ภายในห้องใต้ดิน หวังเหยากำลังฝึกใช้กระมรกตอำพรางฟ้า ใช้พลังเวทย์ควบคุมกระบี่ให้บิน ตามใจนึก
หนึ่งเดือนผ่านไป ภายในห้องใต้ดินนั้น ลู่เซียนได้เป็คู่ต่อสู้ให้แก่หวังเหยา
หวังเหย้าควบคุมกระบี่มรกตอำพรางฟ้า บินพุ่งเข้าใส่ลู่เซียนผู้เป็อาจารย์อย่างต่อเนื่อง
แต่กลับไม่โดนแม้แต่ชายอาภรณ์ของนาง พลังเวทย์ธาตุลมของนางนั้น ว่องไว หาตัวจับได้ยาก ขนาดหวังเหยาใช้เวทย์ธาตุแสงที่เคลื่อนที่พริบตา ก็ยังมิอาจถึงตัวนางได้
หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ หวังเหยาทำให้นางแปลกใจแล้วแปลกใจอีกไม่ว่าจะ อาณาเขตน้ำแข็งที่แช่แข็งเวลาได้ เพียงเสี้ยววิ
หรือแม้แต่พลังเวทย์ธาตุไฟสีขาวขุ่น ที่สามารถเพิิ่มพลังเวทย์ได้สองขั้นย้อย หวังเหยาล้วนแสดงออกมาต่อสู้กับลู่เซียน..
ทั้งหมดทั้งมวน ล้วนทำให้นางประหลาดในตัวของหวังเหยา
"อาจารย์..ท่านเร็วเกินไปแล้ว แม้แต่ชายอาภรณ์ท่าน ข้ายังมิอาจเอื้อมถึงได้...หวังเหยาหยุดเคลื่อนไหวไล่ตามนาง แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย
"ห้าๆๆ..เ้าเด็กโง่..ด้วยความสามารถของเ้าตอนนี้ ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน ผู้คนล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเ้า หากข้ากดพลังเวทย์ให้เหลือเท่าเ้า เกรงว่า อาจารย์ก็คงจะรับมือไม่ไหว
แต่ที่อาจารย์ไม่กดพลังเวทย์ลง นั้นเพราะอยากให้เ้าเจอคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่า....ลู่เซียนเห็นดังนั้น จึงเอ่ยออกมาปลอบใจหวังเหยา
"อาจารย์..อีกครั้ง.. เมื่อได้ยินดังนั้น หวังเหยาก็หึกเหิมขึ้นมา แล้วไล่ต้อนลู่เซียนต่อ..
แล้วเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอีกสองเดือน ลู่เซียนและหวังเหยา ได้ออกมาจากห้องใต้ดินแล้ว
ณ ห้องโถงของหุบเขาเร้นลับ าุโและเหล่าบรรดาศิษย์ต่างก็มารวมตัวกันที่นี้
"ศิษย์ทุกคนฟังคำสั่ง...ในอีกหนึ่งอาทิตย์ จะเริ่มกำหนดการประชุมมหาอำนาจของอาณาจักร...
ห่างออกไปไม่ไกล หยางซงจ้องมองมาที่หวังเหยาด้วยสายตาอาฆาต หวังเหยารับรู้ได้ถึงจิตสังหาร เขาก็มองกลับไปยังจิตสังหารที่ััได้ สายตาทั้งคู่จ้องมองกันและกัน
"หยางชิวอย่างนั้นหรอ..อ๋ออ ไอ้คนที่มาจีบน้องหญิงของข้า หึ
หวังเหยาพรึมพลัมในใจ จากนั้นก็ถอนสายตากลับมา
ในทุกๆปี จะมีการแข่งขันต่อสู้กับอีกสามขั้วอำนาจ วันนี้เราจักเดินทางไปยังเมืองชิงหู่ ทุกคนขึ้นเรือได้...
อาวุรองจิ๋วหงส์..เป็คนชี้แจ้งกับเหล่าบรรดาศิษย์ พูดจบเขาก็บินขึ้นไปนั่งอยู่บนเรือเหาะ
เรือลำใหญ่บินสูงตระหง่านตาห้าลำ ได้พุ่งตรงไปยังเมืองชิงหู่
ลำแรกคือลำที่ลู่เซียนและเหล่าาุโพำนัก หวังเหยาก็อยู่บนลำนี้
ภายในห้องพักบนเรือลำแรก ลู่เซียนและเหล่าผู้าุโกำลังนั่งปรึกษาหาลือกัน ส่วนหวังเหยา เขานั่งหลับตาทำจิตให้สงบอยู่บนหัวเรือ
"ท่านเ้าหุบเขา..ปีนี้ศิษย์ของเรา มีระดับชำนาญค้อนข้างน้อย การแข่งขันในปีนี้ ต้องส่งออกไปสองคน..ไม่ทราบว่าท่านมีในใจแล้วหรือไม่...าุโจิ๋วหงส์กล่าวถามไปยังลู่เซียน
"คนเดียวก็เกินพอแล้ว...ลู่เซียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เป็ศิษย์คนไหนกัน..จิ๋วหงส์เมื่อได้ฟังคำตอบนาง จึงเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
"ศิษย์ข้าเอง..ลู่เซียนกล่าว
"แต่...แต่ศิษย์ท่านคนนี้ ยังไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้มาก่อน มีดดาบไร้หูตา ข้าเกรงว่า...
"เกรงว่าอันใด...าุโจิ๋วหงส์พูดยังไม่จบ ลู่เซียนก็เอ่ยขึ้นตัดบทาุโจิ๋วหงส์
"ศิษย์ข้า...ข้าย่อมรู้ขีดความสามารถของเขา หรือเ้าสงสัยการตัดสินใจข้าอย่างนั้นหรือ..!!!
"ท่านเ้าหุบเขาพูดเกินเลยแล้ว..ข้าหาได้มีความสงสัยต่อการตัดสินใจท่าน...จากนั้นบรรยากาศภายในห้องพักก็เงียบไป
ลู่เซียน เมื่อยามที่นางอยู่ต่อหน้าเหล่าาุโ กิริยาท่าทางของนางนั้น เ็าไร้ใจ อำมหิตเด็ดขาด
แต่เมื่ออยู่กับศิษย์ของนาง ไม่ว่าจะเป็ไป๋หลาน หรือ หวังเหยา นางกลับมีกิริยาท่าทางที่อ่อนโยน อย่างกับคนละคน
การเดินทางไกล ผ่านไปแล้วสามวัน เมืองชิงหู่อยู่ไม่ไกล เดินทางอีกหนึ่งวัน ก็จะถึงที่หมายแล้ว
ตลอดการเดินทางหวังเหยานั่งอยู่บนหัวเรือไม่ได้ไปไหน ลู่เซียนเดินออกมาจากที่พัก นางมองไปที่หวังเหยา แล้วเดินเข้ามาหาเงียบๆ
"กำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ ศิษย์ข้า...น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโอนกล่าวถามขึ้นมา หวังเหยาได้ยินเสียงนี้ เขาลืมตา ลุกขึ้นยืนหันกลับมามอง แล้วประสานมือคารวะ
"ท่านอาจารย์..หวังเหยาพูดตอบรับ
ลู่เซียนเดินไปหยุดอยู่หัวเรือข้างกายหวังเหยา นางมองไปข้างหน้า จากนั้นก็พูดขึ้น
"ศิษย์ข้าเอ้ย...ปีนี้จะมีการต่อสู้แข่งขันเหมือนทุกๆปี ทั้งสี่มหาขั้วอำนาจ สามารถเสนอศิษย์ของตนได้สองคน เพื่อลงต่อสู้
"แต่ปีนี้ ข้าจะให้เ้าได้ลงสนามเพียงผู้เดียว..ให้เ้าได้เก็บประสบการณ์การต่อสู้..เ้าจะได้เติบโตด้วยตนเอง..ลู่เซียนกล่าวกับหวังเหยา ให้เขาได้เตรียมตัวเตรียมใจ
หวังเหยาเพียงน้อมรับคำสั่งเงียบๆเท่านั้น.. ราตรีมาถึง ฝากฟ้ายามนี้เต็มไปด้วยหมู่ดาว เมื่อเห็นเช่นนั้น หวังเหยาก็หวลนึกถึงยอดดวงใจของเขาขึ้นมา
"เห้อออ....เขาถอนหายใจ แล้วพรึมพลัม
"น้องหญิง...รอข้า...รอข้าอีกไม่นาน เมื่อเข้าแข่งแกร่งขึ้น เมื่อนั้น
จะจะไปเยือนอาณาจักรโต่วเหลียง...!!!