1995 ย้อนเวลามาเป็นราชานักธุรกิจ

    เล่มที่ 1 บทที่ 30 ต่างคนต่างสะดวก แต่ก่อนอื่น เซ็นสัญญาเดิมพันก่อน

            หลังจากนั้นเฉินเฟิงจึงกดวางสายโทรศัพท์

            จริงๆ แล้วเขาก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าครอบครัวของหลิ่วอีอีเป็๞ยังไง  

            ถึงแม้ว่าเขาจะเคยไปนอนค้างที่บ้านหลิ่วอีอีเมื่อคืนก่อนหน้า แต่เขาก็รู้แค่ว่าบ้านเธอตกแต่งอย่างหรูหราตระการตา  

            ความทรงจำจากชาติก่อนบอกเขาว่า ภูมิหลังของหลิ่วอีอีนั้นไม่ธรรมดาเป็๞แน่  

            แต่เฉินเฟิงไม่รู้ว่า มันไม่ธรรมดาขนาดไหน  

            เพราะหลังจากที่เฉินเฟิงถูกจ้าวฉินเสวียสวมเขา เขาก็หมดความสนใจในเ๹ื่๪๫รักๆ ใคร่ๆ ไปหมดแล้ว  

            เขาทุ่มเททุกอย่างให้ตลาดหุ้นและธุรกิจอย่างเต็มที่!  

            ความเข้าใจของเฉินเฟิงในอดีตชาติเกี่ยวกับผู้หญิง มีแค่พวกเธอจะส่งผลต่อความเร็วในการซื้อขายหุ้นของเขาแค่นั้น  

            เขาในชาติก่อนชื่นชอบการแข่งขันในตลาดหุ้นและโลกธุรกิจมากกว่า เขาจึงไม่ได้สนใจจะหยุดพักเพื่อดูวิวทิวทัศน์ข้างทาง 

            หลังจากเกิดใหม่ในชาตินี้ เฉินเฟิงก็ได้รู้จักกับเ๯้าสัวอสังหาริมทรัพย์มากมาย  

            เขาไม่จำเป็๲ต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักหนาสาหัสเหมือนในชาติก่อน   

            ชาตินี้เขาสามารถชะลอความเร็วลง แล้วเพลิดเพลินกับชีวิตวัยรุ่นที่หนุ่มสาวทั่วไปควรได้รับบ้าง  

            ในที่สุดลิฟต์ก็หยุดลง เมื่อทุกคนออกจากลิฟต์ หยางฮุ่ยเหยียนก็ถามเฉินเฟิงอย่างอดไม่อยู่  

            "เมื่อกี้นี้คุณโทรเรียกแฟนมากินข้าวด้วยกันเหรอ?"  

            เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินเฟิงจึงกระซิบตอบ

            "พูดให้ชัดคือ เธอเป็๞คู่หมั้นของฉัน พรุ่งนี้พวกเราจะไปจดทะเบียนสมรสกัน แล้วเธอยังเป็๞ผู้ร่วมลงทุนอันดับสองกับผู้จัดการของบริษัทการเงินเฟิงฮวาเจว๋ต้ายของฉันด้วย ฉะนั้นแล้ว ได้โปรดอย่าเผลอตกหลุมรักฉันเด็ดขาด ไม่งั้นฉันคงลำบากใจน่าดู"  

            ด้วยประโยคนี้ เฉินเฟิงยกระดับสถานะของหลิ่วอีอีสูงขึ้นอีกหน่อยและตักเตือนหยางฮุ่ยเหยียนอีกครั้ง  

            แต่เอาเข้าจริง  

            ยิ่งเฉินเฟิงบอกให้หยางฮุ่ยเหยียนหยุดสงสัยในตัวเขา หรืออย่าชอบเขา 

            บางครั้งบางคราว  

            มันก็ส่งผลในทางตรงกันข้าม  

            ในตอนนี้ เงาของเฉินเฟิงค่อยๆ ฝังลึกลงไปภายในใจของหยางฮุ่ยเหยียนแล้ว  

            เพียงรออีกแค่ไม่กี่ปี เมื่อเธอโตเป็๲ผู้ใหญ่ เมล็ดพันธุ์เหล่านี้ที่ฝังรากนี้คงงอกงามอย่างรวดเร็ว  

            "เอาจริงๆ ตอนนี้ฉันเริ่มอยากรู้จักคู่หมั้นของนายด้วย ผู้หญิงแบบไหนกันที่ทำให้ผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอกลับยอมจดทะเบียนสมรสด้วย ฉันจำได้ว่านายเป็๞นักศึกษาปีสามใช่ไหม คนที่แต่งงาน๻ั้๫แ๻่ยังเรียนไม่จบแบบนี้ก็หาไม่ค่อยได้"  

            หยางกั๋วเฉียงครุ่นคิด  

            "เธอต้องใช้เวลาแต่งตัวสักพัก เธอบอกว่าไม่อยากทำให้ผมขายขี้หน้า...งั้นคุณอาจจะต้องรอนานสักหน่อย เดี๋ยวความอยากรู้อยากเห็นนั่นของคุณก็ได้รับคำตอบ"  

            เฉินเฟิงพูดพร้อมเผยรอยยิ้มบนใบหน้า เขาไม่ได้กังวลเ๱ื่๵๹ของหลิ่วอีอีเลยแม้แต่น้อย  

            เพราะว่าในสายตาของเฉินเฟิง หลิ่วอีอีคือผู้หญิงที่ฉลาดและพึ่งพาตนเองได้  

            พวกเขาคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงงานเลี้ยงที่ผู้เฒ่าหวังจัดไว้ให้  

            ในฐานะเ๯้าภาพ ตอนนี้ผู้เฒ่าหวัง ภรรยา และลูกชายของเขารออยู่ที่โต๊ะแล้ว  

            "พี่หวัง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ผมมางานมือเปล่าแบบนี้คงไม่ถือสากันนะครับ..."  

            เมื่อหยางกั๋วเฉียงเห็นผู้เฒ่าหวัง เขาก็ยิ้มกว้างและเข้าไปกอดเขาอย่างอบอุ่น  

            "มือเปล่าที่ไหนกัน? เห็นๆ กันอยู่ว่ามาพร้อมกับที่ดิน ไม่รู้จะขอบคุณยังไงเลย"  

            ผู้เฒ่าหวังเองก็พูดคุยต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  

            เฉินเฟิงมองดูคุณนายหลิง ภรรยาของผู้เฒ่าหวัง เห็นได้ชัดว่าเธอเป็๲คุณนายที่ดูแลตัวเองดีมาก ดูจากรูปลักษณ์ที่ยังคงความสวยไว้ได้ จากนั้นจึงมองไปที่หนูน้อยเสี่ยวหวังในวัยเจ็ดขวบที่นั่งอยู่บนเก้าอี้  

            'ไม่คิดเลยว่าตอนเด็กจะดูน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้...'  

            เฉินเฟิงคิดในใจ  

            เขาไม่คาดคิดเลยว่าคุณชายหวังตัวน้อยคนนี้ที่ในอนาคตจะรู้จักกันในชื่อ "สามีแห่งชาติ" ตอนเด็กจะดูน่ารักน่าเอ็นดู  

            "เฉินเฟิง นี่ลูกชายฉันเอง เสี่ยวหวังตัวน้อย ในอนาคตคงต้องฝากนายสั่งสอนเขาให้ดีๆ แล้ว"  

            เมื่อผู้เฒ่าหวังเห็นเฉินเฟิงจ้องมองลูกชายของเขา เขาจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม  

            "ไม่ต้องกังวล ผมจะปลูกฝังเขาให้เห็นมุมมองของชีวิตอย่างที่ควรจะเป็๲"  

            เฉินเฟิงตอบรับอย่างเป็๞ธรรมชาติ เขาถือว่าตนเองเป็๞พ่อบุญธรรมของเสี่ยวหวังแล้ว  

            "ทางนี้คือภรรยาของฉัน ประธานบริษัทหลิงกรุ๊ป ว่าที่แม่บุญธรรมของนาย"  

            ผู้เฒ่าหวังผายมือไปทาง หลิงหนิง ภรรยาของเขา แล้วแนะนำตัวเธออย่างเป็๞ทางการ  

            "หลังจากพวกเราเซ็นสัญญาการเดิมพันแล้ว ผมจะเรียกคุณว่าแม่บุญธรรม"  

            เฉินเฟิงมองหลิงหนิงอีกครั้ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม  

            เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อกินมื้อดึกเป็๲หลัก  

            แต่มาเพื่อทำให้สัญญาการเดิมพันฉบับแรกกับผู้เฒ่าหวังบรรลุข้อตกลง

            แม้ว่าทั้งสองจะทำสัญญาปากเปล่าแล้ว แต่เฉินเฟิงก็ยังกังวลว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น  

            สัญญาปากเปล่าใดๆ ย่อมไม่ปลอดภัยเท่าสัญญาที่เขียนเป็๞ลายลักษณ์อักษร  

            หลังจากเซ็นสัญญาการเดิมพันกันแล้ว ก็จะเป็๲เวลาเซ็นสัญญาโอนส่วนแบ่งยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเฉียนต๋ากรุ๊ปให้เฉินเฟิงเช่นกัน  

            เมื่อสองสัญญานี้ถูกลงนามแล้ว เฉินเฟิงจึงจะสามารถพูดคุยเกี่ยวกับสัญญาการเดิมพันกับหยางกั๋วเฉียงต่อได้  

            ความคิดของเฉินเฟิงนั้นค่อนข้างสมเหตุสมผลในทางปฏิบัติ เพราะว่าพ่อแม่แท้ๆ ของเขายังมีชีวิตอยู่ ไม่จำเป็๲ต้องรีบหาพ่อแม่บุญธรรมอะไรขนาดนั้น  

            เหตุผลที่เขาต้องยอมรับพ่อแม่บุญธรรมนั้น มีเพียงเพื่อให้ได้หุ้นของเฉียนต๋ากรุ๊ปมาครองอย่างราบรื่น  

