เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 38

    สายลมอ่อนพัดแทรกมากับแสงแดดยามบ่ายที่ยังคงร้อนแรงเกินทน เข็มนาฬิกาชี้ที่บ่ายสองครึ่งพอดี ผมยืนนิ่งมองผลงานของตัวเอง รถยนต์หรูที่เพิ่งเช็ดจนเงาวับวาวเล่นกับแสงแดดอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะเหลือบไปมองรถเก่า ๆ ของผมเองที่ถูกเลื่อนเข้ามาจอดในร่มแทนตำแหน่ง

    ของ BMW คันงามที่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว


    ผมเช็ดทำความสะอาดรถของตัวเองด้วยน้ำยาราคาแพงเช่นกัน แต่ยังไงซะ รถเก่าของผมก็ดูไม่เหมาะกับของแพงแบบนี้อยูดี ผมหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง รู้สึกทั้งขำและขมขื่นปนกันไป


    จากนั้นผมก็นั่งพักผ่อนบนม้านั่งติดกำแพงในโรงรถ ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งบ่ายสามพอดี


    พี่กิ่งกับพี่เหมยเดินออกมาจากตัวบ้าน ก้าวเท้าเข้ามาหาผมที่กำลังนั่งงีบหลับอยู่ รอยยิ้มและสายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดู


    พวกเธอสะกิดผมจนผมตื่นขึ้นมา พร้อมกับเสียงหยอกล้อที่ดังมาจากพี่เหมย


    “มาแอบหลับอะไรอยู่ตรงนี้จ้ะ” น้ำเสียงเจือความขบขัน ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง ๆ แม้ร่างกายจะยังครึ่งงัวเงียอยู่ก็ตาม


    “พี่จะกลับแล้วเหรอครับ” ผมเอ่ยถามพลางยืดแขนเหยียดขา


    พี่กิ่งยิ้มก่อนเอ่ยเสริม “บ่ายสามแล้ว งานพวกพี่ก็เสร็จแล้ว”


    เธอหยุดยิ้ม มองผมอย่างเอ็นดู “อีกอย่าง… ถ้าตอนนี้ไม่มีอะไรทำ ก็ไปยกของในห้องออกกำลังแล้วเอาไปเก็บไว้ที่ห้องเก็บของข้างบ้านหน่อยนะ ของเบา ๆ พวกพี่จัดการหมดแล้ว”


    ผมยกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย “ทำไมต้องยกออกไปครับ”


    พี่กิ่งยิ้มก่อนตอบ “พอดีคุณนายสั่งของมาลงใหม่ เลยเก็บกวาดห้องไว้รอ”


    พี่กิ่งเอ่ยเสริม ก่อนพวกเธอจะเดินจากไป “อ๋อ… ตอนไปยกของก็เบา ๆ หน่อยนะ ก่อนพวกพี่ออกมา เหมือนคุณนายกำลังจะนอนพักผ่อนอยู่ที่ห้องนั่งเล่น”


    ผมเดินอ้อมไปยังระเบียงโต๊ะนั่งเล่นข้างบ้าน ที่มีบันไดเล็ก ๆ ให้ก้าวขึ้นไป


    แต่ก่อนที่ผมจะก้าวขึ้นไป สายตาก็เหลือบมองไปยังโรงเก็บของที่เปิดประตู้แง้มเอาไว้ โรงเก็บของนั้นติดกำแพง ดูเรียบง่ายแต่ดีไซน์ลงตัว


    ผมก้าวขึ้นระเบียงไปห้องออกกำลังกายอยู่ทางซ้ายมือของผม ตรงหน้าคือประตูที่สามารถเปิดเข้าไปยังห้องนั่งเล่นได้


    บานประตูกระจกใสเผยให้เห็น คุณเอม นอนห่มผ้าผืนบาง ๆ อยู่บนโซฟารูปตัวแอล ท่าทางสบาย 


    ผมละสายตาจากเธอ ก่อนจะเปิดประตูห้องออกกำลังกายเข้าไป ห้องดูโล่งขึ้นกว่าตอนที่ผมเคยเข้ามาครั้งก่อน


