บทที่ 23 กฎที่เจียงหลิงเทียนกำหนด
ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน ต้องรู้ว่าั้แ่เจียงหลิงเทียนปรากฏตัวจนถึงตอนที่สังหารจินเสวียนหลาง ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่เจียงหลิงเทียนกลับไม่ได้ใช้แม้กระทั่งวิชาอาคม!
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าคนสกุลจินทั้งสองร้อยคนนี้ ไม่เพียงพอให้เจียงหลิงเทียนลงมือฆ่าเพียงคนเดียวเสียด้วยซ้ำ!
ขอบเขตหลอมเทพในยามนี้ จะไร้เหตุผลถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เหล่าอัจฉริยะจากตระกูลต่าง ๆ ต่างมองหน้ากันไปมา รู้สึกว่าตนเองไม่คู่ควรที่จะมาฝึกฝนในสถานที่แห่งนี้เลย
"สมรภูมิที่เจ็ดนอกดินแดน ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป จะถูกควบคุมโดยสกุลเจียงของข้า แต่ละตระกูลสามารถเข้าออกได้ตามสะดวก นอกจากนี้ คนสกุลจินก็สามารถเข้าสู่สมรภูมิได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า" เจียงหลิงเทียนกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ก็ตกตะลึงเป็อย่างมาก
เกิดอะไรขึ้น?! เจียงหลิงเทียนคิดจะตอบแทนความแค้นด้วยความเมตตาอย่างนั้นหรือ?
ทว่าในพริบตาต่อมา น้ำเสียงของเจียงหลิงเทียนก็เปลี่ยนไป เขาปรายตามองคนสกุลจินที่อยู่ในที่นั้นด้วยสายตาเ็า
"เพียงแต่ว่า คนสกุลจินทุกคนที่้าออกจากสมรภูมิที่เจ็ด จะต้องทิ้งของบางอย่างไว้"
หือ?? ทุกคนชะงัก หมายความว่าอย่างไร?
"เสื้อผ้าหรือกางเกงชั้นในอะไรพวกนั้นข้าไม่้าหรอก เพียงแค่ส่งของล้ำค่า สมบัติที่อยู่ในถุงมิติของพวกเ้าออกมาให้หมดก็พอ เพราะอย่างไรเสียข้าก็เป็คนใจดี" เจียงหลิงเทียนยิ้มบาง ๆ
นี่มันเป็การฆ่าให้ตายทั้งเป็ชัด ๆ !
อยากเข้าไปงั้นหรือ? ได้สิ แต่ต้องมาทำงานให้เปล่า ๆ เช่นนี้มันโหดร้ายยิ่งกว่าการไม่ให้เข้าเสียอีก!
พับผ่าสิ ทุกคนถึงกับอึ้งไปตาม ๆ กัน ไอ้เื่ค่าธรรมเนียมแรกเข้าอะไรนั่นมันระดับต่ำเกินไป ระดับเหนือชั้นต้องแบบเจียงหลิงเทียนนี่
ขอเพียงเ้ากล้ามา ข้าจะรีดทรัพย์สินในบ้านเ้าให้เกลี้ยง!
ระดับมันต่างกันจริง ๆ คนผู้นี้อยู่เหนือชั้นกว่ามาก!
ในเมื่อสกุลจินชอบใช้กำลังข่มเหงผู้อ่อนแอ ก็ให้พวกเขาได้ััรสชาตินี้ด้วยตัวเองเสียเลย หากเ้าแข็งแกร่งแล้วสามารถเก็บค่าธรรมเนียมได้
เช่นนั้นถ้าข้าแข็งแกร่งกว่า ข้าก็สามารถปล้นเ้าจนหมดตัวได้ ใครไม่พอใจก็เข้ามา!
ที่บริเวณทางเข้า คนสกุลจินที่ได้ยินดังนั้นถึงกับมีสีหน้าบึ้งตึง
หากเพื่อรักษาชีวิต พวกเขาสามารถหันหลังกลับได้ทันที แต่ทว่าภายในสมรภูมิยังมีกำลังหลักของสกุลจินอยู่ ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาก็ต้องออกจากสมรภูมิอยู่ดี!
ทรัพยากรมหาศาลขนาดนี้ เ้าคิดจะแย่งชิงไปเพียงแค่คำพูดคำเดียวหรือ?!
"เจียงหลิงเทียน เ้าเผด็จการเช่นนี้ ไม่กลัวการลงโทษจากสภาาุโพันธมิตรอวิ๋นฮวงหรือ?!" มีคนสกุลจินคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะะโออกมาด้วยความโกรธแค้น
"ฟึ่บ!"
ประกายกระบี่วูบผ่าน คนที่ส่งเสียงะโเมื่อครู่กลายเป็เถ้าถ่านในทันที!
"หากมีความเห็นอะไรสามารถเสนอได้ ข้าชอบใช้กำลังสยบผู้คน"
สิ้นคำพูด เจียงหลิงเทียนไม่สนใจสายตาที่เลื่อมใสของคนอื่น ๆ เขาหยิบผลไม้ออกมาจากอกเสื้อแล้วส่งให้เจียงเหลียนซาน
"รักษาอาการาเ็ให้ดี แล้วเข้าสู่สมรภูมิพร้อมกัน"
เจียงเหลียนซานรีบเก็บงำสายตาที่ตกตะลึง รับผลไม้มาแล้วกลืนลงไปโดยไม่ได้เคี้ยวแม้แต่คำเดียว เพียงชั่วครู่ กระดูกที่หักที่แขนก็เชื่อมต่อกันเอง และาแก็สมานตัวอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น พลังปราณมหาศาลก็ะเิออกมาจากร่างกายของเขา กลิ่นอายของเจียงเหลียนซานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียงพริบตาเดียวก็เลื่อนระดับจากขอบเขตกำเนิดโกลาหลขั้นที่หนึ่ง ขึ้นสู่ขอบเขตกำเนิดโกลาหลขั้นที่ห้า!
ผลไม้เพียงลูกเดียว ไม่เพียงแต่ทำให้กระดูกที่หักงอกใหม่ แต่ยังเพิ่มระดับการบำเพ็ญถึงสี่ขั้นในคราวเดียว?
นี่คือโอสถเทพชั้นสูงในตำนานที่สามารถชุบชีวิตคนตายและงอกเนื้อสร้างกระดูกได้ใช่หรือไม่?
ทุกคนต่างมองด้วยความตกตะลึง
เมื่อััได้ถึงพละกำลังในร่างกายที่มากกว่าเดิมถึงสิบเท่า เจียงเหลียนซานก็ชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากได้สติ เขาก็ประสานมือคำนับเจียงหลิงเทียนทันที
"ขอบคุณบุตรจักรพรรดิ! ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เจียงเหลียนซานยินดีบุกน้ำลุยไฟเพื่อท่าน แม้ต้องตายหมื่นครั้งก็ไม่เสียดายชีวิต!"
"บุตรจักรพรรดิไร้เทียมทาน เป็หนึ่งเดียวในใต้หล้า!"
ที่ทางเข้าสมรภูมิ คนสกุลเจียงที่ได้สติแล้วต่างะโก้องพร้อมกันด้วยความตื่นเต้นจนไม่อาจระงับได้
ครั้งนี้ศิษย์สกุลจินที่มาขวางทางเข้า มีความแข็งแกร่งโดยรวมเหนือกว่าตระกูลอื่น ๆ มาก และยังไร้ยางอายยิ่งนัก เพราะล้วนแต่เป็พวกที่ออกรบในสมรภูมินอกดินแดนมาหลายปี แล้วจงใจกลับมาดักทางเข้า
เมื่อครู่นี้พวกเขาได้รับความอัปยศและทำอะไรไม่ได้แต่เมื่อบุตร จักรพรรดิหลิงเทียนมาถึง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป!
