิดปากถามเ้าของร้านที่ทำหน้าไม่พอใจแวบนึงตอนได้ยินคำว่าลุง
"อ้าว ไอ้น้องนี่ไม่รู้จัก 'เคียรัส' เรอะ นั่นดาราดาวรุ่งของเมืองนี้เลยนะ" เ้าร้านพูดพร้อมยึดอกอย่างภูมิใจ "เคยได้ยินชื่อเคียร่าบ้างไหม? เ้าหมอนั่นเป็พ่อมดอัจฉริยะ แต่ก็เป็ตัวป่วนระดับต้น ๆ เลยทีเดียว รู้สึกจะหายตัวไปสักราว ๆ ห้าสิบปีได้ ส่วนเคียรัสนี่เพิ่งโผล่มาเมื่อห้าปีที่แล้ว เป็นักเวทที่เก่งมาก ๆ ได้ยินว่า ‘ดาบเวทธารานอฟ’ ที่ว่ากันว่าไม่มีใครสามารถควบคุมได้ไว้อีกด้วย อ้อ แล้วก็เคียรัสนี่เขาลือ ๆ กันว่าเป็ลูกของเ้าเคียร่านั่นแหละ"
เคียร่าที่แอบสะดุ้งตอนได้ยินชื่อตัวเอง ทำหน้าเหวอตอนได้ยินคำว่าห้าสิบปี และอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำว่า…
"ลูก!?"
เสียงที่เผลอตะเบงเพราะความใทำให้ชายเ้าของร้านหูอื้อ อีกฝ่ายนิ่วหน้าไม่พอใจ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกระแทก
"ก็ใช่น่ะสิ เคียรัส เดอร์เมน ลูกของเคียร่า วูลร์ พ่อมดที่เคยได้ชื่อว่าอัจฉริยะและตัวป่วนของที่นี่!"
คนที่มีลูกอย่างไม่รู้ตัวอ้าปากค้าง แต่เพราะชุดคลุมช่วยบดบังไว้ทำให้เ้าของร้านไม่เอะใจ เพียงแต่หันมาเร่งชายหนุ่มให้กินไว ๆ ซึ่งเคียร่าที่สมองถูกเทคโอเวอร์ก็กินไปอย่างไม่รู้รสชาติ
ลูก?
มีคนเคยกล่าวว่าการล่วงรู้อนาคตนั้นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ เพราะอนาคตนั้นเป็สิ่งที่ไม่แน่นอน เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สำหรับพ่อมดสุดซ่าที่ข้ามกาลเวลามาแล้วสิ่งที่พบมันเกินกว่าจะคาดฝัน
ลูก? ลูกชาย? ของฉัน??
มันอะไรกันวะเนี่ย????!!!
บ้าเอ๊ย! ฉันโสดมายี่สิบกว่าปีแล้วลูกที่โคลนนิ่งหนังหน้าพ่อมาคือใคร?
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ…
50 ปี?
เ้าของร้านบอกว่า เคียร่า วูลร์ คนนี้หายตัวไปเมื่อ 50 ปีก่อนใช่มั้ย?
ั์ตาสีทองเข้มทอดมองไปยังแผ่นป้ายจนสบกับดวงตาที่คล้ายคลึงกับของตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนจะพึมพำขึ้นเสียงแ่
"ลูก...งั้นเหรอ..."
…
เคียร่าคิดไปคิดมาก็ตัดสินใจไปหาเพื่อนเก่าก่อน เขาหลบไปหาที่ลับตาคนแล้วดึงผ้าคลุมออก ยกมือขวาขึ้นแตะปลายตุ้มหูซ้ายที่ทำจากคริสตัลสีม่วงเข้มก่อนร่ายคาถา
"Contact Searching...มอมเมอร์"
ผ่านไป 50 ปี หวังว่าคงยังไม่แก่ตายไปก่อนนะเฟ้ยไอ้เพื่อนเลิฟ
ประกายแสงสีเหลืองวาบอาบร่างของเคียร่า ซึ่งเมื่อแสงจางลง ร่างของพ่อมดหนุ่มก็หายไปจากตรอกนั้นแล้ว โดยพอเขาโผล่ออกมาอีกทีก็อยู่ในสถานที่ที่คุ้นตา…
ไม่ผิดแน่ ที่นี่มันบ้านของเขาเอง
ไม่ทันให้เคียร่าได้ทำอะไร เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ซึ่งก่อนจะทันได้หันไปมอง ไหล่ซ้ายของเขาก็ถูกคนคว้าหมับเข้าอย่างแรง เคียร่าที่โดนจู่โจมพลันขมวดคิ้ว ก่อนหันขวับกลับไปมองพร้อมเตรียมสวนกลับ แต่แล้วเมื่อเห็นร่างเป้าหมาย เขาก็ชะงักไป
…ใครน่ะ?
