พระชายาพร้อมนางกำนัลเสด็จมาใกล้ถึงเรือนอ๋อง เว่ยกงกงจึงรีบเข้าไปต้อนรับ
“เว่ยกงกง ข้าทำน้ำซุปลูกวัวมาให้ท่านพี่”
ท่านหญิงชิงชิงแย้มยิ้มแต่พองาม วันนี้นางตื่นั้แ่เช้าตรู่เข้าครัวปรุงน้ำซุปลูกวัวด้วยตนเอง หวังจะเอาใจผู้เป็สามีตามคำแนะนำของหนิงฮุ่ย
“เรียนพระชายา ท่านอ๋องเสด็จไปงานน้ำชาของอ๋องไท่หย่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยกงกงประสานมือไว้ข้างหน้า ก้มต่ำขณะรายงาน
“เอะงานน้ำชามีตอนบ่าย เหตุใดท่านพี่จึงรีบนัก”
รอยยิ้มบนใบหน้าสวยสลายไปทันที
“เอ่อ... คือ เออ...”
เว่ยกงกงอ้ำอึ้ง กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาควรจะบอกความจริงแก่พระชายาดีหรือไม่?
“ข้าแค่ถามว่า ท่านพี่ทำไมรีบไปนัก เหตุใดเ้ายังไม่ตอบ !”
พระชายาเสียงเข้มขึ้น ตั้งใจจะมาเอาใจสามี แต่กลับไม่พบ ซ้ำยังเจอข้าทาสไม่รู้จักความยิ่งให้ความรู้สึกหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น
“ท่านอ๋องตรัสว่าจะพาแม่นางเซี่ยะเหลียนไปชมวังพ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยกงกง พูดออกมาในที่สุด อย่างไรเสียคนตรงหน้าก็พระชายา ส่วนผู้หญิงอีกคนแม้แต่ชาติกำเนิดก็ยังไม่แน่ชัด
“เซี่ยะเหลียน ?”
คิ้วเรียวงามขยับเข้าหากัน แปลกใจกับชื่อที่ไม่เคยได้ยิน
หนิงฮุ่ยขยับเข้ามากรกะซิบว่า “เป็นางคนนั้น” แล้วทุกอย่างก็สว่างวาบ ไฟริษยาวิ่งปราดเข้าสุ่มในหัวอกทันที
เพล้งงงงงงงงงงงงง
“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
พระชายาคว้าจับถ้วยน้ำซุปคว้างลงพื้น ถ้วยนั้นแตกออกทั่วทุกทิศทาง น้ำแกงสาดกระเด็ด เว่ยกงกงและนางกำนัลหลบแทบไม่ทัน
“ทรงพระทัยเย็นก่อนพระเ้าค่ะ”
อาศัยประสบการณ์การถวายงานในนานปี เว่ยกงกงพยายามคลี่คลายสถานการณ์ที่เริ่มเดือด
“นั่งแพศยาคนนั้นมันเป็ใคร แล้วข้าเป็ใคร เหตุใดท่านพี่ถึงเลือกนาง !”
“ท่านอ๋องไปกับข้าทาสบริวาร นางตามเสด็จในฐานะข้ารับใช้พ่ะย่ะค่ะ”
“ตามไปด้วยฐานะอะไรก็ช่าง ! ข้าจะไม่ทนให้ท่านพี่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของข้าอีกแล้ว”
พระชายาตวาดก้อง ความเจ็บนี้ช่างลึกนัก
“ไปเตรียมเกี้ยว”
พระชายาสั่ง เว่ยกงกงจึงบังอาจถามต่อด้วยหน้าที่
“พระชายาจะเสด็จไปไหนพ่ะย่ะค่ะ”
“จวนราชครู ! !”
..............................................................................