บทที่24
ฝึกฝนทักษะ
หลังจากที่เดินทางไปที่สำนักเทพปฐีมาทั้งวันหลี่หยุนเดินทางกลับมาถึงบ้านของตนเองที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองใน่ยามเย็น
เขานั่งดื่มน้ำชาอยู่ภายในห้องโถงที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักของบ้านหลังนี้ด้วยท่าทางสบายๆพร้อมกับนั่งอ่านตำราภายในมือของตนเองรีบกลับมาด้วยจากสำนัก
ตำราภายในสำนักมีตำราอีกจำนวนมากที่เขาไม่รู้จักมันแม้ว่าเขาจะเป็นักเขียนนิยายเื่นี้
ตอนนี้เขาเลยกำลังศึกษาเกี่ยวกับเ้าตำราพวกนี้อยู่ขณะที่กำลังนั่งอ่านมันอย่างจริงจัง
“ เหตุใดท่านประมุขต้องแฝงตัวเข้าไปเป็อาจารย์ของสำนักเทพปฐีด้วยเ้าค่ะ?” ซินซินที่ยกน้ำชามาเอ่ยถามเพื่อนด้วยใบหน้าที่สงสัย
หลี่หยุนยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย“ ข้าแฝงตัวอย่างไรล่ะอย่างไรเสียในตอนนี้รูปลักษณ์ภายนอกของข้าก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วอย่างน้อยก็หาที่ยืนยันตัวเองสักหน่อยพวกมันคงจะตามตัวข้าได้ยากเย็นมากขึ้น ”
“ เหตุใดถึงไม่แฝงตัวภายในสำนักใหญ่ๆเ้าคะสถานที่แห่งนั้นน่าจะดีกว่า ”
“ พวกมันหูตามากมายจะตายถ้าแฝงตัวภายในนั้นมีโอกาสสูงที่จะโดนจับได้ก็แบบนั้นก็เลยทำการแฝงตัวเข้าไปภายในสำนักเทพปฐี… ”
“ ยามนี้หลังจากที่แฝงตัวเข้าไปแล้วรู้สึกว่าจะได้อะไรมากกว่าที่คิด ”
“ ได้อันใดมากกว่าที่คิดท่านประมุขหมายถึงเื่อะไรอย่างนั้นหรือเ้าคะ?” ซินซินสงสัยและใช้ดวงตาของตนมองมาที่ท่านประมุขของตนเอง
หลี่หยุนตำราภายในมือของตนเองขึ้นมาแล้วก็กล่าวออกไป“ นี่สิภายในสำนักแห่งนี้มันเป็เหมือนกับกองขุมทรัพย์ภายในรูปลักษณ์ภายนอกที่ทรุดโทรมแม้ว่าสำนักจะทรุดโทรมและไร้ซึ่งผู้คนแต่ว่าตำราภายในสำนักล้วนแล้วแต่เป็ตำราที่ยอดเยี่ยม”
“ ถึงแม้ว่าจะเป็ตำราที่ยอดเยี่ยมเช่นใดแต่เทียบกับความรู้ของท่านประมุข… ”
หลี่หยุนอธิบายอีกครั้งให้นางเข้าใจเกี่ยวกับความคิดและคำพูดของเขาว่า“ จริงอยู่ว่าความรู้ภายในหัวของข้ามีทั้งทักษะและก็เคล็ดวิชามากมายแต่ว่าของพวกนั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็เพียงแค่ความรู้ที่อยู่ในหัว ”
“ เพราะว่าการหลอมรวมแก่นิญญาเกิดใหม่ทำให้ตัวของข้าเสียทักษะและก็วรยุทธทั้งหมดตอนนี้มีเพียงแค่ทักษะพร์ที่ติดตัวแต่ว่าถ้าจะให้นำเอาพวกทักษะเ่าั้ออกมาฝึกฝน ”
“ ระดับลมปราณภายในร่างกายของข้าที่มีเพียงแค่นี้ก่อนที่จะฝึกฝนมันขึ้นไปในระดับสูงได้คงใช้เวลานาน”
“ เพราะแบบนั้นทักษะพวกนี้สามารถใช้ได้อย่างน้อยก็ใช้ใน่นี้ที่ตัวของข้ายัง้าพลัง”หลี่หยุนไม่ได้มองข้ามทักษะเหล่านี้แม้ว่าภายในของเขาจะมีทักษะมากมายและเคล็ดวิชามากมายที่อยู่ในระดับสูง
ของพวกนั้นฝึกฝนไปในเวลานี้มันก็เทียบเท่ากับว่าการทำให้ร่างกายของตนเองพัฒนาได้เครื่องช้า
การฝึกวิชาเกี่ยวข้องกับเื่ขอบเขตของพลังเช่นเดียวกันเขตพลังของตนเองมีอยู่ในระดับต่ำ
ถ้าเผลอไปฝึกฝนวรยุทธหรือว่าทักษะในระดับสูงมันก็จะกลายเป็ว่าภายในร่างกายของตนเองไม่เพียงพอในการหล่อเลี้ยง
เธอสามารถทำให้ฝึกฝนได้เชื่องช้าเพราะแบบนั้นเขาในยามนี้ไม่สามารถกดออกเรารักได้
ควรจะเรียกว่าฝนได้แต่ว่าเขานั้นเลือกเองต่างหากว่าจะไม่ฝึกฝนในเวลานี้พลังของเขายังอ่อนแอและทักษะมากมายที่อยู่ภายในหัวมันก็ทรงพลังเกินไป
หลังจากที่นั่งอ่านตำราเ่าั้มาสักพักใหญ่ๆเวลาอาหารเย็นเดินทางมาถึงหลังจากที่ทานอาหารเย็นจนเสร็จ
หลี่หยุนเข้าไปภายในห้องนอนของตนเองจากนั้นเขาก็หย่อนก้นนั่งลงบริเวณใจกลางห้อง
เขานั่งลงด้วยท่าทางนั่งสมาธิปิดดวงตาทั้งสองข้างของตนเองลงอย่างสนิทเข้าสู่สมาธิ
‘ ยังคงขาดอยู่ตัวของเราในตอนนี้ยังขาดทักษะพี่ยังไม่ได้ฝึกฝนแล้วไม่ได้เลือกฝึกฝนทักษะใดเป็อันดับแรก’
‘ ทักษะกับวรยุทธเป็ของคู่กันโดนทั้งสองเป็เหมือนกับยินละอย่างที่จำเป็จะต้องมีเอาไว้ทั้งคู่เพื่อควบคุมสมดุล’
‘ โดยทักษะมันจะเป็ตัวส่งเสริมสิ่งที่เรียกว่าเคล็ดวิชาให้ทรงพลังมากขึ้นไปอีกคือการฝึกฝนพลังภายในร่างกายโดยพลังของทักษะจะแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆที่แตกต่างกันออกไป ’
‘ เคล็ดวิชามันคือการผนวกเข้าหากันของกระบวนท่าและก็ลมปราณ ถึงออกมาเป็วิชาแต่ถ้ามีทักษะเสริมเข้าไปด้วยเป็การผนวกเข้าหากันของกระบวนท่าลมปราณและทักษะทั้ง 3อย่างมันจะทำให้เก็บวิชาทรงพลังมากขึ้น ’
‘ ทักษะต่างๆมันเองก็จะมีรูปลักษณ์และก็มีความสามารถที่แตกต่างกันออกไปส่วนทักษะที่ตัวของเราจะเลือกฝึกฝนเป็อันดับแรกคือการนำทักษะของสำนักเทพปฐี รวมเข้ากับทักษะที่อยู่ภายในความทรงจำ ’
หลี่หยุนที่นั่งอ่านตำรามาได้ประมาณครึ่งวันเขาพอจะพบเจอทักษะที่น่าสนใจก็เลยคิดว่าจะเอาทักษะนั้นมาผนวกเข้ากับความรู้ของทักษะภายในหัว
แล้วสร้างขึ้นมากลายเป็ทักษะใหม่หลี่หยุนเริ่มทำการฝึกฝนอบรมภายในร่างกายของเขาเริ่มแผ่ซ่านออกมา
แก่นิญญาภายในร่างกายไม่สงบเหมือนก่อนหน้านี้ลมปราณจำนวนมหาศาลแผ่ซ่าน ยามนี้ร่างกายของเราที่นั่งอยู่บริเวณกลางห้องกำลังถูกล้อมรอบด้วยลมปราณ
ล้อมรอบร่างกายดุจเกลียวคลื่นพัดหมุนไปมาราวกับสายลมพลังที่แผ่ซ่านออกมามันเริ่มค่อยๆห่อหุ้มร่างกายของเขาเรื่อยๆ
ตอนนี้มันกำลังปกคลุมร่างกายของเขาและก็ก่อสร้างกลายเป็ทักษะตามที่ใส่ของเขา้า
ความรู้มากมายถูกนำมาผนวกเข้าหากันผนวกกับความรู้ใหม่ที่ได้พบเจอ
หลีี่หยุนกำลังนั่งอยู่ในท่าทางนั่งสมาธิใจกลางห้องราตรีที่ผ่านพ้นไปรวดเร็วยิ่งนะเขาใช้เวลาถึงประมาณ 7-8 ชั่วโมงเต็มเต็มๆในการสร้างทักษะขึ้นมา1 ทักษะ
ยามราตรีนั้นผ่านพ้นไปแสงแดดอุ่นส่องผ่านเข้ามากระทบใบหน้าหลี่หยุนคงอยู่ในท่านั่งสมาธิอยู่ในบริเวณใจกลางห้อง
ปราณที่แผ่ซ่านทั่วทั้งร่างกายของเขาตอนนี้มันดูแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าก่อนหน้านี้
มันห่อหุ้มร่างกายของเขาเป็เวลานานตอนนี้ลมปราณที่ห่อหุ้มร่างกายของเขาจำนวนมากมันก็ได้ค่อยๆเข้ามาหลอมรวมเข้าแก่นิญญา
ปราณที่พลุ่งพล่านทั่วทั้งร่างกายมันได้สงบลงเวลาตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมาที่เขาโคจรลมปราณและสร้างทักษะขึ้นมาจากความรู้
ภายในร่างกายของเขาดุจดั่งกระแสน้ำที่เชี่ยวกราดมันเคลื่อนไหวไปมาตามส่วนต่างๆอย่างไม่หยุดและยังเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็ว
หลี่หยุนเมื่อลมปราณภายในร่างกายที่แผ่ซ่านออกมาถูกย้อนคืนเก็บเข้าไปเช่นเดิม
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆเปลือกตาเริ่มขยับเมื่อตอบรับกับแสงอรุณด้านหน้าที่ปรากฏขึ้น
ร่างกายของเขายืดตรงขึ้นมาอย่างช้าสูดหายใจเข้าไปลึกๆจากนั้นก็ผ่อนลมหายใจออกมาโคจรลมปราณภายในร่างกายให้สงบ
หลังจากที่นั่งอยู่ในท่านี้มาเป็เวลานานร่างกายของเขาเมื่อยล้าเป็ธรรมดาบิดร่างกายของตนเองไปมาเพื่อขับไล่ความี้เี
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นมาอยู่ในท่ายืนความรู้สึกในตอนนี้ดีอย่างบอกไม่ถูกเขาทำการโคจรลมปราณทั่วทั้งร่างกายดู
ลมปราณทั่วทั้งร่างกายของเขาดูดทรงพลังมากขึ้นหลี่หยุนแต่ความยินดีทั้งนั้น
“ ยอดเยี่ยมไม่คิดเลยในขณะที่ทำการสร้างทักษะใหม่ขึ้นมาลมปราณภายในร่างกายจะพัฒนาขึ้นไปอยู่ในระดับชั้น3 เรียบร้อยแล้ว ”หลี่หยุนเขาััได้กับความรู้สึกนี้ได้เป็อย่างดี
ตอนนี้ทักษะภายในร่างกายของเขาที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่มันทำให้ระดับเขตพลังภายในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นด้วย
“ ร่างกายของจอมมารมีทักษะการเรียนรู้ระดับเจ็ดดาวถือว่าเป็ทักษะเรียนรู้ที่สูงที่สุดมีน้อยคนนักพี่จะมีทักษะการเรียนรู้อยู่ในระดับรวดเร็วขนาดนี้”
“ เพราะนั้นการฝึกฝนทุกๆอย่างเลยสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ”หลี่หยุนคิดกับตัวเองภายในตาอย่างยินดี
เขาว่าอย่างไรดีโชคดีตรงที่เขานั้นกว้างทักษพร์เอาไว้ให้กับจอมมารเป็จำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็การฝึกฝนวรยุทธหรือว่าอันใดก็สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
หลี่หยุนร่างกายของตนเองตรงขึ้นจากนั้นก็ใช้ดวงตามองตรงไปด้านนอกหน้าต่างที่ตอนนี้ดวงอาทิตย์ค่อยๆปรากฏขึ้นสู่ท้องนภาอย่างช้าๆ
“ แค่ระดับลมปราณภายในร่างกายเพิ่มขึ้นทักษะของเราเองก็ถูกสร้างจนเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งชื่อมันว่าอันใดดีทักษะ…. ”
หลี่หยุนยืนคิดชื่อทักษะใหม่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาเสร็จเมื่อหลายปีที่ผ่านมา
หลังจากที่ยืนคิดชื่ออยู่สักพักเอาเองก็คิดชื่อออกแล้วก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ปรากฏซึ่งความคิด“ ทักษะทะลวงมาร ”
คือทักษะหมายที่เขาคิดค้นขึ้นมาได้โดยการนำเอาต้นวิชาที่อยู่ภายในหัวและก็นำเอาความรู้ใหม่ที่เขาได้มามาผนวกเข้าหากัน
เขานำเอาทั้งสองมาผนวกเข้าหากันก็ก่อกำเนิดกลายเป็วิชาใหม่ขึ้นมาเช่นนี้
“ ทักษะทะลวงมารมีอยู่ทั้งหมด 18 ขั้นจะให้ลองประเมินดูถึงความแข็งแกร่งและข้อความเยี่ยมยอดของทักษะที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่นี้น่าจะอยู่ในระดับประมาณ4-5 ดาว ”
หลี่หยุนเดินออกมาจากบริเวณห้องของตนเองด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสแล้วก็มายืนอยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน
เขายึดร่างกายของตนเองตรงขึ้นสูดหายใจเข้ามาภายในกางแขนรับแสงอรุณในยามเช้าอย่างเต็มเปี่ยม
ความรู้สึกที่ดีเช่นนั้นก็อยู่ได้ไม่นานราวกับโชคชะตานั้นกลั่นแกล้ง“ ท่านประมุขเ้าคะเกิดเื่แล้วเ้าค่ะ!!! ”
หลี่หยุนร่างกายของเขาดิตรงขึ้นมาอย่างรวดเร็วมองตรงไปด้านหน้ามองเห็นว่าซินซินกำลังวิ่งตรงมา
นางวิ่งมาหยุดอยู่บริเวณด้านหน้าของเขาเขาจึงถามออกไปอย่างรวดเร็ว“ เื่อันใดเกิดขึ้นเหตุใดแสดงท่าทางร้อนรนเช่นนี้? ”
“ คือว่าตอนนี้ถ้าได้ยินคนภายในตลาดกล่าวกันว่า คนของสำนักคุ้มภัยภายในเมืองส่งไปที่สำนักเทพปฐีแล้ว… ” นางรายงานกับท่านประมุขออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
หลี่หยุนแสดงใบหน้าที่จริงจังขึ้นมาคิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นออกวิ่งจากจุดนี้มุ่งตรงเข้าไปภายในเมือง
….