คนที่อยู่ด้านหลังเขาคือชายแก่ผมหงอกขาวโพลนไว้เปียหลวมเคลียไหล่ขวาผูกด้วยเชือกสีทราย ใบหน้านั้นมีร่องรอยความชรา แต่แผ่นหลังกลับเหยียดตรง ท่วงท่ารัศมีให้ความรู้สึกสง่างามคล้ายขุนนางชั้นสูง แต่ดูเย่อหยิ่งน้อยกว่า บรรยากาศที่แผ่ออกมามันออกไปทางปราชญ์ผู้ทรงความรู้ซะมากกว่า
เมื่อดูจากชุดยาวสีขาวเนื้อมันวาวสวมทับด้วยผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มซึ่งปักลวดลายตรงขอบด้วยด้ายสีทองที่อีกฝ่ายใส่แล้ว คนคนนี้ควรเป็ ‘นักเวทแห่งราชวงศ์’ คนหนึ่ง
เห็นชุดที่อีกฝ่ายใส่แล้ว เคียร่าก็หรี่ตาลง เขายั้งการโจมตีไว้ก่อน แล้วทำการสังเกตเครื่องแต่งกายอีกฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้ง
นอกเหนือจากสีผ้าคลุมอันเป็สัญลักษณ์หลักแล้ว ‘ราชวงศ์ดิมิแอร์ทาร์’ ยังได้แบ่งตำแหน่งกับความสามารถนั้นตามลักษณะและสีของเครื่องประดับด้วย
ถ้าไล่เรียงจากตำแหน่งต่ำไปสูงก็ต่างหู กำไล และสร้อยคอ
แน่นอนว่าเครื่องประดับพวกนั้นไม่ใช่แค่ของดาษดื่นตามตลาดนัด ตัวจี้เครื่องประดับคือ ‘รูเบน’ คริสตัลที่มีคุณสมบัติรองรับเวทได้หลากหลาย มักถูกใช้เป็ตัวเสริมคุณสมบัติของอาวุธ อาทิ เสริมความว่องไวให้กับดาบ เพิ่มคุณสมบัติล่องหนให้ลูกธนู เป็ต้น
แต่ในความเห็นเขา เป้าหมายหลักที่ทางราชวงศ์นำรูเบนมาใช้ น่าจะเพื่อใช้ติดต่อทางไกลแบบกลุ่มมากกว่า เพราะตราบใดที่รูเบนได้ลงอักขระเวทตามรูปแบบที่กำหนดแบบเดียวกันแล้ว มันก็จะสามารถใช้ติดต่อกันได้โดยไม่มีอุปสรรคเื่ระยะทาง
ซึ่งตุ้มหูสีอเมทิสต์ที่เขาห้อยอยู่นี่ก็เป็รูเบนเหมือนกัน แต่เขาใช้ ‘แกน’ ของรูเบน จึงมีคุณภาพสูงกว่า
หลังกวาดตาไล่มองหาเครื่องประดับ เขาก็สะดุดกับจี้สร้อยคอของอีกฝ่ายซึ่งเป็แท่งคริสตัลใสสีเขียวมรกตที่มีรูปทรงคล้ายใบดาบคว่ำ โดยบริเวณด้านในตัวคริสตัลนั้นมีตราประทับรูปหอกไขว้อยู่ เห็นเท่านี้เขาก็รู้ทันทีว่าฝ่ายตรงข้ามมีฐานะไม่ธรรมดา
ถ้าจำไม่ผิด สีจี้ถูกแบ่งออกเป็สามสีตามหน่วย อันได้แก่ ผู้พิทักษ์-มรกต ผู้เยียวยา-ไพลิน และผู้ลงทัณฑ์-ทับทิม อันเป็สัญลักษณ์ของสามเสาหลักแห่งราชวงศ์ดิมิแอร์ทาร์
แล้วเท่าที่ดูจากสีสร้อย...เขียวมรกต...สายสงบมีหน้าที่ป้องกัน?
"เคียรัส?" เสียงทุ้มที่ฟังดูนุ่มจนน่าแปลกของชายชราดังขึ้นคล้ายจะไถ่ถาม ซึ่งเคียร่าตระหนักในทันใดว่าอีกฝ่ายกำลังเข้าใจผิดว่าเขาคือ 'ลูกชายของเคียร่า' และในตอนนี้เองที่เคียร่าพลันปัดมือผอมแห้งนั้นออกจากไหล่ตน โดยชั่วขณะที่เงยหน้าขึ้นและกำลังจะตอบนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นตุ้มหูสีเหลืองทองที่ทำจากแกนของรูเบน…แบบเดียวกับที่ตัวเขาห้อยอยู่
เขาเบิกตาขึ้น ก่อนจะชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อ
"คริสตัลนั่น...มอมเมอร์?"
"นาย...เคียร่า?!"