[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด !

    32 โอกาสมาแล้ว

    “ คุณหนูเจ้าคะ เหตุใดข้าไม่เห็นยี่ยี่ตามติดคุณหนูเลยล่ะเจ้าคะ ”


    แม่นมหลิงสอบถามคุณหนูของเธอที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ข้างกายของคุณหนูเสวี่ยหรงจะมีสาวรับใช้วิ่งตามอยู่ตลอด หลายวันมานี้เธอกลับไม่เห็นยี่ยี่จึงเกิดความสงสัย


    ทว่ากลับไม่ได้มีเพียงแค่หนึ่งอย่างที่ทำให้แม่นมหลิงรู้สึกสงสัย สิ่งที่คุณหนูกำลังทำอยู่ ณ ตอนนี้น่าสงสัยไม่แพ้กัน ภายในถ้วยเล็กๆขนาดเท่าฝ่ามือเด็กทารกมีบางอย่างเทใส่เข้าไป เธอจึงอยากรู้ว่าของเหลวสีขาวขุ่นกำลังปลดปล่อยกลิ่นหอมอ่อนๆคือสิ่งใด


    “ นางหลับไปแล้ว ”


    “ ทำไมถึงหลับในช่วงกลางวันเช่นนั้นหรือเจ้าคะ ”


    “ ข้าให้นางฝึกวรยุทธ์ เพียงแต่ว่านางดันหลับทุกครั้งหลังจากฝึกไปได้ไม่นาน ข้าจึงปล่อยเอาไว้เช่นนั้น อีกสักพักคงตื่นขึ้นมารวบรวมลมปราณแล้วหลับต่อ ”


    “ แล้วสิ่งที่คุณหนูกำลังทำอยู่คือสิ่งใดเช่นนั้นหรือเจ้าคะ ”


    “ ข้าลองทำสบู่ มันอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่เราจะขายควบคู่กับน้ำหอม ”


    “ สบู่มันเคยเป็นน้ำแบบนี้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ ข้าพึ่งเคยเห็น ” แม่นมหลิงก้มลงมองใกล้ๆ 


    “ อีกประเดี๋ยวมันจะแข็งตัวกลายเป็นสบู่ตามท้องตลาด ”


    “ คุณหนูเจ้าคะ ในเมื่อในท้องตลาดมีสบู่เยอะแล้ว ผู้ใดจะมาซื้อสบู่ของเราหรือเจ้าคะ ข้ารู้สึกว่าน้ำหอมน่าจะขายได้เงินดีกว่าเพราะไม่มีผู้ใดรู้จักมันเลย ”


    “ ข้าไม่รู้หรอกว่าผู้ใดจะซื้อสบู่ของเรา แต่ถ้ามันล้างตัวได้สะอาดกว่า กลิ่นหอมติดทนนานกว่า ไม่แน่ผู้คนทั้งเมืองอาจจะซื้อสบู่ของเราก็เป็นได้ ”


    เสวี่ยหรงยิ้มให้แม่นมหลิงแล้วรอให้สบู่แข็งตัวกลายเป็นก้อน เธอใช้ถ้วยทำแม่พิมพ์เพื่อทดลอง รูปร่างมันจึงแปลกไปไม่น้อย


    วัสดุที่ใช้ทำสบู่สามารถหาได้ตามร้านยาและท้องตลาดทั่วไป ต้องขอบคุณเงินที่ผู้อาวุโสภายในตระกูลซ่อนเอาไว้กับหนังสือโป๊เธอจึงมีเงินมากพอซื้อวัตถุดิบมาทำสบู่ ถึงแม้จะยังไม่ได้มีแผนจะวางขายเพราะยังไม่รู้ว่าสบู่ที่ผลิตขึ้นจะหอมกว่าท้องตลาดหรือไม่


    “ คุณหนู ลุงเจ๋อเขาเดินทางออกจากตระกูลม่อไปแล้ว ”


    เสวี่ยหรงพยักหน้าให้กับลุงหานที่เข้ามาบอกเรื่องสำคัญ เธอมองไม่เห็นปราณจากร่างของลุงเจ๋อ 1 ชั่วยามแล้ว อีกฝ่ายคงจากไปตามที่ตกลงกันเอาไว้ว่าจะอยู่ที่ตระกูลม่อ 2 สัปดาห์  การออกไปโดยไม่ร่ำลาคงเป็นเพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้ว่าเขาจากที่นี่ไปแล้ว


    การมีตัวตนของผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 7 อาศัยอยู่ในตระกูลม่อ ทำให้หลายวันมานี้ตระกูลสงบมากกว่าที่เป็นมา


    เหล่าผู้คนที่เดินทางมายังตระกูลม่อเพื่อทำสัญญาให้ตัวเองได้รับซึ่งค่ายกลหายไปนับตั้งแต่วันที่พวกเขาค้นพบวิธีการแหวกคนจากตรอกซิ่นฮวาด้วยข้าว พวกเขาก็ไม่ปรากฎตัวอีกเลยเพราะได้สัญญาและถูกข่มขู่จากพลังของลุงเจ๋อ


    เสวี่ยหรงกลับไม่ได้รู้สึกกังวลกับการหายไปของลุงเจ๋อเลยแม้แต่น้อย หากอีกฝ่ายจัดการกับปัญหาของตนเองเสร็จสิ้นคงจะเดินทางกลับมาอย่างที่ได้เอ่ยเอาไว้   การที่เธอไม่กังวลแต่อย่างใด สาเหตุเป็นเพราะว่าพี่สาวซินอี๋ได้เข้ามารับช่วงต่อลุงเจ๋อ แม้ว่าจะฟื้นฟูร่างกายได้ไม่มาก วรยุทธ์ที่พี่สาวซินอี๋แสดงออกมาได้นั้นกลับเป็นถึงระดับ 5 ระดับจิตยุทธ์


    “ โรงเตี๊ยมตระกูลไป่ยังไม่โผล่มาอีกงั้นสินะ หรือว่าเราคำนวณสิ่งใดพลาดไปกัน ส่วนเรื่องนั้นต้องใช้เวลาอีก 2  สัปดาห์งั้นสินะ ”


    ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วยังไม่มีวี่แววว่าโรงเตี๊ยมตระกูลไป่จะเข้าหา เสวี่ยหรงจึงคิดว่าเธออาจจะรับรู้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องในนิยายผิดพลาด เท่าที่เธอจำได้มีการติดปราณปีศาจในโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ตลอดเวลา พวกเขาควรจะเข้าหาเธอเร็วกว่านี้เพราะเป็นคนเดียวที่ชำระล้างมันได้ในปริมาณมาก


    สำหรับเรื่องที่สองเธอกังวลเกี่ยวกับพลังมาร อีก 2 สัปดาห์จะครบ 1 เดือน  ตามเนื้อเรื่องเธอจะพบเข้ากับพลังมารและรับพลังนั้นมาเป็นของตนเอง ต่อจากนั้นเธอจะฟื้นฟูตระกูลม่อกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยการถ่ายทอดพลังมารให้กับผู้คนที่รับเข้าร่วมตระกูลม่อ


    หลังจากนั้นอีก 5 เดือนจะเกิดการปะทะกันระหว่างเธอและผู้ที่ถูกส่งมาจากภาคกลาง พลังมารที่เธอใช้จะเป็นเหมือนพลุที่จุดขึ้นกลางยุทธภพประกาศให้ผู้คนรู้ว่ามารกลับมาแล้ว


    เพียงแต่ว่าเธอไม่คิดจะทำเหมือนนิยาย ภายในร่างกายของเธอสร้างปราณขึ้นมาได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งพลังมารแต่อย่างใด


    การที่เธอไม่พึ่งพลังมารเพื่อฟื้นฟูตระกูลกลับทำให้เธอเกิดความสงสัยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นหลังจากนี้ เพราะถ้าปราณมารไม่เกิด เนื้อเรื่องในอีก 5 เดือนจะไม่เป็นไปตามนิยาย คนจากภาคกลางจะไม่ถูกส่งมาจัดการกับพลังมาร เธอกลัวว่าจะมีเหตุการณ์หลายอย่างที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นจนทุกอย่างผิดไปจากนิยายทั้งหมด


    “ หรือว่าข้าจะหาใครสักคนไปรับพลังมาร แล้วให้มันเป็นตัวเริ่มต้นแทนตัวละครม่อเสวี่ยหรง….ใช่  ถ้าเป็นเช่นนี้ข้าก็สามารถควบคุมหลายสิ่งหลายอย่างในตอนแรกได้เพราะรู้ว่าผู้ใดเป็นมาร ”


    แม้การปรากฎตัวของเธอจะทำให้อนาคตเปลี่ยนไป นับตั้งแต่เธอได้ชำระล้างปราณปีศาจ เสวี่ยหรงก็คิดว่าอนาคตจะต้องเปลี่ยนจนไม่เหมือนนิยาย แต่ถ้าเธอควบคุมเหตุการณ์ใหญ่ให้ดำเนินต่อไปได้  เธอจะเป็นผู้ควบคุมหลายสิ่งหลายอย่าง


    “ คุณหนู! ”


    ประตูห้องครัวผลักเข้ามาอย่างแรง ลุงหานที่วิ่งเข้ามาด้านในแสดงใบหน้าดีใจราวกับมีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบ


    เสวี่ยหรงสำรวจลุงหานพบว่าภายในมือมีลูกธนูถือเอาไว้หนึ่งดอก ในมืออีกข้างยังมีกระดาษถือเอาไว้ เธอเข้าใจได้ว่ามีบางคนส่งข้อความมาที่ตระกูลม่อ ด้วยการผูกกระดาษติดลูกธนูแล้วยิงเข้ามา


    “ ลุงหาน มันเขียนว่าเช่นไรบ้าง ”


    “ คุณหนู โรงเตี๊ยมตระกูลไป่เชิญเราไปที่นั่น เพียงแต่ว่าเราจำเป็นต้องออกจากตระกูลม่อโดยไม่ให้ผู้ใดจับได้และต้องไม่ทำให้ผู้ใดเห็นว่าเราไปโรงเตี๊ยมตระกูลไป่ พวกเขาจะจ้างเราช่วยใครบางคนถ้าทำได้พวกเขาจะจ่ายให้อย่างงาม ”


    ท่าทางตื่นเต้นของลุงหานทำให้เสวี่ยหรงอดไม่ได้จนต้องยิ้มออกมา ในที่สุดคนที่พวกเขารอคอยก็ติดต่อมาแล้ว ถึงแม้วิธีการจะผิดจากที่คาดการณ์เอาไว้ก็ตาม ดูท่าโรงเตี๊ยมตระกูลไป่คงหวาดกลัวว่าเรื่องปราณปีศาจที่ติดอยู่บนหญิงคณิกาจะแพร่ออกไปจึงต้องเชิญเธอไปด้วยวิธีเช่นนี้


    การที่โรงเตี๊ยมตระกูลไป่มั่นใจว่าเธอจะต้องเดินทางไปที่นั่นคงเป็นเพราะประโยคหลัง พวกเขาจะจ่ายให้อย่างงาม ตระกูลม่อที่ติดเงินจำนวนมากและยังไม่ได้ลงมือแก้ไขสิ่งใดภายในตระกูลคงพยายามคว้าเงินก้อนนี้สุดแขน


    “ พวกเขาบอกหรือไม่ว่าจะให้เราไปวันใด ”


    “ คืนวันพรุ่งนี้ เมื่อเราไปถึงให้แสดงสิ่งนี้แก่คนคุ้มกันหน้าทางเข้าแล้วจะมีคนมาต้อนรับเรา ”


    เสวี่ยหรงมองไปยังพู่สีแดงมีสัญลักษณ์ตระกูลไป่ติดไว้ตรงส่วนบน เธอจึงขอเก็บเอาไว้กับตัวเพราะกลัวว่าจะทำหาย การเก็บเอาไว้ในช่องเก็บของจึงเหมาะสมที่สุด


    “  ลุงหาน ท่านช่วยไปบอกพี่สาวซินอี๋ให้ข้าที คืนพรุ่งนี้ข้าอยากให้นางเดินทางไปด้วยกัน


    “ คุณหนูจะพาคนไปเยอะหรือไม่ ”


    “ ข้าไปกับพี่สาวซินอี๋สองคนก็น่าจะเพียงพอ ท่านลุงไม่ต้องคิดมาก พี่สาวแข็งแกร่งกว่าเราเสียอีก ”


    “ ข้าจะรีบไปบอกแม่นางซินอี๋ให้เตรียมตัว ”


    “ คุณหนูเจ้าคะ ”


    เสวี่ยหรงหันมองแม่นมหลิงที่เหมือนจะมีหลายอย่างอยากจะเอ่ยกับเธอ


    “ คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ สถานที่แห่งนั้นอันตรายมาก อาจจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงกว่าแม่นางซินอี๋ ถ้าพวกเขาหลอกคุณหนูเพื่อจะจับตัวเป็นสาวคณิกาแล้วส่งไปยังภาคกลาง คุณหนูอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้นะเจ้าคะ ”


    “ แม่นมหลิงไม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาคงไม่กล้าทำเช่นนั้น ต่อให้พวกเขาจะตรวจสอบจนมั่นใจว่าลุงเจ๋อไม่อยู่กับเราแล้ว อย่างไรพวกเขาก็ต้องคิดถึงอนาคตที่ลุงเจ๋อกลับมา โรงเตี๊ยมตระกูลไป่คงไม่กล้าจับข้าทั้งที่ไม่รู้ว่าจะมีความเสี่ยงใดตามมาในภายหลัง ”


    “ เจ้าค่ะ ”


    “ ข้าขอไปดูยี่ยี่ก่อนนะเจ้าคะ ไม่รู้ฝึกไปถึงไหนแล้ว แม่นมไม่ต้องเฝ้าสบู่นะเจ้าคะ อีกนานกว่ามันจะแข็งตัว ”


    เสวี่ยหรงมุ่งหน้าไปยังห้องพักของยี่ยี่ สิ่งที่เธอเห็นยังคงเป็นสาวน้อยกำลังนั่งคอตกในท่าทำสมาธิ  ทุกครั้งที่เธอหลับตาโคจรปราณมักจะหลับก่อนเสมอ คงเป็นสัญชาตญาณติดตัวของเธอที่บอกให้หลับ 


    การเป็นสาวใช้จะต้องตื่นแต่เช้าและนอนดึกเพื่อรับใช้ผู้เป็นนาย ทุกครั้งที่หลับตา ร่างกายของเธอจึงบอกให้นอนเพราะโอกาสเช่นนี้มีน้อย


    “ ไม่ใช่ว่าต้องรอหนึ่งปีเลยหรือ แล้วหากข้าใช้สกิลข้ามขีดจำกัดกับนาง มันจะได้ผลหรือไม่ ?”.




    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด ! ที่คุณอ่าน