บทที่9 าปะทุ
นอกเมืองอาณาจักรพฤกษา์ เหล่ากองทหารนับแสนนายได้ตั้งค่ายขวางกั้นทางเข้าไปยังอาณาจักร หนึ่งวันผ่านไปบนฟากฟ้าของอาณาจักรปรากฏเรือเหาะนับพันลำบินมุ่งตรงมายังตั้งค่ายของกองทัพ
“มากันแล้วสินะ”
ฟูม่าเอ่ยขึ้น ผู้เฒ่าอลัน ผู้เฒ่ามูและจักรพรรดิหนุ่มยืนรอให้เหล่าเรือเหาะลงจอด
เหล่าผู้คนออกมาจากเรือเหาะจำนวนมากแบ่งเป็สี่ขุมกำลังขนาดใหญ่ เมื่อเหล่าผู้นำของแต่ละขุมได้เดิน มาหยุดเบื้องหน้าเหล่าผู้เฒ่าทั้งสามและจักรพรรดิ
“กองกำลังจากเกาะอัคคีรายงานตัวขอรับท่านพ่อ” กองกำลังจากเกาะอัคคีนำมาด้วย ลันบุตรชายของเฒ่าฟูม่า
“กองกำลังจากป้อมอัสนีรายงานตัวท่านจ้าว”
กองกำลังอัสนีนำมาด้วยอัสนีม่วง
“กองกำลังจิต์รายงานตัวท่านผู้นำ”
ผู้นำกองกำลังคือเหล่าผู้พิทักษ์ทั้งเจ็ดรวมถึงอดิเน่ด้วยนั้นเอง
“คาราวะเหล่าท่านผู้เฒ่าและจักรพรรดิ ข้าไปนำกองกำลังของหอพฤกษาที่อาศัยภายในหมู่บ้านมวลพฤกษามาด้วยนะขอรับ”
ผู้นำหอพฤกษาของอาณาจักรกล่าวบอกบุคคลทั้งสี่ เมื่อเฒ่าฟูม่ามองไปยังกองกำลังหมู่บ้านมวลพฤษา เมื่อพบเห็นเด็กหนุ่มที่กำลังคุยกับเด็กสาวสองคนอยู่จึงได้เรียกขึ้น
“ลูเ้ามาทำอะไรที่นี้”
เด็กชายสะดุ้งหันตัวไปทางเฒ่าฟูม่า
“ท่านปู่ ข้าก็มารับศึกร่วมกับท่านนะสิถามได้”
“ไอ้เ้าเด็กคนนี้นี่ พวกเ้ายังเด็กเกินไปพากันกลับไปชะ ไม่รู้รึไงว่ามันอันตรายเกินไป”
ลันพ่อของลูที่ยืนอยู่ข้างเฒ่าฟูม่าค่อยๆย่องหนีออกไปจากที่ยืนอยู่ ทันใดนั้นมือของเฒ่าฟูม่าจับที่ต้นไหล่ของเขาทำให้เขาสะดุ้งโหยงขึ้น
“เ้าจะไปไหน ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าบอกเ้าลูมัน เห็นไหมนั้นยืนหัวโด่อยู่นั้น”
“โธ่ท่านพ่อ ข้าไม่ได้บอกอะไรกับเ้านั้นเลยนะเ้าลูมันแอบได้ยินตอนที่ข้ากำลังสั่งการเหล่าคนเกาะอัคคีอยู่ จากนั้นมันก็เผ่นแนบไปหมู่บ้านมวลพฤกษา ข้าห้ามไม่ทันนะ”
“เ้านี่มัน แล้วเจนแม่เ้าลูละนางรู้ไหม”
“นางนะรู้แล้วแถมยังบอกอีกว่าให้ไปหาประสบการณ์ อีกนะท่านพ่อ”
“เฮ้อ..ข้าจะหน่ายใจกับพวกเ้าจริงๆ”
“เอาน่าเฒ่าฟูม่าให้เด็กๆอยู่ภายในเมืองก็แล้วกันนะพวกเขาจะได้ประสบการณ์ในศึกครั้งนี้ไม่มากก็น้อยละ”
เฒ่ามูกล่าวบอก แล้วเขาก็มองไปทางเด็กทั้งสามที่ยืนอยู่