ใช้กำลังเพียงคนเดียวสยบเหล่าอัจฉริยะสกุลจิน พวกเขาจะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร!
เจียงหลิงเทียนยิ้มบาง ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปยังทางเข้าที่มุ่งสู่สมรภูมิความว่างเปล่า
"ทุกคน ตามข้าเข้าสู่สมรภูมิ"
...
ในสมรภูมินอกดินแดน บนทวีปที่โดดเดี่ยวแห่งหนึ่ง มีเมืองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เมืองนี้ลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับป้อมปราการลอยฟ้า มีชื่อว่าเมืองซวีหยวน
และที่พำนักของสกุลเจียงไม่ได้อยู่ในเมือง ดังนั้นกลุ่มของเจียงหลิงเทียนจึงมายังป้อมปราการขนาดเล็กนอกเมืองซวีหยวน
ป้อมปราการแห่งนี้สกุลเจียงสร้างขึ้นแยกต่างหาก เพื่อความสะดวกในการดำเนินงานประจำวัน
"เจียงเหลียนไห่แห่งสกุลเจียง นำเหล่าคนสกุลเจียงกองพันที่เจ็ดขอเข้าเฝ้าพบบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนขอรับ!"
ตำแหน่งบุตรจักรพรรดิมีฐานะเทียบเท่ากับผู้นำตระกูล ประกอบกับชื่อเสียงของเจียงหลิงเทียนในตอนนี้ ทำให้คนรุ่นเยาว์ทุกคนยอมรับนับถือจากใจจริง
คนกว่าเจ็ดร้อยคนที่อยู่ในที่นั้น ภายใต้การนำของชายหนุ่มรูปงาม ต่างยืนเรียงรายต้อนรับ
เจียงเหลียนไห่ อายุหนึ่งร้อยแปดปี มีระดับการบำเพ็ญขอบเขตกำเนิดโกลาหลขั้นที่หก เขาเป็ผู้นำในกลุ่มคนรุ่นเยาว์ของสกุลเจียงก่อนที่เจียงหลิงเทียนจะเกิด
แน่นอนว่าเขายังถือว่าเป็คนหนุ่ม เพราะในโลกของผู้บำเพ็ญ ทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็พันเป็หมื่นปี
"ท่านพี่ บุตรจักรพรรดิมาครั้งนี้ช่วยระบายความแค้นให้ทุกคนได้มาก ไม่เพียงแต่สังหารจินเสวียนหลางด้วยกระบี่เดียว แต่ยังทำให้คนสกุลจินสองร้อยคนกลัวจนตัวสั่น"
"อีกทั้งบุตรจักรพรรดิยังสั่งไว้ว่า ต่อไปนี้คนสกุลจินที่ออกจากสมรภูมิ จะต้องส่งมอบทรัพยากรทั้งหมดที่มีในตัว ท่านต้องหาทางจัดเตรียมคนให้เพียงพอ อย่าให้ทรัพยากรที่ได้มานี้หลุดมือไปเด็ดขาด" เจียงเหลียนซานกล่าวด้วยความตื่นเต้น
เมื่อได้ยินดังนั้น ไม่เพียงแต่เจียงเหลียนไห่ แต่ทุกคนในที่พำนักสกุลเจียงต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน
"ฮ่า ๆ ในเมื่อเป็เช่นนี้ เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเอง!" เจียงเหลียนไห่ได้สติอย่างรวดเร็ว
เขารู้แจ้งในทันทีว่าจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้ของเจียงหลิงเทียนคือ การสร้างบารมี!
สกุลเจียง้าสร้างบารมี นี่คือสิ่งที่คนรุ่นเยาว์ปรารถนาอย่างยิ่ง แน่นอนว่าเขาต้องช่วยเหลืออย่างไม่มีเงื่อนไข!
หลังจากนั้น เจียงหลิงเทียนภายใต้การนำทางของเจียงเหลียนไห่และเจียงเหลียนซาน ก็มาถึงบริเวณขอบสมรภูมิ
ทวีปอันกว้างใหญ่ถูกตัดขาดและหายไปอย่างกะทันหันที่บริเวณชายแดน ส่วนที่เหลือคือความว่างเปล่าที่ไร้สิ้นสุด
ในโลกความว่างเปล่ามีเศษหินและเกาะจำนวนนับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่ นอกจากแสงิญญาที่วูบผ่านเป็ครั้งคราวแล้ว บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบยิ่งนัก
"นี่คือสมรภูมินอกดินแดนหรือ? ทำไมถึงเงียบสงบเช่นนี้?" เจียงหลิงเทียนหรี่ตาลง
"ตอนนี้ถือว่าเป็ยุคแห่งสันติภาพแบบกล้อมแกล้ม ศัตรูของเรามีเพียงฝูงอสูรห้วงมิติเท่านั้นขอรับ แต่ฝูงอสูรห้วงมิติเหล่านี้จะบุกขึ้นมาเป็ประจำทุกวันใน่บ่าย โดยใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วยาม ฝูงอสูรระลอกต่อไปกำลังจะมาถึงในไม่ช้า ท่านบุตรจักรพรรดิสามารถพักผ่อนได้ครู่หนึ่งขอรับ"
เจียงเหลียนไห่แนะนำไปพร้อมกับยื่นป้ายหยกผลงานที่ประณีตชิ้นหนึ่งให้
"อสูรห้วงมิติระดับ 1 เทียบเท่ากับขอบเขตหลอมเทพ ระดับ 2 เทียบเท่ากับขอบเขตกำเนิดโกลาหล การสังหารอสูรห้วงมิติระดับ 1 จะได้รับผลงาน 1 แต้ม ระดับ 2 จะได้รับ 10 แต้ม ค่าผลงานคือหลักฐานในการนำไปแลกทรัพยากรการบำเพ็ญที่เมืองซวีหยวน ในฝูงอสูรนี้มีจำนวนอสูรห้วงมิติมากมาย แต่ส่วนใหญ่เป็ระดับ 1 ส่วนระดับ 2 จะปรากฏเฉพาะในฝูงอสูรขนาดกลางและขนาดใหญ่เท่านั้นขอรับ"
เจียงหลิงเทียนพยักหน้า ก่อนมาเขาได้ศึกษาข้อมูลของสมรภูมินอกดินแดนมาบ้าง เพียงแต่ไม่คิดว่าสมรภูมินี้จะเงียบสงบถึงเพียงนี้
ทว่าเขาไม่ได้คิดที่จะรออยู่อย่างเงียบ ๆ เขาแผ่จิตััออกไป ไม่นานเจียงหลิงเทียนก็พบฝูงอสูรห้วงมิติจำนวนมากที่อยู่ห่างออกไปหมื่นลี้!
จากการประเมินคร่าว ๆ แต่ละฝูงประกอบด้วยอสูรห้วงมิติระดับ 1 เกือบหมื่นตัว และที่ระยะทางแสนลี้ มีฝูงอสูรั์ที่ประกอบด้วยอสูรห้วงมิติกว่าแสนตัวกำลังลอยอยู่ในความว่างเปล่า!
ในนั้น เจียงหลิงเทียนััได้ถึงกลิ่นอายที่เหนือกว่าอสูรห้วงมิติระดับ 2 มากมาย ที่นี่น่าจะเป็ฐานที่มั่นส่วนหน้าของเผ่าอสูรห้วงมิติ คล้ายกับป้อมปราการขนาดเล็กของสกุลเจียง
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหลิงเทียนจึงถอนจิตัักลับคืน
"พวกเ้าเคยคิดว่าจะเป็ฝ่ายไปบุกโจมตีรังของอสูรห้วงมิติด้วยตนเองบ้างหรือไม่?"
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงเหลียนไห่ถึงกับอึ้งไป...