มู่เฟยเสวี่ยทั้งรู้สึกยินดีกับพี่สาวของนางและอิจฉาในเวลาเดียวกันตอนนี้กายาของมู่หลานแข็งแกร่งกว่าเดิมไปแล้วและในอนาคตมู่หลานจะแข็งแกร่งกว่ามู่เฟยเสวี่ยอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะกายาไท่หยินนั้นเทียบกับกายาหมอกเมฆาไม่ได้
“ไม่แปลกใจเลยที่พลังบ่มเพาะของเ้าก้าวหน้าเร็วขนาดนี้ดี ดีมาก ในที่สุด์ก็เห็นใจเ้า ไม่สิต้องยกความดีความชอบนี้ให้นายน้อย”มู่หลินมีความสุขมากในตอนนี้
“ตอนนี้พวกเรารีบไปจัดการเื่ของนิกายกันก่อนดีกว่า”ฉางเฟิงกล่าว
“เหล่าศิษย์และผู้าุโทุกคนจงฟังตอนนี้คนทรยศทั้งหมดได้ตกตายไปแล้ว และจากที่พวกเรารู้ว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็คนของนิกายมารโลหิตที่แฝงตัวเข้ามาดังนั้นต่อจากนี้พวกเราจะงดรับศิษย์ชั่วคราวและมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาความแข็งแกร่งของพวกเรา
จากนี้ข้าในฐานะผู้นำนิกายจะเปิดหอตำราให้กับเหล่าศิษย์ได้ฝึกฝนได้โดยไม่ต้องใช้แต้มนิกายและและใครก็ตามที่มีผลงานหรือหาหลักฐานของพวกคนทรยศมาให้กับทางนิกายได้ทางนิกายจะยินดีจะแจกศิลาปราณเป็การแลกเปลี่ยน” มู่เฟยเสวี่ยกล่าว
“สุดยอดแบบนี้ข้าก็สามารถฝึกฝนทักษะระดับสูงได้แล้ว”
“ท่านผู้นำยอดเยี่ยมที่สุด” เหล่าศิษย์พากันตื่นเต้น
ไม่นานเสี่ยวเฮ่ยก็กลับมาพร้อมกับหลักฐานการติดต่อมากมายของถั่วป้าและนิกายมารโลหิตจากที่ฉางเฟิงฟังจากมู่หลินในอาณาจักรจงเย่มี 1 าาที่ปกครองอาณาจักรและสี่นิกายที่อยู่ใต้าาอีกทีนั่นก็คือ นิกายมารโลหิต นิกายสัตว์ร้าย นิกายดาบ และนิกายบุปผา
ในสี่นิกายสองนิกายอย่างนิกายสัตว์ร้ายและนิกายมารโลหิตถือเป็พวกชั่วร้ายซึ่งเดินในเส้นทางของมารร้าย และจากแผนการที่พวกถั่วป้าวางเอาไว้พวกนั้น้าใช้นิกายบุปผาเป็แหล่งบ่มเพาะโลหิตโดยใช้โลหิตของศิษย์ในนิกายเป็ทรัพยากร
ความคิดที่ชั่วร้ายนี้อดที่จะทำให้พวกมู่หลินต้องโกรธแค้นขึ้นมาพวกนางนั้นไม่เคยไปหาเื่นิกายมารโลหิตมาก่อนแต่กลับถูกอีกฝ่ายเพ่งเล็งแบบนี้ย่อมแค้นเป็ธรรมดา
“ดูท่าต่อจากนี้เทศกาลชมบุปผาคงจะไม่ง่ายเสียแล้ว”ฉางเฟิงกล่าว
“พวกมันจะต้องเข้าร่วมด้วยแน่และมันอาจจะหาเื่มาให้พวกเราอีก”มู่เฟยเสวี่ยกล่าว
“เอาเถอะถึงยังไงก็ต้องสู้กันสู้เอาความกังวลมาคิดหาวิธีรับมือกันดีกว่า เสี่ยวเฮ่ยรอบนี้ให้เ้าออกไปสืบข้อมูลของนิกายมารโลหิตมาให้หมดไม่ว่าจะรับพลังโดยรวมและคนที่แข็งแกร่งที่สุดด้วย” ฉางเฟิงกล่าว
“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้”เสี่ยวเฮ่ยตื่นเต้นมากเพราะหลายปีมานี้มีเพียงแค่เสี่ยวจินที่ได้ออกไปเที่ยวเล่นแต่ตนเองต้องอยู่ข้างกายฉางเฟิงตลอด
“นายน้อยทำไมไม่ใช้ข้าละเื่นี้ข้าถนัดมากกว่าเ้ากิ้งก่านั่นอีกนะ”เสี่ยวจินกล่าว
“เ้าลืมไปแล้วงั้นเหรอว่าหน้าที่ของเ้าคือตามหาทรัพยากรให้กับข้า”ฉางเฟิงกล่าว
“นั่นไม่ได้ถ้าข้าไปแล้วใครจะดูแลนายน้อยละ” เสี่ยวจินกล่าว
“ข้าดูแลตัวเองได้เพราะงั้นไม่ต้องกังวลแล้วอีกอย่างข้าในตอนนี้ก็แข็งแกร่งขึ้นมากแล้วเพราะงั้นอย่าได้กังวล”ฉางเฟิงกล่าว
“ก็ได้ข้าจะรีบตามหาสมุนไพรโกลาหลให้ได้โดยเร็ว” เสี่ยวจินรีบจากไป
“นายน้อยมันจะดีงั้นเหรอหากนิกายมารโลหิตคิดจะลงมืออย่างเต็มกำลังข้าเกรงว่า...” มู่หลินกังวลขึ้นมาแม้นางจะรู้ว่าฉางเฟิงแข็งแกร่งแต่ถึงอย่างไรฉางเฟิงก็ยังเป็เพียงแค่ระดับิญญาเท่านั้น
“ไม่ต้องกังวลข้ามีแผนการรับมืออยู่แล้วเอาละรีบแยกย้ายไปกันทำหน้าที่ของตนเถอะ” ฉางเฟิงกล่าว
มู่หลินและมู่เฟยเสวี่ยต้องเข้าควบคุมอำนาจของหอคุมกฎด้วยตนเองที่พักของถั่วป้านั้นกลับเต็มไปด้วยทรัพยากรจำนวนมหาศาลที่ถั่วป้าแอบเก็บเอาไว้และไม่ใช่แค่นั้นแหวนมิติของเหล่าผู้าุโที่อยู่ฝ่ายถั่วป้าเองก็มีของล้ำค่าจำนวนมากทำให้พวกมู่เฟยเสวี่ยไม่ต้องกังวลเื่ทรัพยากรบ่มเพาะไปสักพัก
ส่วนมู่หลานได้คัดเลือกศิษย์มาหลายสิบคนแม้บางคนพลังบ่มเพาะต่ำเพราะอายุยังน้อยและบางคนก็มีความพิเศษบางอย่างฉางเฟิงนั้น้าจะตรวจสอบหาคนที่มีพร์แอบซ่อนเอาไว้ในกลุ่มคนเหล่านี้
“ถึงกับมีจริงๆคนที่มีกายาพิเศษ ไรพร์ในเื่บ่มเพาะพลังปราณแต่กลับมีพร์เื่การฝึกฝนกายา”ฉางเฟิงจ้องมองไปยังชายร่างใหญ่คนหนึ่ง เด็กคนนี้อายุได้ 14ปีแต่กลับฝึกฝนได้แต่ระดับกายาขั้นที่ 9เท่านั้นจากนั้นก็ไม่สามารถทะลวงระดับได้อีกเลย
“ท่านผู้าุโท่านรู้งั้นเหรอว่าทำไมข้าถึงบ่มเพาะต่อไม่ได้”ศิษย์ร่างใหญ่รีบเข้าหาฉางเฟิงด้วยความคาดหวัง
“ข้าเคยอ่านเจอในบันทึกโบราณที่เสี่ยวจินนำมาให้มันเคยมีในกรณีของเ้า จากที่ข้าตรวจสอบคงไม่ผิดแน่เ้ามีกายาทรราชที่ไม่สามารถบ่มเพาะพลังปราณได้เ้าสามารถบ่มเพาะกายาได้เพียงอย่างเดียว
และจำเป็ต้องมีทักษะกายาที่เข้ากันได้กับกายาของเ้าเท่านั้นถึงจะฝึกฝนได้จนถึงขีดจำกัด” ฉางเฟิงกล่าว
“ข้านั้นได้รองหาทักษะในนิกายมาแล้วแต่ไม่มีทักษะกายาใหนที่เหมาะกับข้าเลย”ศิษย์ร่างใหญ่กล่าว
“บังเอิญจริงๆในของสะสมของเสี่ยวจินมีทักษะหนึ่งที่เหมาะกับเ้าพอดี”ฉางเฟิงนำแหวนมิติออกมา
แหวนมิตินี้เป็ของเสี่ยวจินที่ฉางเฟิงยึดมาเพราะข้างในมีทรัพยากรและของล้ำค่าอยู่มากแน่นอนว่านั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่เสี่ยวจินมี ด้วยความเ้าเล่ห์ของเสี่ยวจินแน่นอนว่าต้องซ่อนสมบัติของตนไม่ให้ฉางเฟิงรู้ทั้งหมดอยู่แล้ว
“ทักษะนี้เป็ทักษะของผู้ที่ฝึกฝนกายาเป็หลักมันชื่อว่าทักษะหลอมกายามันจำเป็ต้องใช้อุปกรณ์หรืออาวุธต่างๆมาหลอมเข้ากับร่างกายเพื่อยกระดับร่างกายแน่นอนว่าสามารถใช่แร่หายากมากหลอมก็ได้ เดี๋ยวข้าจะให้มู่หลานไปคัดลอกแล้วส่งไปให้กับเ้า”ฉางเฟิงกล่าว
“ขอบคุณผู้าุโฉางเฟิงข้าถูคงจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้” ถูคงกล่าว
“เอาละต่อไปก็พวกเ้านอกจากพวกนางสี่คนแล้วพวกเ้าล้วนแต่บันทึกข้อมูลของตัวเองลงบนกระดาษเช่นทักษะที่ฝึกอยู่ ความถนัด หรืออาการย์แปลกๆที่พวกเ้าพบว่าเป็ปัญหาแล้วข้าจะค่อยๆแก้ใขให้กับพวกเ้า”ฉางเฟิงกล่าว
“รวมพวกข้าด้วยหรือไม่”ตอนนั้นเองพวกลู่หยางก็เดินเข้ามา
“เป็พวกเ้านี่เองถ้าพวกเ้ายินยอมจะทำตามคำสอนของข้า ข้าก็ไม่ขัด” ฉางเฟิงกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนผู้าุโฉางเฟิงแล้ว”พวกจินเมี่ยวยิ้มออกมา
พวกนางคือกลุ่มคนแรกที่รู้จักฉางเฟิงและยังพาฉางเฟิงเข้ามาในนิกายอีกด้วยแน่นอนย่อมได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้ามาฝึกฝนกับฉางเฟิง
พรุ่งนี้งดลงนิยาย1 วันนะครับ วันแห่งความรักขอให้คนที่มีคู่มีความสุขกับคู่่รักส่วนคนไม่มีคู่ก็โสดต่อไปนะ5555