“ เ้าพวกโง่เง่า ”
นายน้อยตระกูลไป๋หลงพูดด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เขารอมาเป็เวลา 2 วันแล้วแต่ยังไม่มีนายน้อยตระกูลใดหาวิธีเข้าไปใกล้ตระกูลม่อได้เลย
วิธีของตระกูลกัวทำให้เขามีความหวัง ต่อให้นายน้อยตระกูลกัวจะไม่กล้าจุดไฟเผา อย่างน้อยมันก็น่าจะข่มขู่ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาให้แตกกระเจิงหนีไปได้ ผู้ที่ถูกน้ำมันราดไปบนร่างกายควรจะวิ่งหนี สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็ความเงียบ ไม่มีผู้ใดลุกขึ้นยืน ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาล้วนแล้วนั่งนิ่งราวกับเป็ต้นหญ้าต้นหนึ่ง
“ สิ่งที่ข้าให้ไปทำเสร็จแล้วหรือยัง ”
“ รถม้ากำลังเดินทางมาที่นี่ อีกประเดี๋ยวจะมาถึง ขอให้นายน้อยโปรดใจเย็น ”
“ ข้าเย็นไม่ไหวแล้ว ตอนนี้ผู้าุโคงจะเตรียมด่าข้าจนหูชาแล้วแน่นอน ”
“ นายน้อย พูดถึงพวกเขาก็มา ”
นายน้อยเทียนอวี้หันมองไปยังรถม้าคันใหญ่ ด้านข้างมีสัญลักษณ์ของตระกูลไป๋หลงผูกเอาไว้ ้ารถม้าที่กำลังแบกหามมาคือหม้อใบใหญ่จำนวน 5 ใบด้วยกัน หม้อแต่ละใบปิดฝาเอาไว้จึงไม่มีผู้ใดรู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ข้างใน
“ คุณหนูเ้าคะ ครั้งนี้เป็ตระกูลไป๋หลงเ้าคะ ”
เสวี่ยหรงหันมองสิ่งที่อยู่บนรถม้า เธอภาวนาให้มันไม่เป็ไปอย่างที่คิด หากมันเป็เช่นนั้น ตระกูลทั้งหมดจะต้องใช้สิ่งนี้บุกมาถึงหนน้าตระกูลของเธอได้อย่างแน่นอน
“ ตั้งแถว ไอ้พวกชั้นต่ำตั้งแถว นายน้อยของข้า้าจะแจกอาหาร! ”
ผู้ฝึกยุทธ์สวมใส่ชุดเกราะของตระกูลไป๋หลงร้องะโเสียงดัง เขา้าให้ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาตั้งแถวรับอาหารจากนายน้อยที่ขึ้นไปยืนบนรถม้า
“ ตระกูลไป๋หลงของข้าเห็นถึงความอดอยาก เราจึงอยากจะแบ่งปัญอาหารให้กับพวกเ้า ผู้ใดที่อยากได้อาหารให้ตั้งแถวเดี๋ยวนี้ ! ”
หูของผู้คนจากตรอกซิ่นฮวากระดิก พวกเขา้าอาหาร ไม่ว่ามันจะมาจากที่ใดก็ตาม หากเป็อาหารพวกเขาจะขอรับมันเอาไว้ทั้งหมด
เพียงแต่ว่าตอนนี้คุณหนูซิ่นฮวากำลังทำพิธีชำระล้างปราณปีศาจออกจากร่าง ถ้าหากพวกเขาเคลื่อนไหวจะกลายเป็ผู้ก่อปัญหา โอกาสที่จะได้รับการชำระล้างจะสูญสิ้นไปในทันที
“ คุณหนูเ้าคะ ถ้าพวกเขาไปเพราะอาหารล่ะเ้าคะ ”
ยี่ยี่รู้สึกกังวล ถ้าหากคนจากตรอกซิ่นฮวาต่อแถวไปรับอาหาร หมายความว่าพวกเธอจะไม่มีสิ่งใดป้องกัน ตระกูลต่างๆจะเข้ามาทวงหนี้ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน
“ ใจเย็นๆก่อน ”
เสวี่ยหรงพูดอย่างใจเย็น เธอไม่คิดเลยว่าสิ่งที่อยู่บนรถม้าจะเป็อาหารจริงๆ ข้าวต้มภายในหม้อมีเนื้อผสมรวมอยู่ด้วย มันดีกว่าข้าวต้มที่เธอแจกจ่ายตลอด 2 วันมานี้
เพียงแต่ว่าเธอมีแผนรับมือแล้ว จึงรีบชำระล้างแล้วกลับเข้าไปในตระกูล การอยู่ด้านนอกนานอาจจะทำให้คนที่หิวโหยขาดสติได้ การถูกจำกัดให้นั่งเป็เวลานานต่อหน้ากลิ่นอาหารหอมๆ พวกเขาอาจจะบ้าคลั่งทำร้ายเธอ
“ ขอทางหน่อย ”
เสวี่ยหรงพายี่ยี่กลับเข้าไปในตระกูล ยังไม่ทันที่ประตูจะปิดสนิท ผู้คนที่มาจากตรอกซิ่นฮวาล้วนแล้วกรู่กันไปยังรถม้าตระกูลไป๋หลงเพื่อรับอาหาร
“ ตั้งแถว ข้าบอกให้พวกเ้าตั้งแถว! ”
“ ผู้ใดที่ไม่เชื่อข้าจะตัดแขนและขาของมัน ”
ผู้ฝึกยุทธ์ร้องะโด้วยความเดือดดาล คนจากตรอกซิ่นฮวาไม่ยอมทำตามที่บอก มันต่างจากตอนที่คุณหนูม่อเสวี่ยหรงแจกอาหาร จนต้องชักดาบออกมาข่มขู่
“ ข้าบอกให้พวกเ้าตั้งแถว! ”
ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวามองไปยังคมดาบ แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากนายน้อยที่นั่งอยู่บนรถม้าทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว
นายน้อยไป๋หลงเทียนอวี้เห็นว่าขอทานพวกนี้เชื่อฟังแล้ว เขาจึงบอกให้พวกมันตั้งแถวแล้วปล่อยให้ผู้ฝึกยุทธ์แจกจ่ายอาหาร
การตั้งแถวที่เกิดขึ้นทำให้เกิดช่องว่างมากพอให้ใช้เดินทางไปยังตระกูลม่อ มันจึงไม่รอช้าพาผู้ฝึกยุทธ์อีกจำนวนหนึ่งเดินทางไปยังตระกูลม่อในทันทีโดยใช้ผ้าปิดหน้าตาเอาไว้เพราะหวาดกลัวที่จะเข้าไปในพื้นที่ที่ขอทานอาศัยเป็จำนวนมาก ต่อให้คนจากตรอกซิ่นฮวาจะเดินทางมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน โรคร้ายกลับสามารถแพร่กระจายไปยังพื้นที่รอบๆได้แล้ว
“ คุณหนูม่อเสวี่ยหรง เปิดประตูเดี๋ยวนี้ พวกข้า้าให้ท่านจ่ายหนี้ค่าม้าที่ตระกูลม่อติดค้าง เปิดประตู! ”
นายน้อยตระกูลไป๋หลงปล่อยให้ผู้ฝึกยุทธ์ร้องะโ ประตูไม้ด้านหน้าที่ถูกซ่อมอย่างง่ายด้วยการนำไม้มาปิดทับ ไม่สามารถปิดกั้นเสียงให้ส่งเข้าไปด้านในได้
ผู้คนภายในตระกูลม่อกลับไม่มีทีท่าว่าจะเปิด นายน้อยตระกูลไป๋หลงจึงสั่งให้คนปลดปล่อยแรงกดดันเข้าไปในตระกูลม่อทันที ด้วยแรงกดดันของผู้ฝึกยุทธ์มากมายขนาดนี้ คงบีบบังคับให้คุณหนู่ม่อเสวี่ยหรงโผล่หัวออกมา ด้วยกำลังของคนคุ้มกันเพียงหนึ่ง ไม่น่าจะต้านทานแรงกดดันจากพวกมันได้
ปึง!
ประตูทางเข้าตระกูลม่อเปิดอ้าจากแรงผลักที่มาจากด้านในเผยให้เห็นหญิงสาวใบหน้าสะสวยสวมใส่อาภรณ์สีขาวยืนนิ่งอยู่ด้านหลังประตู ภายในมือของเธอถือกระดาษไว้แผ่นหนึ่ง
นายน้อยตระกูลไป๋หลงจึงยิ้มเมื่อรู้ว่าคุณหนูม่อเสวี่ยหรงคิดจะทำสิ่งใด
“ คุณหนูม่อเสวี่ยหรง ข้า้าให้ท่านจ่ายค่าม้าให้กับพวกข้า ”
“ ข้าไม่มีเงิน แต่จะขอทำสัญญาแลกเปลี่ยนแทน ”
“ ได้สิ ท่านอยากจะทำสัญญาใดกับพวกข้ากัน ” นายน้อยตระกูลไป๋หลงนำพัดขึ้นมาโบกสะบัดเล็กน้อย แรงลมจากพัดทำให้ผมของเขาที่ไม่ได้รวบปลิวไปตามสายลมเผยให้เห็นใบหน้าคมคายของคุณชายรูปหล่อ เสวี่ยหรงกลับไม่ได้สนใจใบหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
“ ข้าจะขอใช้ค่ายกลตระกูลม่อเป็เครื่องต่อรอง ในเวลา 5 เดือนต่อจากนี้ถ้าพวกข้าหาเงินมาจ่ายให้ท่านไม่ได้ ค่ายกลตระกูลม่อจะเป็ของพวกท่าน ”
“ คุณหนู ในเมื่อตระกูลซ่งตระกูลจางและตระกูลหูมีระยะเวลาใช้หนี้เพียง 2 เดือนเท่านั้น เหตุใดข้าถึงต้องรอมากถึง 5 เดือนกัน ข้าไม่สนหรอกนะว่าท่านจะหาเงินมาคืนด้วยวิธีใด ถ้าท่านให้ข้อเสนอที่ดีกว่าทั้ง 3 ตระกูลนี้ไม่ได้ ข้าจะหักแขนและขาของท่าน ”
ผู้ฝึกยุทธ์ก้าวเท้าเข้าไปในตระกูลม่อ พวกเขาไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด ต่อให้เ้าเมืองจะเข้ามาห้าม พวกมันมีสิทธิในการใช้กำลังกับลูกหนี้ เพียงแค่หักแขนและขาของลูกหนี้ไม่ทำให้พวกมันติดคุกหัวโต
“ เ้าว่าจะหักแขนขาผู้ใดนะ ”
แรงกดดันมหาศาลจากผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดเทพปราณปลดปล่อยออกมาจากชายผู้หนึ่ง หลังจากเอ่ยเสียงเขาก็ได้ก้าวออกมาจากด้านหลังประตู โดยไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าชายผู้นี้เข้าไปหลบหลังประตูั้แ่เมื่อไหร่
เสวี่ยหรงจำชายผู้นี้ได้ เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อเจ๋อ หลังจากได้รับการชำระล้างปราณปีศาจก็เดินทางจากไป โดยทิ้งคำพูดไว้เพียงแค่ว่าจะกลับมาตอบแทนบุญคุณ
พลังระดับ 7 ที่ปลดปล่อยออกมาได้สร้างแรงกดดันไปทั่วด้านหน้าทางเข้าตระกูลม่อจนนายน้อยตระกูลไป๋หลงหน้าซีดตัวสั่นเทา
“ เ้าบอกว่าจะหักแขนขาผู้ใดเช่นนั้นหรือ ใช่ผู้มีพระคุณของข้าหรือไม่ ”
นายน้อยไป๋หลงพยายามทรงตัว แต่ด้วยพลังที่เหนือกว่าทำให้มันและผู้ฝึกยุทธ์จากตระกูลไป๋หลงทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นด้วยท่าทางเ็ปจากแรงกดดันที่พยายามกดทับร่าง
“ คุณหนูเสวี่ยหรงโปรดเมตตา ข้าไม่ได้จะมาหาเื่ ข้ามาทวงถามหนี้ที่ตระกูลของท่านค้างตระกูลไป๋หลงของข้าเพียงเท่านั้น ข้าจะให้เวลาท่าน 3 เดือน ท่านคิดเห็นเช่นไร ”
เสวี่ยหรงเห็นโอกาส เธอยังไม่เอ่ยปากถาม ท่าทางของนายน้อยไป๋หลงที่กำลังทรมานแสดงให้เห็นว่าเธอใช้โอกาสนี้ตัดปัญหาจากตระกูลไป๋หลงออกไปได้
ลุงเจ๋อรู้ว่าคุณหนูเสวี่ยหรงคิดจะทำสิ่งใด เขาจึงปลดปล่อยแรงกดดันต่อไปจนคนจากตระกูลไป๋หลงกระอักเืออกมาพร้อมๆกัน
“ ได้ ถ้าเช่นนั้นตระกูลไป๋หลงของข้าจะให้เวลาท่าน 5 เดือน หาก 5 เดือนท่านไม่สามารถนำเงินมาคืนได้จะต้องนำค่ายกลตระกูลม่อมาส่งให้กับพวกข้า ”
เสวี่ยหรงพยายามเก็บรอยยิ้มเอาไว้ เวลา 5 เดือนมากพอให้เธอหาเงินมาชดใช้ เธอจึงยื่นแผ่นกระดาษให้นายน้อยตระกูลไป๋หลงประทับตรา อีกฝ่ายกล้ามาที่ตระกูลม่อหมายความว่าผู้นำตระกูลไป๋หลงจะต้องมอบอำนาจและตราประจำตระกูลมาด้วยแน่นอน
นายน้อยไป๋หลงเห็นว่าแรงกดดันปลดออกไปแล้วมันทำได้เพียงกัดฟันแล้วประทับตราเซ็นสัญญาจากนั้นก็รีบจากไป หากยังขืนอยู่ต่อมันคงไม่รอดชีวิตออกไป อีกฝ่ายมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อกำเนิดปราณหนุนหลัง แม้จะไม่ใช่ระดับสูงสุดแต่ก็สามารถสังหารมันได้ขอเพียงแค่กระดิกมือ
“ เททุกอย่างทิ้งซะ ข้าไม่แจกแล้ว! ”
ผู้ฝึกยุทธ์จากตระกูลไป๋หลงโยนหม้อข้าวต้มลงจากรถม้า พวกเขารีบทิ้งทุกอย่างแล้วจากไปไม่กล้าแม้แต่จะเก็บม้ากลับไปด้วยเพราะกลัวว่ามันจะติดโรค.