“โอ้! ปริญญาโทเหรอ แล้วเรียนอะไรล่ะโฆษณางั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ครับ ผมจบคณะบริหารธุรกิจ”
“เหมือนได้ยินว่าจบจากมหาวิทยาลัย S นี่ อาจารย์ที่ปรึกษาเป็ใครล่ะ”
“ศาสตราจารย์พักจีวอนครับ”
“ศาสตราจารย์พักงั้นเหรอ สอนการตลาดใช่ไหม อ้าว?งั้นก็เป็รุ่นน้องสายตรงของหัวหน้าส่วนคิมน่ะสิคุณรู้ด้วยเหรอว่าหัวข้อการประชุมเกี่ยวกับบริษัท J Card”
จงชานแอบเดาะลิ้น ฟังผิวเผินประโยคดังกล่าวคล้าย้ายกยอปอปั้นซึงฮยอนแต่ไม่ใช่เลยสักนิด CMO แค่ลองหยั่งเชิงดูว่าพนักงานฝึกหัดหน้าใสกิ๊งคนนี้ก้าวเข้ามาในบริษัทภายใต้การชักใยของผู้จัดการส่วนคิมหรือเปล่าหากเป็เช่นนั้นจริงก็แสดงว่าจงชานเปลี่ยนใจ หันมาสร้างเส้นสายภายในบริษัทเท่ากับเริ่มเป็ภัยคุกคามแล้วสินะ
“ครับ ผมเห็นรายงานการประชุมระหว่างถ่ายเอกสารเมื่อครู่นี้ครับอันที่จริงได้ยินจากปากหัวหน้าส่วนมาคร่าวๆแล้วว่าเป็โปรเจ็กต์แบบไหนแต่ไม่รู้ว่าการประชุมวันนี้เป็หัวข้ออะไร”
จงชานแค่อยากบอกให้ซึงฮยอนรู้คร่าวๆว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างแต่คิดไม่ถึงว่าจะลงลึกถึงขั้นขอคำปรึกษาไปซะได้มาคิดๆดูแล้ว ที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่างบประมาณไม่พอนั่นไม่ใช่คำพูดเสียเปล่าแต่อย่างใด
คำตอบแสนจริงใจของซึงฮยอนไม่ได้สร้างความหงุดหงิดให้เ้านายอย่างเขาตรงกันข้ามกลับได้รับรอยยิ้มกว้างจาก CMO รวมถึงหัวหน้าคนอื่นๆ
นานแล้วที่ไม่ได้เห็นพนักงานน้องใหม่ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง
“ถ้างั้นฝากหัวหน้าส่วนคิมช่วยดูแลพนักงานฝึกหัดที่แสนเฉลียวฉลาดคนนี้แล้วร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาให้ดีที่สุดนะ ต้องเสร็จก่อนศุกร์นี้”
“ครับ”
เมื่อ CMO ลุกขึ้น หัวหน้าทีมชเวก็เดินประกบหลังตามไปติดๆส่วนหัวหน้าทีมวิจัยการตลาดและทีม IMC ก็พากันเข้ามาเกาะแข้งเกาะขาจงชานพร้อมกับอ้อนวอนในทำนองว่า“จะไม่เปลี่ยนอะไรอีกใช่ไหม ตกลงจะผลักดันแบบนั้นต่อไปเหรอช่วยรับปากว่าใช่หน่อยเถอะ ขอร้อง!”
“เอาเถอะ ทำงานหนักแค่พุธนี้ก็พอ เดี๋ยวผมรับผิดชอบเองหลังจากนั้น”
“ผมเชื่อใจคุณจริงๆนะเดี๋ยวพวกผมจะรีบเขียนแผนงานกันั้แ่วันนี้เลย ดีไหม?”
“ก็เห็นพูดแบบนี้ทุกครั้ง โอ๊ะ! คุณซึงฮยอน มาหาผมหน่อย”
“ครับ”
เนื่องจากไม่ชอบกลิ่นเหม็นอับของพื้นที่ปิดซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนซึงฮยอนจึงเดินไปเปิดหน้าต่างและจัดเก้าอี้ให้เข้าที่เข้าทางอย่างขยันขันแข็งจงชานอยากบอกอีกฝ่ายเหลือเกินว่าไม่จำเป็ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ทว่าการทำงานหนักเหมือนวัวโดยไม่พักก็เป็ชะตากรรมที่จงชานหลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกันเ้าตัวเลยได้แต่ปล่อยไว้แบบนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่คนขยันอันดับหนึ่งอย่างเขาสมควรห้ามปรามอะไรได้
“นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดในบริษัทโฆษณาไม่ว่าจะเป็พนักงานฝึกหัดหรือพนักงานสัญญาจ้างคุณก็สามารถริเริ่มสร้างสรรค์งานของตัวเองได้”
นั่นเป็คำพูดที่ออกจะเกินจริงไปหน่อยอันที่จริงซึงฮยอนไม่มีส่วนช่วยอะไรในงานนี้เลย...
