หลี่จิ้งถิงบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกในใจคืออะไรเมื่อเห็นแม่สื่อหม่าเดินทางมาหานางที่หมู่บ้าน นางบอกว่าได้รับการไหว้วานจากท่านเ้าเมืองให้มามอบของขวัญและขอวันเดือนปีเกิดของหลี่จิ้งถิงเพื่อนำไปเสี่ยงทาย
แม่สื่อหม่ามิได้สนใจสีหน้าแปลกประหลาดของเด็กหญิงนางพร่ำพูดถึงแต่เื่ความโชคดีของหลี่จิ้งถิง ที่กำลังจะกลายมาเป็ฮูหยินคนใหม่ของท่านเ้าเมืองและหันไปพูดเสียงกลั้วหัวเราะกับท่านยายจูว่า
“ท่านยายท่านเองก็กำลังจะได้ดิบได้ดีตามหลานสาวไปด้วย ต่อไปก็คงได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ เสพสุขมีสาวใช้คอยปรนนิบัติ ไม่ต้องลงมือหยิบจับอะไร”
ท่านยายจูที่ตอนแรกยังรู้สึกงุนงงพอได้ฟังจุดประสงค์ของแม่สื่อหม่าก็บังเกิดความไม่พึงพอใจอย่างมากยิ่งได้เห็นแววตาของแม่สื่อหม่าที่มองหลี่จิ้งถิงราวกับมองชิ้นเนื้อติดมันชิ้นหนึ่งก็ยิ่งรู้สึกไม่เหมาะที่จะให้อีกฝ่ายรั้งอยู่นาน
“แม่สื่อหม่าไม่จำเป็ต้องพูดเอาอกเอาใจข้าหรอกหลานสาวของข้าคนนี้เพิ่งจะอายุสิบสอง ยังไม่ถึงวัยเหมาะสมที่จะออกเรือนดังนั้นเื่การสู่ขอทาบทามในวันนี้ น่าจะไม่เกี่ยวข้องกับนางเลยสักนิด”
แม่สื่อหม่าหัวเราะเบาๆ คล้ายไม่ใส่ใจ
“ตอนนี้ยังไม่ถึงวัยที่เหมาะสมแต่กว่าขั้นตอนการสู่ขอจะเสร็จเรียบร้อย นางก็คงโตขึ้นมากแล้วในเมื่อท่านเ้าเมืองให้เกียรติและพึงใจในตัวนางข้าเองก็อยากจะเชื่อมวาสนาให้พวกเขาทั้งสองดังนั้นข้าคิดว่าท่านยายก็ไม่ควรจะยื่นมือเข้ามาขัดขวางนะเ้าค่ะ”
“แม่สื่อหม่าไม่คิดเลยหรือว่าคำพูดของท่านเมื่อครู่จะถือเป็การเสียมารยาทต่อท่านยายจูมากเกินไปท่านยายถือเป็คนในครอบครัวของข้า หากข้า้าจะแต่งงานออกเรือนก็ต้องท่านยายพยักหน้าเห็นด้วยเสียก่อน ในเมื่อวันนี้ทุกคำพูดและการกระทำของท่านล้วนแล้วแต่ไม่เหมาะสมทั้งสิ้นข้าคิดว่าการสนทนาของพวกเราก็ควรจะสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้เ้าค่ะ”
หลี่จิ้งถิงรู้สึกโกรธที่อีกฝ่ายล่วงเกินท่านยายจูจึงตัดสินใจจบบทสนทนาลงอย่างทนไม่ไหว และเอ่ยปฏิเสธแม่สื่อหม่าไปตรง ๆต่อหน้าให้เด็ดขาดไปเลย
ทางด้านแม่สื่อหม่าเองก็รู้สึกโกรธเกรี้ยวด้วยเช่นกันนางไม่คิดว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อย่างหลี่จิ้งถิงจะกล้าพูดหักหน้านางออกมาตรง ๆเช่นนี้ แน่นอนว่าแม่สื่อมากประสบการณ์เช่นนาง ย่อมไม่ยอมแพ้จากไปอย่างง่าย ๆด้วยเช่นกัน
“คุณหนูหลี่ท่านคิดว่าท่านเ้าเมืองจะยอมให้สตรีผู้หนึ่งมากระทำการหยามน้ำหน้าเขาได้รึดีชั่วอย่างไรเขาก็เป็ผู้มีอำนาจคนหนึ่ง การที่เขาให้เกียรติเ้าด้วยการสู่ขอตามหลักสามหนังสือหกพิธีการอย่างไม่ขาด เ้ากลับกล้าปฏิเสธความหวังดีของเขาคิดว่าเหมาะควรแล้วหรือ”
