ตอนที่ 4
ผู้ชายที่ลงนั่งฝั่งตรงข้ามคนทั้งหมดถูกชุมสายแนะนำตัว ว่าคือเ้าของบ้านหลังนี้ และคือเ้าของชื่อ ‘นาม’ที่เรียกหาแต่แรก เขาหล่อสมบูรณ์แบบเกินกว่าที่จอมพธูคาดคำนึงไว้ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่ง แม้ยามนั่ง ยังเห็นว่าตัวตรง อกผายไหล่กว้างอย่างนักกีฬายิ่งเครื่องหน้านั้นลงตัวทั้งคิ้วดกเข้ม พาดเหนือดวงตาคมจมูกโด่งเป็สันเหนือริมฝีปากหยักหนาอิ่ม่กรามทั้งสองข้างไว้เคราเขียวครึ้ม ยิ่งรอยผ่าเล็กๆตรงกลางคาง กลายเป็เสน่ห์ชวนมอง
ทว่าบนความหล่อเหลาจากการประเมินด้วยสายตา...กลับพบรอยยิ้มเพียงบางๆ ราวกับไม่ต้อนรับแขกหากจอมพธูก็ยังมองโลกในแง่ดี คิดว่าเขาอาจจะมีอารมณ์ตกค้างจากการทะเลาะวิวาทกับผู้ชายอีกคน ที่เพิ่งออกจากบ้านไปพักใหญ่
“ผมแนะนำตัวเองอีกครั้งนะครับ...ชื่อผมเต็มๆคือ‘คุณนาม’ไม่ใช่นามเฉยๆ”
จอมพธูหลิ่วตามองเพื่อนหากรายนั้นกลับ ‘นิ่ง’ ไปอย่างกับถูกสะกดจิตดูจะไม่สนใจคำอธิบายชื่อของผู้ชายตรงหน้า มากกว่ารูปกายภายนอกของเขาจอมพธูจึงต้องเออออรับคำเสียเอง โดยไม่ลืมสะกิดอานนท์ ให้ระมัดระวังตัวกว่านี้ซึ่งเหมือนจะลืมตัว ว่าต้องเก๊กแมนตามตกลง
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่เสียมารยาท เรียกชื่อคุณสั้นๆ”
เมื่ออานนท์รู้ตัวว่าสายตากำลังจับจ้องเ้าของบ้านเกินกว่าปกติเขาจึงรีบกลบเกลื่อนด้วยการแนะนำตนเองและตัวหญิงสาว ซึ่งนั่งข้างกัน
“ผมชื่ออานนท์นะครับที่คุยกับคุณเมื่อวาน ส่วนคนนี้ชื่อจอมพธู เป็ผู้ช่วยผม”
คุณนามชี้ไปที่หญิงสาว สายตามีคำถามพลางอึกอัก “เมื่อวานผมจำได้ว่า ยื่นข้อเสนอไว้เื่ที่ไม่้า...เอ่อ...”
“ไม่้าผู้หญิงน่ะเหรอคะ”
จอมพธูนึกฉุนจนต้องต่อคำให้หากอานนท์ก็รีบพูดดักคอ เนื่องจากกลัวจะเสียแผนอย่างที่หล่อนตั้งใจแต่แรก “คืออย่างนี้ครับคุณนามผมทำงานคนเดียวไม่ได้หรอกครับ จำเป็ต้องมีผู้ช่วยยังไงลองมองข้ามเื่ของเพศหญิงหรือชายออกไปก่อนนะครับผมว่าลองคุยกันเื่เนื้องานที่คุณนามจะว่าจ้างดีกว่าครับ”
จอมพธูจึงเลือกที่จะยิ้มกลบเกลื่อนความหมั่นไส้ผู้ชายตรงหน้าด้วยการยื่นแฟ้มงานสองเล่มขนาดใหญ่ ส่งให้ลูกค้าดู
ชุมสายหยิบไปหนึ่งเล่มเปิดออกอย่างสนอกสนใจ เมื่อพบว่าภายในแฟ้มเอกสาร มีผลงานจำนวนไม่น้อยเกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งภายใน ด้วยรูปแบบหลากแนวมีทั้งที่เป็ความทันสมัยอย่างตะวันออกบ้าง อย่างตะวันตกบ้าง หรือจะออกแนวย้อนยุคผลงานเ่าั้ล้วนเข้าตาผู้ที่พลิกรูปไปมาจนอดที่จะออกปากชมไม่ได้
“มืออาชีพครับงานทุกชิ้นในแฟ้ม เป็ผลงานของคุณอานนท์เหรอครับ”ชุมสายเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อคนถูกถามตอบรับชุมสายจึงหันหน้าไปถามเ้าของบ้านตัวจริง “เป็ไงมั่งผมว่าแบบที่นำมาเสนอ เข้าท่าตั้งหลายชิ้น นายสนใจแบบไหน”
ความสนใจและตื่นเต้นที่ชุมสายแสดงออกช่างตรงกันข้ามกับสีหน้าของคุณนามสิ้นเชิง รายนั้นยิ้มเหมือนถูกบังคับขณะเปิดดูแต่ละภาพเหมือนขอไปที...จนกระทั่งหมดเล่ม เขาก็วางมันลงบนโต๊ะหันมามองหน้าผู้นำเสนองาน
“ผมว่าก็เหมือนงานออกแบบทั่วๆไปไม่ใช่ว่าไม่สวยนะครับ แต่เท่าที่ผมดูคร่าวๆ มันยังไม่ถูกใจผมสักเท่าไหร่”
จอมพธูเห็นมาดนิ่งกึ่งไว้ท่าของคนพูดนึกอยากจะถอนตัวเสียจริง ยิ่งท้ายประโยค ลูกค้าหนุ่มหน้าบึ้งตรงหน้าเหลียวมาทางตนยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาลึกๆ
“แล้วคุณนาม้าแบบไหนครับผมกับจอมจะได้ออกแบบตามที่้า”เมื่ออานนท์ตั้งสติได้ ก็พูดคุยแบบชายแท้ไม่มีหลุด
จากนั้นลูกค้าหนุ่มหล่อก็ร่ายยาวถึงความ้าตน โดยลุกขึ้นเดินนำไปสำรวจทุกส่วนของบ้านใจความของเขาบอกถึงแิที่อยากจะตกแต่งบ้านหลังนี้ให้ดูทันสมัยและแปลกตาโดยยึดเื่ของ ‘สีสัน’ เป็หลักในการดึงดูดสายตาแก่ผู้พบเห็น
นักออกแบบหนุ่มจำเป็จึงสั่งให้จอมพธูเป็ฝ่ายจดรายละเอียดที่ลูกค้า้าพอครบถ้วนกระบวนความจึงนำเสนอขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นผมกับจอมขอเวลาคุณสักสามถึงห้าวันจะนำงานที่เป็แบบสำเร็จมาเสนอรวดเดียวเลย ดีไหมครับ”
ครั้นเมื่อขอความคิดเห็น...คุณนามกลับส่ายหน้าแล้วเดินกลับไปที่ห้องโถงเดิมหยิบนิตยสารเกี่ยวกับบ้านเล่มหนึ่งขึ้นมาแล้วพลิกหน้าที่เขา้ายื่นกลับมาให้ผู้ถาม
“ไม่ต้องเสียเวลากลับไปออกแบบใหม่หรอกครับเดี๋ยวคุณสองคนดูแบบจากหน้าที่ผมคั่นไว้ ผม้าแบบนี้”เขาจิ้มลงไปยังหน้าที่มีกระดาษแผ่นเล็กๆคั่นอยู่
จอมพธูจึงคว้านิตยสารเล่มนั้นจากมือเพื่อนรักแล้วมาพลิกดูสามสี่รอบ มองหน้าลูกค้าอย่างไม่แน่ใจ “สรุปคือที่คุณพาเราสองคนเดินไปรอบบ้านตั้งนานสุดท้ายคุณแค่้าให้ตกแต่งคล้ายๆกับตัวอย่างบ้านเล่มนี้ อย่างนั้นเหรอคะ”
คุณนามพยักหน้ารับยิ้มมุมปากแกมหัวเราะ “ใช่สิครับ...ผมอยากได้ตามแบบในหนังสือเอาให้เหมือนหรือไม่ก็ใกล้เคียงที่สุด เื่ราคาผมไม่เกี่ยงแต่ขอให้ทำงานออกมาได้ตรงตามที่คุยกันเป็พอ...หรือว่าคุณสองคนทำไม่ได้ครับ”
ท้ายประโยคเขาจงใจหันมาทางจอมพธูดวงตาสีดำคู่นั้นมีแววล้อกึ่งดูถูกชอบกลทว่าหล่อนก็ระงับความรู้สึกหมั่นไส้เขาเก็บไว้ แล้วกัดฟันตอบ
“ทำได้ค่ะ...ยังไงงานแค่นี้สำหรับเราสองคน ไม่ใช่เื่ยากจนเกินไป”
เขายักไหล่ เลิกคิ้วเป็เชิงท้าทาย “งั้นก็ดีอย่าทำให้มันเลอะเทอะแบบคนก่อนละกัน”
เขาหมุนตัวกลับไปทั้งที่ใบหน้ายียวนมันยังติดตาหล่อนจนเกือบจะเข้าไปคว้าแขน ถามให้มันรู้แล้วรู้รอด ว่าสายตาที่บ่งว่าชังผู้หญิงมันมีเหตุอันใดกัน หากข้อแขนก็ถูกอานนท์รั้งเอาไว้ รายนั้นส่งสายตาตำหนิมาแอบพูดเสียงเบาพอได้ยินกันสองคน
“เก็บอารมณ์หน่อยสิลูกค้าคือพระเ้าไม่ใช่เหรอ”
..............................................................