กฎรักพันธะเลือด เล่ม 1-3 [นิยายแปล]

    ตอนที่ 153 (เริ่มเล่ม 3 ดาวเทียนซู่)

            หลิงเซียวกำลังนอนอยู่บนเตียงในสถานีพยาบาลมีทหารสองนายคอยเฝ้าดูไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียวเพื่อไม่ให้เขาฆ่าตัวตาย คนที่อยู่ที่นี่ก็ลำบากมากเช่นกันถ้าคนที่ดูแลหลันเฉิงในตอนนั้นอุทิศตนเหมือนทหารพวกนี้บ้าง หลันเฉิงก็คงจะหนีออกมาไม่ได้ตัวเขาเองต้องการจะมีชีวิตอยู่ก็มีเรื่องให้กลุ้มใจอยู่เรื่อยไป พออยากตายก็ตายไม่ได้หลิงเซียวคิดว่าทำไมถึงมีแต่ตัวเขาที่ดวงซวยขนาดนี้

            “เมื่อไรพวกคุณจะปล่อยผมไปสักทีผมจะกลับปี้คง”

            อีกฝ่ายที่ตอบเขายังคงเป็นคนเดิมเสมอ “ไว้เธอพ้นระยะว้าวุ่นเมื่อไร พวกเราก็จะส่งเธอกลับไป”

            หลิงเซียวกุมหน้าผากอย่างหงุดหงิดเขามาที่นี่หลังจากพิธีบรรลุนิติภาวะกี่วันกันนะ ทำไมเขาถึงจำเรื่องทั้งหมดไม่ได้เลย

            เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในห้องควบคุมเห็นเขาเป็นแบบนี้ก็รีบเข้าไปตรวจอาการของเขา

            “เธอรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าปวดหัวไหม”

            หลิงเซียวลดมือลงด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เพื่อบอกว่าตัวเองไม่ได้ปวดหัว

            “อาการบาดเจ็บทางจิตใจรักษาไม่ได้จริงเหรอ”

            เมื่ออีกฝ่ายได้ยินเขาถามเรื่องนี้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก็ผงะไปจากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่านี่อาจเป็นความทรงจำที่ต่อเนื่องของเขาในตอนนั้นจึงส่ายหน้า

            “เสียใจด้วย การแพทย์ในปัจจุบันยังหาทางรักษามันไม่ได้”

            “หมายความว่าถ้าผมห่างจากนายพันธะก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ใช่ไหม”

            “ได้น่ะมันได้ เพียงแต่อาจจะลำบากหน่อย”

            หลิงเซียวไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อไปหางตาของเขาเหลือบไปเห็นลูกสุนัขที่กำลังงีบหลับอยู่บนพื้นข้าง ๆ เขา

            “หมาตัวนี้เป็นของพวกคุณเหรอ”

            เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มองดูเจ้าสิ่งเล็กๆ บนพื้น สัตว์ที่ไม่รู้ว่าเป็นสุนัขหรือหมาป่าไม่ยอมให้ใครแตะต้องเลยตั้งแต่เข้ามาและจะเข้าใกล้เพียงหลิงเซียวคนเดียวเท่านั้นซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาต่างหากที่เป็นเจ้าของมัน

            “ไม่ใช่”

            “งั้นผมขอเลี้ยงได้ไหม”

            อีกฝ่ายอดที่จะรู้สึกลำบากใจไม่ได้ “ได้สิ”

            หลิงเซียวอุ้มเสี่ยวฮุยขึ้นมาอย่างระมัดระวังชูมันไว้กลางอากาศแล้วเอาจมูกตัวเองแตะกับจมูกของมัน

            “สีตาของนายเหมือนกับของฉันมากเลยเพราะว่านายแพ้ในการต่อสู้เหมือนกันใช่ไหม”

