เยี่ยนเจาเจาเพิ่งทำบุตรสาวของนายหญิงใหญ่กระอักกระอ่วนไปนายหญิงสามก็เดินหน้าขัดคอหยวนหยางฮุยจนเกือบตายตามมาติดๆ
หยวนอีเฉี่ยวเป็นคนเก็บสีหน้าไม่เก่งเมื่อเป็นคนตื้นเขินเช่นนี้สายตาที่มองเยี่ยนเจาเจาเลยมีแต่ความอาฆาตริษยาเพียงเพราะเยี่ยนเจาเจางดงามกว่าโดยไม่มีท่าทีจะซ่อนสายตาสักนิด ส่วนหยวนหยางฮุยยิ่งโง่หนักเข้าไปใหญ่
หยวนหยางฮุยอายุเพียงสิบสามสิบสี่ปีเท่านั้นปกติมักจะอาศัยฐานะพี่ชายคนโตในการวางอำนาจบาตรใหญ่ราวกับคนโง่เง่าบ้าอำนาจ
ทำให้วันนี้เขาไม่พอใจอย่างยิ่งที่ต้องมารอพี่ชายน้องสาว“อักษรกลางชิง” ที่นี่ ตนเองเป็นพี่ชายใหญ่อยู่ดีๆ จู่ๆ ก็มีพี่ชายเพิ่มเข้ามาอีกคน เท่านี้เขาก็รู้สึกไม่พอใจมากพออยู่แล้ว
เขาดูถูกคนบ้านใหญ่สกุลหยวนที่ถูกลบชื่อออกจากหอบรรพชนยิ่งนักคิดเพียงว่าการที่ตนยอมรออยู่ตรงนี้ก็นับว่าไว้หน้าพี่น้องคู่นั้นอย่างมากแล้ว หากจะให้เขาลดตัวไปพูดคุยด้วยอีกมันเป็นการหมิ่นเกียรติเขาชัดๆ!
ไม่ว่าตระกูลใหญ่โตตระกูลไหนก็มักจะเอาใจใส่บุตรชายคนโตมากที่สุดนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่หยวนหยางฮุยกล้าข่มเหงวางอำนาจไปทั่วเบื้องบนมีท่านย่าคอยคุ้มกะลาหัว เบื้องล่างก็ไม่มีน้องชายน้องสาวคนใดกล้าขัดใจ หยวนหยางฮุยย่อมรู้ประโยชน์ของการครอบครองตำแหน่ง“บุตรชายคนโตฮูหยินเอก” เป็นอย่างดี
แต่หนานหมิงเหอก็เข้ามายึดฐานะ“พี่ใหญ่” ไปจากเขาทันทีที่โผล่มา แล้วเขาจะทนไหวได้อย่างไร?
ดังนั้นเมื่อได้ยินคำพูดของนายหญิงสามสีหน้าของหยวนหยางฮุยจึงมืดครึ้มลงทันที เขามองผู้อาวุโสในห้องราวกับเป็นหัวหลักหัวตอก่อนจะผลักหนานหมิงเหออย่างแรง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“บุตรตกอับจากที่ใดไม่รู้กล้ามาเป็นพี่ชายข้า ข้าต่างหากคือพี่ชายใหญ่ของสกุลหยวน!”
หยวนหยางฮุยด่าออกมาอย่างไม่เกรงกลัวทว่าเด็กรับใช้จองหองด้านหลังเขากลับกล้ายิ่งกว่า เด็กรับใช้คนนั้นกล่าวเสริมอีกประโยคว่า“มีค่าแค่หมาแมวเท่านั้นแหละ!”
