ตอนที่ 48 วันแรกของปีใหม่
วันที่ 1 มกราคม ปีสยามทองที่ 6246
เทศกาลปีใหม่ของจังหวัดเริ่มต้นขึ้นแล้ว ม่านฟ้าตื่นแปดโมงเช้าและเอาผลไม้ในมิติออกมาใส่ในเข่งที่หน้าโกดัง จากนั้นเธอกลับไปนอนต่อ ช่วงปีใหม่สวนม่านฟ้าไม่ต้องส่งผักผลไม้ให้น้าพายเพราะน้าพายให้คนเอาไปกักตุนไว้ที่โกดังสำหรับช่วงปีใหม่แล้ว
ในตอนนี้โกดังของสวนม่านฟ้าจึงเต็มไปผลไม้ที่เตรียมไว้สำหรับร้านกินผลไม้ไม่อั้นในหนึ่งชั่วโมง ผลไม้ที่เธอมาเสกเพิ่มเมื่อสักครู่คือทุเรียน มังคุดและลิ้นจี่
ม่านฟ้าจะเปิดร้านบ่ายโมงเพราะเมื่อคืนทุกคนนอนดึกกันมาก เธอจึงคิดว่าวันนี้เปิดร้านตอนบ่ายดีกว่า คนงานจะได้ตื่นกันสายๆหน่อย ชาญชัยพาคนงานบางส่วนไปจัดสถานที่ตามที่ม่านฟ้าวางแผนไว้ เธอบอกชาญชัยไว้แล้วว่าควรจะจัดแบบไหน วางโต๊ะแบบไหน
ก่อนผลไม้จะลง วิรุณมาเฝ้าดูคนงานเอาของขนใส่รถแล้วให้ขับไปส่งผลไม้ที่ร้าน
ม่านฟ้าออกจากสวนตอนเที่ยง เธอแวะไปรับป้ายร้านและป้ายบอกกติกาของทางร้านก่อน รวมถึงพวกจานสำหรับใส่ผลไม้ให้คนหยิบไปกินได้ทันที ม่านฟ้ามาถึง เธอก็พบว่าคนงานสิบคนกำลังทำงานอย่างวุ่นวายและบนโต๊ะยาวเต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิด หากไม่อยากกินในราคาเหมาก็สั่งซื้อใส่ถุงได้ตามปกติ ทุเรียนเด่นที่สุดของร้าน ตอนนี้มันกินเนื้อที่ไปถึงสองโต๊ะเลยทีเดียว โต๊ะตั้งโชว์ทุเรียนของเธออลังการสุดๆไปเลย ฮ่าๆ เธอกะเอามาล่อลูกค้าเข้าร้านนี่แหละ
ทุเรียนกินไม่อั้นหนึ่งชั่วโมงเลยนะ สนใจไหมจ๊ะ?
หลังร้านเต็มไปด้วยผลไม้ที่ใส่เข่งไว้หลายร้อยเข่ง น้ำและกะละมังสำหรับล้างจาน เขียงและมีดสิบชุดสำหรับหั่นผลไม้และปลอกทุเรียน เมื่อมีคนรู้ว่าม่านฟ้าจะเปิดร้านในงานปีใหม่ ก็มีคนมาของานกับเธอ น้าขจรกับเจนสองคนพ่อลูกคู่นี้กระตือรือร้นมาก น้าขจรไม่อยากอยู่ว่างๆ จึงขอให้เจนมาถามเธอว่ารับคนงานไหม เธอก็รับพวกเขาไว้ หน้าที่คือล้างจานแต่คนน่าจะไม่พอ
ในระหว่างที่เธอกำลังหาคนนั้น ยายแตนกับตาจิตมาของานเธอทำ สองตายายคู่นี้อยู่เฉยๆให้ลูกหลานรับใช้ไม่เป็นรึไงเนี่ย! เมื่อโดนเธอโวยวายใส่ พวกเขาก็หาว่าเธอรังเกียจแค่แก่ๆอีก
วิรุณจึงกระซิบกับม่านฟ้าว่า แค่ล้างจานเท่านั้นเอง คุณหนูหาเก้าอี้ที่นั่งสบายๆสักหน่อยให้ทั้งสองก็ได้แล้ว ม่านฟ้าจึงต้องไปหาซื้อเก้าอี้แบบพิเศษมาให้พวกเขา อยากทำก็ทำ!