            เสี่ยวฮุยครางอิ๋ง ๆเอาอุ้งเท้าแตะ ๆ ใบหน้าหลิงเซียว

            “ทำไมเวลานายครางถึงได้เหมือนหมาป่าเลยล่ะนายมีชื่อหรือเปล่า เห็นนายตัวเทา ๆ แบบนี้ แถมยังร้องเหมือนหมาป่า งั้นก็ชื่อว่าฮุยหลางไหม”

            หลิงเซียวลูบหัวของมัน “ฮุยหลาง? เสี่ยวฮุย? นายชอบชื่อนี้หรือเปล่าฉันคิดออกแล้ว มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ก็ต้องไปตาย แบบนั้นน่ะน่าขายหน้าเกินไป ก่อนหน้านี้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไปเพราะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับหลันเฉิงแต่จากนี้ไปฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะอยู่เพื่อตัวเอง ถ้านายไม่มีบ้านละก็ มาอยู่กับฉันเถอะไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครหาเจอ มีแค่เราเท่านั้น”

            ทหารสองนายที่เฝ้าเขามองหน้ากันและส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

            มีข่าวจากแนวหน้าปรากฏอยู่บนเครื่องแสดงผลของพวกเขาไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่มีข่าวการตายอยู่ในนั้น

            หลิงเซียวสังเกตว่าหลังจากที่ทั้งสองคนอ่านข่าวบรรยากาศในห้องก็ดูหดหู่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเผลอส่งสายตาเห็นอกเห็นใจมา ทันทีที่สบสายตากับหลิงเซียวก็จะหันกลับไปอย่างรวดเร็วเหมือนไม่ต้องการมองตรงมาที่เขา

            “พวกคุณบอกมาตามตรงเถอะ ผมโดนทิ้งแล้วใช่ไหม”

            การไม่มีคำตอบก็คือคำตอบ หลิงเซียวขำแห้งๆ สองที

            “หึ ๆ ก็ดี บังเอิญว่าผมยังไม่ได้คิดหาวิธีที่จะทิ้งเขาเขาก็ดันทิ้งผมก่อนซะแล้ว”

            ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ถามอีก “ผมจะถูกส่งไปที่ศูนย์ควบคุมโรคหรือเปล่า แล้วจะขังผมกับเพื่อนของผมไว้ในห้องเดียวกันได้ไหม”

            ไม่มีใครตอบ หลิงเซียวพึมพำกับตัวเองต่อ “ถ้าหลันเฉิงเห็นฉันที่นั่น เขาจะต้องผิดหวังแน่ ๆ ”

            เขาฝังหน้าตัวเองลงกับขนของเสี่ยวฮุยสัมผัสอันอบอุ่นแบบนี้คุ้นเคยมาก

            ...ในที่สุดก็เหมือนสามคนพ่อแม่ลูกแล้ว เขาเคยได้ยินประโยคนี้ที่ไหนมาก่อนนะ

            น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่หยดลงเปื้อนขนของเสี่ยวฮุยหยดแล้วหยดเล่าหลั่งไหลไม่ขาดสายพอ ๆ กับความรู้สึกวุ่นวายใจของเขา

            “ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่าลืมอะไรไปหลายอย่างเลย”

             

            



             

            นายทหารคนที่หน้าไม่รับแขกคนนั้นกลับมาอีกแล้วครั้งนี้ยังพาคนแปลกหน้ามาด้วยคนหนึ่ง แววตาที่คนแปลกหน้านี้มองหลิงเซียวดูน่าประหลาดมากเช่นกันเหมือนกับเขาติดค้างเงินหลิงเซียวก้อนใหญ่

            “ขอโทษด้วย ขอโทษจริง ๆ ”

            ทันทีที่เขามาถึงก็พูดคำเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหลิงเซียวรู้สึกสับสน

            “คุณเป็นใคร ผมไม่รู้จักคุณ”

            “ฉันเป็นคนที่ไม่มีหน้ามาพบเธอฉันทำผิดต่อเธอและยิ่งทำผิดต่ออิ๋งเฟิง”