หลังกล่าวจบ หยวนหยางฮุยก็หันหลังเปิดม่านประตูด้วยความโกรธแล้วเดินจากไปโต้งๆ
เยี่ยนเจาเจาหรี่ดวงตาลงหลินซื่อผู้นี้น่าจะร้ายกาจทีเดียว เหตุใดคลอดบุตรชายบุตรสาวไร้กาลเทศะเหมือนกันหมดเลยนะ
หยวนหยางฮุยกินรังแตนจนดูราวกับประทัดที่พร้อมจะระเบิดเมื่อเขาผลักหนานหมิงเหอเช่นนี้ หนานหมิงเหอเลยเซไปด้านข้างทั้งตัวจังหวะเดียวกับที่สาวใช้คนหนึ่งยกชาเลี้ยวออกมาจากห้องข้างพอดีหนานหมิงเหอจึงชนนางเข้าอย่างจัง ตามมาด้วยเสียงอุทานดังลั่นทั่วห้อง
เหตุเพราะน้ำชาร้อนถ้วยนั้นหกใส่หลังมือของหนานหมิงเหอเยี่ยนเจาเจาเห็นว่าหลังมือขาวราวหิมะของพี่ชายรองตนเองเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
แต่ผู้คนรอบด้านดูคุ้นเคยกับการกระทำของหยวนหยางฮุยดีน่าจะเพราะเขาวางอำนาจในตระกูลหยวนเช่นนี้เป็นกิจวัตรนายหญิงใหญ่เลยไม่มีกระทั่งท่าทีจะตำหนิเขาสักนิด
สีหน้าของหนานหมิงเหอยังคงนิ่งเฉยมิใช่เขาไร้อารมณ์ เพียงแต่การระบายอารมณ์คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้
ทว่านิสัยของเยี่ยนเจาเจาแตกต่างกับเขาอย่างสิ้นเชิงแม้นต้องพึ่งชายคาผู้อื่น นางก็ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยให้คนของนางต้องทนกล้ำกลืนและทุกข์ทรมาน!
ยิ่งไปกว่านั้นผู้อาวุโสหยวนมู่ยังรู้ฐานะแท้จริงของพวกเขา หากนางพึ่งพาภูมิหลังสูงส่งของตัวเองสักหน่อยจะเป็นไรไปสกุลหยวนจะกล้าปล่อยให้นางเสียเปรียบหรือ?
สีหน้าเยี่ยนเจาเจาที่ยิ้มแย้มเฮฮาเมื่อครู่หยุดลงนางลุกขึ้นยืนแทบจะในทันที ก่อนก้าวเท้ายาวๆ เดินไปตรงหน้าสาวใช้ที่ล้มตัวสั่นระริกอยู่ด้านข้างนางหยิบกาในถาดที่ยังมีชาเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งขึ้นมา จากนั้นหมุนตัวก้าวพรวดกลับมา
เยี่ยนเจาเจายกมือสะบัดแขนเสื้อการเคลื่อนไหวคล่องแคล่วงดงามเกินคำบรรยาย แล้วน้ำร้อนจัดในกาก็รดใส่ใบหน้าของหยวนอีเฉี่ยว
เยี่ยนเจาเจารู้ตัวว่าตนเองไม่เคยเป็นคนใจดีเมื่อครู่หยวนอีเฉี่ยวมองนางด้วยสายตาริษยาทั้งยังถูกเลี้ยงดูโดยสตรีเหี้ยมโหดอย่างนายหญิงใหญ่ บางทีวันหน้าหยวนอีเฉี่ยวอาจทำร้ายตนเพราะความริษยานี้ดังนั้นลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ ชิงจัดการความแค้นที่จัดการได้ไปเลยดีกว่า
นอกจากนี้คนที่เจ็บคือหนานหมิงเหอ คนอื่นจะว่านางโหดร้ายหรืออย่างไรล้วนไม่สำคัญหากเป็นเยี่ยนเจาเจาในชาติก่อน หยวนอีเฉี่ยวอาจต้องชดใช้ด้วยชีวิตเลยด้วยซ้ำ
หยวนอีเฉี่ยวตกตะลึงใบหน้าปวดแสบปวดร้อนไปหมด กลิ่นอายสงบนิ่งและความอ่อนโยนปลิวหายไปในอากาศนางกระโดดลุกขึ้นจากม้านั่งทรงกลม[1] ก่อนจะเอาแขนเสื้อปิดหน้าและกรีดร้องทันที
ห้องโถงหลักวุ่นวายโกลาหลในพริบตา
ไม่มีใครคาดคิดว่าคุณหนูเจ็ดที่เพิ่งกลับจวนมาหมาดๆจะกล้าทำเรื่องเยี่ยงนี้ ตอนที่ทุกคนตั้งตัวได้ ใบหน้าของหยวนอีเฉี่ยวก็บวมแดง และคาดว่าอีกไม่นานคงกลายเป็นแผลพุพองแล้ว
นายหญิงใหญ่ใบหน้าถอดสีนางรีบตะโกนเรียกสาวใช้ข้างกายให้ไปตามหมอ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนมาเช็ดชาบนใบหน้าบุตรสาวอย่างอ่อนโยนในที่สุดนัยน์ตาที่มองเยี่ยนเจาเจาก็เริ่มปรากฏอารมณ์เล็กน้อย
ซึ่งไม่ใช่อารมณ์โกรธแต่กำลังครุ่นคิด
“เจ้าเด็กคนนี้! ถ้าใจขุ่นเคืองสิ่งใดข้าจะให้พี่ชายเจ้ากลับมาขอโทษเสีย ไยต้องกระทำเรื่องโหดร้ายเยี่ยงนี้? เป็นสาวเป็นนาง หากรูปโฉมเสียหายชีวิตจะพังทลายไม่รู้หรือ!”
