พอตกตอนเย็นหลังจากทานข้าวเสร็จ เธอก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้าไปจัดแจงที่นอนในห้องแต่งตัวที่เจอเมื่อเช้าและรีบล็อคประตูห้อง โดยไม่ลืมนำชุดของคุณพี่สุดหล่อมาวางไว้บนเตียงข้างนอกสำหรับให้เขาใส่หลังอาบน้ำนอนในคืนนี้
เมื่อขุนนรศักดิ์ที่ลงไปคุยกับเพื่อนที่ท่าน้ำกลับขึ้นมาก็เดินตามหาหญิงสาวบนบ้านแต่ไม่เจอ จนกระทั่งเดินไปที่เตียงเจอเสื้อผ้าของเขาที่เธอเตรียมไว้ให้วางอยู่ จึงคิดว่าเธอต้องหนีเข้าไปนอนในห้องแต่งตัวแน่นอน จึงเดินไปเคาะประตูเบาๆ
ขุนนรศักดิ์ : “ทำไมน้องถึงไปนอนในนั้นละจันทร์แก้ว ไม่ออกมานอนด้วยกันข้างนอกเตียงกว้างนอนสบายกว่านะ”
แก้วตา : “ไม่ค่ะ ฉันนอนได้ค่ะ คุณนอนเลย ยังไงคืนนี้ฉันจะนอนในนี้แหละ”
แก้วตารีบตอบอย่างทันควัน หวังในใจว่าชายหนุ่มคงไม่มีกุญแจไขเข้ามาได้นะ เธอยังไม่พร้อมนอนกับผู้ชายแปลกหน้า ถึงแม้จะหล่อราวพ่อเทพบุตรก็เถอะ
เมื่อขุนนรศักดิ์เห็นว่าหญิงสาวไม่ยอมมาเปิดประตูแน่แล้ว เขาก็เดินกลับไปนอนที่เตียง คิดว่าต้องให้เวลาเธอไปก่อนสักพัก แต่เมื่อนอนคิดถึงเื่เมื่อกลางวันใบหน้าก็มีรอยยิ้มแสนอบอุ่นออกมา แล้วเขาก็หลับไป
แก้วตารีบลุกจากเตียงเดินมาที่ประตูเพื่อฟังเสียงชายหนุ่มที่อยูด้านนอกห้อง แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรคงคิดว่าเขาคงไปนอนแล้วเธอจึงเดินกลับไปนอนที่เตียง และหยิบสมุดโน๊ตของแม่หญิงมาอ่านต่อจากเมื่อกลางวัน เธออ่านไปเรื่อย ๆ ก็ได้รู้จักหลาย ๆคนในชีวิตของแม่หญิงคนนี้ที่หน้าตาเหมือนเธอไม่มีผิดเพี้ยนสักนิดแม้กระทั่งรูปร่างและผิวพรรณ จนมาถึงหน้าหนึ่งใกล้ท้ายเล่มที่สะดุดตาเธอ แม่หญิงเขียนเล่าทำนองว่า
“ตัวฉันอ่อนแอมาก ป่วยบ่อย เ้าคุณพ่อพยายามหาหมอเก่ง ๆ มากมายและยาดีๆมารักษาก็ได้ช่วยประคับประคองฉันเรื่อยมา จนเช้าวันนึงฉันได้ไปเจอพระธุดงค์ที่ท่านนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ระว่างทางเดินไปตลาด จึงคิดอยากทำบุญและในระหว่างที่กลับมาจากตลาดฉันก็ได้เข้าไปถวายน้ำและอาหารให้ท่านสำหรับฉันเพล และท่านก็ให้พรตามปกติทั่วไป หลังจากให้พรเสร็จท่านมองหน้าฉันแล้วนิ่งไปสักครู่จึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“แม่หญิงคงทนทุกข์ทรมานกับอาการเจ็บป่วยมานาน แต่อีกไม่นานท่านก็จะหลุดพ้นจากบ่วงทุกข์นี้แล้ว จะมีแม่หญิงจากแดนไกลมาทำหน้าที่แทนซึ่งมีบุญสัมพันธ์กันมาหลายภพหลายชาติ ขอให้ท่านทำใจรับกับเื่ที่จะเกิดขึ้นเถิด คิดเสียว่าเราทุกคนเกิดมามีกรรมเป็ของตัวเอง ไม่ว่าเรารักผูกพันธ์กับสิ่งของหรือบุคคลใดมากมาย สุดท้ายเขาก็ไม่ใช่ของของเราอยู่ดี”
เมื่อพระท่านกล่าวจบเธอก็ก้มลงกราบและเมื่อกลับมาถึงบ้าน เธอก็ได้ครุ่นคิดในสิ่งที่ท่านกล่าวอยุ่หลายวัน หลังจากที่คิดว่าวันหนึ่งอาจจะต้องจากไปโดยไม่ได้บอกกล่าวร่ำลาใครและไม่รู้ว่าวันไหน นี่จึงเป็สาเหตุที่เธอลงมือเขียนบันทึกเื่ราวต่าง ๆ ในชีวิตเธอ ที่ได้พบเจอทั้งผู้คนและสิ่งของนิสัยของเธอด้วย เมื่อถึงเวลาที่หญิงสาวคนนั้นต้องมาทำหน้าที่แทนเธอจะได้ใช้ประโยชน์จากมัน เธอพยามเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุดและจดบันทึกไว้ในสมุดโน๊ตที่ท่านพ่อซื้อมาฝาก “
แก้วตาอ่านจบก็นิ่งคิด หรือนี่จะถูกกำหนดไว้แล้วว่าเธอต้องจากที่ตรงโน้นมาเพื่อใช้ชีวิตแทนแม่หญิงจันทร์แก้วต่อไป เหมือนละครที่ดูไม่มีผิด แต่ชั้นเนี้ยลำบากกว่าคนอื่นเค้าไปอีก ลำบากแบบกอไก่ล้านตัวเลยทีเดียว เพราะจะใช้ชีวิตยังไงต่อไปกับชายหนุ่มข้างนอกที่ได้ตำแหน่งสามีของเธอไปครองโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ หลังจากคิดอะไรไม่ออกแล้วก็บ่นกับตัวเองต่อ
“นอนก่อนก็แล้วกัน เช้าค่อยมาคิดต่อว่าจะทำยังไงกับชีวิตดี” บ่นพืมพำกับตัวเองเสร็จก็ล้มตัวลงนอน แอบคิดถึงผ้าห่มหนา ๆในห้องนอนที่บ้านจัง ผ้าห่มนี่บางไปหน่อย อากาศเย็นทั้งที่ไม่ได้มีแอร์เลยนะเนี้ย ถ้าดูจากในละครเค้าก็รอดกันไปได้ตั้งหลายคน ชั้นก็ต้องรอดเหมือนเค้าบ้างละ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแล้วก็เผลอหลับไป