ผู้อาวุโสของเผ่าและชนเผ่าทุกคนเงียบงัน ก่อนที่จะพูดอะไรต่อ เจิ้นเทียนก็พูดต่อว่า “เกรงว่านอกจากท่านเทพประจำเผ่าแล้ว คงไม่มีใครถ่ายทอดวรยุทธ์ชุดนี้ได้ เพราะต้องใช้พลังมหาศาลของเทพ ในการถ่ายทอด” “คงเป็นโชควาสนาของเจ้าจริงๆ จากนี้...เผ่าฟ้าคำรามคงต้องเพิ่งเจ้าแล้วล่ะ ” ผู้อาวุโสพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอตัวไปพักก่อน...ท่านปู่พวกเรากลับบ้านกันก่อนเถอะ” เจิ้นเทียนกุมมือคารวะผู้อาวุโส แล้วเดินกลับบ้านพร้อมท่านปู่ หลังจากเจิ้นเทียนและท่านปู่กลับบ้าน ผู้อาวุโสเผ่าก็เรียกเหล่าหัวหน้านักรบและผู้เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนต่อไป............................................ รุ่งเช้าวันต่อมา บนภูเขาด้านหลังเผ่าฟ้าคำราม มีเงาร่างสายหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ราวม้าป่า มุ่งหน้าสู่บริเวณยอดเขา “เคล็ดวิชาแรก “เมฆาแปรเปลี่ยน” นี้ นอกจากปรับเปลี่ยนร่างกายแล้ว ความเร็วของข้าก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อก่อนข้าแค่เดินได้แต่เชิงเขาก็หมดแรง แต่ตอนนี้แม้จะวิ่งมาเกือบทั้งวัน ก็ยังมีแรงเหลือเฟือ” เจิ้นเทียนคิดในใจ ข้างกายเหน็บดาบหนึ่งเล่มพร้อมสะพายห่อผ้า เขาแจ้งท่านปู่ว่า หลังจากได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาแรกจากท่านเทพแล้ว อยากปรับความเข้าใจกับวรยุทธ์นี้สักพักและฝึกฝนเพิ่ม โดยไม่อยากให้ใครรบกวน จึงขอท่านปู่ขึ้นมาบนภูเขาแห่งนี้หนึ่งเดือน เมื่อวิ่งไปจนเกือบถึงยอดเขา เจิ้นเทียนก็สังเกตเห็นถ้ำเล็กๆแห่งหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังพุ่มไม้จึงตรงเข้าไปเพื่อสำรวจ ถ้ำแห่งนี้ไม่ใหญ่นัก มีเถาวัลย์ห้อยบังปากถ้ำบางส่วน เมื่อรวมกับพุ่มไม้หากไม่สังเกตดีๆ ก็แทบมองไม่เห็น เมื่อเจิ้นเทียนเดินเข้าไปด้านใน จึงพบว่าถ้ำนี้เป็นถ้ำปิดตายที่ไม่มีทางออกทางอื่น ด้านในถ้ำกว้างพอสมควร เขาจึงเริ่มลงมือทำความสะอาดและยึดถ้ำแห่งนี้เป็นที่พัก “ก่อนสงครามชิงป้ายจะเกิดขึ้น ข้าต้องทำความเข้าใจกับเคล็ดวิชาแรกให้มากกว่านี้ เพราะเมื่อฝึกและเข้าใจจนถึงแก่นแท้ของเคล็ดวิชาแรก เคล็ดวิชาที่สองจึงจะปรากฎขึ้นเองในหัวของข้า” ชุดเคล็ดวิชาเมฆาคำรามนี้ประหลาดนัก หลังจากที่ได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาแรกแล้ว ผู้ได้รับการถ่ายทอดต้องฝึกให้ถึงแก่นแท้ของเคล็ดแรกก่อน จึงจะมีข้อมูลของเคล็ดขั้นที่สองออกมาจากจิตใต้สำนึกให้ฝึกเองต่อไป เจิ้นเทียนวางห่อผ้าลงไว้ในถ้ำ แล้วหยิบดาบเหน็บเอวเดินออกมาที่บริเวณหน้าถ้ำที่เป็นลานกว้างแล้วตรงไปที่ก้อนหินสูงเท่าเอวก้อนหนึ่งที่หนักประมาณหนึ่งร้อยจิน “ข้าจะเริ่มจากลองพละกำลังของข้าก่อนว่าตอนนี้กำลังกายของข้าอยู่ในระดับไหน” เจิ้นเทียนคิดพลางเดินเข้าไปยกหินด้านหน้า พร้อมเกร็งร่างกายทุกส่วนแล้วก็ลองยกก้อนหินขึ้นมา ก้อนหินหนักหนึ่งร้อยจินที่หนักพอๆกับตัวคนก็ลองขึ้นมาอย่างง่าย