ต่อมาป้าขวัญกับเหล่าสมาคมแม่บ้านเขาเขียวก็มาของานด้วยสิบคน ป้าขวัญให้ทุกคนเอาเขียงกับมีดปอกผลไม้มาโดยเฉพาะ แหม…วางแผนเตรียมอาวุธกันมาแบบนี้ก็ต้องรับเข้าทำงาน
โต๊ะเก้าอี้ถูกจัดวางให้ห่างกันพอดีเป็นห้าแถว ทั้งหมดมีร้อยโต๊ะ ร้านของเธอใหญ่โตที่สุดและใช้เนื้อที่เยอะที่สุดเลยนะ ตอนนี้คนงานเธอมากันครึ่งสวนเลยทีเดียว สิบคนสำหรับปอกทุเรียนและลงจานโดยเฉพาะ ที่เหลือก็ช่วยกันขายผลไม้ให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อชั่งกิโลกลับบ้าน ชาญชัยทำหน้าที่เก็บเงินแล้วคอยจับเวลาทุกๆหนึ่งชั่วโมง วิรุณจะตามมาที่หลัง
มะเฟือง มะไฟและลุงผินมาถึงเกือบบ่ายโมง ทั้งสามคนตกใจกับความกว้างและความยิ่งใหญ่ของร้าน ผลไม้เรียงรายโชว์เด่นหราสวยงามและสีผลไม้ก็ดูสดมาก สีของมันดึงดูดผู้คนให้สนใจได้ดีจริงๆ
มะเฟืองพูดชื่อผลไม้แล้วเอานิ้วชี้ตาม “แอปเปิล ชมพู่ มังคุด ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ ส้ม มะม่วง มะยงชิด สตรอเบอรี่ก็มาเหรอเนี่ย พ่อดูสิพ่อ! สตรอเบอรี่ยังมาเลย!”
“พ่อเห็นแล้วลูก!” ลุงผินส่ายหัวให้กับความตื่นเต้นเกินเหตุของลูกสาว
“พุทรา ฝรั่ง ลูกแพร ลองกอง ลางสาด ส้มโอ และองุ่น โอ้ๆ หนูอยากกินทั้งหมดเลย”
เรามาช่วยงานเพื่อนนะพี่! มะไฟสบถในใจ
มะไฟยิ้มเจื่อนๆ ผลไม้บางชนิดที่สวนไม่ได้ปลูกด้วยซ้ำ
ยายม่านฟ้าถือโอกาสระบายของแน่ๆ
ลุงผินก็ตาลายเช่นกัน เขาเห็นภรรยากับเพื่อนๆของเธอกำลังปอกผลไม้และหั่นใส่จานอย่างสวยงาม ม่านฟ้ายุ่งกับจัดร้านและชี้นิ้วสั่งคนงานแจกแจงหน้าที่ไปด้วย ลุงผินมองไปรอบๆก็เห็นมีชาวสยามมุงและต่างชาติมุงกันอยากล้นหลาม มองดูเหมือนลูกค้าได้กำไร แต่ม่านฟ้าไม่เคยขาดทุน!
ลุงผินและสองแฝดทักทายม่านฟ้า ม่านฟ้าถาม “เป็นไงบ้างร้านนี้?”
มะไฟพูด “เหอะๆ สุดยอดไปเลยน่ะสิ ว่าแต่มีอะไรให้พวกฉันช่วยรึเปล่า?”
“พวกเธอช่วยอธิบายกติกาของร้านและแนะนำความเหมาะสมให้กับลูกค้าสิ เรายังขาดคนด้านนี้อยู่”
“ช่วยฟรีไม่ได้นะขอบอก ฮี่ๆ” มะเฟืองพูด
ลุงผินส่ายหัว มะเฟืองพูดกับพ่อ “ก็พ่อพูดเองนี่ว่าเราไม่ควรให้ใครช่วยฟรีๆ หนูทำตามที่พ่อสอนเลยนะ”
ป้าขวัญได้ยินลูกสาวพูดก็หัวเราะ “ลูกสาวฉันเป็นเด็กหัวไวจริงๆ”
มะไฟมองพี่สาวยืดอก
ม่านฟ้าไม่คิดมากอยู่แล้ว เธอสายเปย์กับลูกจ้างและลูกน้องทุกคนนะ
“วันละสามสิบบาท ให้เท่ากันหมดทุกคนแหละ ลุงผินจะทำด้วยไหมคะ?”
“ลุงจะช่วยด้วย ไม่ต้องจ่ายค่าแรงให้ลุงหรอก”
ม่านฟ้าส่ายหัว “งั้นเอาเป็นน้ำผึ้งของหนูก่อนไหมคะ?”
น้ำผึ้งแพงกว่าค่าแรงไปอี้ก! แต่น้ำผึ้งในมิติของหนูม่านสุดยอดจริงๆ ร่างกายของเขาฟิตมาก เร็วๆนี้อาจจะมีน้องให้มะเฟืองกับมะไฟก็ได้
ม่านฟ้ายิ้มกว้าง “ตามนี้นะคะ”
“ก็ได้ ขอบใจมากนะหนูม่าน” ลุงผินซึ้งใจกับของที่เธอให้ที่แพงกว่าค่าแรง
มะไฟพอจะรู้ว่าพ่อกับแม่กินน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นของม่านฟ้าทุกคืนก่อนนอน พวกเขาสุขภาพดีมาก เพราะแข็งแรงขึ้นมาก พ่อแม่เขาเลยชอบนอกดึกกันแทบทุกคืนเลย ไม่รู้ทำอะไรกันหว่า?
บ่ายโมงงานเริ่ม ม่านฟ้าพูดออกทางไมค์แล้วอธิบายกฎกติกาและเปิดโอกาสให้คนสอบถาม
ม่านฟ้าคิดในใจ คนสยามกับคนจีนมากันเยอะมากแฮะ
ม่านฟ้าเห็นลูกค้ามองทุเรียนด้วยสายตาร้อนแรง เธอไม่ต้องกลัวว่าผลไม้จะเหลือแล้วล่ะ
เมื่อร้านเปิดบริการให้อย่างเป็นทางการ ทุกคนก็เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ กลุ่มที่ซื้อกลับบ้านแยกมาอีกแถว ตอนนี้ร้านเธอเต็มไปด้วยภาษานานาชาติ คำอุทานแต่คำดังออกมายังกับเมโลดี้
ม่านฟ้าพูดทางไมค์คอยห้ามปรามว่าให้ต่อแถวด้วยความสงบ ห้ามแซงคิวไม่งั้นอดกิน
เจ้าเมืองสิงขรได้ออกมาเยี่ยมเยือนที่ร้านของม่านฟ้า ม่านฟ้าและลุงผินออกมาต้อนรับ
“ท่านเจ้าเมือง สวัสดีค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะที่อุตส่าห์มาเยี่ยม” ม่านฟ้ากล่าวต้อนรับด้วยรอยยิ้มจริงใจ
“ร้านผลไม้กินไม่อั้นหนึ่งชั่วโมงเป็นที่ฮือฮากันมากเลยตอนนี้ ผมหวังว่าคุณหนูจะเปิดร้านได้อย่างราบรื่น” เจ้าเมืองสิงขรมาเยี่ยมม่านฟ้าโดยเฉพาะ ถึงยังไงเธอก็เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่และเป็นหลานของพระยาเดชา เขาต้องดูแลให้ดี
“หากมีปัญหาอะไรก็ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ได้ทันที ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบพระคุณมากค่ะที่ใส่ใจดูแลประชาชนตัวเล็กๆอย่างหนู ท่านเจ้าเมืองมาเลือกผลไม้ไปกินสักหน่อยเถิดค่ะ”
มะไฟรู้สึกขนลุกขนพองที่ม่านฟ้าใช้คำพูดคำจาของผู้ดี เขาไม่ชินอ่ะ
มะเฟืองมองม่านฟ้าอย่างสนใจ เพื่อนเธอพูดได้ไหลลื่นมาก ดูการยืนและการวางสีหน้าสิ ม่านฟ้าเซียนด้านการเปลี่ยนบุคลิกจริงๆ
ลุงผินอดที่จะชื่นชมลูกสาวของเพื่อนไม่ได้ กิริยามารยาทต่อหน้าท่านเจ้าเมืองดีมาก แม้แต่การยืนการผายมือเชิญไปเลือกผลไม้ยังสง่าเลย
เมื่อท่านเจ้าเมืองสิงขรไปแล้ว ม่านฟ้าก็กลับมาเป็นปกติ ม่านฟ้าขมวดคิ้วและมองไปที่มะไฟ “มองฉันทำไมเนี่ยมะไฟ?”