            หลิงเซียวยิ่งงงหนักเข้าไปอีก เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับอิ๋งเฟิงด้วย

            “หยุดรบกวนเวลาพักผ่อนของเขาได้แล้ว”หลงอิ๋นเรียกเหิงเหอให้ออกมา “ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะให้เขานึกถึงคุณ”

            ตอนที่เหิงเหอได้ยินข่าวของอิ๋งเฟิงก็รู้สึกเสียใจอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งมาเห็นสภาพของหลิงเซียวก็แทบทนไม่ได้ อยากจะตายแทนอิ๋งเฟิงให้รู้แล้วรู้รอดทว่าหลงอิ๋นกลับพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “คุณดูอาการของเขาตอนนี้แล้วคิดว่าเมื่อไรจะกลับมาทำการทดลองได้”

            เหิงเหอตกตะลึง “ยังจะ...ทำการทดลองต่ออีกเหรอ”

            “ทำไมจะไม่ทำล่ะ” หลงอิ๋นถามกลับ “ในเมื่อไท่อินพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะบอกพวกเราถึงวิธีฟื้นคืนชีพเย่ว์อิ่งพวกเราก็ทำได้เพียงใช้สิ่งที่เรามีให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นเราจะคู่ควรกับความพยายามของเขาได้ยังไงนี่เป็นโอกาสดีที่คุณจะทำความดีชดเชยความผิด ตราบใดที่การทดลองประสบความสำเร็จ กองทัพจะไม่สืบสวนกรณีที่คุณบกพร่องในหน้าที่”

            “แต่ว่าอาการของหลิงเซียวตอนนี้...”

            “เรื่องนี้ผมอยากจะถามคุณอยู่พอดีว่าอุบัติเหตุของอิ๋งเฟิงจะส่งผลกระทบอะไรต่อเขาหรือเปล่า”

            หลังจากครุ่นคิดแล้วเหิงเหอก็ตอบว่า “หลิงเซียวมีอาการทางจิตเล็กน้อย แต่จะหายดีภายในหนึ่งเดือน แต่ความผิดปกติของการนอนหลับจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นในภายหลัง ผู้ที่มีพลังจิตอ่อนแอมักต้องใช้ยาช่วยเพื่อให้นอนหลับ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือหลิงเซียวไม่สามารถใช้ยาใด ๆ ได้ ไม่งั้นมันจะส่งผลต่อเลือดของเขา”

            “จากความคืบหน้าในตอนนี้ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะรวบรวมตัวอย่างเลือดจนพอ”

            “มัน…น่าจะใช้เวลาประมาณแปดถึงเก้าเดือน”

            “ซึ่งก็หมายความว่าเขาต้องเอาชนะอาการนอนไม่หลับเป็นเวลาเจ็ดหรือแปดเดือนด้วยความมุ่งมั่นของเขาเองคนจะเป็นทหารเรื่องแค่นี้จะทำไม่ได้ได้ยังไง” หลงอิ๋นออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด“ไว้ ‘ระยะว้าวุ่น’ ของเขาผ่านไปเมื่อไรก็ทำการทดลองต่อเมื่อนั้น จะล่าช้าไม่ได้”

            “แต่ว่าเขาไม่มีความทรงจำในช่วงเวลานั้นแล้ว”

            “เขาไม่จำเป็นต้องมี คุณจำไม่ได้เหรอว่าเขามีพฤติกรรมแปลกๆ หลังจากที่เจอเย่ว์อิ่ง แค่พาเขาไปเจออีกครั้งก็พอ ผมเชื่อว่าการตัดสินใจของเขาไม่เปลี่ยนแน่”

            “แต่ว่าอิ๋งเฟิงไม่อยู่ พอเก็บเลือดเสร็จก็ไม่มีใครดูแลเขา”