    สายตาไปหยุดอยู่ที่กระจกบานใหญ่ เลื่อนลงไปที่ม้านั่ง ภาพวันนั้นผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน ทำให้ผมอดยิ้มอย่างเจ้าเลห์ไม่ได้


    ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงดัมเบลลูกเหล็ก จักรยานออกกำลังกายและ ม้านั่ง ดูเหมือนว่า ลู่วิ่ง จะถูกนำออกไปแล้ว กับอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยมีอยู่


    ผมเริ่มต้นด้วยการยกม้านั่ง โชคดีที่ผมสามารถยกคนเดียวได้ แม้จะหนักพอสมควร 


    หลังจากนำไปเก็บในโรงเก็บของเรียบร้อย ผมเดินกลับมาหยุดที่หน้าประตูอีกครั้ง สายตาเหลือบไปเห็นคุณเอมที่นอนอยู่บนโซฟา 


    ตอนนี้ผ้าห่มหายไปแล้ว เผยให้เห็นเรือนร่างของเธออย่างชัดเจน ผมลองกวาดสายตามองดูรอบ ๆ จนรู้ว่าผ้าห่มตกลงไปกองอยู่กับพื้น


    เสื้อกล้ามสายเดี่ยวตัวหลวมสีชมพู คู่กับกางเกงขาสั้นแบบสบาย ๆ ดูเข้ากัน 


    ทรวดทรงองค์เอวของเธอ ช่างน่าดึงดูดเกินกว่าที่ผมจะไม่เหลียวมอง ผมกลืนน้ำลายลงคอหนึ่งอึกอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี แล้วหันไปตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองต่อ 


    ผมเดินกลับไปขนของที่เหลือโดยไม่ให้ใจเผลอไผลไปมากกว่านี้ เพราะเดี๋ยวจะก่อเรื่องขึ้นมาอีก


    ทว่าขณะที่ผมเดินกลับมาอีกรอบ คุณเอมเปลี่ยนท่านอน เป็นท่านอนคว่ำลงกับโซฟา


    เอวคอดขับเน้นส่วนโค้งของบั้นท้ายเด่นชัดขึ้น กางเกงขาสั้นที่เธอสวมอยู่ มันถูกรั้งขึ้นตามสรีระจนเห็นแก้มก้น สีขาวเนียนอมชมพู ภาพตรงหน้าทำเอาหัวใจผมเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว


    ผมตัดสินใจเดินเข้าไปหยิบผ้าห่มผืนบางขึ้นมา ค่อย ๆ คลี่แล้วห่มให้เธออย่างระมัดระวัง เพื่อปกปิดเรือนร่างที่พุ่งโจมตีผมอยู่เป็นระยะ


    จากนั้นผมก็ถอยออกมาอย่างเงียบ ๆ ก่อนหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ


    ในที่สุดผมก็จัดการยกของเสร็จสิ้น


    และจะเดินไปปิดประตูห้องออกกำลังกาย ทว่าก่อนจะก้าวจากมา ผมหันไปมองคุณเอมที่ยังนอนสงบอยู่บนโซฟา สายตาลามกของผมไล่มองไปตามเรือนร่างอันงดงามนั้นอีกครั้ง เหมือนต้องการเก็บภาพเอาไว้ในความทรงจำ 


    แต่จังหวะนั้นเอง เธอก็ขยับตัวพลิกนอนหงาย ผ้าห่มที่ผมเพิ่งคลี่ให้หล่นลงพื้นอีกครั้ง


    เธอยืดแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะอย่างสบายๆ ราวกับยังหลับลึกอยู่ แต่การเคลื่อนไหวนั้นทำให้เสื้อกล้ามที่สวมอยู่รั้งขึ้นตาม จนเผยให้เห็นเต้าเนื้อส่วนล่างของเธอที่โผล่ออกมาเล็กน้อย มันทำให้ผมรู้ว่าเธอไม่ได้สวมบราอยู่


    ผมยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปนเปกันไป ความปรารถนาที่เพิ่งสงบลงไปเมื่อครู่ก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ผมจ้องมองเต้าเนื้อที่เผยออกมาของเธออยู่สักพัก ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ


    จนผมมายืนอยู่ข้างโซฟารูปตัวแอลที่เธอนอนอยู่ ดวงตาผมสะท้อนเงาของเธอที่ยังหลับไม่รู้สึกตัว


    “คุณเอม...แม้ในตอนคุณหลับ คุณก็ยังยั่วยวนใจผมได้” ผมพึมพำเบา ๆ พลางเลียริมฝีปาก แล้วเสริมต่อ “ถ้าหากคุณตื่นอยู่คุณจะไม่ทำมากกว่านี้เหรอ”


    ผมโน้มตัวลงไปใกล้ๆ เธอ สูดกลิ่นกายหอมๆ ที่ปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ แล้วค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วเขี่ยเส้นผมสีน้ำตาลที่ปรกใบหน้าของเธอออกอย่างแผ่วเบา


    “คุณอายุ 43 จริง ๆ เหรอเนี้ย” ผมพูดออกมาเบามาก “ผมคงเข้าใจคุณผิดจริง ๆ นั้นแหละ เพราะขนาดตอนคุณหลับคุณยังทำให้ผมเข้าใจผิดได้เลย”


    ผมยื่นขึ้นอีกครั้ง แต่สายตาก็ยังคงจ้องหน้าอกโต ๆ ที่โผลออกมาเล็กน้อยของเธอ 


    จากมุมมองของผมดูเหมือนว่ามันจะย้วยไปข้างลำตัวนิดหน่อย ราวกับก้อนซาลาเปา


    อันที่จริง ผมก็อยากทำอะไรกับเธอสักอย่าง แต่ก็กลัวว่าจะเป็นการก่อเรื่องขึ้นมาอีก ความคิดวนเวียนอยู่ในหัว... ระดับความสนิทของเธอก็ ระดับ 2 แล้ว แต่กลับรู้สึกว่าเธอยังห่างไกลจากผมเหลือเกินไม่เหมือนกับมะขิง


    สักพัก ผมก็ก้มลงหยิบผ้าห่มผืนบางขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ คลี่แล้วห่มให้เธออีกครั้ง


    จังหวะนั้นเองที่ผ้าห่มแตะตัวเธอ เหมือนเธอจะรู้สึกตัวจนผมตกใจแทบเฮือก เธอเพียงขยับแขนที่วางเหนือศีรษะลงมาแนบลำตัว ก่อนจะปัดผ้าห่มออกเฉย ๆ


    จากนั้นก็ปัดเสื้อตัวเองขึ้นจนเผยเต้าทั้งสองราวกับรู้สึกร้อน ทั้งที่ในห้องเปิดแอร์อยู่ ผมเพ่งมองเธออีกครั้งก็พบว่าเหงื่อผุดขึ้นตามตัวมากกว่าก่อนหน้า


    ขาของเธอไขว้พาดกันบิดไปมาเบา ๆ อย่างกระสับกระส่าย ราวกับกำลังหาหนทางปลดปล่อยความร้อนรุ่มในร่างกาย เสียงหายใจแผ่วเบาดังเป็นจังหวะ อาการร้อนรุ่มของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวผมพลันตึงเครียดและเร่าร้อนตามไปด้วย


    "คุณเอม...คุณจะเอายังไงกันแน่" ผมพูดออกไป ภาพตรงหน้าผมมันทำให้แก่นกายดุนดันเป้ากางเกงนูนออกมา


    วินาทีนั้นเองมือเธอเคลื่อนมาลูบไล้หน้าทองตัวเองเบาๆ ราวกับจงใจ


    ใจผมเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัดโดยไม่รู้ตัว ความร้อนแล่นพล่านไปทั่วร่าง และยิ่งมองเห็นเรือนร่างที่บิดเกร็งกระสับกระส่ายตรงหน้าแล้ว


    ความคิดที่จะห้ามตัวเองได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น


    “คุณเอม คุณอย่าได้โทษผมที่ผมทำกับคุณหลังจากนี้ มันเป็นเพราะคุณเองที่ ยั่วผม ผมไม่รู้ว่าคุณหลับจริง ๆ หรือแกล้งหลับกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมทนไม่ไหวแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน