หลิวซิวอิ่งหันไปมองบุรุษฝีปากกล้าที่ยืนข้างนาง เพียงแค่เห็นเสี้ยวใบหน้าของเขาก็ทำให้นางก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
หยางเฟยหลงคือบุรุษผู้ที่เหม็นหน้านางยิ่งกว่าน้ำคลองเสียอีก เหตุผลอันเนื่องมาจากเขาและครอบครัวของนางมีความคิดเห็นไม่ตรงกันเวลาเข้าประชุมในท้องพระโรง
นางเลยถูกเขาเหม็นหน้าไปพร้อมกับบิดาและพี่ชาย...
ยามใดที่พบเจอกันโดยบังเอิญ หลิวซิ่วอิงจึงมักจะหลบเลี่ยงให้พ้นจากสายตาคมกล้าคู่นั้นทุกครั้ง และเมื่อใดที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นจึงมักจะได้สบสายตาเข้ากับความเ็าและเกลียดชังที่แสดงออกมาให้เห็น
“ข้าว่าผ้าม้วนนี้เหมาะกับท่านแม่ของข้ายิ่งกว่าผู้ใดนัก” เขาย้ำคำว่ายิ่งกว่าผู้ใดทั้งยังคว้าม้วนผ้าที่อยู่ในมือของเจียวจูไปอย่างหน้าตาเฉย “เหมาะกว่าคุณหนูของเ้าด้วยซ้ำ” ก่อนจะโยนม้วนผ้านั้นไปให้เฉินอี้ซึ่งยืนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“แต่ว่าบ่าวเห็นผ้าม้วนนั้นก่อนท่านอ๋องอีกนะเ้าคะ” เจียวจูทำท่าจะเข้าไปแย่งคืน
“เจียวจู!” นางคว้าแขนของสาวใช้ “ท่านอ๋องกล่าวถูกแล้ว ผ้าม้วนนั้นไม่เหมาะกับหม่อมฉันจริงๆ เพคะ” นางเลี่ยงสายตาไปทางอื่นเพราะกลัวว่าจะเจอเข้ากับสายตาดุดัน “เอาเป็ว่าพวกเราเดินไปดูผ้าม้วนอื่นกันดีกว่าเจียวจู”
“แต่ว่า...”
“เดินตามข้ามา”
พอเห็นสตรีแสนชังไม่กล้าตอบโต้ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ
บอกแล้วใช่ไหมว่าเจอหน้าที่ไหน เขาก็จะเล่นงานนางที่นั่น!!!ในเมื่อเอ่ยวาจาออกไปแล้วก็ต้องทำตามที่พูด
“เ้าว่าลายนี้เหมาะกับข้าหรือไม่” แม้จะไม่ใช่ลายโบตั๋นเหมือนม้วนผ้าที่ถูกบุรุษหน้าตายผู้นั้นแย่งไป หากแต่ผ้าม้วนนี้ก็ยังเป็สีชมพูที่นางโปรดปราน
“ลายดอกเหมยก็เหมาะกับคุณหนูมากเลยเ้าค่ะ”
“คุณหนูหลิวช่างตาถึงยิ่งนัก ผ้าลายนี้เป็ลายที่ทำออกมาอย่างจำกัดจากเมืองเฉิงตู อีกอย่างผ้าม้วนนี้ยังเป็ม้วนสุดท้ายในร้าน ไม่มีจำหน่ายอีกแล้วขอรับ” หากผ้าลวดลายงดงามนี้ถูกสวมใส่โดยยอดพรูของเมืองฉางซาคงจะสวยงามจนหาที่ใดเปรียบ
“ราคาเท่าไหร่เ้าคะเถ้าแก่”
“เถ้าแก่หวัง ข้าเอาผ้าม้วนนั้นด้วย” เขาชี้ไปยังม้วนผ้าที่หลิวซิ่วอิงเป็คนถือเอาไว้ “ในเมื่อแม่นางหลิวแค่ถามไถ่เื่ราคาเท่านั้น ฉะนั้นข้าก็ขอซื้อผ้าม้วนนั้นแทนนางก็แล้วกัน” ใบหน้าหล่อเหลามองเ้าของร้านอย่างกดดัน
***
ก็คือจะหาเื่ให้ได้อะเนอะ มันน่าทุบสักที 555