นายหญิงรองลุกขึ้นมาดูบาดแผลของหยวนอีเฉี่ยวเช่นกันฝาแฝดพี่น้องหญิงสองคนข้างๆ เองก็เดินเข้ามาปลอบโยนหยวนอีเฉี่ยวที่กำลังร้องไห้ไม่หยุดด้วย
นายหญิงใหญ่ยังไม่ทันเอ่ยคำใดนายหญิงรองก็รีบกระโดดออกมาเป็นอาวุธให้นายหญิงใหญ่ทันที มิน่าเล่าทั้งที่ชาติกำเนิดสูงศักดิ์กว่าหน่อยแต่กลับถูกนายหญิงใหญ่ปั่นหัวใช้งานปราบปรามเสียจนอยู่หมัด
เยี่ยนเจาเจาไม่ตอบโต้กับคำตำหนินี้มีใครร้องไห้ไม่เป็นบ้าง แค่น้ำตาร่วงหยดสองหยด ใครก็ทำได้ไม่ใช่หรือ?
นางหลบข้างหลังหนานหมิงเหอก่อนจะปิดหน้าและร้องไห้ในทันที นางสะอื้นไห้พลางนินทาไปด้วย
“เดิมทีข้าไม่อยากมาเลย พอข้ามาถึงก็ไม่เจอคนดีๆสักคน เอาแต่รังแกข้ากับพี่ชายที่สิ้นบุญวาสนาบุพการี เมื่อครู่ยังทำร้ายพี่ชายข้าแล้วจะให้พี่ชายข้ากล้ำกลืนฝืนทน โลกนี้มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?
พี่ชายข้าเจ็บมือจนใช้การไม่ได้แต่พี่ฮุยก็เดินวางท่าจากไปดื้อๆ ทว่าพอนางบาดเจ็บที่หน้ากลับมาต่อว่าต่อขานข้า ฟ้าเป็นพยานนี่มันไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลย!
ในเมื่อไร้กฎระเบียบเช่นนี้ที่นี่ปฏิบัติต่อพี่ชายข้าอย่างไร ข้าก็ปฏิบัติกลับไปเยี่ยงนั้น!
อย่างไรเสียที่นี่ก็ไม่มีใครเห็นหัวข้าคนเขาไม่ยอมรับพวกเรา บอกว่าพวกเราเป็นคนตกอับจากบ้านนอกคอกนา พวกเรามิสู้จากไปไม่ดีกว่าหรือแม้เราต้องอดตายกันข้างนอก ก็ยังดีกว่าอยู่กับพวกคนไร้หัวใจ!”