“นี่มัน......” เจิ้นเทียนประหลาดใจ ที่ยกขึ้นมาได้ง่ายๆ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนถือน้ำหนักของหินเบามากกว่าที่คิด จากนั้นเจิ้นเทียนก็วางหินลง “ข้อต้องลองยกก้อนหินที่ใหญ่กว่านี้ เพื่อที่จะได้รู้ขีดจำกัดของพลังกาย” ดวงตามุ่งมั่นของเจิ้นเทียนมองไปที่หินก้อนใหญ่กว่าเดิมแล้วเดินตรงไปยกต่อ เจิ้นเทียนทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนผ่านไปครึ่งวันเขาถึงได้พบขีดจำกัดของน้ำหนักที่ยกได้ “ประมาณห้าพันจิน...นั่นคือขีดจำกัดของร่างกายข้าตอนนี้ ถ้าเป็นนักรบทั่วไปน่าจะไม่มีใครที่มีกำลังเท่ากับข้า แต่ในระดับหัวหน้านักรบเช่นท่านอาจารย์ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาสามารถยกได้มากกว่าข้าหรือไม่ ช่างเถอะลองอย่างอื่นต่อดีกว่า” เจิ้นเทียนมองไปที่ต้นไม้สูงต้นหนึ่ง ที่มีลำต้นขนาดเท่าขาคน จากนั้นก็ตั้งท่าชกหมัดออกไป หมัดนั้นรวดเร็วเป็นอย่างยิ่งพุ่งตรงกระแทกต้นไม้ด้านหน้าจนหักกระจุยอย่างง่าย
“โครม!!..........” เจิ้นเทียนรู้สึกตกใจในพลังทำลาย แต่ไม่ยอมหยุดมือเดินหน้าแล้วชกต้นไม้ไปเรื่อยๆ “โครม!!.........โครม....” เสียงต้นไม้หักดังต่อเนื่อง จนเมื่อเดินชกต้นไม้ไปห้าสิบก้าว ก็เห็นหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง ขนาดสูงเท่าตัวคน เขาลังเลเล็กน้อยก่อนกระโดดตัวลอยแล้วปล่อยหมัดใส่ก้อนหิน “ตูม!!!!......” ก้อนหินเบื้องหน้าแตกกระจาย เศษหินปลิวว่อน เจิ้นเทียนตกใจก่อนหันมาดูที่กำปั้นของตัวเอง แล้วพบว่าที่กำปั้นนั้นไม่มีบาดแผลใดๆ แม้แต่รอยขีดข่วน
“นี่มัน!....น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว” หลังมองกำปั้นเขาก็หันหลังกลับไปมองแนวต้นไม้ที่หักโค่นและก้อนหินที่แหลกละเอียดเบื้องหน้า ดวงตาฉายแววดีใจ “แม้ยังไม่ได้สร้างปราณ ด้วยพละกำลังและความแข็งแกร่งของร่างกายของข้า ก็น่าจะสู้กับนักรบขั้นกลางได้ ส่วนนักรบขั้นปลายข้าอาจจะลำบากหรือด้อยกว่าเล็กน้อย ” เจิ้นเทียนประเมินตัวเองอย่างเงียบๆ “ลองใช้ดาบบ้างดีกว่า...” เจิ้นเทียนดึงดาบที่เหน็บเอวออกมา ดาบเล่มนี้เป็นดาบโค้ง ใบดาบใหญ่เป็นดาบธรรมดาที่เผ่ามอบให้นักรบฝึกหัดทุกคน “เพลงดาบฟ้าคำราม นักรบทะเลทราย ” กระบวนท่านักรบทะเลทรายสำแดงออกมาทันที นี่เป็นเพียงกระบวนท่าเดียวที่นักรบฝึกหัดที่ยังไม่สร้างปราณสามารถใช้ได้ นักรบทะเลทรายเป็นกระบวนท่าตัดขวางเน้นการตัดแยกเป็นสำคัญ ปกติกระบวนท่านักรบทะเลทราย แม้คนธรรมดาใช้ก็รุนแรงในระดับหนึ่ง แต่หากเป็นระดับนักรบที่มีการสร้างปราณ อานุภาพจะรุนแรงขึ้นกระทั่งตัดผ่านร่างกายคน แยกเป็นสองส่วน และตอนนี้กระบวนท่านี้ ถูกใช้โดยเจิ้นเทียนผู้ที่ได้รับเคล็ดวิชาลึกลับจากเทพประจำเผ่า “โครม!!................”............................................................................................