แม่สื่อหม่าพูดมาถึงตรงนี้ก็แค่นเสียงเยาะ“วันนี้เ้ากล้าไล่ตะเพิดข้า คิดหรือว่าวันหน้าจะมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้อีกหากไม่ชมชอบการพูดจากันดี ๆ เช่นนั้นบางที... ข้าก็อาจจะต้องเปลี่ยนวิธีจับมัดพาตัวเ้าขึ้นเกี้ยวแต่งเข้าประตูข้างเป็อนุภรรยาเลย ดีหรือไม่”
ท่านยายจูก้าวเข้าไปยืนขวางหน้าระหว่างแม่สื่อหม่ากับหลี่จิ้งถิง พลางะโขึ้นด้วยความโกรธจัด
“พูดจาเหลวไหลบ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง ทางการจะปล่อยให้เ้าประพฤติตัวเลวทรามได้งั้นหรือ”
แม่สื่อหม่ามีสีหน้าไม่แยแส“ท่านเ้าเมืองก็คือกฎ หากเื่นี้เขาตัดสินใจว่าถูกยังจะมีผู้ใดกล้าลังเลสงสัยอีกงั้นรึ ถ้าคิดจะแข็งขืนไม่ยินยอมโอนอ่อนผ่อนตามเกรงว่าคงไม่ต้องบอกเ้าหรอกนะว่า คนที่อยู่เื้ัข้ามีมากมายหลายร้อยวิธีการที่จะทำให้พวกเ้าไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขอีกเลย”
“เห็นแก่ตัวที่สุดเ้าไม่คิดเลยหรือว่า การบังคับให้เด็กหญิงที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลานเ้าไปแต่งงานกับบุรุษที่อยู่ในวัยแง้มฝาโลงนั้น มันเหมาะสมแล้วอย่างงั้นหรือ”ท่านยายจูตะเบ็งเสียงใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ยอมอดกลั้น
แม่สื่อหม่าพูดกลั้วหัวเราะ“ท่านยาย ข้ารู้ว่าท่านรักหลานสาว แต่ว่าต่อให้ท่านจะโวยวายเรียกหาความยุติธรรมแค่ไหนท่านก็เป็เพียงแค่ชาวบ้านตัวเล็ก ๆ เท่านั้นนะ อย่าลืมความจริงข้อนี้ไปเล่า”
หลี่จิ้งถิงดึงมือท่านยายจูไว้พร้อมหันมากล่าวกับแม่สื่อหม่า ด้วยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์
“วันนี้ท่านกลับไปก่อนเถอะข้ากับท่านยายไม่มีสิ่งใดจะพูดกับท่านแล้ว”
“ข้าให้เวลาเ้าอีกสิบวันหลังจากนี้ข้าจะกลับมาเอาคำตอบ”
พอบรรลุวัตถุประสงค์แล้วแม่สื่อหม่าก็เดินหันหลังจากไปทันที
คล้อยหลังที่แม่สื่อหม่าจากไปไม่นานท่านยายจูก็เข้ามาสวมกอดหลี่จิ้งถิง พลางร้องไห้โฮออกมาทันทีอย่างรู้สึกอัดอั้นตันใจเื่ราวดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว หญิงชราจะยังไม่แจ่มแจ้งอีกหรือว่าพวกนางไร้ซึ่งหนทางที่จะต่อสู้หรือขัดขืนได้เลย
“ถิงเอ๋อร์ต่อไปพวกเราจะทำยังไงกันดี”
หลี่จิ้งถิงก็คิดเห็นตรงกับท่านยายจูดูทีว่าทางรอดของนางจะถูกปิดกั้นจนอับจนไปหมดแล้ว เด็กหญิงกล่าวเสียงเอื่อย ๆกับหญิงชราว่า
“ขอเวลาให้ข้าคิดดูสักหน่อยเ้าค่ะหากคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาได้แล้ว ข้าค่อยนำมาปรึกษากับท่านยายดูอีกที”
หลี่จิ้งถิงไม่รู้ตัวเลยว่าถ้อยคำที่นางเอ่ยออกไปนั้น กำลังทำหน้าที่กล่อมและโน้มน้าวใจท่านยายหรือตนเองกันแน่