“พวกเ้าต้องมองเหตุการณ์ครั้งนี้จากบนกำแพงเมืองเท่านั้นนะถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นให้หนีอย่างไวที่สุด เข้าใจไหม”
เด็กทั้งสามพยักหน้า ในตอนนั้นเองทูตแห่งเหมันต์อัคคีที่กำลังยืนคุยกับแม่ทัพที่หนึ่ง หันมาพบกับไปเป่าเขาจึงรีบเดินไปหาไปเป่าทันที
“ไป่เป่าเ้ามาทำไมที่นี้กัน ข้าได้ยินว่าเ้าปีศาจนั้นร้ายกาจมาก ถ้าเกิดพวกเขารับมือไม่ได้เราคงต้องหนีกลับไปยังทวีปของเราละ”
“ท่านจางข้ามากับสหายนะ ท่านจะไม่ช่วยพวกเขาสู้ยังงั้นเหรอ”
“ช่วยนะช่วยอยู่แล้วแต่เมื่อเหตุการณ์ไม่สู้ดีขึ้นข้าจะพาเ้าหลบหนีไปทันที เอานี่”
ทูตจากเหมันต์อัคคียื่นแผ่นกระดาษที่มีอักขระสีแดงเขียนเอาไว้ ส่งให้ไป่เป่า
“ยันต์หลบหนีนี้”
“ใช่แล้วยันต์นี้ ข้าได้บันทึกจุดปรากฏตัวไปยังชายขอบทวีปม่านหมอกพฤกษาที่ใกล้กับทวีปเหมันต์อัคคีของเราไว้”
“ท่านคิดว่ากองทัพอันมหาศาลร่วมกับยอดคนเหล่านี้จะแพ้ยังงั้นเหรอ”
“ตามที่ข้าได้ฟังจากแม่ทัพที่หนึ่งของอาณาจักรเล่ามาข้าว่าเ้าปีศาจตนนี้เก่งกาจอย่างมากแน่ๆอาจจัดการขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่ทั้งสี่ทวีปใหญ่ได้เลยละ”
ไป่เป่าเริ่มทำหน้าเคร่งเครียด
“ถ้ายังงั้นเมื่อมันจัดการเหล่ายอดคนของทวีปม่านหมอกแห่งพฤกษาได้แล้วมันจะไม่ไปยังทวีปเหมันต์อัคคีอย่างนั้นหรอกเหรอ ท่านจาง เหมันต์อัคคีอยู่ใกล้กับม่านหมอกแห่งพฤกษาที่สุดเลยนะ”
“ข้าก็ขอให้เหล่านักสู้ทวีปแห่งนี้ได้ชัยละนะไม่ยังงั้นบ้านของพวกเราคงเป็เป้าหมายต่อไปของมันแน่”
ในระหว่างที่ฑูตจางคุยกับไปเป่า เหล่าบรรดาผู้เฒ่าก็ได้ลงมือวางเขตแดนทั่วค่าย
วงเวทย์ขาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดไว้และแสงจากวงเวทย์ก็จางหายไป
“เอาละเท่านี้คงพอป้องกันการโจมตีได้บางละ”
เฒ่ามูกล่าวเสร็จพร้อมกับหันกลับไปยังจักรพรรดิหนุ่ม
“ท่านจักรพรรดิท่านช่วยเรียกเหล่าบรรดาผู้พิทักษ์ของท่านมายังที่นี้ด้วย ข้าต้องให้พวกเขาช่วย”
จักรพรรดิพยักหน้าตอบพร้อมส่งสัญญาณไปยังเหล่าผู้พิทักษ์ของเขา ผู้พิทักษ์พฤกษาอยู่ที่นี้ก่อนแล้วเลยเข้ามาหาได้ทันที จากนั้นไม่นานเหล่าผู้พิทักษ์ได้มากันครบ
“ท่านจักรพรรดิมีอันใดให้พวกเรารับใช้รึ”
ผู้พิทักษ์คนหนึ่งกล่าวขึ้น
“ให้พวกเ้ารอฟังจากท่านมูเองเลยละกัน”
“ข้ามู อัลติม่านี่สหายข้าฟูม่า อิทฟรีท”
“พวกข้าอยากขอแรงพวกท่านในการสร้าง ข่ายมหาเวทย์ แปดธาตุสยบอสูร ตอนนี้พวกเรามีธาตุ สายฟ้า อัคคีและแสงของท่านอลันยังขาดธาตุปฐี วายุ วารี พฤกษาและความมืดคงต้องหวังพึ่งพวกท่าน”
“ท่านมู ข้า คาล ฮาฟฟอร์ด ธาตุพฤกษา”
“อือไอ้หนูตระกูลฮาฟฟอร์ดพ่อของยัยหนูไอลีนรึ พลังเ้าแกร่งกล้าไม่เบาเลย”
“ข้า ซ่ง เฟย ธาตุวายุ”
“ข้า อารี ซาบัน ธาตุปฐี”
“ข้า ลูน่า ดราวีน ธาตุวารี”
ให้ข้าร่วมด้วยคนจักรพรรดิหนุ่มกล่าวขึ้น
“ข้า มรรค ลูเฟร์ย่า ธาตุแห่งความมืด”
เมื่อได้คนครบผู้เฒ่ามูก็นำคนทั้งหมดเข้าไปในเต็นหลังใหญ่เพื่อที่ฝึกพวกเขาเกี่ยวกับ มหาเวทย์ แปดธาตุสยบอสูร
บนกำแพงเมือง ลู ไอลีนและไปเป่ากำลังคุยถึงศึกในครั้งนี้
“ไอลีนเ้าเจอเดนบ้างรึไม่”
“ข้าไม่พบเขาั้แ่การทดสอบเสร็จสิ้นและก็แยกกันที่หมู่บ้านแล้วละ”
“ข้าไปหาเขาที่บ้านแต่ไม่เจอใคร ข้าจึงไปหาพวกเ้านะแหละ”
“แต่กลับมาพบปู่ของเดนที่นี้”
“นั้นนะสิข้าไม่เคยคาดคิดเลยท่านปู่ของเดนจะเป็ยอดฝีมือมาแอบแฝงอยู่ที่หมู่บ้านมวลพฤกษา”
“มิน่าเขาถึงเข็มงวดกับเดนนัก”
“ข้าว่าท่านปู่ของเขาคงขังเขาไว้แน่ๆไว้เสร็จจากนี้เราค่อยไปช่วยเขาออกมาละกัน”
ลูกล่าวพร้อมกับยิ้มไปทางไอลีน
“ลูเ้าก็เหมือนกันไม่เห็นเ้าบอกข้าเลยว่าปู่ของเ้าเป็ผู้นำเกาะอัคคี มิน่าละที่ตระกูลของเ้าเชี่ยวชาญเพลิงอย่างมาก”
“ข้าเองก็เพิ่งมารู้นี่ละ”
“นั้นอะไรกันนะ”
อยู่ๆไป่เป่าก็ตัดบททั้งสองคนและชี้ไปทางฟากฟ้าด้านตะวันออก เมื่อทั้งสองมองตามที่ไป่เป่าชี้ บนฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆดำทมิฬลอยมาทางอาณาจักรเป็ผืนใหญ่ทั่วทั้งฟากฟ้า
“นั้นมันไม่ใช่เมฆนี่ มันสัตว์ิญญาประเภทบิน”
อยู่ๆไอลีนก็ลุกขึ้นและะโออกมา เหล่าทหารที่ประจำการบนกำแพงเมืองเริ่มเป่าแตรส่งสัญญาณขึ้น ผู้คนที่อยู่ด้านล่างที่ตั้งค่ายได้ยินเสียงสัญญาณจึงเงยหน้าขึ้นมองฟากฟ้าแล้วเสียงผู้คนะโก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เหล่าผู้นำวิ่งออกมาจากเต็นหลังจากได้ยินเสียงความวุ่นวายด้านนอก
“นั้นพวกมันมากันแล้วงั้นเหรอเร็วเกินไปแล้ว”
เฒ่ามูพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“พวกเราไม่มีเวลาแล้ว มู รีบเปิดใช้ข่ายม่านพลังที่พวกเราวางไว้เร็ว”