            “ให้เขาอยู่ที่ศูนย์วิจัยยีนต่อก็พอแล้วไม่ใช่เหรอไงคุณดูแลเขาไม่ได้เหรอ ถ้าจำเป็นก็ให้เขาพักการเรียนชั่วคราวก็ได้ ตอนนี้พวกดาวหวงซู่รังแกพวกเราจนจะเล่นหัวอยู่แล้วมีครั้งที่หนึ่ง ที่สอง ก็ต้องมีครั้งที่สาม ที่สี่ ถ้าไม่ขจัดแรงฉุดทางวิญญาณ พวกเราก็ทำให้พวกเขายอมแพ้ไปตลอดไม่ได้ถึงตอนนั้นก็จะมีอิ๋งเฟิงคนที่สองอีก เสียสละชีวิตคนไปสักคนเพื่อผลประโยชน์ระดับชาติมันจะเป็นอะไรไป”คนคนนี้เป็นคนเด็ดเดี่ยวเหลือเกิน โต้แย้งเหตุผลของเขาไม่ได้ แม้ว่าเหิงเหอจะทนไม่ไหวแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับมัน

             

          




             

            หัวหน้าบาทหลวงวางเครื่องแสดงผลลงด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยสงครามนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าต้องเสียสละชีวิตผู้คนอีกมากแค่ไหนทหารของเทียนซู่จะต้องเสียสละ และประชาชนชาวหวงซู่จะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปด้วยความเจ็บปวดเขาแทบจะเห็นภาพแม่น้ำแห่งสายเลือดในอนาคตแล้ว

            “หัวหน้าบาทหลวงครับ”เสียงใส ๆ ดังขึ้นแผ่วเบา

            “ซังหยาง?” หัวหน้าบาทหลวงประหลาดใจเล็กน้อย “เธอมีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

            “ผมได้ยินเรื่องของหลิงเซียวแล้วผมขอไปเยี่ยมเขาได้ไหมครับ”

            หัวหน้าบาทหลวงปฏิเสธทันควัน “พวกหลิงเซียวเกิดเรื่องเพราะว่าเข้าไปแทรกแซงไท่อิน และเป้าหมายแรกของไท่อินก็คือเธอตอนนี้ทางกองทัพยังไม่รู้ว่าไท่อินอยู่ที่ไหน เธอออกไปตอนนี้มันเสี่ยงเกินไป”

            “ก็เพราะว่ามีไท่อินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยผมถึงยิ่งต้องไปเจอเขา ผมเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะช่วยผม พวกเขาก็คงไม่มีความแค้นกับไท่อินอิ๋งเฟิงก็คงไม่ประสบอุบัติเหตุ หลิงเซียวก็ไม่ต้องกลายเป็นแบบนี้”

            “แต่ว่าเธอไม่มีตัวตนในความทรงจำของเขาแล้ว”

            “ผมรู้ครับ แต่ว่าเขายังอยู่ในความทรงจำของผมจะให้ผมทนดูพวกเขาเป็นอะไรไป แต่ตัวเองกลับหลบซ่อนเพราะรักตัวกลัวตายไม่ได้”ซังหยางอ้อนวอน “ถ้าไม่ไปขอโทษเขาสักคำ ผมคงไม่สบายใจแน่ขอร้องละครับ ผมจะต้องไปเจอเขาให้ได้ แค่ครั้งเดียวก็ยังดี”

            หัวหน้าบาทหลวงจนปัญญา ทำได้เพียงรับปากเขา “แต่ว่าฉันต้องไปกับเธอ ท่านจอมพลก็จะส่งทีมมาปกป้องเธอเหมือนกัน ไม่ว่าจะยังไงเธอจะเป็นอะไรไปอีกไม่ได้ ไม่อย่างนั้นความพยายามของพวกเขาก็สูญเปล่า”

            ซังหยางก้มหน้า “ผมเข้าใจ”

             



    คล้ายกับเรื่องกฎรักพันธะเลือด เล่ม 1-3 [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808