ท่านยายจูเห็นหลี่จิ้งถิงนั่งจมจ่ออยู่ในภวังค์ความคิดเงียบๆ แค่เพียงวันเดียวเท่านั้น ในวันต่อมานางก็ออกเดินทางจากบ้านไปยังร้านขายผ้าในเมืองตามปกติเด็กหญิงทำตัวประหนึ่งว่า ไม่ใช่ตนเองที่กำลังประสบเหตุเภทภัยอยู่
ชาวบ้านทั้งหลายจากที่เคยช่วยเหลือซึ่งกันและกันยามนี้กลับไม่มีใครกล้าออกหน้า ยื่นมือมาให้คำปรึกษาเลยสักคน ไม่น่าเชื่อว่าผู้คนที่เคยหวังดีเป็ห่วงเป็ใยกันแต่พอถึงคราวต้องเผชิญหน้ากับพลังของผู้มีอำนาจชั่วช้า ทุกคนต่างก็พากันหันหน้าหนีเปลี่ยนกลายเป็คนใจไม้ไส้ระกำขึ้นมาในบัดดล
นอกจากนั้นชาวบ้านบางคนยังถึงขนาดพูดเกลี้ยกล่อมลอย ๆ อย่างตั้งใจจะให้ผ่านหูหญิงชราว่า
“เฮ้อเื่ราวก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าคิดว่ายอมโอนอ่อนผ่อนตามท่านเ้าเมืองไปดีกว่าถึงยังไงฝ่ายนั้นก็ยินดีตบแต่งนางตามพิธีการ”
“นั่นนะสิหากถึงวันที่แม่สื่อหม่ากลับมาเอาคำตอบ ถ้านางยังยืนกรานจะปฏิเสธอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะนำพาความเดือดร้อนมาถึงพวกเราหรือไม่”
ท่านยายจูได้ยินดังนั้นก็ส่งสีหน้าไม่เป็มิตรให้กับอีกฝ่ายก่อนจะหันไปหยิบไม้คานหาบน้ำขึ้นมาถือ พลางพูดตวาดฝ่ายนั้นทันที
“ฮึ่มหากใครยังขืนกล้าพูดพล่อย ๆ อีก ข้าจะตีให้ตายเลยคอยดู”
อีกฝ่ายเห็นสีหน้าท่าทางคับแค้นใจของท่านยายจูแล้วก็ดึงแขนเสื้อกันไปมาก่อนจะรีบหันหลังหนีไปอย่างรวดเร็ว
พอไล่คนพวกนั้นจากไปได้แล้วท่านยายจูที่เคยวางท่าเอะอะโวยวายเมื่อครู่ ก็หันไปมองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอยพลางครุ่นคิดว่า ‘ไม่รู้ป่านนี้ถิงเอ๋อร์จะวางแผนรับมือไปถึงไหนแล้ว’
ที่จริงนับั้แ่แม่สื่อหม่ามาหาหลี่จิ้งถิงเพื่อพูดคุยเื่ทาบทามสู่ขอในวันนั้นวันต่อมานางก็ได้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้เถ้าแก่ร้านของนางฟังอย่างละเอียด
“ในเมื่อเป็เช่นนี้เ้าหาโอกาสหลบหนีไปก่อน หากเื่ราวจบลงแล้ว ค่อยหวนกลับมาดีหรือไม่”เถ้าแก่โจวเสนอแนะอย่างไม่ลังเล
“ไม่ได้เ้าค่ะ”หลี่จิ้งถิงส่ายหน้าพลางโบกมือ “ข้าคิดว่ายังไม่ทันจะได้พ้นประตูเมืองข้าก็คงจะถูกลากตัวกลับมาแล้ว”
ในเมื่อแม่สื่อหม่ากล้าให้เวลานางตัดสินใจก็คงจะมั่นใจอยู่แล้วว่า หลี่จิ้งถิงไม่มีโอกาสที่จะหลบหนีอย่างแน่นอนยามนี้ไม่แน่อาจมีคนคอยซุ่มจับตาดูนางอยู่ห่าง ๆ อย่างระแวดระวังก็เป็ได้
“หากเ้าไม่หนีหรือเ้าจะตกลงทำตามที่นางบอกงั้นหรือ”
“ข้าไม่มีทางตอบตกลงเ้าค่ะ”หลี่จิ้งถิงเอ่ยตอบเสียงแข็ง
“แล้วเ้าจะคิดหาหนทางแก้ไขได้แล้วหรือ”เถ้าแก่โจวที่สังเกตสีหน้าของหลี่จิ้งถิงอยู่ตลอด จับความรู้สึกที่เปลี่ยนไปบนใบหน้าของเด็กหญิงได้
“หรือว่าเ้าคิดออกแล้ว”
