กู้ชิงเฉิงไม่ได้เอ่ยปากในทันทีนางยังคงลังเล อันที่จริง ฐานะของนางก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปแล้ว
หากนางจะเปิดโรงหมอเช่นเดียวกับอันหยวนถังในเมืองหลวงแห่งนี้ก็จำต้องใช้ฐานะของหมอเทวดากู้แต่การสลับสับเปลี่ยนฐานะนั้นย่อมสร้างความยุ่งยากไม่น้อย
“อันที่จริง หากเจ้าเปิดเผยฐานะออกมาก็เท่ากับเป็นการคุ้มครองอันหยวนถังด้วยเช่นกัน” โม่อวี้เฉินโน้มน้าวต่อเขารู้ดีว่าทุกสิ่งที่กู้ชิงเฉิงทำในยามนี้ล้วนเพื่อช่วยชีวิตกู้จิ่งเซวียนนางไม่ได้ใส่ใจเขา และไม่ได้มีเขาอยู่ในใจ เช่นนั้นเขาจำต้องหาทางพลิกผันสถานการณ์ และปัญหาเรื่องฐานะนี้ก็สำคัญยิ่งนัก
“นั่นก็ไม่แน่ เพราะเรื่องราวของตระกูลไป๋เมื่อครั้งนั้นทำให้ชาวบ้านต่างพาเกลียดชังข้าเพียงใด ข้ารู้ดี” กู้ชิงเฉิงส่ายหน้าเบาๆพลางเอ่ยด้วยความลังเล
เหล่าชาวบ้านกล้าบุกเข้าไปในตำหนักบูรพาแล้วขว้างปาไข่เน่านับว่าไม่เกรงกลัวฟ้าดินแล้วจริงๆพระชายาอย่างนางคงเป็นพระชายาที่น่าสมเพชที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วกระมัง
โม่อวี้เฉินลังเลเล็กน้อยดูท่าเรื่องราวของตระกูลไป๋ต้องเร่งสืบสวน เพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์มิเช่นนั้น สถานการณ์ของกู้ชิงเฉิงย่อมตกอยู่ในอันตรายยิ่งนักถึงแม้ประชาชนเหล่านั้นไม่ได้มีพิษภัย แต่หากถูกผู้คนมีเจตนาร้ายยุยงปลุกปั่นก็ยากจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้นบ้าง และในฐานะองค์รัชทายาทย่อมต้องคำนึงถึงประชาชนด้วยเช่นกัน
“ข้าจะถ่วงเวลาเสด็จพ่อเอาไว้ ขอเวลาข้าสองวันเพื่อจัดการเรื่องนี้”โม่อวี้เฉินคีบกับข้าวใส่ชามของกู้ชิงเฉิง “เจ้ากินข้าวก่อนเถิด”
กู้จิ่งเซวียนวิ่งเข้ามาจากด้านนอกเฟิงเจ๋อและเฟิงฮ่วนตามมาติดๆ “โอ้มีแต่กับข้าวที่ข้าชอบทั้งนั้นเลยนี่นา”
กู้จิ่งเซวียนกวาดสายตาไปรอบโต๊ะดวงตากลมโตเป็นประกายต้องกล่าวว่าองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินผู้นี้เป็นบิดาที่สมควรแก่ตำแหน่งยิ่งนักเขาใช้วิธีถามอ้อมๆ จนทราบความชอบของกู้จิ่งเซวียนทั้งหมด
“ดื่มน้ำแกงโสมบำรุงร่างกายเสียหน่อย” โม่อวี้เฉินตักน้ำแกงให้กู้ชิงเฉิงด้วยตนเองเขาย่อมเห็นแล้วว่ากู้ชิงเฉิงได้รับบาดเจ็บภายใน กู้ชิงเฉิงไม่มีพลังภายใจหากใช้วิชาควบคุมจิตใจ ย่อมได้รับบาดเจ็บภายในทุกครั้งดังนั้นนางจึงไม่ใช้มันเท่าไหร่นัก
แต่เรื่องที่ท่านหญิงหลิงหยางสังหารบุตรสาวของขุนนางในวันนี้ทำได้อย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอย หากไม่มีพยานบุคคลที่สามออกมาให้การยืนยันกู้ชิงเฉิงย่อมถูกลากลงน้ำไปด้วยวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือการให้ท่านหญิงหลิงหยางเอ่ยปากออกมาเอง
เกอหลิงหยางถูกฮองเฮาตามใจมาหลายปีทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ อีกทั้งยังถือว่ามีฮองเฮาหนุนหลังจึงประมาทเลินเล่อเป็นอย่างยิ่ง หากนางเอ่ยปากออกมาเอง ก็ย่อมไม่มีใครรู้สึกแปลกใจ
“ต่อไป เรื่องเช่นนี้ให้ข้าเป็นผู้จัดการเอง อย่าให้ตนเองต้องบาดเจ็บ”โม่อวี้เฉินเอ่ยเสียงต่ำ เขาเขาทราบดีว่าสตรีร่างเล็กผู้นี้มีพลังแต่พลังเหล่านั้นย่อมอ่อนด้อยกว่าอำนาจราชบัลลังก์นัก เพราะนางมีเพียงตัวคนเดียว
กู้ชิงเฉิงมองน้ำแกงโสมในชามความรู้สึกในใจยากจะบรรยาย ช่วงเวลาที่ผ่านมาโม่อวี้เฉินปฏิบัติต่อนางอย่างดีมาตลอดไม่ใช่เพราะวันนี้นางรักษาแผลเป็นบนใบหน้าจนหายไปแล้ว เขาถึงเปลี่ยนไปแต่นางก็ยังคงมีปมในใจ ระหว่างนางกับเขามีเพียงความสัมพันธ์สามีภรรยาที่เกิดจากความผิดพลาดและเล่ห์เพทุบายของร่างเดิมเท่านั้นการจะพัฒนาความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ
“ท่านแม่ เซวียนเอ๋อร์ก็จะปกป้องท่านด้วยเช่นกัน” กู้จิ่งเซวียนแทรกขึ้นในจังหวะที่เหมาะสมใบหน้าเล็กๆ ของเขาเต็มไปด้วยความจริงจัง เขากำหมัดเล็กๆ แน่น
“ข้าจะฝึกฝนวิทยายุทธ์ให้ดีในภายภาคหน้า จะไม่ยอมให้คนชั่วรังแกท่านแม่”ปกติเขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ และเกียจคร้านแต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นเด็กน้อย
กู้ชิงเฉิงชะงักหลังจากที่นางย้อนเวลามา นางก็จำต้องกลายเป็นมารดาถึงแม้ในตอนแรกจะไม่อาจยอมรับได้ แต่เมื่อนางเลี้ยงดูกู้จิ่งเซวียนมาด้วยตนเองความรู้สึกนี้ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถเทียบได้ ในชั่วขณะนี้นางสาบานว่าจะต้องรักษากู้จิ่งเซวียนให้หายขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...
หลังจากอาหารค่ำโม่อวี้เฉินก็เข้าวังอีกครั้ง สีหน้าของฮ่องเต้ดูแย่กว่าตอนกลางวันมากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตระกูลซูยังคงทำให้เขาไม่สามารถสงบใจได้
สตรีที่เติบโตในราชสำนักกลับอำมหิตและร้ายกาจถึงเพียงนี้ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา อีกทั้งฮองเฮายังต้องมาขอร้องให้เขาเห็นใจ
โชคยังดีที่เกอจวิ้นยังพอมีเหตุผลพวกเขาต้องอบรมท่านหญิงหลิงหยางไปบ้างแล้วส่วนซูเหวินจิ้งวันนี้ก็แสดงออกได้ดีเยี่ยม เพียงแต่งานเลี้ยงน้ำชาอันแสนสุขก็ต้องมาพังพินาศไป
“เป็นพระชายาต่างหากที่รักษาขาของโม่หรั่นถังให้หายขาดใช่หรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามตรงไปตรงมาทันทีที่ได้ยินชื่อกู้ชิงเฉิงในดวงตาฉายแววเย็นชา
“พ่ะย่ะค่ะ” โม่อวี้เฉินพยักหน้า “ตอนนั้นลูกอยู่ที่นั่น สถานการณ์ตอนนั้นทำให้ชิงเฉิงจำเป็นต้องช่วยพ่ะย่ะค่ะ” เขาจึงเล่าเรื่องราวการกระทำของกู้ตงหลิงโดยคร่าวๆ
สีหน้าของฮ่องเต้ฉินแปรเปลี่ยนไปมามุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น “ก็แค่บอกว่าพระชายามีฝีมือทางการแพทย์สูงส่งเท่านั้นเอง”
ชั่วขณะหนึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ครู่ต่อมา เขาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า“อาการป่วยของข้า นางต้องรักษาให้หายขาดได้เป็นแน่”
“เสด็จพ่อ นางคือพระชายาพ่ะย่ะค่ะ” โม่อวี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว
“แล้วอย่างไร นางรักษาผู้อื่นได้ จะรักษาข้าไม่ได้เชียวหรือ? หากไม่สามารถรักษาข้าให้หายขาดได้ จะนับเป็นหมอเทวดาได้อย่างไร?” สีหน้าของฮ่องเต้ฉินแทบดูไม่ได้ บนใบหน้านั้นแฝงไว้ด้วยเจตนาฆ่าอันบางเบาไม่ว่าจะอย่างไร การที่กู้ชิงเฉิงรักษาโม่หรั่นถังให้หายขาดได้ในครั้งนี้และการที่โม่อวี้เฉินได้ช่วยชีวิตโม่หรั่นถังไว้โดยทางอ้อมอีกครั้งล้วนทำให้ฮ่องเต้ฉินไม่พอใจ ในตอนนี้ เขาเดือดดาลยิ่งนัก
โม่อวี้เฉินหรี่ตาลงพลางกล่าวถึงข้อกังวลของตนเองว่า “หากราษฎรทั้งปวงล่วงรู้ว่าอันหยวนถังเป็นของพระชายาเกรงว่าจะเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงอาจถึงขั้นบุกทุบทำลายอันหยวนถังก็เป็นได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ก็ได้ ข้าจะไม่ไปอันหยวนถังแต่พรุ่งนี้ให้พระชายาเข้าวังมารักษาอาการป่วยของข้า” ฮ่องเต้ฉินไม่ยอมเปลี่ยนใจไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อเขาพูดถึงเพียงนี้แล้ว โม่อวี้เฉินย่อมไม่มีเหตุผลที่จะไม่ตอบตกลง
--------
เมื่อโม่อวี้เฉินกลับถึงตำหนักบูรพากู้จิ่งเซวียนก็นอนหลับไปแล้ว กู้ชิงเฉิงยังคงรอโม่อวี้เฉินอยู่ในห้องโถงนางเข้าใจดีว่าเรื่องนี้คงจะยุ่งยากไม่น้อยและทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนาง ในใจนางรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ้าง
“ชิงเฉิง” โม่อวี้เฉินรู้สึกอ่อนแรงอยู่บ้าง “เจ้ายังไม่นอนอีกหรือ?”
กู้ชิงเฉิงไม่ตอบคำเพียงแต่จ้องมองเขา นางถอดผ้าคลุมหน้าออก ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะเนียนละเอียดราวกับจะแตกหักได้ง่ายทำให้บรรยากาศโดยรอบตัวนางเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
โม่อวี้เฉินมองกู้ชิงเฉิงลึกซึ้งพลางจ้องมองด้วยความลุ่มหลง เขาไม่เคยตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกแต่ความงามของกู้ชิงเฉิงกลับไม่อาจมองข้ามได้เลย
“ฮ่องเต้ตรัสว่าอย่างไรบ้างเพคะ?” กู้ชิงเฉิงรู้สึกกระวนกระวายใจมาตลอดหากไม่ได้รับคำตอบ นางก็คงไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้
“เสด็จพ่อให้เจ้าเข้าวังพรุ่งนี้ เพื่อรักษาเขาเพียงลำพัง” โม่อวี้เฉินกล่าวด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งใดพลางถามด้วยความเป็นห่วงว่า “เช่นนี้จะรักษาได้อย่างไร?”
“ลองใช้ยาไปก่อนก็แล้วกัน” กู้ชิงเฉิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกตราบใดที่ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยตัวตนของนาง อันหยวนถังก็จะปลอดภัยส่วนการรักษาอาการประชวรของฮ่องเต้นั้น นับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย
“หากยาไม่ได้ผล ยังมีวิธีอื่นอีกหรือ?” โม่อวี้เฉินรู้สึกคับอกคับใจอยู่บ้างราวกับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“หากยาไม่ได้ผล ก็ยังมีวิธีฝังเข็มเพคะ” กู้ชิงเฉิงก็กล่าวตามตรง“ต้องดูสถานการณ์ของฝ่าบาทว่าเป็นเช่นไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขามีเพียงโอรสองค์เดียว ซึ่งหมายความว่า... ปัญหาค่อนข้างร้ายแรงเกรงว่าคงต้องใช้ทั้งสองวิธีควบคู่กันไป” ทั้งตำรับยาและฝังเข็ม
สีหน้าโม่อวี้เฉินซีดเซียวลง“ชิงเฉิง พวกเราไม่รักษาเขาแล้ว...”
“ทำไมหรือ?” กู้ชิงเฉิงรู้สึกงุนงง “ท่านแน่ใจหรือว่าหากไม่รักษาฝ่าบาทแล้วพวกเราจะมีชีวิตที่ดีได้?” นางเองก็ไม่อยากทำเช่นนั้น แต่นางต้องคำนึงถึงหลายสิ่งหลายอย่างไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้เลย