เสียงของเยี่ยนเจาเจานุ่มนวลเป็นธรรมชาติผสมปนเปกับเสียงสะอึกสะอื้นน้อยอกน้อยใจ จึงยิ่งดูน่าสงสารแตกต่างกับภาพลักษณ์ที่สาดน้ำใส่ผู้อื่นในตอนแรกอย่างสิ้นเชิงทำเอาหัวใจผู้คนรอบข้างสั่นไหว ต่างคิดว่าเมื่อครู่หยวนหยางฮุยกระทำเกินไปหยิ่งยโสโอหังก็ช่างเถอะ นี่ทำร้ายคนแล้วยังเดินออกไปเฉยๆ อีกด้วย
บรรยากาศในห้องโถงกำลังคุมเชิงกันได้ไม่นาน นายหญิงใหญ่ก็กลับเป็นฝ่ายเลี่ยงการปะทะก่อนนางเอ่ยขึ้นมาว่า “หมิงเยว่ เจ้าไปหานายหญิงผู้เฒ่าขอยาขี้ผึ้งหยก[2] มากล่องหนึ่ง มันมีสรรพคุณรักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ดีที่สุดเจ้าบอกแค่ว่าข้าไม่ทันระวังโดนน้ำร้อนลวกจึงจำเป็นต้องใช้เท่านั้นก็พอ”
นายหญิงใหญ่กล่าวอย่างนุ่มนวลอ่อนหวานเป็นฝ่ายมอบทางลงให้เยี่ยนเจาเจา
หากเป็นเด็กสาวคนอื่นเห็นนายหญิงใหญ่ไม่เพียงไม่ระบายอารมณ์ใส่เพราะบุตรสาวโดนทำร้ายแต่กลับแบกรับไว้เองทั้งยังช่วยรักษาผลประโยชน์ต่อหน้านายหญิงผู้เฒ่าที่ไม่ยอมพบหน้าพวกเขา เกรงว่าคงซาบซึ้งนางจนน้ำตาไหลและตายใจไปแล้ว
นายหญิงใหญ่ต้องคาดเดาไว้แล้วแน่นอนว่าหากเยี่ยนเจาเจาเป็นคนฉลาด คงคิดออกว่าประโยคเมื่อครู่กำลังกึ่งเหน็บแนมกึ่งตักเตือนอยู่
หมิงเยว่คือสาวใช้ของหยวนอีเฉี่ยวนายหญิงใหญ่ต้องการใช้ให้ไปเอาของแต่ไม่เรียกสาวใช้ตนเอง กลับเรียกหมิงเยว่แทนเพียงเพื่อเตือนเยี่ยนเจาเจาว่าหยวนอีเฉี่ยวเป็นที่รักใคร่โปรดปรานของนายหญิงผู้เฒ่ามาก“เตือน” ให้เจาเจายอมศิโรราบ และเดินตามทางลงที่นางเตรียมไว้ให้เสียดีๆมิเช่นนั้นหมิงเยว่อาจเอาเรื่องนี้ไปฟ้องนายหญิงผู้เฒ่า ทำให้นายหญิงผู้เฒ่าไม่โปรดหยวนชิงจ้าวยิ่งกว่าเดิม
นายหญิงใหญ่ช่างเป็นพระโพธิสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่เหมือนนายหญิงอีกคนจริงๆ
หากที่ยืนอยู่ตรงนี้คือหยวนชิงจ้าวตัวจริงเกรงว่าคงถูกปราบไปแล้ว
แต่นี่คือเยี่ยนเจาเจา เยี่ยนเจาเจาไม่ต้องการและไม่จำเป็นต้องใช้ทางลงของนายหญิงใหญ่...นางแทบไม่มองนายหญิงผู้เฒ่าที่เป็นภรรยาใหม่ของผู้อาวุโสหยวนมู่อยู่ในสายตาด้วยซ้ำแล้วจะเอาความโปรดปรานไปทำอะไรเล่า?
เยี่ยนเจาเจาจึงเมินคำพูดนั้นและสนใจเพียงลากหนานหมิงเหอออกไป ทว่านายหญิงใหญ่ก็พ่นคำพูดสวยหรูต่างๆ นานาออกมาอีกเพื่อรั้งเยี่ยนเจาเจาไว้
นายหญิงใหญ่มองเยี่ยนเจาเจาด้วยความรู้สึกเสียใจ“อาจ้าว เป็นเพราะบุตรรักของข้าไม่รู้ความเอง แต่ก่อนเขาวางอำนาจบาตรใหญ่จนชินชา นั่นเพราะข้าเลี้ยงดูบุตรชายไม่ดีถึงได้ทำร้ายต้าเกอเอ๋อร์เช่นนี้เมื่อเขากลับมาข้าจะลงโทษเขาแน่ คราวหน้าเขาจะได้ไม่กล้าอีก”
เยี่ยนเจาเจารู้ว่านายหญิงใหญ่กำลังแสดงละครแต่ผู้คนบนโลกไฉนจะตามน้ำกันง่ายๆ เจาเจาจึงเบี่ยงสายตามาพร้อมเสียงสะอื้น นางมองนายหญิงใหญ่ด้วยใบหน้าน่าสงสารแต่ถ้อยคำกลับยโสโอหังจนถึงที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นท่านขอโทษพี่ชายข้าสิคนบาดเจ็บคือพี่ชายข้า และพี่ชายข้าไม่ใช่หมาแมว พี่ชายข้านามว่าหยวนชิงชิวเป็นบุตรชายคนโตของสกุลหยวนเจ้าค่ะ”
คำพูดพวกนี้เสียดแทงทุกประโยคแววตาของนายหญิงใหญ่จึงเปลี่ยนไปตามคาด
เยี่ยนเจาเจาเย้ยหยันอยู่ในใจแต่จู่ๆ ก็ได้ยินน้ำเสียงน่าหงุดหงิดดังขึ้นจากด้านหลัง
“ข้าอยากเห็นนักว่าเด็กสาวใจกล้าคนไหนกันที่บังอาจทำร้ายเฉี่ยวเจี่ยเอ๋อร์[3] ของข้า แล้วยังปากดีให้ฮุยเกอเอ๋อร์ของข้ามาขอโทษอีกด้วย?”