“เธอมันสุดยอดจริงๆ นี่ถ้าฉันไม่ได้เป็นเพื่อนกับเธอ คงนึกว่าเธอเรียบร้อยเป็นกุลสตรีอย่างแท้จริง”
ม่านฟ้ามองค้อนใส่ “ฉันเกิดมาก็เป็นกุลสตรีอยู่แล้วย่ะ”
เธอพูดจบก็สะบัดผมใส่ ไปขายของต่อ
บำนาญเดินเข้ามา “คุณหนู เราไม่มีที่ว่างเลย”
“ไปเอาเสื่อกับโต๊ะพับมา”
“จะดีเหรอ?”
“คนมันจะกิน ยังจะสนรึไงว่านั่นตรงไหน? หาพัดลมมาเพิ่มด้วย ไปเอาเงินที่ชาญชัย”
“ครับๆ”
พอมีเสื่อมาปู คนก็นั่งได้มากขึ้นกว่าเท่าตัว คนงานต้องถือถังไว้ตลอดเพื่อเก็บจานที่ลูกค้ากินแล้ว ทางด้านหลังร้านก็วุ่นวายกับการปอกเปลือกผลไม้และล้างจานกันไม่หยุด มีแต่เร่งมือและเร่งมือกันต่อไป
ยายแตนหัวเราะชอบใจ “ฉันล่ะไม่คิดจริงๆว่าคนเราจะตะกละจนเราล้างจานแทบไม่ทันได้ขนาดนี้”
น้าขจรยิ้มกว้าง ใบหน้ามีความสุขที่ได้ทำงาน ไม่ต้องนอนให้ลูกลำบากคนเดียว
“ผลไม้ของหนูม่านอร่อยจริงๆแหละครับยายแตน”
ยายแตนเห็นด้วย “อีกไม่นานเธอก็จะได้งานที่ฟาร์มหมูแล้วสินะ”
“ครับยายแตน ผมดีใจที่ได้ทำงานไม่ไกลจากลูก ที่ทำงานอยู่คนละหมู่บ้านก็ดีกว่าไปหางานในเมืองหลวงสยามมากนัก คุณหนูม่านบอกว่ามีรถรับส่งด้วยครับ”
ยายแตนพยักหน้า ตาจิตพูดมือก็ยังขยับทำงานอยู่ “ยายหนูม่านทำอะไรก็รอบคอบ ดูแลลูกจ้างและคนงานของตัวเองดีมาก สิ ยายหนูเจนได้เงินเยอะจากการขายกระดาษห่อของขวัญด้วยใช่ไหม ยายกับตาได้ไปอุดหนุนซื้อมาด้วยนะ มันน่ารักมากจริงๆ เหลนๆที่บ้านชอบมาก”
“ค่ะตาจิต หนูกับต้นข้าวต้องขอบคุณความคิดของม่านฟ้าเลยล่ะค่ะ หนูถึงได้มีเงินช่วยครอบครัว”
“เด็กกตัญญูต้องรู้จักคบเพื่อนแบบนี้ถึงก้าวหน้านะ”
“หนูเห็นด้วยทุกประการค่ะตาจิต”