“แต่มันก็เป็จุดที่แย่ที่สุดเช่นกันเพราะสุดท้ายคนที่ได้รับคำชมไปเต็มๆคือคนตำแหน่งสูงๆ รู้ไหมว่าผมหมายถึงอะไรทั้งที่เป็ไอเดียของคุณซึงฮยอน แต่คนกลับคิดว่าเป็ไอเดียของผมมองในมุมกว้างกว่านั้น จะคิดว่าเป็ไอเดียของ CMOหรือของบริษัทด้วยซ้ำ การที่ผมให้คุณเข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้ไม่ได้รับประกันว่าคุณจะถูกจ้างงานในอนาคตแล้วคุณซึงฮยอนยังอยากเข้าร่วมอยู่หรือเปล่า”
“ผมไม่คิดมากกับเื่นั้นเลยครับแต่ที่ผมกังวลคือ...หัวหน้าส่วนคิมเป็คนเสนอให้ผมเข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้ถ้าผมเกิดทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา หัวหน้าส่วนอาจต้องรับผิดชอบ...”
พอได้ยินคำพูดอ้อมแอ้มของซึงฮยอนจงชานก็หัวเราะร่วนราวกับเห็นเป็เื่ตลก
“จำที่ผมพูดคราวก่อนได้ไหม เ้านายมีไว้เพื่อการนี้ไม่ใช่หรือไงในเมื่อได้เงินเดือนสูงกว่าก็ต้องแบกรับความเสี่ยงและความรับผิดชอบ”
“อ๋อ...”
“แล้วก็...ผมไม่เหมือนกับคนอื่นคุณคิดว่าผมจะปล่อยให้งานที่ตัวเองต้องรับผิดชอบออกมาแย่งั้นเหรอ”
คำพูดนี้ซาบซึ้งกินใจยิ่งกว่าคำคมเชิงปรัชญาใดๆเสียอีกนั่นสินะ จงชานคงจับตาดูทุกสิ่งทุกอย่างแบบใกล้ชิดและรีบแก้ไขก่อนจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
ซึงฮยอนพยักหน้ารับหงึกหงัก แล้วต่อไปเขาต้องทำงานล่วงเวลาจนหืดขึ้นคอด้วยหรือเปล่านะแต่นับว่าโชคดีที่เขาสามารถกินมื้อเย็นในบริษัทได้เลยช่วยประหยัดค่าครองชีพได้อย่างเหมาะเจาะลงตัวต่างจากเมื่อก่อนที่กินไปพลางแอบชำเลืองไปพลางว่าจะมีใครเห็นหรือเปล่าขณะกำหมัดร้องเย้พลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย อยู่ๆจงชานกลับดึงข้อมือของซึงฮยอนเอาไว้
“...ผมคงออกแรงมากไปหน่อยสินะ”
แทนที่จะจับเบาๆอย่างอ่อนโยนแต่เมื่อสักครู่จงชานกลับกดข้อมือของซึงฮยอนลงกับเก้าอี้แรงเกินไปเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายลุกหนีจนป่านนี้รอยดังกล่าวยังปรากฏอยู่...แม้เป็วิธีรั้งที่ผิดพลาดแต่พนักงานฝึกหัดกลับไม่กล้าบอกเ้านายตรงๆ
“ไม่เป็ไรครับ”
ซึงฮยอนลูบข้อมือป้อยๆพลางยิ้มอย่างเคอะเขินว่าไม่เป็ไร
“อ้อ...คงเป็เพราะผิวขาวเลยเห็นชัดน่ะครับ”
“...งั้นเหรอ”
จงชานถอนหายใจแล้วเบือนหน้าจังหวะนั้นชายหนุ่มแอบหลุบตามองซึงฮยอนที่ก้มหน้าก้มตาถูข้อมือผอมแห้งของตัวเองเขาชักเข้าใจสิ่งที่ยูซองออกปากชมขึ้นมาหน่อยๆแล้ว
ลูกหมานุ่มนิ่มสีขาว
คำพูดนี้ถูกต้องจริงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์จงชานที่แอบมองใบหน้าอ่อนหวานน่ารักของซึงฮยอนเกาปลายจมูกก่อนแสร้งทำเป็จัดรายงานการประชุมต่อไม่ใช่เวลามาคิดเื่ไร้สาระ เพราะมีงานต้องทำกองเป็ูเาเลากา
********************
“หัวหน้าส่วนคิม!จะดำเนินงานเหมือนที่พูดเมื่อกี้เลยหรือเปล่าครับ”
“ก็อาจจะ...พรุ่งนี้ส่วนผลิตสื่อโฆษณามีคิวงานอะไรบ้างดูเหมือนเราต้องส่งสตอรีบอร์ดให้ลูกค้า”
“ดูทรงแล้วคงไม่ใช่งานกล้วยๆอย่างแค่คิดแล้วเขียนสตอรีบอร์ดขึ้นมาใหม่สินะครับพรุ่งนี้...นอกจากเช็ดหน้าให้พวกนายแบบนางแบบไปจนถึง่สายก็ไม่มีอะไรพิเศษอีก...น่าจะไปช่วยเขียนสตอรีบอร์ดได้ใน่บ่ายงั้นวันนี้เราเลิกงานกันเลยดีไหมครับ”
“ตามนั้นก็ได้”
“โอ้ๆ ส่วนวางแผนฯ ของเราจะไปดื่ม วันนี้ว่างหรือเปล่าพอดีหัวหน้าทีมสามจะลาออกอาทิตย์หน้าน่ะคุณซึงฮยอนถ้าวันนี้ไม่มีงานแล้วก็ไปกินข้าวด้วยกันสิ เราจะไปกินเนื้อฮันอู[1]กัน”
เนื้อฮันอูเหรอ...