หลี่จิ้งถิงพูดพลางยกยิ้มมุมปาก
“ไม่ใช่แค่คิดข้าลงมือหาทางออกให้ตนเองได้แล้วด้วย แต่ไม่รู้ว่าการกระทำเช่นนั้น จะสามารถช่วยข้าแก้ไขปัญหาได้หรือไม่เ้าค่ะ”
เถ้าแก่ร้านนิ่งอึ้งไปชั่วครู่อย่างคนที่ไม่รู้จะจัดการกับนางอย่างไรดี เดิมทีเขาก็เป็แข็งนอกอ่อนในอยู่แล้วที่แท้หลี่จิ้งถิงก็แสร้งนิ่งเฉยไปอย่างนั้น ความจริงแล้วนางก็สามารถดิ้นรนคิดหาหนทางออกได้แล้วจริง ๆ
“เ้ารู้หรือไม่ข้านอนไม่หลับมาสองคืนแล้วเพราะเื่ของเ้า”
หลี่จิ้งถิงมีรอยยิ้มเบิกบานในทันที“จะทำการแสดงก็ต้องให้สมจริงสมจังหน่อยสิเ้าค่ะ ผู้คนภายนอกที่ดูอยู่ เขาจะได้เชื่อ”
เถ้าแก่โจวหลุดหัวเราะออกมาอย่างทนไม่ไหวขณะกำลังจะอ้าปากพูดสำคัญกับหลี่จิ้งถิงต่อ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเถ้าแก่เสิ่นเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง
“ได้ยินมาว่าแม่หนูร้านเ้ากำลังจะมีข่าวดีงั้นรึ เฮ้อถ้าเป็จริงก็นับได้ว่าเป็ข่าวร้ายของท่านนะ เถ้าแก่โจวต่อไปเื่การค้าถุงหอมของร้านเ้า ก็คงจะขาดกุนซือคนสำคัญไปเลยสินะ”เถ้าแก่เสิ่นแสร้งพูดอย่างคนไม่รู้เื่รู้ราว
“เหตุใดพอมีข่าวดีแล้วเื่กิจการถุงหอมข้าถึงต้องวางมือด้วยเล่า”หลี่จิ้งถิงเงยหน้าถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ท่านเ้าเมืองคงไม่ยอมให้ฮูหยินของเขามาทำงานในร้านขายผ้าอีกแล้วนะสิเป็สตรีก็ควรจะอยู่เหย้าเฝ้าเรือนปรนนิบัติสามีถึงจะถูกไม่รู้ว่าจะมาเสนอหน้าแข่งขันกับบุรุษไปทำไม”
เดิมทีหลี่จิ้งถิงก็พูดหยั่งเชิงอีกฝ่ายไปอย่างนั้นคิดไม่ถึงว่าการพูดหยั่งเชิงเล็ก ๆ ของนางจะช่วยคลายปมที่น่าสงสัยบางประการออกมาได้
“ที่แท้เป็ฝีมือของท่านงั้นรึ”หลี่จิ้งถิงถามตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม
“ไม่...”เถ้าแก่เสิ่นส่ายหน้าคล้ายไม่ใส่ใจ จากนั้นก็หัวเราะแล้วก็พูดต่อว่า
“ไม่เป็ไรไม่ต้องมาขอบคุณข้าหรอกนะ ฮาฮ่าฮ่า เื่เล็ก ๆ แค่นี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าเลยสักนิด”
หลี่จิ้งถิงพูดตอบอย่างยโสโอหังว่า“ไม่ได้สิเ้าค่ะ ในเมื่อวันนี้ข้าได้แล้วรู้แล้วว่าเป็ผู้ใดสร้างเื่เดือดร้อนให้ข้า แล้วจะให้ข้านิ่งเฉยไม่ตอบแทนท่านอย่างสาสมได้เช่นไรแต่ว่าค่าตอบแทนบางอย่าง ข้ากลัวท่านจะรับไม่ไหวจริง ๆ”
เถ้าแก่เสิ่นได้ยินประโยคนี้แล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็เ็าขึ้นเรื่อย ๆ
“ฮึ เื่เช่นนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร”
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อุปสรรคมันเยอะดี ก็อุปสรรคมันเยอะ เกิดเป็นางเอกต้องอดทน ^^
ฝากกด
กดติดตาม กดเพิ่มเข้าชั้นเพื่อเป็กำลังให้เสี่ยวถิงกับคนเขียนด้วยนะคะ