บทที่ 192
สงครามกับตระกูลหง
เกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นถ้าอยากจะสร้างบัญชีความแค้นนี้ ซูฉีเองก็คงจะทำได้แต่เพียงแค่การค้าขายเท่านั้น
นางเป็นสตรีไร้ซึ่งพละกำลังที่จะไปสู้รบกับคนพวกนั้น แต่ถึงกระนั้นนางเองก็มีสิ่งที่เรียกว่าสติปัญญาที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าคนพวกนั้น
แบบนั้นในตอนนี้สิ่งที่นางคิดจะสร้างขึ้นมาก็คือเกมสงครามการค้าขาย พวกนั้นพวกมันอกจะแตกตายเพราะว่าพวกมันนั้นสูญเสียผลประโยชน์จำนวนมาก
ในครั้งนี้นางเองก็คิดจะทำให้พวกมันสูญเสียผลประโยชน์จำนวนมากอีกเช่นเดียวกัน นางคิดไปถึงขั้นที่ว่าน่าจะทำให้พวกมันนั้นสิ้นเนื้อประดาตัวเลยทีเดียว
แต่ก่อนที่จะเริ่มทำจำเป็นจะต้องศึกษาหลายๆอย่างเสียก่อน สาวคู่แข่งและก็เริ่มทำการวิเคราะห์ว่าทำอย่างไรถึงจะได้เปรียบ
…
ผ่านมาประมาณ 2 วัน
ณ กองทัพเกราะดำ
กระโจมของแม่ทัพใหญ่
หวงเจียวลู่กำลังนั่งอ่านจดหมายที่ถูกเขียนด้วยลายมือมาถึงตนเอง เมื่อ่านจดหมายที่อยู่ภายในมือใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มก็เริ่มปรากฏรอยยิ้ม
มันทำให้สือหยางที่ยืนอยู่ข้างกายรู้สึกสงสัยจนต้องเปิดปากและถามออกมา “ มีอะไรอย่างนั้นหรือคน ”
“ เหตุใดท่านแม่ทัพจึงแสดงใบหน้าเช่นนั้น ”
“ คุณหนูซูเขียนอันใดมาหาท่านอย่างนั้นหรือ? ”
จดหมายที่อยู่ภายในมือของแม่ทัพหนุ่มมันคือจดหมายของซูฉีที่ส่งตรงมาถึงท่านแม่ทัพ หวงเจียวลู่ยกจดหมายขึ้นก่อนที่จะยื่นให้กับคุณพลข้างกายของตนอ่าน
สือหยางรับมันเอาไว้ทางกลับอ่านสิ่งที่อยู่บริเวณด้านในนั้น อ่านก็เริ่มแสดงใบหน้าที่จริงจังมากขึ้น “ นี่มันอะไรกันขอรับ ”
“ คุณหนูซูรู้แล้วว่าคนที่ลงมือทำเกี่ยวกับเรื่องนี้คนของตระกูลหง ไม่เพียงเท่านั้นนางยังไม่ให้เราจัดการกับคนพวกนั้นอีก ”
“ นี่มันอะไรกันขอรับท่านแม่ทัพ ”
“ ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละนั่งเขียนอธิบายมาภายในจดหมายหมดแล้ว ”
“ รู้สึกว่านางอยากจะเผชิญหน้ากับตระกูลหงด้วยตนเอง โดยการเปิดสงครามการค้าขายกันมั้ง ในตอนนี้คงจะบอกได้เพียงแค่นี้ ”
“ ข้าเองก็ไม่รู้หรอกว่านางกำลังคิดอะไรอยู่แต่รู้ว่านางน่าจะเปิดสงครามการค้า ”
“ แล้วท่านแม่ทัพคิดจะทำตามอย่างนั้นหรือขอรับ ”
“ แน่นอนในเมื่อนางเป็นคนขอร้องเกี่ยวกับเรื่องนี้มาพวกเราเองก็ได้แต่ทำตามไม่ใช่หรือ ” หวงเจียวลู่ยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้น
“ แล้วเกี่ยวกับเรื่องคนผู้นั้นที่มันยอมสารภาพออกมาแล้วล่ะขอรับ ” สือหยางถาม ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่ได้รับความคืบหน้าก็คือเสิ่นหยางยอมสารภาพเรื่องราวทั้งหมดมาแล้ว
เพียงแต่ว่าทางกองทัพยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับซูฉีเท่านั้น เสิ่นหยางหลังจากที่โดนทรมานมาหลายวันและตัวของมันเองก็ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย
ความหวังที่ตัวของมันคิดเอาไว้มันเองก็เริ่มค่อยๆหมดลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายแล้วตัวของมันเองก็ยอมรับสารภาพเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมด
กองทัพก็รู้เกี่ยวกับเรื่องความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้แล้ว “ เรื่องนั้นอย่างนั้นหรอก็เก็บมันเอาไว้นั่นแหละ ”
“ ยังไม่ต้องทำอะไรยังไงซะเราเองก็ต้องใช้การมันอยู่แล้ว ”
“ ถ้าอยากจะถอนรากถอนโคนตระกูลหง ก็คงจะต้องใช้คนที่เป็นพยานแบบนี้ แต่ว่าในตอนนี้เราเองก็เพียงแค่ดูสงครามเท่านั้น ”
“ ข้าอยากจะรู้เหมือนกันว่านางจะทำอย่างไรเมื่อต้องรับเลยกับพวกตระกูลที่มีความเจ้าเล่ห์มากขนาดนั้น ” หวงเจียวลู่แสดงใบหน้าเรากับกำลังสนุกสนาน
“ ท่านดูไม่กังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยนะขอรับ ”
