กระแสน้ำในลำธารนั้นเชี่ยวกรากและเย็นเยียบจนแทบจะแช่แข็งกระดูก เสียงซัดสาดของเกลียวคลื่นดังสนั่นอยู่ข้างหู กลบเสียงทุกสิ่งทุกอย่างจนหมดสิ้น
ร่างของคนทั้งสามถูกพัดพาไปตามยถากรรมราวกับเป็เพียงเศษไม้ พวกเขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเกาะกลุ่มกันไว้ท่ามกลางเกลียวคลื่นที่บ้าคลั่ง หลินเฟิงอ่อนแรงที่สุดจากการใช้พลังมหาศาล สติของเขาเริ่มจะเลือนราง แต่เขาก็ยังคงกัดฟันใช้พลังปราณเฮือกสุดท้ายประคองร่างของเพื่อนร่วมทีมเอาไว้ คอยผลักพวกเขาให้หลบหลีกโขดหินใต้น้ำที่มองไม่เห็น
"อย่าฝืนกระแสน้ำ!" เขาะโสั่งผ่านเสียงน้ำที่ดังสนั่น "ปล่อยให้มันพัดไป! รักษาแรงไว้!"
จางเลี่ยงและสือจินพยักหน้ารับ พวกเขาได้รับาแจากการต่อสู้เช่นกัน และความหนาวเย็นของน้ำก็กำลังกัดกินพลังชีวิตของพวกเขาไปทุกขณะ เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ ในที่สุดกระแสน้ำก็เริ่มไหลช้าลงเมื่อเข้าสู่่ที่ลำธารกว้างขึ้น พวกเขามองเห็นตลิ่งที่เป็ชายป่าอยู่ไม่ไกล
"ตรงนั้น!" จางเลี่ยงชี้ไป "เราต้องขึ้นฝั่ง!"
ทั้งสามคนรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมด ว่ายตัดกระแสน้ำจนไปถึงตลิ่งได้สำเร็จ พวกเขาทรุดกายนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นดินที่เปียกชื้นราวกับปลาที่ขาดน้ำ สภาพของแต่ละคนดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและาแ
สือจินไอออกมาอย่างรุนแรง ความกลัวและความเหนื่อยล้าทำให้เขาแทบจะหมดสติ ส่วนจางเลี่ยงแม้จะพยายามฝืนยืนขึ้น แต่ก็กลับทรุดลงไปอีกครั้งด้วยอาการาเ็ที่แขนซึ่งถูกกระแทกอย่างรุนแรง
หลินเฟิง...แม้จะอ่อนล้าที่สุด แต่จิตใจของเขากลับยังคงตื่นตัวที่สุด เขารู้ดีว่าพวกเขาได้หนีจาก "ปากเสือ" มาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ก็ยังคงอยู่ใน "ป่าอันตราย"
"เราจะอยู่ที่นี่นานไม่ได้" เขากล่าวพลางพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล "พวกเขาต้องส่งคนตามรอยมาแน่...เราต้องหาที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัย ก่อไฟเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น และรักษาาแก่อน"
ทักษะการเอาตัวรอดที่ได้จากการอ่านหนังสือและดูสารคดีในชาติก่อน ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ในสถานการณ์นี้ เขาสำรวจร่องรอยรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสัตว์ร้ายอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะตัดสินใจเลือกทิศทางที่รกทึบที่สุด
พวกเขาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เดินโซซัดโซเซเข้าไปในป่าลึก จนกระทั่งไปพบกับโพรงถ้ำเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ มันเป็สถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการพักฟื้นชั่วคราว
ภายในถ้ำที่มืดและอับชื้น หลินเฟิงสั่งการอย่างรวดเร็ว "สือจิน เ้าไปหาเศษไม้แห้งๆ มาให้มากที่สุด จางเลี่ยง ท่านาเ็ที่แขน คอยระวังอยู่ปากถ้ำแล้วกัน ข้าจะจัดการกับาแเบื้องต้นให้"
เขาไม่ได้รอคำตอบ แต่เดินเข้าไปประคองจางเลี่ยงให้นั่งลง แล้วฉีกชายแขนเสื้อของตนเองออกอย่างไม่ลังเล เขาสำรวจาแของจางเลี่ยงที่ถูกฟันด้วยดาบของสมุนคนหนึ่ง มันไม่ลึกมากนัก แต่ก็เสียเืไปไม่น้อย เขาใช้ความรู้ทางการแพทย์พื้นฐานทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดที่พกมา แล้วจึงพันแผลให้อย่างแ่า
จากนั้นเขาก็นำยาเม็ดรักษาาแชั้นดีที่ได้มาจากท่านอาจารย์ออกมาจากแหวนมิติ แล้วยื่นให้เพื่อนทั้งสองคน
"กินนี่ซะ มันจะช่วยฟื้นฟูอาการาเ็ภายในได้"
จางเลี่ยงและสือจินมองยาเม็ดในมือสลับกับแหวนมิติบนนิ้วของหลินเฟิงด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง...เด็กหนุ่มคนนี้เต็มไปด้วยเื่น่าประหลาดใจเสมอ
หลังจากที่ทุกคนได้โคจรพลังเพื่อรักษาอาการาเ็เบื้องต้นและก่อกองไฟเล็กๆ เพื่อให้ความอบอุ่นแล้ว บรรยากาศภายในถ้ำก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงไม้แห้งที่แตกเปรี๊ยะๆ ในกองไฟเท่านั้น
ในที่สุด สือจินก็เป็ฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน เขามองหลินเฟิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรงและความสับสน
"หลินเฟิง...เมื่อครู่...ที่ท่านทำลายหน้าผา...นั่นมันพลังระดับไหนกันแน่? ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อนในชีวิต...มันไม่ใช่ฝ่ามืออัสนีบาตแน่ๆ ข้ารู้"
"สือจิน!" จางเลี่ยงปรามขึ้น แต่คราวนี้เขาไม่ได้ห้ามอย่างเดียว แต่กลับเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ไม่ว่ามันจะเป็พลังอะไรก็ตาม มันคือพลังที่ช่วยชีวิตเราไว้" เขามองตรงไปยังหลินเฟิง "ความลับของเ้าก็คือความลับของเ้า ตราบใดที่เ้ายังเห็นว่าเราเป็สหาย ข้าก็จะไม่ถามอะไรทั้งนั้น"
คำพูดที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความไว้วางใจของจางเลี่ยง ทำให้หลินเฟิงรู้สึกนับถือชายหนุ่มคนนี้ขึ้นมาจากใจจริง
เขาถอนหายใจเบาๆ...เขารู้ดีว่าหากไม่ให้คำอธิบายที่น่าพอใจ ความสัมพันธ์ของพวกเขาคงจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป และในสถานการณ์ที่ต้องร่วมเป็ร่วมตายกันเช่นนี้...ความไว้วางใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
เขาตัดสินใจแล้ว...เขาจะสร้าง "ความจริง" กึ่งหนึ่งขึ้นมา เพื่อผูกสหายทั้งสองนี้ไว้กับตัวเขา
"พวกท่านทั้งสอง...ได้กลายเป็สหายที่ร่วมเผชิญความตายมากับข้าแล้ว" หลินเฟิงเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ดังนั้น...ข้าจะบอกความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าให้พวกท่านได้รู้...แต่พวกท่านต้องสาบานว่าจะไม่นำเื่นี้ไปบอกใครเป็อันขาด!"
ทั้งสองคนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
"มันเป็เื่จริง...พลังเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ฝ่ามืออัสนีบาต" หลินเฟิงกล่าวต่อ "มันคือเคล็ดวิชาโบราณที่ข้าบังเอิญไปพบเจอเข้า...ั้แ่ก่อนที่ข้าจะเข้าร่วมสำนักเสียอีก"
เขาจ้องมองเข้าไปในกองไฟ แววตาของเขาดูเหม่อลอยไปไกลราวกับกำลังนึกถึงอดีต...การแสดงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
"ก่อนที่ข้าจะถูกพบที่หน้าสำนัก ข้าเคยพลัดหลงเข้าไปในหุบเขาลี้ลับแห่งหนึ่ง ที่นั่นข้าพบโครงกระดูกของยอดฝีมือโบราณและตำราที่ผุพังอยู่ข้างกาย...เคล็ดวิชานี้คือมรดกตกทอดจากท่านผู้นั้น มันทรงพลัง แต่ก็มีข้อเสียร้ายแรงอย่างที่พวกท่านเห็น...มันต้องใช้พลังปราณและพลังชีวิตจำนวนมหาศาลในการใช้งานแต่ละครั้ง...มันคือไพ่ตายใบสุดท้ายของข้า ที่ข้าไม่เคยคิดจะใช้เลยหากไม่ถึงเวลาคับขันจริงๆ...นี่คือความลับที่ข้าเก็บซ่อนไว้มาโดยตลอด และบัดนี้...ข้าขอมอบความไว้วางใจนี้ให้แก่พวกท่านทั้งสอง"
คำอธิบายของเขานั้นสมบูรณ์แบบ มันตอบทุกคำถาม อธิบายถึงพลังที่เหนือกว่าปกติ สร้างสายสัมพันธ์แห่งความลับร่วมกัน และที่สำคัญที่สุด...มันทำให้จางเลี่ยงและสือจินรู้สึกว่าตนเองคือ "คนพิเศษ" ที่ได้รับความไว้วางใจจากอัจฉริยะผู้นี้
ความสงสัยทั้งหมดในใจของพวกเขาสลายไปในทันที ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและภราดรภาพอันแรงกล้า
"ข้าขอสาบานด้วยเกียรติของข้า!" จางเลี่ยงกล่าวอย่างหนักแน่น "ข้าจะไม่แพร่งพรายเื่นี้ให้ใครได้รู้!" "ข้า...ข้าก็ด้วย!" สือจินกล่าวเสริมอย่างจริงจัง
หลินเฟิงพยักหน้า...แผนการขั้นแรกสำเร็จแล้ว ตอนนี้พวกเขาคือทีมที่แท้จริง
"เอาล่ะ...ตอนนี้มาคุยเื่ปัญหาเฉพาะหน้าของเรากันต่อ" บรรยากาศกลับมาจริงจังอีกครั้ง "เราจะทำอย่างไรกันต่อ? หวังเทียนและพรรคพวกของมันต้องกำลังตามล่าเราอยู่แน่ๆ"
จางเลี่ยงวิเคราะห์สถานการณ์ "เรากลับไปที่สำนักโดยตรงไม่ได้แน่ หวังเทียนต้องส่งคนไปดักรอเราตามเส้นทางหลักแน่ และการที่ไม่มีหลักฐานมัดตัวแ่าพอ การรายงานเื่นี้อาจจะทำให้พวกเราเดือดร้อนเสียเองได้...ข้าเคยได้ยินมาว่าลุงของหวังเทียนคือผู้าุโในหอลงทัณฑ์ อิทธิพลของตระกูลหวังในสำนักไม่น้อยเลย"
"ท่านพูดถูก" หลินเฟิงเห็นด้วย "การกลับไปตอนนี้คือการฆ่าตัวตาย การรายงานโดยไม่มีแผนคือความโง่เขลา...ดังนั้น...เราจะยังไม่กลับไป"
"แล้วเราจะไปไหนกัน?" สือจินถาม
หลินเฟิงมองออกไปนอกถ้ำ...ไปยังทิศทางของเมืองไม้ดำ
"เราจะย้อนกลับไปที่เมืองไม้ดำ" เขากล่าว "สุภาษิตว่าไว้...สถานที่ที่อันตรายที่สุด ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด...พวกมันต้องคิดว่าเราจะหนีกลับสำนัก แต่ไม่มีทางคิดว่าเราจะกล้าย้อนกลับไปยังเมืองที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่สุด...ที่นั่น เราจะปฏิบัติตามแผนสามขั้น หนึ่ง ซ่อนตัวและรักษาอาการาเ็ให้หายดี สอง ปะปนไปกับผู้คนและหาข่าวสาร และสาม หาช่องทางที่น่าเชื่อถือที่สุดในการส่งข่าวกลับไปหาคนที่ไว้ใจได้...ส่งข่าวไปหาท่านอาจารย์ของข้า...ท่านผู้เฒ่าซู!"
แผนการที่สวนกระแสและเป็ขั้นเป็ตอนนี้ทำให้เพื่อนทั้งสองคนถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง...ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเต็มที่!
ณ ภายในถ้ำเล็กๆ ที่มืดมิดกลางป่าลึก...สหายร่วมเป็ร่วมตายทั้งสามคน ได้ตัดสินใจถึงเส้นทางต่อไปของพวกเขาแล้ว
ภารกิจของพวกเขาอาจจะล้มเหลว...แต่ภารกิจใหม่ที่เดิมพันด้วยชีวิตและเกียรติยศ...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!