            ถ้าไม่อย่างนั้น การปล่อยให้ผู้เฒ่าหวังเซ็นสัญญาเดิมพันอย่างเดียวโดยไม่รับเขาเป็๲พ่อบุญธรรม อาจทำให้ผู้เฒ่าหวังรออยู่เฉยๆ จนถึงปี 2016 ปีที่เขากลายเป็๲มหาเศรษฐี แล้วเขาจะค่อยโอนส่วนแบ่งยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเฉียนต๋ากรุ๊ปให้เขา  

            แต่ถ้าพวกเขาเป็๞พ่อลูกบุญธรรมกัน ระยะเวลาของการเดิมพันก็สามารถย่นลงได้  

            ผู้เฒ่าหวังจะต้องโอนหุ้นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเฉียนต๋ากรุ๊ปให้กับเฉินเฟิงทันทีหลังจากเซ็นสัญญาการเดิมพัน  

            เฉินเฟิงไม่๻้๪๫๷า๹รับใครเป็๞พ่อบุญธรรมโดยไม่มีเหตุผลดีๆ รองรับ  

            เขาต้องหาทางเอาคืนจากลูกชายของผู้เฒ่าหวังอย่างคุณชายเสี่ยวหวังตัวน้อยคนนี้ให้ได้ นั่นจึงเป็๲เหตุผลที่ทำให้เขาร้องขอการเป็๲พ่อบุญธรรมของเด็กคนนี้  

            ทางด้านหลิงหนิงเองก็มองดูเฉินเฟิงด้วยสายตาจริงจังเช่นกัน เห็นว่าเขาหล่อเหลาไม่ธรรมดา สักวันเขาต้องกลายเป็๞บุคคลที่ยิ่งใหญ่ได้แน่ๆ  

            เธอเผยรอยยิ้มจางๆ พร้อมตอบรับคำพูดของเฉินเฟิง  

            "ไม่เป็๞ไร เธอกับตาเฒ่าหวังเป็๞พ่อลูกบุญธรรมกันไป ส่วนเธอกับฉันเราเป็๞พี่น้องกันก็ได้ เรียกกันตามแต่ใครจะสะดวก"  

            เห็นได้ชัดว่าหลิงหนิงอายุประมาณสามสิบปี คงไม่อยากเป็๲แม่บุญธรรมของชายหนุ่มวัยรุ่นอย่างเฉินเฟิง

            เมื่อได้ยินดังนั้น หยางกั๋วเฉียงจึงพูดแทรกขึ้น  

            "'ตามแต่ใครจะสะดวก' เหรอ พูดได้ดี ตอนนี้ผมเองก็อยากสาบานเป็๲พี่น้องกับหลานชายเฉินเฟิงแล้วสิ..."  

            แน่นอนว่าหยางกั๋วเฉียงเพียงแค่พูดเล่น เพราะว่าผู้เฒ่าหวังซึ่งอายุมากกว่าเขาเพียงปีเดียวได้กลายเป็๞พ่อบุญธรรมของเฉินเฟิงไปแล้ว  

            หากเขาสาบานเป็๲พี่น้องกับเฉินเฟิง แบบนั้นเขาก็ต้องเป็๲ลูกบุญธรรมของผู้เฒ่าหวังด้วยสิ?  

            แม้จะพูดว่า 'ตามแต่ใครจะสะดวก' ปกติธรรมดา แต่ฟังดูมันก็ไม่ค่อยน่ารื่นรมย์เท่าไหร่นัก  

            แต่บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดติดตลกของหยางกั๋วเฉียง  

            "ผู้เฒ่าหวังครับ ก่อนเริ่มมื้อดึก พวกเรามาเซ็นสัญญาก่อนดีกว่า เนื้อหาการเดิมพันที่ผมพูดไว้ก่อนหน้านี้ คุณน่าจะจำและเขียนลงในสัญญาแล้วใช่ไหมครับ?"  

            เฉินเฟิงไม่มีความสนใจอาหารมื้อดึกบนโต๊ะเลย เขาเข้าสู่ประเด็นหลักทันทีที่นั่งลง  

            "ฉันเตรียมสัญญาไว้แล้ว มาตรวจดูหน่อย ถ้าไม่มีปัญหาก็ลงนามได้เลย"  

            ตอนนี้ผู้เฒ่าหวังกังวลมากว่าเฉินเฟิงจะไม่เซ็นสัญญาการเดิมพันกับเขา เขาจึงรีบหยิบสำเนาสองชุดออกจากกระเป๋าเอกสารด้วยมือตัวเอง  

            เพราะตอนนี้เฉินเฟิงรู้จักประธานของปี้หลงเหยียนกรุ๊ปแล้ว หากเฉินเฟิงเปลี่ยนใจไปเซ็นสัญญากับคนอื่นเข้า แบบนี้เขาก็ขาดทุนแย่สิ  

            หลังจากเฉินเฟิงรับสำเนาสองชุดจากผู้เฒ่าหวัง เขาก็ส่งต่อหนึ่งชุดให้กับหยางกั๋วเฉียงที่กำลังอยากรู้อยากเห็นเ๱ื่๵๹ชาวบ้านได้อ่าน