วิกฤตคอมพิวเตอร์และหลุมดำ
ในห้องพักแคบ ๆ กลางเมืองหลวงที่พลุกพล่าน หลินอันอัน...นั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้หมุนตัวเก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับพร้อมจะพังลงมาทุกเมื่อบนโต๊ะเต็มไปด้วยแก้วกาแฟว่างเปล่าและถุงขนมขบเคี้ยวสายตาจับจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงสูตรอาหารล่าสุดของเธอเธอเป็นักศึกษาวิศวกรรมอาหารปีสุดท้าย ผู้เชื่อว่า ความอร่อยคือวิทยาศาสตร์ และ คาเฟอีนคือเชื้อเพลิงที่สำคัญกว่าออกซิเจน
เธอพิมพ์สูตรอย่างละเอียดรอบคอบโดยเฉพาะการควบคุมความคงตัวของอาหารแช่แข็งในสภาวะสุญญากาศซึ่งเป็หัวข้อที่ซับซ้อนและน่าปวดหัวที่สุดในชีวิต
“แครอทสองร้อยกรัม มันฝรั่งสามร้อยกรัม... เอ๊ะ!ใส่เกลือหรือน้ำตาลดีนะ?” เธอพึมพำขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ “ช่างเถิด, ใส่ทั้งคู่เลยดีกว่า!ความหวานเค็มต้องลงตัวสิ! อาจารย์น่าจะให้ผ่านถ้ามันอร่อย!”
ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์กะพริบวูบวาบถี่รัวผิดปกติหลอดไฟนีออนเก่า ๆ ในห้องก็ดับวูบและติดขึ้นมาใหม่ด้วยเสียง “เปรี้ยะ!” น่ากลัว แสงสีฟ้าสว่างจ้าบาดตาจนเธอต้องยกมือป้อง พลันเสียงดัง“วื้ด!” สนั่นหูเหมือนเสียงเครื่องบินไอพ่นกำลังตกก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทลง
หลินอันอัน รู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว ลอยละลิ่วไปในอากาศที่ว่างเปล่าราวกับถูกดูดเข้าไปในเครื่องปั่นิญญา หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกความคิดสุดท้ายของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกปนเสียดาย “เฮ้ย!นี่มันอะไรกันเนี่ย? ไฟดับเหรอ? หรือว่าคอมพิวเตอร์Gaming ที่ซื้อมาด้วยเงินเก็บทั้งชีวิตมัน ะเิ ไปแล้วจริงๆ!? ถ้างานไม่เสร็จฉันต้องซ้ำชั้นแน่!” ก่อนจะจมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดอย่างสมบูรณ์
เธอรู้สึกถึงการถูกบีบอัดอย่างรุนแรงความเ็ปแล่นแปลบไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่ศีรษะ มันไม่ใช่ความฝันแต่เป็ความรู้สึกของการ เปลี่ยนสถานะทางสสาร อย่างไม่เต็มใจ คล้ายดัง ถูกบีบอัดลงในกล่องที่เล็กเกินขนาดมันเป็ความรู้สึกที่คล้ายกับถูกส่งผ่านเครื่องอัดขยะอวกาศที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวนความถี่สูงห้าสิบเท่าตัวเธอเองกลายเป็แค่พิกเซลที่ถูกยืดและบิดเบี้ยวไปมา “อ๊าก!ปวดหัว! หัวจะะเิแล้ว!” เธอพยายามร้อง แต่ไม่มีเสียงใด ๆ ออกมามีเพียงเสียงหวีดหวิวที่ดังอยู่ในแก้วหูเท่านั้น
ความคิดของเธอสับสนอลหม่าน“นี่ฉันกำลังจะตายเหรอ? ตายเพราะคอมพิวเตอร์ะเิ? ไม่จริงน่า! วิศวกรรมอาหารเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ของฉันล่ะ? หัวข้อวิจัยอาหารอวกาศล่ะ? ผักดองสูตรสุญญากาศ ที่ฉันกำลังจะส่งอาจารย์ล่ะ!?”เธอคิดอย่างเสียดาย เงินกว่าหนึ่งสี่พันหยวนที่ลงไปกับซีพียูและกราฟิกการ์ดรุ่นล่าสุดมันไม่ควรจะจบแบบนี้สิ!
ร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งในอุณหภูมิลบห้าสิบองศาเซลเซียสแต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกร้อนรุ่มเหมือนถูกเผาด้วยความเร็วเหนือแสงมันเป็ความทรมานที่ไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ มารองรับได้เลย หลินอันอัน พยายามรวบรวมสติแต่ยิ่งทำก็ยิ่งเหมือนลอยเคว้งคว้างไปในทะเลหมอกสีม่วงดำที่ไม่มีจุดสิ้นสุด
“ถ้าฉันรอดไปได้...ฉันจะเลิกทำวิทยานิพนธ์บ้า ๆ นี่แล้วไปเปิดร้านอาหารตามสั่งดีกว่า!อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งเครียดเื่สมการความคงตัวอะไรนั่น!” แต่ความตั้งใจสุดท้ายก็ถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว ...ราวกับถูกอัดลงในกล่องที่เล็กเกินขนาด ความรู้สึกถูกบีบอัดนั้นคลายตัวลงอย่างกะทันหันทุกอย่างกลับมานิ่งสนิท ไร้แสง ไร้เสียง ไร้ัั และเธอก็จมลงสู่ความว่างเปล่าเย็นเยียบที่ไม่มีแม้แต่ความคิดให้หลงเหลือ
ท้อง!และแม่สามีตัวตึง
เสียงอื้ออึงดังคล้ายคลื่นทะเลสาดซัดเข้าหู ซูอันอันในร่างใหม่ ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้ง ลมหายใจติดขัด ราวกับถูกก้อนหินกดทับบนอกเธอพยายามลืมตาขึ้น แต่สายตาพร่ามัวไปหมด ทว่าโลกตรงหน้านั้นไม่ใช่ห้องพักเล็ก ๆในหอพักนักศึกษาอีกต่อไป
ซูอันอัน (หลินอันอัน)รู้สึกเหมือนมีผีมานั่งทับอยู่บนอกนานกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงเธอพยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ แต่กลิ่นสมุนไพรและดินชื้น ๆ ก็ตีเข้าจมูกจนอยากจะจาม
เธอลืมตาขึ้นอีกครั้งและพยายามมองสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดนี่ไม่ใช่แค่โบราณธรรมดา แต่เป็โบราณแบบ ยากจนขั้นสุด เพดานมุงหญ้าฟาง ผนังบ้านเป็ดินเก่า ๆ และมีกลิ่นยาจีนลอยอบอวลอยู่รอบกายเธอเห็นว่าผนังทำจากดินเหนียวที่ไม่เรียบเนียน มีร่องรอยแตกเล็ก ๆ น้อย ๆที่บอกว่าบ้านนี้คงสร้างมานานมากแล้วแสงสว่างเข้ามาเพียงน้อยนิดผ่านช่องหน้าต่างเล็ก ๆ ที่ไม่มีกระจกมีเพียงผ้าโปร่งเก่า ๆ ปิดไว้พอเป็พิธี
หลินอันอัน เบิกตากว้าง “ตายแล้ว! อย่าบอกนะว่าฉันทะลุมิติมาสู่สมัยโบราณ! นี่มันมุกตลกที่บัดซบที่สุดในชีวิตแล้ว!อย่างน้อยควรจะเป็ลูกสาวขุนนางใหญ่ที่พอจะมีเงินซื้อ ชาไข่มุก กินได้สิ!”
“นางฟื้นแล้ว ๆ! รีบไปเรียกหมอเร็วเข้า!”เสียงผู้หญิงสูงวัยดังขึ้นอย่างตื่นตระหนกปนดีใจ
ซูอันอัน หันมองรอบตัวด้วยความงุนงง“ที่นี่...ที่ไหนกัน?” เสียงเธอแหบพร่าผิดปกติ พลัน ความทรงจำแปลกประหลาดก็ไหลทะลักเข้ามาในสมองดุจคลื่นั์ที่ซัดเข้าสู่ฝั่ง ภาพของหญิงสาวชื่อ ซูอันอัน บุตรสาวของตระกูลซูวัยสิบหกปี ถูกคลุมถุงชนมาแต่งงานกับตระกูลเสิ่น...
หญิงวัยกลางคนใบหน้าเคร่งขรึมกอดอกมองลงมาด้วยสายตาเอือมระอาปนโล่งใจ นางคือ หลิวซื่อ มารดาของสามีในนาม“นี่เรือนตระกูลเสิ่น เ้าคือสะใภ้ข้า ซูอันอัน อย่าทำเป็ไม่รู้จักอีก!”
โอ๊ย!...เพิ่งตื่นมาก็เจอแม่สามีตัวตึงในตำนานเลยหรือนี่?อันอันได้แต่คิดในใจพลางปรับสีหน้าให้ดูนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่มันไม่ใช่ชีวิตที่ฉันวางแผนไว้เลยสักนิด!