น้ำเสียงก้าวร้าวเปี่ยมพลังราวกับเยี่ยนหลิวซื่อในความทรงจำของเยี่ยนเจาเจาทุกประการ...คล้ายกระทั่งท่าทางกิริยาข่มขู่การอาศัยว่าตนอาบน้ำร้อนมาก่อน และยังน่ารังเกียจเหมือนกันด้วย!
ม่านประตูด้านหลังถูกเปิดออกกะทันหันจนลมร้อนพัดโชยเข้ามากลางห้องโถงหลักแล้วนายหญิงผู้เฒ่าตัวเล็กๆ ที่สวมที่รัดเท้าก็เดินเข้ามา
นายหญิงผู้เฒ่าบำรุงร่างกายอย่างดีจึงมีเค้าความงามสมัยสาวๆ อยู่หลายส่วนแต่ริ้วรอยร่องแก้มลึกสองข้างก็ยังปรากฏบนใบหน้า ทั้งยังมีกระดูกโหนกแก้มที่นูนออกมาเล็กน้อยเพิ่มความดุดันเข้าไปอีก
“พวกเจ้าคือชิงชิวกับชิงจ้าวหรือ? ดูไปแล้วก็ไม่เท่าใด ธาตุแท้เหมือนพ่อแม่พวกเจ้าไม่มีผิดลืมบุญคุณของครอบครัวที่อุตส่าห์เลี้ยงดูไปเสียหมด!
ช่างเป็นเด็กเกเรไร้การอบรมสั่งสอนเสียจริงถึงได้เลี้ยงเด็กสาวไร้เหตุผลหน้าไม่อายเช่นเจ้าออกมา!”
นายหญิงผู้เฒ่าเปิดปากต่อว่าเยี่ยนเจาเจาทันทีไม่เรียกกระทั่งแซ่หยวนด้วยซ้ำ ทำให้เยี่ยนเจาเจาโกรธจนแทบจะหัวเราะออกมา
“เช่นนั้นข้าขอถามสกุลหยวนเคยเลี้ยงดูข้ากับพี่ชายสักนิดหรือไม่?”
เยี่ยนเจาเจาตาต่อตาฟันต่อฟันไม่ยอมอ่อนข้อ
ให้นางจำนนหรือ?
ในฝันชาติหน้าก็ไม่มีทาง!
“ข้ากับพี่ชายเดิมทีถูกเลี้ยงอยู่ข้างนอกแม้ชาติกำเนิดของท่านแม่ข้าจะไม่สูงส่ง แต่กลับสั่งสอนข้าและพี่ชายให้มีมารยาทกับคนอื่นห้ามดูหมิ่นหรือทำร้ายใครสุ่มสี่สุ่มห้า ฮุยเกอเอ๋อร์ของท่านปาก ‘เสีย’ เช่นนี้ข้าก็นึกอยู่ว่าทำไม ที่แท้ได้รับการถ่ายทอดมาจากนายหญิงผู้เฒ่านี่เอง!”
เชิงอรรถ
[1] ม้านั่งทรงกลม หมายถึงเก้าอี้นั่งทรงกลมไร้พนักพิง มีทั้งแบบทำจากไม้เรียบง่าย หรือสลักลวดลายนอกจากนี้ยังมีแบบที่ทำจากเซรามิกหรือกระเบื้องเคลือบจีน ที่มีการลงสีสันและวาดลวดลายหลากหลายด้วย
[2] ยาขี้ผึ้งหยก หมายถึงยาแก้สารพัดโรคตามตำนานของคนจีนโบราณ
[3] เจี่ยเอ๋อร์ หมายถึง พี่สาวเอาไว้ใช้เรียกเด็กผู้หญิงในเชิงเอ็นดู ปกติจะเรียกชื่อท้ายตามด้วยเจี่ยเอ๋อร์