เมื่อดวงตาของซึงฮยอนเป็ประกายวิบวับผู้ช่วยผู้จัดการของส่วนผลิตสื่อโฆษณาก็ขำก๊ากออกมาราวกับเอ็นดูในความน่ารักจงชานเองก็เอื้อมมือออกไปหมายจะลูบผมซึงฮยอนด้วยทว่าอยู่ๆจียอนกลับโผล่พรวดมาข้างหลัง จงชานจึงรีบชักมือกลับพร้อมกับทำหน้าเจื่อน
ไม่มีใครว่าอะไร ไม่ใช่ว่ามีคนเห็น เขาก็แค่ขัดๆเขินๆไปเองเท่านั้นนับั้แ่...ที่คิดว่าซึงฮยอนเหมือนลูกหมาไม่ว่าอีกฝ่ายทำอะไรก็ดูเหมือนลูกหมาไปซะหมด
“สวัสดีค่ะ! อ้าว...ซึง! รู้หรือยัง วันนี้หัวหน้าทีมของฉันจัดงานเลี้ยงฉลอง ทุกคนในส่วนวางแผนฯจะมากันครบเลย”
“เพิ่งรู้เมื่อกี้เอง”
“แล้วนายจะไปไหม เนื้อฮันอูเชียวนะ! เนื้อฮันอู!”
“นี่ซอจียอน พอหัวหน้าทีมของพวกเธอบอกจะลาออก ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ”
“แหม ก็หัวหน้าทีมเป็อิสระแล้วย้ายไปอยู่ในที่ที่ดีกว่าไม่ใช่เหรอนับว่าดีจะตายเนอะ”
“แล้วหัวหน้าส่วนคิมล่ะ น่าจะยุ่งใช่ไหมครับ”
จงชานอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีอันที่จริงชายหนุ่มเตรียมปฏิเสธอยู่แล้วแต่ทำไมอีกฝ่ายดูมั่นอกมั่นใจนักล่ะว่าเขาคงไม่ไปร่วมงานเลี้ยงสร้างสรรค์แบบนี้แน่ถึงจะถูกต้องก็เถอะ แต่มันค่อนข้างเกินไปหน่อยหรือเปล่าระหว่างที่ชายหนุ่มเตรียมพูดว่า “ผมยุ่งน่ะ คงไปยากสักหน่อย” เหมือนทุกครั้งเขาก็บังเอิญหันไปสบตากับซึงฮยอนเข้าพอดี
“หัวหน้าส่วนคิมไม่ไปด้วยกันเหรอครับ”
เด็กหนุ่มผิวขาวเอ่ยถามพลางกะพริบตาช้าๆ
“ปะ...ไปสิ”
เขาไม่ได้ตั้งใจตอบแบบนี้เลยสักนิดแต่ครั้นได้สบดวงตาสีดำสนิทตรงหน้า คำตอบรับว่า “ไป” กลับหลุดออกมาเองราวกับถูกมนตร์สะกดทำให้ผู้ช่วยผู้จัดการของส่วนผลิตสื่อโฆษณาและจียอนหน้าเหวอและพยายามทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ต่างจากซึงฮยอนที่ตอบอย่างดีใจว่า “ครับ”ส่วนจงชานพยายามควบคุมอกซ้ายที่กำลังเต้นผิดจังหวะ
มันแปลกเข้าขั้นวิกฤตมาั้แ่เมื่อกี้แล้ว
********************
[1] หนึ่งในสายพันธุ์วัวพื้นเมืองของเกาหลีที่ขึ้นชื่อเื่ความอร่อยเกรดดี