ฟูม่าบอกเฒ่ามูอย่างเร่งรีบ เมื่อเขาได้ยินฟูม่าเฒ่ามูกลายเป็เส้นสายฟ้ามุ่งไปจุดศูนย์กลางของค่ายทหาร พร้อมกับร่ายเวทย์อย่างว่องไวทั่วทั้งค่ายและเมืองเกิดโดมแสงขนาดใหญ่คลุมไว้ ต่อมาเกิดเสียงที่ใช่พลังเวทย์ขยายให้ดังขึ้นซึ่งได้ยินอย่างทั่วถึงทั้งค่ายรวมไปถึงทั้งเมือง
“พวกเราเตรียมรับมือพวกมันมากันแล้วหน่วยโจมตีระยะไกล ลงมือได้เลย”
เหล่าฝูงสัตว์ิญญาที่บินนำหน้าฝูง บินชนเข้ากับม่านพลังกลายเป็เถ้าถ่านไปในทันที
เมื่อเหล่าผู้คนเห็นล้วนตกตะลึงในพลัง
ของบาเรีย พวกเขาจึงโห่ร้องด้วยความยินดี
จากนั้นคำสั่งของแต่ละหน่วยจึงดังขึ้นมาเป็ถอดๆ
“หน่วยปืนใหญ่พลังเวทย์ยิง”
เสียงปืนใหญ่เวทย์มนต์ดังขึ้น ยิงออกมาเป็กลุ่มก้อนพลังทะลุม่านพลังออกไปยังสัตว์วิญาณบินเป็กลุ่มใหญ่ ปืนใหญ่กว่าร้อยยิงติดต่อกันแบบไม่มีหยุดพัก ตามด้วยเหล่าจอมเวทย์ยิงพลังตามขึ้นไปแบบนับไม่ถ้วน เกิดเส้นสายพลังหลากสีสันพุ่งไปยังเหล่าสัตว์อสูรบิน แต่ทันใดนั้นทัพหน่วยภาคพื้นดินของเ้าปีศาจที่นำมาด้วยเหล่าผู้คนสวมเกราะที่ทำมาจากโครงกระดูก ได้ขี่สัตว์ิญญาจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าโจมตีม่านพลัง เกิดเสียงะเิขึ้นต่อเนื่อง
“ทุกกองทัพตั้งขบวนรบจัดการพวกมันชะ”
เหล่าทหารภาคพื้นตั้งขบวนภายในบาเรียพร้อมกับส่งพลังโจมตีผ่านม่านพลังเข้าใส่กองทัพภาคพื้น ที่บุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ลู ไอลีน ไป่เป่าเมื่อเห็นการโจมตีของเหล่ากองทัพอาณาจักรจึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
“ยังงี้พวกเราก็ชนะแบบสบายเลยสินะพวกมันเข้ามาไม่ได้เลยนี้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ลูยืนเอามือทั้งสองเท้าเอวหัวเราะอย่างคึกคะนอง ไอลีนมองลูถึงกับส่ายหัวของเธอ
แต่ทันใดนั้นมีพลังสายหนึ่งมากระทบเข้ากับม่านบาเรียเกิดการะเิขึ้นบาเรียสั่นะเือย่างรุนแรงและเกิดรอยร้าวขึ้นให้เห็นเล็กน้อย
“นั้นมันพลังอะไรกัน”
พวกทหารที่อยู่ใกลล้กับบาเรียถึงกับล้มลงเพราะความใอย่างมาก
“นั้นเ้าปีศาจมันอยู่นั้น”
แม่ทัพที่หนึ่งได้ชี้ไปยังบนฟากฟ้าปรากฏบุคคลผู้หนึ่งยืนบนหลังของสัตว์วิญาณนกไฟตัวใหญ่ ท่ามกลางเหล่าสัตว์ิญญา
“เหล่าปืนใหญ่เวทย์ทั้งหมดระดมยิงไปทางผู้นำพวกมันเป็จุดเดียว ยิงง”