“ หรือว่าท่านแม่ทัพคิดว่าอย่างไรเสีย คุณหนูซูเองก็จะชนะเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ”
“ แน่นอนนางต้องชนะสิ”
“ แต่ว่าตระกูลหงใหญ่โตไม่ใช่เล่นนะขอรับเกี่ยวกับการค้าที่ไม่เป็นธรรมของพวกเขาที่ทำมาตลอดหลายปี ”
“ มันเองก็ทำให้คนพวกนั้นมีอำนาจและมีเงินทองมากมายพอสมควร ถึงแม้ว่าในช่วงหลังๆพวกเราเข้ามาคนพวกนั้นจะเคลื่อนไหวไม่สะดวก ”
“ และก็ผนวกกิจการการค้าของคุณหนูซูทำให้การค้าของพวกมันตกต่ำลงไปมาก”
“ แต่ถ้ามองถึงสินเดิมที่พวกมันมีอยู่ก็ถือว่ามากมายพอสมควรเลยนะขอรับ”
“ นั่นแหละเป็นสิ่งที่น่าสนใจก็คิดว่าคนฉลาดเฉลียวยังซูมี่นางจะพลาดเกี่ยวกับการคำนวณเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ ”
“ ไม่น่าจะเป็นไปได้ขอรับ…” สือหยางตอบตามความเป็นจริงหลังจากที่ได้รู้จักคุณหนูซูมาเป็นเวลานาน
“ ก็นั่นแหละนางไม่น่าจะใช่คนที่พลาดเกี่ยวกับเรื่องนี้ การที่นาคิดจะเปิดศึกสงครามในการค้าขายมันเองก็เป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้แล้วว่านางน่าจะคำนวณเอาไว้แล้ว ”
“ นางน่าจะคิดเอาไว้แล้วว่าอย่างไรเสียนางก็สามารถจัดการเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ”
“ แล้วมันเองก็ทำให้ตัวของข้ารู้สึกสนใจขึ้นมา ว่านางจะจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ”
“ ถ้าผ่านพ้นหน้าหนาวปีนี้ไปมันเองก็คงจะมีสงครามเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองอาจจะใช้เวลาสักหลายเดือนหน่อยกว่าที่จะจบลง ”
“ แต่ถ้านางสามารถผ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปได้คิดว่านางน่าจะกลายเป็นเศรษฐีอันดับ 1 ของเมืองแห่งนี้แล้ว ” หวงเจียวลู่ยิ้ม
ยิ่งคิดแล้วก็ยิ่งสนุกเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แม่ทัพหนุ่มตื่นเต้นจนอดใจรอแทบไม่ไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้
…
“ คุณหนูเจ้าคะขุดไม้พวกนี้ที่ท่านสร้างขึ้นมาท่านตั้งเอาไว้ตามทิศต่างๆของจวน”
“ มันจะช่วยพวกเราได้จริงๆอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ” ลี่ถังถามหลังจากเห็นคุณหนูของนางทำงานอย่างหนักท่ามกลางหิมะ
ซูฉีแกะสลักขุนไม้ขึ้นมาหลายสิบตัวนั่งเอาพวกมันไปตั้งไว้ตามมุมต่างๆของจวนแห่งนี้
“ นี่อย่าดูถูกพวกมันเชียวนะเจ้าหุ่นไม้พวกนี้ ถึงแม้ว่าร่างกายของมันจะไม่สมประกอบสักหน่อย ”
“ แต่ว่าถ้าเกิดว่ามีใครที่ไหนไม่รู้เข้ามาภายในขอบเขตการรับรู้ของพวกมัน มันเองก็จะแจ้งเตือนพวกเราในทันที ”
ซูฉีวางกลไกเอาไว้อย่างไรเสียอักขระมันเองก็เป็นสิ่งที่หนังถนัด พื้นฐานของอักขระเองก็คือกลไก
ตัวของนางมองถึงความปลอดภัยของตนเองในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะมีคนงานที่เป็นบุรุษอาศัยอยู่ภายในจวนไม่น้อย
แต่ว่าพวกเขาเองก็ไม่ใช่ผู้คุ้มกันที่มีฝีมือ ก็แบบนั้นนางจึงสร้างพวกหุ่นไม้พวกนี้ขึ้นมามันเป็นเหมือนกับหุ่นไม้ที่เอาไว้ตรวจจับคนที่เข้ามาภายในจวน
หลังจากเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ซูฉีเองก็เริ่มระวังตัวมากขึ้น นางรู้แล้วว่าเมื่อจุดยืนของนางเปลี่ยนไปนางก็ควรจะระวังตัวมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
“ ว่าแต่เจ้าเถอะ ”
“ มาพบค่าแบบนี้ แสดงว่าเรื่องที่ให้ไปสืบมาคงจะได้ความแล้วสินะ ”
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะคุณหนูนี่คือสิ่งที่ข้านั้นได้ความมาทั้งหมดนั่นคือกิจการภายในเบอร์ของตระกูลหง ”
“ ทั้งหมดอยู่ในนี้แล้วเจ้าค่ะคุณหนูลองเลือกอ่านดู ”
ซูฉีรับมันเอาไว้ “ เอาล่ะมาเริ่มคิดกันดีกว่าว่าพวกเราจะเอาคืนพวกมันอย่างไร”
“ การเอาคืนของข้าในครั้งนี้ข้าจะทำให้มันเจ็บแสบมากกว่าที่พวกมันคิดเลย”
จบบท