บทที่ 2
ในความฝัน
จิ่วเหรินกลับมาที่เผ่าเทพก็เข้าห้องปิดประตูเงียบไม่ยอมพูดจา ไป๋หลี่ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ อันที่จริงนางไม่ควรพาจิ่วเหรินไปพบเจอหน้าซือเหยียน แต่ถึงอย่างไรสักวันจิ่วเหรินกับซือเหยียนก็ต้องวนกลับมาพบเจอกันอยู่ดี
ภายในห้องนอนที่เรียบง่ายและมีของไม่เยอะสักเท่าไร จิ่วเหรินเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่และกลับมานั่งมองรูปวาดที่แขวนอยู่บนผนัง เป็รูปของนางกับท่านปู่ข้างกายยังมีซือเหยียนและไป๋หลี่ ก่อนเกิดาท่านปู่เกิดล้มป่วยและสิ้นลมหายใจ ซือเหยียนก็เลยต้องดูแลจิ่วเหรินมานับแต่นั้น
ความสัมพันธ์ของทั้งสองในวันวานนั้นแน่นแฟ้นประดุจพี่น้อง
พอนึกถึงเื่วันนี้ที่เพิ่งพบเจอมาก็กลับมาห่อเหี่ยวเช่นเดิม หวังว่าซือเหยียนคงไม่เ้าคิดเ้าแค้นตามมารุกรานเผ่าเทพหรอกกระมัง หากเป็เช่นนั้นก็ต้องโทษที่จิ่วเหรินทำเื่โง่อีกแล้ว นางไม่ควรสอดตัวไปยุ่งกับซือเหยียน ทว่าใจก็กลับทนไม่ได้ที่เห็นซือเหยียนกระทำเื่ชั่ว จิ่วเหรินมองออกไปด้านนอก ก็เห็นว่าค่ำคืนนี้ท้องฟ้ากราดเกลื่อนไปด้วยแสงดาว
ซือเหยียนชอบมองท้องฟ้าในยามรัตติกาล พลอยทำให้จิ่วเหรินชื่นชอบมันไปด้วย
อดีตก็คืออดีต ทว่าตอนนี้ปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปแล้ว จิ่วเหรินอยากเปลี่ยนซือเหยียนให้กลับมาดีดังเดิม แต่การกระทำของซือเหยียนในวันนี้บ่งบอกว่าเขาไม่มีวันเปลี่ยน คนที่เห็นน้ำตาของจิ่วเหรินก็ยอมแทบทุกสิ่งอย่าง กลายเป็คนที่ทำให้จิ่วเหรินร้องไห้ออกมา
‘เ้าร้องไห้จนข้าเจ็บหัวใจไปหมดแล้วจิ่วเหริน’
‘หากเ้ายังมีน้ำตา ข้าเกรงว่าท่านอาจารย์คงกลับมาทุบหลังข้าเป็แน่’
ซือเหยียนก็แค่คนบ้าที่ดูแลจิ่วเหรินเป็อย่างดี แต่บัดนี้กลับเป็จิ่วเหรินทำให้ซือเหยียนตกอยู่ในสภาพนั้น ซือเหยียนกลับมามีชีวิตในวงจรโสโครกที่เขารังเกียจนักหนา
“ข้าทำถูกต้องแล้วอย่างนั้นหรือท่านปู่ ข้านำเขาฟื้นคืนกลับมาจากความตาย”
จิ่วเหรินเฝ้าถามรูปวาดที่แขวนอยู่บนผนัง ท่านปู่คงไม่กลับมาตอบคลายความสงสัย สิ่งที่ท่านปู่ย้ำเตือนอยู่เสมอคืออย่าเผยความลับ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้ถึงตัวตนวิหคสีชาด มิเช่นนั้นหายนะจะราวีจนไม่หาความสุขไม่พบ และอาจต้องมีจุดจบลงเอยด้วยา
นางถอนหายใจล้มตัวนอนบนเตียง ยกมือก่ายหน้าผากคิดไม่ตก สิ่งที่ทำลงไปนั้นไม่ว่าจะเกิดผลอย่างไรตามมาก็ต้องยอมรับมัน หากซือเหยียนคิดก่อานางก็จะสู้จนตัวตาย
ซือเหยียนกลับมาที่เผ่าปีศาจด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ในของเขาว้าวุ่นสับสนเมื่อเห็นน้ำตาของเซียนสาวผู้นั้น นางกล้าดีอย่างไรมาหยุดการกระทำเขา อีกทั้งยังเรียกชื่อของเขาราวกับว่าคุ้นเคยสนิทสนมมาอย่างยาวนาน เขาเกลียดสายตาของนางเป็ที่สุด มันทำให้ซือเหยียนคล้ายกับพวกกากเดนสกปรกทำตัวน่าผิดหวัง
“เป็อะไรไปหรือขอรับนายท่าน”
“นางผู้นั้น!”
“เป็เซียนของเผ่าเทพขอรับ มีนามว่า ‘จิ่วเหริน’ ส่วนอีกคนที่ล้มปีศาจของเราไปคือ ‘ไป๋หลี่’ จะให้ตามตัวพวกนางมารับโทษไหมขอรับ”
“ไม่ต้อง!”
ชิงมู่โค้งคำนับผู้เป็นายของตนเองและออกจากห้องไป ปีศาจรับใช้ที่อยู่ข้างกายซือเหยียนมานานย่อมสังเกตเห็นถึงความผิดปกตินี้ ซือเหยียนใจคอโหดร้ายชื่นชอบการเข่นฆ่า กลับมานั่งทำท่าสิ้นหวังราวกับถูกเด็ดปีกเพียงเพราะสตรีนางนั้น
คล้อยหลังชิงมู่ออกจากห้องไป ซือเหยียนกลับมาคิดถึงชื่อของเซียนสาวผู้นั้นอีกครั้ง
จิ่วเหรินเช่นนั้นหรือ?
พลันอกซ้ายก็บีบตัวราวกับมีมือนับพัน ซือเหยียนกุมอกของตนเองพลางคิดถึงใบหน้าเปื้อนน้ำตาที่ได้พบเห็น ก็ยิ่งทวีความเ็ปขึ้นมาจนเม็ดเหงื่อผุด เขาระงับอาการเ็ปด้วยพลังปีศาจของตนเอง เป็เช่นนี้มานานแล้วกับอาการประหลาดที่ไม่มีผู้ใดรักษาได้
ในคืนนั้นเองที่ซือเหยียนหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา เขากลับพบกับสตรีนางหนึ่งที่เห็นใบหน้าเลือนราง ช่างเป็ความฝันซ้ำซากนับั้แ่ซือเหยียนฟื้นขึ้นมา ชิงมู่บอกว่าเขาออกศึกาจนาเ็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา
‘เหตุใดข้าจึงต้องเห็นเ้าอยู่ร่ำไป? เ้าคือใครกัน’
‘ซือเหยียน..’
น้ำเสียงสตรีนางนั้นฟังดูคุ้นหู เอ่ยเรียกชื่อของเขาราวกับคนที่คะนึงหาเฝ้าคอย ซือเหยียนไม่ชอบให้ผู้ที่ต่ำต้อยกว่าเอ่ยชื่อของเขาโดยไม่เคารพ ทว่าตอนนี้ซือเหยียนกลับยืนนิ่งไม่รู้สึกสิ่งใด
‘ั้แ่ท่านทิ้งข้าไป.. ตัวข้านั้นก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาโดยตลอด’
'ข้าทิ้งเ้ารึ?'
‘ท่านลืมหมดแล้วหรือซือเหยียน ลืมสิ้นแม้แต่ตัวข้าเช่นนั้นหรือ..?’
หัวใจของซือเหยียนก็เจ็บแปลบขึ้นมาอีกหน คราวนี้กลับมีโลหิตไหลซึมอาภรณ์ ความเ็ปนั้นทำเอาชายหนุ่มร่างกำยำทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น สตรีนางนั้นหันหลังเดินจากไป แม้ซือเหยียนจะเอื้อมมือคว้านางเอาไว้ก็มิอาจรั้งนาง แผ่นหลังนั้นเดินจากไปไกลจนกระทั่งหายไปจากสายตาของซือเหยียน เขาลืมตาตื่นขึ้นมาและพบว่าตนเองยังนอนอยู่ อกด้านซ้ายไม่ได้มีโลหิตไหลหรือเ็ปแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็เพียงความฝัน
ครั้นจะหลับตานอนลงอีกรอบก็ยากยิ่ง ซือเหยียนสวมอาภรณ์คลุมร่างกายและเดินออกจากห้องนอน เขาเดินวนอยู่หน้าที่พำนักของตนเอง เผ่าปีศาจนั้นต่างกับแดนเทพอย่างสิ้นเชิง มันทั้งหนาวเหน็บและมีหิมะโปรยปรายอยู่ตลอดเวลา
“นอนไม่หลับหรือซือเหยียน?”
“ท่านพี่”
“น้องชายของข้าฟื้นคืนกลับมา นับว่าชะตาของเผ่าปีศาจยังไม่จบสิ้น”
ซือเจิ้งผู้เป็พี่ชายที่ซือเหยียนนั้นแทบไม่เคยได้พบหน้า นานครั้งซือเจิ้งจะออกจากห้องมาด้านนอก ด้วยสาเหตุที่ว่าสุขภาพร่างกายอ่อนแอ และเป็อีกสาเหตุที่ซือเหยียนได้เป็ประมุขเผ่าปีศาจ
“ท่านไม่ควรออกมาเดินตากลมหนาว”
ซือเจิ้งหลุดหัวเราะกับท่าทางของน้องชาย แววตาขี้เล่นส่งตรงมาหาซือเหยียน
“เราสองเป็พี่น้องคลานตามกันมา แต่เ้ากลับใจคอโหดร้ายเยี่ยงท่านพ่อ ตอนที่เ้าแสดงอาการเป็ห่วงข้านั้น คล้ายท่านพ่อยิ่งนัก”
“...”
“ได้ยินว่าเ้าเข่นฆ่าผู้คนอีกแล้ว”
“ท่านพี่อยู่แต่ในห้องนอน แต่กลับล่วงรู้ทุกการกระทำของข้า” ซือเหยียนสบตาผู้เป็พี่ แต่ซือเจิ้งก็ไม่ได้หลบตาหรือหวั่นเกรงแต่อย่างใด
“เผ่าปีศาจอยู่ในมือของเ้า แต่ข้าก็เป็พี่ชายของเ้าซือเหยียน เื่ที่เ้าทำข้าควรรับรู้”
“ท่านห่วงใยน้องชายตนเองถึงเพียงนี้ ก็ควรรักษาร่างกายให้แข็งแรง”
“ข้ายังไม่ตายหรอกซือเหยียน”
ซือเจิ้งหัวเราะอยู่ในลำคอ น้องชายที่ทำท่าทางเหมือนว่าเขากำลังจะดับสิ้น เขาจะต้องอยู่เพื่อรอวันที่เผ่าปีศาจได้ทุกสิ่งอย่าง อำนาจในมือที่ซือเหยียนเป็คนนำมาให้
ซือเจิ้งสนทนาอยู่เพียงชั่วครู่ก็ขอตัวกลับไปนอน เหลือเพียงซือเหยียนที่มองตามหลังผู้เป็พี่ชาย
ครั้งแรกที่ฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในเผ่าปีศาจ และยังเป็ประมุขของเผ่าปีศาจอีกด้วย ชิงมู่บอกว่าเผ่าปีศาจในตอนนี้เหลือเพียงซือเหยียนกับซือเจิ้งผู้เป็พี่ชาย ที่ร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วยจนไม่สามารถรับตำแหน่งอย่างที่ควรจะเป็
ตำแหน่งนั้นจึงกลายเป็ซือเหยียนที่ต้องรับผิดชอบ เขาบ้าคลั่งในอำนาจจนหลงลืมทุกสิ่งอย่าง
“นายท่านขอรับ”
“อืม”
“เื่ที่เ้าสำนักหลิงเสนอจะว่าอย่างไร?” ชิงมู่เห็นผู้เป็นายนอนไม่หลับ เขาจึงอาสามาอยู่คอยอยู่เฝ้ายาม
“หึหึ!” ซือเหยียนส่งเสียงอยู่ในลำคอ “เ้าสำนักหลิงรักตัวกลัวตาย ถึงขนาดยอมหลบซ่อนตัวไม่ออกมานานหลายชั่วอายุ ข้อเสนอที่ให้มาก็นับว่าไม่เลว”
ซือเหยียนยังไม่ทันได้ตกลงกับข้อเสนอนั้น ก็กลับมีพวกต่ำต้อยเข้ามาขวางเสียก่อน หากเขาเจอเซียนสาวผู้นั้นอีกครั้ง จะไม่ยอมปล่อยผ่านเฉกเช่นวันนี้แน่
“นัดเ้าสำนักหลิงมาอีกครั้ง ข้าจะเชือดไก่ให้ลิงดู”
“ขอรับ”
“มีอีกเื่”
“อะไรหรือขอรับ?” ชิงมู่เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าประมุขเผ่าปีศาจมีเื่จะสั่ง
“สืบเื่ของเซียนนางนั้นมาให้ข้า นางใจกล้าบ้าบิ่นไม่กลัวตาย ข้าจะต้องมอบบทเรียนแก่นางเสียบ้าง เผ่าเทพสวะพวกนั้นจะเอาอะไรมาต่อกรข้า”
“ขอรับนายท่าน”
ท่ามกลางความมืดมิดนั้นั์ตาของซือเหยียนวาวโรจน์ อันที่จริงซือเหยียนยังไม่คิดถึงเื่เผ่าเทพ ทว่าจิ่วเหรินผู้นั้นกลับสร้างหายนะให้เผ่าของตนเอง นางแหย่มือมาในปากเสือเช่นเขา ก็อย่าหวังเลยว่าจะอยู่อย่างมีความสุข
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด