บทที่ 15 ลูกศิษย์ทั้ง 3 คน
เมื่อ ทุกคนเห็นว่าฉิง เย่ ได้จากไปแล้ว ก็เริ่มเอะอะดีใจกันยกใหญ่ แต่ทว่าก็โดนขัดจังหวะซะก่อน
อะแฮ่ม อะแฮ่ม
“พวกเ้าลืมอะไรไปหรือเปล่า” เป็เสียงของ หลิว เฟ่ยหงส์ นั่นเอง
เหล่าประมุขของสำนักใหญ่ต่างเสียวสันหลังกันแว๊บบแล้วได้ยิ้มแห้งๆหันกลับมาทาง หลิว เฟ่ยหงส์
เป็ประมุขของสำนักจันทราได้กล่าวออกมาว่า“ข้าขอขอบคุณพวกท่านทั้ง3คนเป็อย่างมากบุญคุณครั้งนี้พวกเราจะไม่มีวันลืม สำนักจันทราของเราจะคอยรับใช้ท่านหลิว เฟ่ยหงส์และ สำนักไร้นาม 50ปีนับจากนี้”
ประมุขของสำนักสุริยันก็ได้กล่าวขึ้นมาเช่นกัน“ข้าจะตอบแทนบุญคุณของท่าน หลิว เฟ่ยหงส์เฉกเช่นเดียวกับ สำนักจันทรา” หนิงหลี่เฟิง ก็ได้ทำการเคารพ หลิว เฟ่ยหงส์ หนึ่งครา
ส่วนประมุขของสำนักเมฆานั้น ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็อันดับหนึ่งตลอดมาเขากลับไม่สนใจตำแหน่งของเขาอีกต่อไป เนื่องจาก หลิว เฟ่ยหงส์ได้ช่วยให้เขาไม่ถูกสังหารภายในวันนี้ เขาจึงทราบซึ้งใจเป็อย่างมากที่ หลิวเฟ่ยหงส์ ไม่หนีเอาตัวรอดไปคนเดียว และ ปล่อยให้พวกเขาต้องตกตาย
ประมุขของสำนักเมฆาจึงได้ทำความเคารพ หลิวเฟ่ยหงส์ และได้กล่าวว่า “ข้านั้นจะรับใช้สำนักไร้นามของท่านไปตลอดชั่วอายุขัยของข้าเนื่องจากที่ท่านนั้นได้ช่วยเหลือชีวิตของคนทั้งสำนักเมฆาเอาไว้ และถ้าท่านขาดเหลือหรือ้าอะไรเพิ่มเติม ได้โปรดบอกสำนักเมฆาของเรามาได้เลย”
หลังจากที่ประมุขของสำนักเมฆาได้พูดจบ แต่เขาก็ยังมีอาการอ้ำอึ้งเหมือนอยากจะพูดต่อ
หลิว เฟ่ยหงส์ เมื่อเห็นดังนั้น ก็ได้กล่าวตอบชิง หานคง “เ้ามีอะไรจะพูดก็รีบๆพูดมา อย่างมัวแน่อ้ำอึ้ง”
ชิง หานคง ก็กล่าวตอบกลับไปอย่างเขินอาย “ท ท่าน หลิว เฟ่ยหงส์ ช่วยรับ ขข้าเป็ลูกศิษย์ด้วยขอรับ” ชิง หานคง ในตอนนี้ถึงแม้ว่าภายนอกของเขาจะแสดงท่าทางแข็งแกร่งแต่ว่าข้างในใจของเขานั้นอับอายจนแทบจะซุกแผ่นดินหนี
หลิว เฟ่ยหงส์ ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เขาก็ตอบกลับไปแบบอ้ำอึ้งเช่นกัน“อ เอ่อ ท ท่านคิดดีแล้วจริงๆหรือที่จะยอมเป็ลูกศิษย์ของข้าปีนี้ข้าพึ่งจะอายุได้20ปีเองนะ”
หลิว เฟ่ยหงส์ ก็ทำตัวไม่ถูกเนื่องจากเพราะว่าเขานั้นก็สอนอะไรใครไม่เป็เลยด้วยซ้ำและอยู่ๆก็ได้มีคนมาขอเป็ลูกศิษย์เนี่ยนะ
แต่ทว่า หลิว เฟ่ยหงส์ยังไม่ทันได้ตอบปฏิเสธกลับไป ก็ได้มีเสียงของ ประมุขสำนักสิริยัน และประมุขสำนักจันทราดังขึ้นมาพร้อมกันว่า “ท่านประมุขหลิวข้าก็ขอเป็ลูกศิษย์ของท่านด้วยคน”
หลังจากที่ทุกคนกล่าวจบ หลิว เฟ่ยหงส์ก็ถึงกับหันขึ้นไปมองหน้าประมุขของทั้ง3สำนักอย่างกับจะฆ่าจะแกงกัน
ชิง หานคง ถึงกับผวา เขาทำได้เพียงแค่ยิ้มแห้งๆ และกล่าวตอบกลับไปว่า“ขอให้ท่านลืมมันไปเถอะ ข้านั้นเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น”
แต่ทว่า หลิว เฟ่ยหงส์ ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรอีกตามเคยก็ได้มีเสียงปรบมือดังขึ้นอีกครา
“แปะ แปะ แปะ”รอบนี้เป็เสียงปรบมือของ ชิว เหวินเจี้ยน นั่นเอง
ประมุขของทั้ง3สำนักต่างหันไปภายในทันทีซึ่งเขาคิดว่าเป็ ฉิง เย่ ที่กลับมาล้างแค้น พวกเขาจึงเริ่มเกิดอาการหวาดกลัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
แต่เมื่อ เห็นว่าคนที่กำลังปรบมืออยู่นั้น คือเด็กที่ดูไปอายุน่าจะเพียงแค่12ปีเท่านั้นประมุขของแต่ละสำนักก็โล่งอกขึ้นมา
เป็ ชิง หานคง อีกตามเคยที่กล่าวออกมาก่อนว่า “เ้าหนูไปเล่นไกลๆไป ถ้ายังไม่อยากตายอย่ามาเล่นอะไรแบบนี้ให้พวกข้าเห็นอีกเข้าใจหรือไม่”
ประมุขของสำนักสุริยัน ก็ได้กล่าวเสริม “ก็แค่เด็กน้อยเองหรอกหรือนี่ เกือบที่จะทำให้พวกข้าหัวใจวายตายแล้วเ้ารู้ไหม”
แต่ประมุขของสำนักจันทรานั้นเขากลับหัวเราะออกมา “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกท่านกลัวเด็กน้อยอย่างนั้นหรือนี่ ถ้าใครรู้เข้าพวกมันคงจะได้หัวเราะเยาะพวกท่านอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินเสียงของประมุขทั้ง3คนพูดออกมาอย่างนั้นชิว เหวินเจี้ยน ก็ไม่ได้มีอาการโกรธแต่อย่างใด แต่ทว่าเขากลับพูดออกมาหนึ่งประโยคที่กลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง“หลิว เฟ่ยหงส์ ข้านั้นไม่ได้กลับไปที่ตระกูลของข้ามานานมากแล้วเ้าหละจะติดตามข้ากลับไปในฐานะลูกศิษย์หรือไม่”
หลิว เฟ่ยหงส์ ก็ได้ตอบกลับไปว่า “ข้าจะไปแน่นอนขอรับท่านอาจารย์ แต่ว่าท่านอาจารย์พวกเขาทั้ง3คนขอที่จะมาเป็ลูกศิษย์ของข้า ท่านคิดเห็นว่าอย่างไรหรือขอรับถ้าข้าจะรับพวกเขามาฝึกฝนเพียง่เวลาสั้นๆ”
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้ทำท่าทางเบื่อหน่ายก่อนที่จะกล่าวตอบกลับไป “นั่นมันก็เื่ของเ้า แต่ว่าเ้านั้นห้ามมารบกวนข้าก็พอแล้ว”
เมื่อ ชิง หานคง ได้ยินเต็มสองหูว่า ชิวเหวินเจี้ยน นั้นเป็อาจารย์ของ หลิว เฟ่ยหงส์ เขาก็ถึงกับเข่าอ่อนกับเื่ที่เคยกล่าวอะไรออกไปก่อนหน้านี้
ชิง หานคง รีบก้มหัวเคารพในทันที “ข้า ชิง หานคง จะต้องขอประทานโทษผู้อวุโสด้วยขอรับที่เคยกล่าวอะไรไม่ดีเอาไว้ โปรดท่านอย่าได้ถือสาผู้น้อยเช่นข้าเลย”
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวออกมาว่า “ชื่อของข้าก็คือ ชิว เหวินเจี้ยน แซ่ชิว พวกเ้าจงจำเอาไว้ให้ขึ้นใจอย่าได้เรียกข้าว่าผู้อวุโสอีกเป็อันขาด!”
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้แผ่พลังอันยิ่งใหญ่ไพศาลออกมาข่มขวัญเหล่าประมุขทั้งหลายเพื่อเป็การเตือนสติของพวกเหล่าประมุขว่า เขานั้นอยู่คนละระดับกันได็ได