“หมอมาแล้ว!” เสียงะโดังขึ้น หมอเฒ่า ก้าวเข้ามาเขาตรวจชีพจรเธออย่างจริงจัง ก่อนจะยกคิ้วสูง และประกาศเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“ยินดีด้วย! สะใภ้เ้าหนูน้อยในท้อง ครรภ์แข็งแรงยิ่งนัก!”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ...ก่อนเสียงโกลาหลจะะเิขึ้น
“อะไรนะ! นางมีครรภ์!”
“์เมตตา!ตระกูลเสิ่นจะได้หลานผู้สืบทอดแล้ว!”
ซูอันอันตะลึงงัน ท้อง...? ราวกับก้อนหินหนักอึ้งถ่วงลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจความจริงข้อใหม่นี้สาดซัดเข้าใส่เธออย่างไม่ปรานี "ไม่จริง! ฉันเพิ่งอายุยี่สิบ!จะให้ฉันเลี้ยงเด็กได้อย่างไรกัน! ฉันยังไม่พร้อมจะเป็แม่! นี่มันแจ็กพอตตลกบ้าบอที่สุดในประวัติศาสตร์การทะลุมิติเลยนะ!"เธอได้แต่ก้มหน้าหลบตา ใบหน้าซีดเผือด มือเท้าเย็นเฉียบ
ความสับสนความหวาดกลัว ความอัปยศ และความรู้สึกที่ไม่เป็จริงถาโถมเข้าใส่นางอย่างรุนแรง
นี่ไม่ใช่ความฝัน...นี่ไม่ใช่กองถ่าย... นี่ไม่ใช่การลักพาตัว...
นางทะลุมิติมาจริงๆ!และทะลุมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ที่กำลัง... ท้อง!
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้กระแทกสติของนางจนแตกละเอียด
"ไม่จริง!!"
หลินอันอันโพล่งออกมาเสียงดังลั่นนางรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างลืมเ็ปดวงตาเบิกกว้างจ้องเขม็งไปยังคนทั้งสองด้วยแววตาตื่นตระหนกสุดขีด
"ข้า... ข้ายังไม่พร้อม!! พวกท่านพูดเื่อะไรกัน ข้าไม่เข้าใจ!"
ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องกระท่อมดินเล็กๆนี้ในทันที
ท่านหมอหลี่ชะงักงันไปเล็กน้อยมองนางด้วยความประหลาดใจ ส่วนหลิวซื่อ...
ดวงตาของนางหรี่ลงใบหน้าที่เคยตึงเครียดอยู่แล้ว บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็เย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีไอสังหารจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของนาง
"เ้า... พูดจาเหลวไหลอันใด?" น้ำเสียงของนางกดต่ำจนน่าขนลุก"ตั้งสติของเ้าเสีย! เ้ากำลังจะมีทายาทให้ตระกูลเสิ่น!"
หลิวซื่อถึงจะทำเสียงแข็ง แต่แววตากลับแฝงประกายดีใจ "ไม่ต้องพูดอะไร! อย่างไรเสียเด็กในท้องเ้าคือหลานคนแรกของตระกูลเสิ่น!" ข้างนอก ผู้เฒ่าเสิ่น กับพ่อสามี เสิ่นกั๋ว ยืนยืดอกหัวเราะอย่างภาคภูมิ "ฮ่า ๆ ๆ หลานคนแรกของตระกูลเสิ่น!...ดี ๆ!"
เธอทำได้เพียงแค่ก้มหน้าพยายามรวบรวมความสงบที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อรับมือกับโลกใหม่ที่โหดร้ายนี้ วาสนามิอาจผัดผ่อน(2)มันคือประโยคเดียวที่เธอยอมรับได้ในตอนนี้ เมื่อไฟดับจากโลกเก่าเธอก็ถูกส่งมาทำหน้าที่สำคัญในโลกนี้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
เชิงอรรค:
(1) ความทุกข์ระทมที่กัดกินใจ: สำนวนจีนโบราณ หมายถึงความเ็ปทางอารมณ์ที่ฝังลึกและรุนแรง
(2) วาสนามิอาจผัดผ่อน: สำนวนจีนโบราณ หมายถึง: โชคชะตาถูกกำหนดไว้แล้วไม่สามารถหลีกหนีได้
โปรดติดตามตอนต่อไป: บทที่ 2 สามีที่ไม่คุ้นเคยและความจริงที่โหดร้าย