เสียงสั่งการผู้ทำหน้าที่สั่งกองปืนใหญ่เวทย์ดังขึ้นเมื่อสิ้นเสียงของเขา ปืนใหญ่ทั้งหมดกว่าร้อยระดมยิงไปทางเ้าปีศาจที่ยืนบนหลังนกไฟ
“เฮอะ..เ้าพวกสวะ”
เ้าปีศาจยืนมือ ออกมาและดีดนิ้วชี้ไปทาง มวลพลังงานที่พุ่งมาทางเขา ทำให้พลังเ่าั้ะเิขึ้นก่อนจะถึงตัวเขา เสียงดังสนั่น
“อะ...อะ..อะไรกันเป็ไปไม่ได้”
เมื่อเหล่าทหารเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นถึงกลับหน้าซีดไร้สีเืขึ้นทันที
“พวกเ้าคิดจริงๆรึว่าม่านพลังแค่นี้จะทำให้พวกเ้าชนะข้าได้นะ”
เ้าปีศาจกล่าวออกมาอย่างปกติธรรมดาแต่กลับได้ยินทั่วทั้งสนามรบ
“ข้าจะให้เ้าได้เห็นพลังที่แท้จริงมันเป็ยังไง”
เ้าปีศาจยกฝ่ามือขึ้นปรากฏก้อนพลังงานสีดำทมิฬขึ้นมาบนฝ่ามือของมัน
“อสูรทมิฬทำลายล้าง”
เ้าปีศาจขว้างก้อนพลังงานสีดำทมิฬลงมา แต่ทันใดนั้น มีลำแสงสีม่วงและแดงม้วนเป็เกลียวร่วมตัวเข้าต้านก้อนพลังสีดำนั้น
“ท่านฟูม่า ท่านมู”
เหล่าผู้คนที่อยู่ใกล้ๆผู้เฒ่าทั้งสองเอ่ยขึ้น
“พลังนี้ ไอ้พวกเ้าบัดซบทั้งสองนั้นเหรอ ยังไม่ตายอีกรึนี้ ดี ดีมากข้าจะชำระแค้นเมื่อตอนนั้นให้ถึงทรวงเลยทีเดียว”
“ย๊าา”เ้าปีศาจคำรามพร้อมดันฝ่ามือ ไปยังก้อนพลังงานสีดำที่กำลังต้านกับสายพลังของสองผู้เฒ่า ทำให้ก้อนพลังดันไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ผู้เฒ่าทั้งสองเริ่มแสดงสีหน้าไม่สู้ดีขึ้นเมื่อผู้คนที่อยู่รอบข้างเห็นดังนั้นจึงรีบใช้ท่าที่รุนแรงที่สุดของพวกเขาเข้าใส่ก้อนพลังสีดำอย่างต่อเนื่อง จากที่พวกเขาโจมตีอย่างไม่หยุดทำให้ก้อนพลังสีดำเปลี่ยนทิศทางปลิวไปกระทบยังพื้นที่ว่างเปล่าเกิดการะเิขึ้นอย่างรุนแรง คลื่นอัดกระแทกจากแรงะเิเข้าปะทะกลับม่านบาเรียทำให้มันสั่นะเืขึ้น พื้นที่ว่างเปล่าเกิดหลุมที่ลึกและใหญ่อย่างมาก
“ถ้าโดนเ้าลูกนั้นเข้า คงไม่ใช่แค่ม่านพลังแล้วละที่จะโดนทำลาย”
จักรพรรดิหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อกล่าวในขณะที่พวกเขานั้นกำลังตกตะลึงกันอยู่นั้น สายพลังสองสายสีดำก็ถูกยิงออกมาจากนิ้วเ้าปีศาจ พวกเขาตอบโต้พลังสองสายนั้นไม่ทันเนื่องจากมันพุ่งมาเร็วอย่างมากเข้าปะทะกับม่านบาเรีย ทันทีที่สายพลังปะทะ ม่านบาเรียก็แตกออกราวกับแก้วที่ตกพื้น เหล่ากองทัพอาณาจักรรวมถึงเหล่าผู้นำล้วนตกตะลึงและสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที