Dream me Tender ฝันเฟื่องเรื่องรัก

    ตอนที่ 26 คู่จิ้นเปลี๊ยนไป๋

             

            ช่วงเวลาปลายสัปดาห์ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อันหวานฉ่ำราวกับฝันไปนั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วจนดรีมอยากต่อเวลาให้นานกว่านี้แทบไม่อยากจะให้ความรักแสนหอมหวานนั้นจบลงเลย

            เด็กหนุ่มจูบลาคนรักอย่างดูดดื่มรัญจวนใจเป็นครั้งสุดท้าย บนรถสปอร์ตคันงามที่จอดเยื้องประตูหน้ามหาลัยหลังจากกกกอดกันอยู่บนเตียงตลอดเสาร์อาทิตย์สองวันสองคืนเต็มๆคู่รักต่างวัยก็ต้องกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง

            วันนี้เป็นเช้าวันจันทร์ที่พี่เจขับรถมาส่งคนรักถึงหน้ามหาลัยด้วยตนเองก่อนจะกลับเข้าออฟฟิศตามเดิมฟิล์มสีดำเข้มรอบคันทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่เห็นถึงการพลอดรักที่เกิดขึ้นบนรถระหว่างคนทั้งสอง

            “...อื้อ ผมต้องไปเรียน...แล้วฮะ...”เด็กหนุ่มผละริมฝีปากออกจากหนุ่มลูกครึ่งอย่างลำบากยากเย็น

            “ยังไม่อยากให้ดรีมไปเลย ลาวันนึงแล้วกลับคอนโดกันดีมั้ยนะ” พี่เจอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงเคลิบเคลิ้มมือหนายังคงลูบไล้ตามเนินอกเนียนใต้เสื้อนักศึกษาไม่หยุด

            “ก็อยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกันแหละฮะแต่ผมยังไม่อยากขาดเรียนคาบวันจันทร์นี่นา”

            “คร้าบ ตั้งใจเรียนนะคนดี ช่วงนี้พี่งานยุ่งอาจจะเจออีกทีวันเสาร์เลย”

            “โห... นานขนาดนั้นเลยเหรอฮะ” ใบหน้าสวยจ๋อยลงทันตา

            “เดี๋ยวก็วิดีโอคอลหากันตลอดเหมือนเดิมแหละครับพี่ก็ไม่ได้หายไปไหนนี่นา”

            “รู้ฮะ แต่อีกตั้งห้าวันแน่ะกว่าจะถึงวันเสาร์มันนานมากเลยถ้ารอถึงตอนนั้นผมได้อกแตกตายกันพอดี”

            “เราเริ่มเสพติดพี่แล้วนะ รู้ตัวรึเปล่า”

            “ก็คงงั้นมั้งฮะ...”

            “ก่อนเพิ่งลงจากรถ พี่ขอจูบเราอีกทีได้มั้ย”

            ใบหน้าอันคมสันของหนุ่มลูกครึ่งเว้าวอนน่าเห็นใจ เสียจนเด็กหนุ่มพลันไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต้านทานคำขอนั้น

            “...พี่เจเล่นทำหน้าออดอ้อนซะขนาดนั้น แล้วผมจะเอาแรงที่ไหนมาปฏิเสธได้ละฮะ”

            รสจูบแสนอ่อนโยนอบอุ่นดังคงประทับตราตึงไม่ลืมเลือนร่างบางรู้สึกมัวเมาในรสสัมผัสแห่งรักนี้มากขึ้นทุกขณะความรู้สึกเร่าร้อนตลอดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมายังคงแจ่มชัดในโสตประสาทของดรีมอยู่ไม่เลือนหายจนวันนี้เขาไม่มั่นใจว่าจะยังเรียนหนังสือรู้เรื่องมั้ยนะ

             

             

            คาบเรียนครึ่งเช้าผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งเสียงออดเลิกชั่วโมงเรียนดังขึ้นทว่าความสนใจของหมิวกับแนนไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาบนสไลด์หรือการบ้านรายงานกลุ่มแต่อย่างใดสายตาของสาวหมวยและสาวเหนือจับจ้องดูอากัปกิริยาคนเบื้องหน้าอย่างสนอกสนใจ

            สองเพื่อนสนิทดรีมและเต้นั่งเคียงคู่กันบนโต๊ะเลคเชอร์ภายในห้องเรียนตามปกติหากแต่มีบางอย่างที่ดูผิดหูผิดตาออกไป

            เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลประกายแดงประบ่าถอดถอนลมหายใจยาวเป็นรอบที่สิบพวงแก้มใสที่ไร้ซึ่งความหมองคล้ำใดๆ กลับดูมีน้ำมีนวลกว่าที่เคยเนื้อตัวภายใต้ชุดนักศึกษาชายมีร่องรอยสีกุหลาบบ้างประปรายโดยเฉพาะซอกคอระหงที่ถึงแม้นจะพยายามติดกระดุมถึงเม็ดบนสุดและผูกเน็คไทไว้แน่นก็มิอาจปกปิดรอยหลักฐานแห่งความสุขเอ่อล้นเหล่านั้นไว้ได้

            แพขนตาหนาลู่ลงต่ำพร้อมดวงตาสวยฉ่ำเยิ้ม ดรีมแตะนิ้วมือข้างหนึ่งบนริมฝีปากบางของตนขณะเหม่อมองออกไปภายนอกหน้าต่างห้องเรียนดูแล้วมีเสน่ห์ทางเพศอย่างไรก็ไม่รู้ มือเล็กกดปลอกปากกาย้ำๆกดครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดคาบเรียนประหนึ่งจะระบายความอัดอั้นตันใจบางอย่างภายในออกมา

            สองสาวมองตามเมื่อพบว่าเช้านี้เพื่อนตัวน้อยช่างดูมีเสน่ห์เย้ายวนแบบผู้ใหญ่ชวนใจเต้นตึกตักชอบกล

            สายตาช่างสังเกตของสาวๆย้ายจุดสนใจไปยังอีกบุคคลหนึ่งที่นั่งเคียงข้างดรีมคือหนุ่มผิวน้ำผึ้งที่วันนี้สวมใส่เสื้อหนาว adidas สีดำสนิทไว้ด้านนอกชุดนักศึกษาชายอีกที

            ใบหน้ากวนโอ๊ยของเด็กหนุ่มนักกีฬาในช่วงเวลานี้กลับดูนิ่งสุขุมยิ่งขึ้นเต้ผู้ไม่เคยใช้น้ำหอมใดๆ แต่ส่งกลิ่นอายเย้ายวนแบบบุรุษเพศออกมาอย่างไม่มีกั๊กท่าทียียวนกวนประสาทที่เคยมีหายไปไหนก็ไม่รู้ดวงตาคู่เดิมกลับดูเป็นผู้ใหญ่แข็งแกร่งสมชายชาตรีมากกว่าเด็กมหาลัยวัยเดียวกันเสียอีก

            จากที่โดดเรียนคาบเช้าเป็นประจำแต่วันนี้เต้กลับยอมเข้าคลาสแต่โดยดีภาษากายที่สื่อออกมานั้นดูเท่มุ่งมั่นแต่แฝงไปด้วยความดิบเถื่อนกว่าที่เคยลิ้นหนาเลียริมฝีปากตนเองเป็นระยะสลับกับถอดถอนใจเสียงยาวขาทั้งสองข้างสั่นไปมาตลอดคาบ แผ่นหลังหนาเอนพิงพนักเก้าอี้พลางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเรียนเช่นเดียวกัน

            หมิวและแนนมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย สองหนุ่มเพื่อนซี้ต่างก็แผ่บรรยากาศวาบหวามออกมาไม่ขาดสายช่างเป็นส่วนผสมที่แปลกประหลาดชอบกล

            จนกระทั่งออดเลิกเรียนดังขึ้นนักศึกษาต่างเก็บของทยอยเดินออกจากห้องไป

            “นี่พวกแกจะเหม่อไปถึงเมื่อไรวะ ไปกินข้าวกันได้แล้ว”แนนส่งเสียงทักสองหนุ่มที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแต่เช้า

            “อ่า เลิกเซคแล้วเหรอ?” ดรีมถาม

            “ตั้งนานแล้วจ้า ว่าแต่พวกแกสองคนเป็นอะไรกันเนี่ยวันนี้ท่าทางแปลกๆ ชอบกล”

            “ไม่มีอะไรหรอก พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ…”

            คนตัวเล็กยันโต๊ะเล็คเชอร์ลุกขึ้นยืนหากแต่ขาทั้งสองกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

            สะโพกบางทรุดลงไปกองกับพื้น โชคดีว่าเต้ดึงประคองแขนเพื่อนไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นได้ลงไปจับกบเป็นแน่

            “ยืนระวังหน่อยสิมึง” เต้เตือน

            “อืม ขอบใจนะ”

            “แข้งขาอ่อนแรงขนาดนี้มึงเดินลงบันไดไม่ไหวหรอก ไปลงลิฟต์ข้างตึกโน่น” เพื่อนตัวสูงบอก

            “กูยังไหว ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นซักหน่อย” ดรีมยืนยันหนักแน่น หากแต่น้ำเสียงฟังดูอ่อนเพลียเสียเหลือเกิน

            “ตามใจมึง ไปแดกข้าวกันป่ะ วันนี้กูอยากแดกกะเพรา”

            วงแขนหนาวางพาดบนไหล่บางของเพื่อนสนิทเช่นเคยทว่าร่างบางกลับขนลุกชูชันเปล่งเสียงร้องออกมา

            “อ๊ะ…”

            เสียงครางหวานสูงที่บ่งบอกถึงอารมณ์ทางเพศหลุดออกมาจากริมฝีปากบางสองสาวและหนุ่มนักกีฬาจ้องหน้าเจ้าของเสียงด้วยไม่เชื่อหูตัวเอง

            ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ รีบปัดป้องแขนเพื่อนสนิทออกแก้เขิน

            “เอ่อ โทษทีว่ะไอ้เต้ พอดีช่วงนี้กู เอ่อ… เซ็นซิทีฟนิดหน่อย...”

            “ไม่หน่อยแล้วไอ้ห่า แตะนิดแตะหน่อยก็ครางยั่วซะขนาดนี้อะไรมันจะรู้สึกไวขนาดนั้นวะ??”

            “เอาเป็นว่าช่วงนี้มึงอย่าเพิ่งแตะตัวกูแล้วกัน ขอเวลากูปรับตัวแป๊บ”

            “เออๆ ได้โว้ย”

            ดรีมเก็บไอแพดลงกระเป๋าสะพายพลันรับรู้ได้ถึงสัมผัสของผ้าร่มที่คลุมทับลงมาบนบ่าของตน

            คนน่ารักหันไปพบว่าไอ้เต้ถอดเสื้อคลุม adidasสีดำของมันสวมให้กับเขาขนาดของเสื้อนั้นหลวมโพรกดูก็รู้ว่าไม่ใช่เสื้อของเขาเองอย่างแน่นอน

            “วันนี้กูจะไม่วางแขนบนตัวมึง แต่ใส่เสื้อกูซะจะได้ไม่มีใครมาเกาะแกะ”

            “อ่าได้ๆ “

            “จะได้ปิดรอบจูบที่ต้นคอมึงด้วย เด่นเกิ๊น ไปไหนก็มีแต่คนมอง”

            “นี่กูก็ติดกระดุมถึงคอแล้วนะ”

            “อากาศร้อนตายห่า ใครเขาติดกระดุมกัน เด่นกว่าเดิมสิไม่ว่า” เต้บอก“ใส่เสื้อกูไปนี่แหละ กันคนมาเกาะแกะ”

            “ขอบใจมากมึง”

            หมิวกับแนนต่างอมยิ้มกรุ้มกริ่มกับบทสนทนาระหว่างหนุ่มคู่จิ้นรู้ดีว่าเพื่อนทั้งสองไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่ก็อดฟินไม่ได้กับท่าทางเป็นห่วงเป็นใยดูแลกันถึงปานนี้

            ตลอดทางไปโรงอาหาร ดรีมเดินสะดุดฟุตบาทหลายครั้งก็จะมีลำแขนแกร่งของเต้ประคองเอวไว้หรือมีผู้ชายคณะอื่นมองมาร่างสูงก็จะกระชับคอเสื้อคลุมบนกายเพื่อนให้มิดชิดยิ่งขึ้นท่าทางปกป้องเกินเบอร์ราวกับกลัวเพื่อนตัวน้อยจะบุบสลายนั้นทำเอาเพื่อนสาวทั้งสองจิกแขนกันแน่นด้วยความฟิน

            “โอ๊ยไอ้เต้ วันนี้ออร่ามึงหลัวมากค่า!” หมิวกรี๊ด “ประคบประหงมเมียท้องแก่เหรอวะ!”

            “ดรีมเองพักนี้ก็ดูสวยขึ้นนะไปทำอะไรมารึเปล่าดูสวยเซ็กซี่ขึ้นผิดหูผิดตาเลย!” แนนแซว

            “…ไม่รู้สิ อาจจะเราเพิ่งใช้เวลาสุดสัปดาห์กับพี่เจมั้งก็เลย…”

            “อ๋อเหรอออออ ฮิ๊วววว” สองสาวประสานเสียงแซวเป็นปี่เป็นขลุ่ย

            “แหม ส่วนไอ้เต้ก็ดูแลดรีมเยอะเป็นพิเศษเลยนะปกติมึงออกจะขี้รำคาญไม่ใช่เรอะไง ไหงจู่ๆ มึงถึงเทคแคร์ดรีมจังวะ?” หมิวอยากรู้อยากเห็น

            “กูเห็นใจไอ้ฝันเฟื่องมันว่ะ แบบ…กูเพิ่งรู้ว่าเป็นฝ่ายรับแม่งเหนื่อยสัดๆเลย เห็นมันสะโหลสะเหลแบบนี้ก็อดสงสารแม่งไม่ได้”

            หนุ่มนักบาสฯ กล่าว พลันนึกถึงร่างเพรียวแสนสวยที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียงของเขาเป็นเวลานานอย่างอ่อนล้า

            “หูยยยย” สองสาวแซว รู้ดีว่าหมายถึงคุณคริสแหงแซะ

            “อีกอย่างพี่เจไลน์หากูแต่เช้า ฝากดูแลมึงด้วย ขืนมึงบอบช้ำตรงไหนกูโดนพี่เขาด่ากันพอดี”

            “…พี่เจก็ห่วงกูเกินไป ยังไงกูก็เป็นผู้ชายคนนึงนะ” ดรีมบอก

            “เออน่ะแหละวันนี้กูไม่รีบ ถ้าเมื่อยอยากนั่งพักก็บอกอยากแดกไรก็บอกเดี๋ยวกูไปซื้อให้”

            “โอเค ขอบใจมึงมากไอ้เต้”

            “ตามนั้นโว้ย”

            มือของทั้งหมิวและแนนจับกันแน่นหากมีหมอนอยู่ตรงนั้นคงจิกขาดเป็นรอบที่ล้าน บรรยากาศระหว่างดรีมกับเต้วันนี้ช่างเป็นอาหารตาชั้นเลิศสำหรับสาววายอย่างพวกเธอจริงๆทั้งสองยิ้มตาลุกวาวเป็นประกายเดินตามเพื่อนคู่จิ้นไปไม่ห่าง

             

             

            วันนี้ช่างเป็นอีกหนึ่งวันที่ยาวนานกว่าปกติในความรู้สึกของดรีม

            ร่างบอบบางมัดรวบเรือนผมประบ่าสีน้ำตาลแดงของตนอย่างพิถีพิถัน ครีมหย่อนก้นลงบนเก้าอี้อัฒจันทร์ขณะนั่งดูเพื่อนซี้ซ้อมบาสเกตบอลช่วงเย็น

            หลังจากค้างคอนโดคนรักตลอดช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาแม้นจะได้นอนพักผ่อนอยู่ตลอดแต่ก็ยังไม่หายเพลียสักที หนังตาดรีมกำลังจะปิดอยู่แล้วด้วยสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในยามนี้คือล้มตัวบนเตียงเปิดแอร์เย็นฉ่ำอย่างสบายอุราทว่าไอ้เต้กลับไม่ยอมปล่อยเขากลับหอเพียงลำพังยืนยันให้อยู่รอจนกว่ามันจะซ้อมช่วงเย็นเสร็จแล้วจะตามไปส่ง

            “สภาพแบบนี้ถ้ามึงกลับไม่ถึงหอพี่เจเล่นกูตายแน่ อยู่รอกูซ้อมก่อนเดี๋ยวไปส่ง!”

            ร่างบางทำตามคำสั่งประกาศิตนั้นอย่างว่าง่ายด้วยไม่มีแรงจะเถียงกลับเด็กหนุ่มเอนกายงีบบนสแตนเชียร์อย่างโรยแรงโดยยังคงสวมใส่เสื้อคลุมกันลม adidas เอาไว้

            สองสาวหมิวแนนยังไม่กลับหอเช่นกันนั่งเฝ้าดรีมที่อาการไม่สู้ดีนักอย่างใกล้ชิด

            เหล่าหนุ่มนักกีฬาบาสฯ ทยอยเดินเข้าสนามมาไม่ขาดสายเริ่มวอร์มอัพพลางมองสภาพอันอ่อนล้าของดรีม ต่างก็เพ่งเล็งจ้องไอ้เต้เป็นตาเดียว

            “ไอ้เหี้ยเต้... มึงแม่งทำบุญด้วยอะไรนะได้กอดทั้งดรีมทั้งคุณคริส!” เพื่อนชมรมบาสฯ บ่น

            “ร้ายนักนะมึง ควงสองเลยเหรอวะ!”เพื่อนหนุ่มอีกคนประท้วง

            “สักสาลิกาลิ้นทองรึไง ทำไมคนสวยถึงติดมึงเกรียวขนาดนั้นห๊ะ! ไหนมีอะไรดีเล่าให้พวกกูฟังดิ๊” อีกคนขึ้นเสียง

            คำกระแนะกระแหนระคนอิจฉาริษยาจากรอบข้างนั้นทำเอาหนุ่มผิวแทนเดือดดาลยิ่งกว่าอะไร

            “โถ่โว้ย พวกมึงนี่ยังไง!! กูบอกว่ากับไอ้ฝันเฟื่องเป็นแค่เพื่อน แล้วจะเอาอะไรกับพวกกูอีก!!”

            เต้ตอกกลับเสียงดังอย่างเหลืออดเหลือทนสุดแสนจะรำคาญที่ทุกคนไม่ยอมรับฟังเหตุผลใดๆ

            "อย่ามาตอแหลสาด!ดรีมใส่เสื้อกันหนาวมึงอยู่เห็นๆ ถ้าไม่ใช่แฟนแล้วจะเรียกอะไรวะ?? แล้วอย่าคิดว่าพวกกูไม่เห็นรอยจูบเต็มคอดรีมนะ...ฝีมือมึงก็ยอมรับมาเถอะไอ้เต้!”

            เต้หงุดหงิดยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ ไม่เคยมีวันไหนที่เขาจะนึกรำคาญใจกับฉายาคู่จิ้นประจำคณะฯเท่าตอนนี้เลย แม่ง... ตำแหน่งนี้เซ็นใบลาออกที่ไหนวะ

            พอโค้ชเป่านกหวีดให้ทุกคนประจำตำแหน่งเริ่มซ้อมเท่านั้นแหละเด็กหนุ่มสกินเฮดกระชากบอลมาครองในมืออย่างเคียดแค้น วิ่งฝ่าฝั่งตรงข้ามที่สกัดกั้นไว้ด้วยความเร็วสูงก่อนจะดั๊งค์แป้นเสียงดังกระหึ่มเรียกคะแนนแรกให้ฝั่งตนเองนำไปก่อน 2-0 อย่างเกรี้ยวกราด

            หมิวกับแนนมองเพื่อนซี้นิสัยห่ามกำลังระบายอารมณ์กับลูกบาสฯ  พลางคิดกันเล่นๆว่าวันแข่งจริงให้โค้ชแหย่ให้ไอ้เต้โกรธก็ท่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีน่าจะทำคะแนนนำได้เยอะเชียวแหละ

             

             

            เด็กหนุ่มตัวน้อยงีบพักสายตาบนเก้าอี้สแตนเชียร์จนตะวันเริ่มคล้อยต่ำ พลันรับรู้ได้ถึงสัมผัสของมือหนาบนศีรษะของตนเมื่อลืมตาตื่นขึ้นเป็นต้องตกใจกับการมาถึงของอีกฝ่าย

            “พี่เจ!”เด็กหนุ่มกระเด้งขึ้นนั่งด้วยอารามตกใจ “มาได้ไงฮะ!”

            ชายหนุ่มร่างสูงกำยำนั่งลงเคียงข้างในชุดทำงานใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งจับจ้องคนรักตัวน้อยอย่างเป็นห่วง

            “เต้ไลน์บอกว่าดรีมอยู่ที่โรงยิมแน่ะพี่เลยตามมานี่ได้ข่าวว่าวันนี้ร่างกายไม่ค่อยมีแรงเหรอครับ?”คนรักเอ่ยปากถามตามที่ได้ข้อมูลอัปเดตจากเด็กหนุ่มนักกีฬา

            “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกฮะ ไอ้เต้มันเว่อร์ไปเอง...”

            “ไม่จริงค่ะ วันนี้ดรีมแข็งขาอ่อนแรงสะดุดล้มทั้งวันเลยพี่เจ”เพื่อนสาวรายงาน

            “หมิว! ไม่ต้องบอกทุกอย่างก็ได้”เสียงหวานเอ็ด

            “ฮะฮะ ไว้คราวหน้าพี่จะพยายามเพลาๆ นะครับแต่ไม่รู้จะอดใจไหวหรือเปล่า น้องดรีมยิ่งน่ารักๆ อยู่”พี่เจคนดีคนเดิมดึงมือแฟนตัวน้อยไปหอมเรียกเสียงกรี๊ดจากสองสาวไม่หยุด

            “ตกใจหมดเลยฮะ ไม่นึกว่าพี่เจจะมาหาจริงๆ ไหนว่างานยุ่งไงฮะ”

            “รีบเคลียร์งาน รีบบึ่งตรงมานี่เลยครับดรีมนอนพักต่อก็ได้นะเดี๋ยวพี่ไปส่งหอ”

            “แต่ผมอยากนั่งคุยกับพี่เจมากกว่านี่นา” ใบหน้าหวานงอนง้อน่ารัก

            “ไม่ต้องฝืนนะครับ”

            “ไม่ฝืนหรอกฮะ ดีใจซะอีกได้เจอคุณแฟนอีกแล้ว”

            หนุ่มนักธุรกิจยิ้มพรายอย่างเปี่ยมสุข

            “พี่เองก็อยากเจอเราเหมือนกัน ยังไม่เบื่อพี่ใช่มั้ยคนดี?”

            “โห ใครจะไปเบื่อพี่เจได้ลงคอฮะ” ดรีมตอบ

            “ไม่รู้สิ ได้พี่แล้วอย่าเพิ่งเบื่อพี่ล่ะ”

            “บ้า ไม่เบื่อเหรอฮะ...”

            “รักดรีมนะครับ”

            “รักพี่เจนะฮะ... เอ่อ วันนี้ผมไปค้างที่คอนโดพี่เจอีกได้มั้ยฮะ?” ดรีมกระซิบข้างหูได้ยินกันแค่สองคน

            “ก็อยากอยู่หรอกครับแต่พี่ว่าไว้ก่อนดีกว่าไม่อยากให้ดรีมหักโหมน่ะเราค่อยเป็นค่อยไปกันดีมั้ย”

            “ได้ทั้งนั้นฮะ แค่แอบรู้สึกเสียดายนิดหน่อย”

            “ติดใจพี่แล้วละสิ” หนุ่มลูกครึ่งแซว

            “...ก็นิดหน่อยฮะ”

            “หรือพวกเราจะเปลี่ยนใจกลับไปต่อที่หอดรีมดีน้า” เสียงทุ้มพูดแหย่

            “...ก็...ตามใจพี่เจแล้วกันฮะ...”ใบหน้าหวานเบือนหนีแต่ก็ไม่ปฏิเสธในท่าที

            “พักหลังรู้สึกจะไม่ค่อยกล้ามองหน้าพี่ตรงๆ เลยนะเราน่ะ”

            “ก็มองอยู่ตลอดนี่ฮะ” ดรีมตอบอ้อมแอ้มทั้งทีเบี่ยงหน้าหนีอีกฝ่ายอยู่เห็นๆ

            “จะทำตัวน่ารักไปถึงไหนนะเรา แค่นี้พี่ก็หลงหัวปักหัวปำแทบโงหัวไม่ขึ้นแล้วเนี่ย”

            “ไม่ได้น่ารักซะหน่อย... ก็พี่เจอยากตกหลุมรักผมเองนี่ฮะต้องรับผิดชอบด้วยการอยู่ดูแลผมสิฮะ”

            ร่างบอบบางทำปากจู๋เอาแต่ใจดูไปแล้วก็น่าเอ็นดูเหลือเกิน

            “คร้าบ จะไปรับไปส่งหอ มีบริการให้เล่นกับโมชิแล้วก็พาไปกินของอร่อยๆทุกเสาร์อาทิตย์เลยด้วย จะพาเราไปกินสมู้ตตี้ร้านดังด้วยครับ”

            “อ๊ะจริงสิ! ซอยหน้าม.มีร้านสมู้ตตี้ผลไม้เปิดใหม่อร่อยมากเลย! ไว้เราไปกินด้วยกันมั้ยฮะ” เด็กหนุ่มชักชวนน้ำเสียงตื่นเต้นพอเข้าเรื่องของกินทีไรละมีแรงทุกทีสิน่า

            “ไว้ไปกันนะครับ วันนี้เลยมั้ยล่ะ?”

            “ไปเลยฮะ!”

            บทสนทนาจบลงเมื่อผู้อาวุโสกว่ารับไหว้จากเด็กหนุ่มสกินเฮด ไอ้เต้เดินมาหาทั้งคู่สภาพเนื้อตัวเต็มเปียกโชก

            “สวัสดีครับพี่”

            “ดีครับเต้”

            “อ้าว ยัยหมิวกับแนนไปไหนซะแล้ว?”หนุ่มนักบาสฯ เหงื่อโซมกายถาม

            “ขอตัวกลับไปเมื่อกี้เอง เห็นว่าจะแวะไปช้อปปิ้งตลาดนัดกันน่ะ”ดรีมบอก

            “แล้วกับคริสไปกันได้ดีมั้ยครับ เต้”

            เด็กหนุ่มผิวแทนมองหน้าคนถามอย่างแปลกใจ

            “...ทำไมพี่เจถามผมอย่างนั้นละครับ”

            “แค่ลองถามดูครับ เห็นสารภาพรักร้อนแรงกันซะขนาดนั้น จะไม่ไปต่อกันก็ยังไงอยู่นะฮะฮะ” ร่างสูงตอบยิ้มๆ

            “คุณคริสมาค้างตั้งแต่เย็นวันศุกร์ครับนี่ก็เพิ่งขอตัวกลับไปเมื่อเช้า” เต้ตอบ

            “อย่ารุนแรงกับเพื่อนพี่นักละ เดี๋ยวคริสไปทำงานไม่ไหวกันพอดี”

            “โหยพี่ใครกันแน่ที่รุนแรง!นั่นน่ะตัวซาดิสต์เลยไม่ยอมปล่อยผมทั้งคืนเอาเช้าเอาเย็นจนผมต้องไปซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่กับถุงยางเพิ่ม! นี่ก็อยู่แต่บนเตียงไม่ได้ออกไปไหนมาสองวันแล้ว...ถ้าวันนี้เป็นวันหยุดก็คงต่ออีกยาวๆ คนอะไรจะตายอดตายอยากขนาดนั้นก็ไม่รู้!” เต้พรั่งพรูสิ่งที่อัดอั้นตันใจออกมาอย่างสุดทน

            หารู้ไม่ว่าคนตัวน้อยสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินคีย์เวิร์ดว่าอยู่แต่บนเตียงตลอดช่วงเสาร์อาทิตย์ก็ร้อนตัวเก็บอาการไม่อยู่

            ...จ๊ากกก นั่นมันเหมือนเรากับพี่เจเลยนี่นา... ดรีมลนลานก้มหน้างุด ใบหน้าร้อนฉ่าไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากใดๆ

            “ฮะฮะ ความสัมพันธ์ราบรื่นก็ดีแล้ว ดีใจที่เต้กับคริสสมหวังนะ”พี่เจกล่าว

            “ผมโดยหลอกใช้มากกว่าครับ เขาคงเห็นผมมีดีแต่เรื่องอย่างว่าเท่านั้นแหละ”เต้บ่นน้อยใจ

            “เดี๋ยวพี่กับดรีมจะแวะร้านสมู้ตตี้หน้าม.กัน เต้จะไปด้วยกันมั้ย?” หนุ่มนักธุรกิจชักชวนอีกฝ่าย

            “ไว้วันหลังนะครับ ผมว่าจะแวะไปชมรมฟุตบอลซะหน่อยวันนี้คุณคริสมีเวรไปกายภาพบำบัดที่นั่นครับ”

            “โอ้โห รักเอยเตยหอมจังโว๊ะ” ดรีมยิ้มกรุ้มกริ่ม

            “ก่อนแซวกู มึงไปดูแลตัวเองก่อนเถอะ เดินขากะเผลกทั้งวันละมึงอ่ะ”

            “กูเปล่ากะเผลกเฟร้ย แต่ไม่ค่อยมีแรงเฉยๆ “ เพื่อนตัวน้อยเถียง

            สักพักพี่เจบอกจะไปวนรถมารับที่หน้าโรงยิมให้ดรีมรออยู่ก่อนเด็กหนุ่มตัวน้อยยืนรอรถมารับโดยมีไอ้เต้รอเป็นเพื่อน เมื่ออยู่กันเพียงสองคนลำพังหนุ่มนักบาสฯ ก็เอ่ยปากถามสิ่งที่ค้างคาใจตนมานาน

            “ไอ้ฝันเฟื่องกูมีเรื่องอะไรจะปรึกษามึงหน่อยว่ะ” ไอ้เต้เสียงเข้ม

            “ฮ๊าวววว มึงมีอะไรก็ถามมา” ดรีมหาวอ้าปากไม่ได้สนใจอะไรนัก

            “...ตอนมึงโดนเสียบเจ็บมากปะวะ”

            ปากที่อ้าหาวอยู่ของดรีมค้างชะงัก ดวงตากลมโตเบิกโพลงยิ่งกว่าไข่เป็ด

            เด็กหนุ่มหน้าชาไม่นึกว่าจะเจอคำถามทำนองนี้

            “เชี่ยเต้!!! มึงถามบ้าอะไรวะ!!!”

            “เสียงดังปวดหูโว้ย ตอบๆ มาเหอะ กูอยากรู้” เพื่อนซี้พูด

            “แล้วมึงจะรู้ไปทำไมวะ!! สงสัยอะไรไม่เข้าเรื่อง!!! “

            “กูเห็นคุณคริสนอนซมตลอดเลยอ่ะมึง แล้วยิ่งเห็นวันนี้มึงเพลียๆด้วยเลยอยากรู้ขึ้นมา ...เผื่อกูจะได้ออมแรงทำกะเขาไว้บ้างว่ะ” เห็นสภาพคุณคริสแบบนั้นเต้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

            “แต่กูก็เพิ่งครั้งแรกไง มันเทียบกันไม่ได้ป่ะวะ!”

            “เออ อย่างน้อยก็เป็น reference ไง มึงก็ตอบๆ มาเหอะอย่ามาลีลา ตกลงแม่งเจ็บปะวะ”

            “ไม่รู้ว้อยยย!!!” เสียงหวานตะโกนใส่หน้าเพื่อนเต็มๆ

            “สาด ทีมึงมีปัญหากูยังให้คำปรึกษาเลยแล้วทีงี้มึงช่วยได้เสือกไม่ช่วย”

            “...มันก็ไม่ใช่อะไรที่จะแชร์กันได้รึป่าววะ...” ดรีมบ่นงุบงิบในลำคอ

            “ถ้าไม่ตอบ คราวหน้ามีเรื่องไม่ต้องมาค้างหอกูแล้วนะจะไม่ช่วยห่าอะไรมึงอีกต่อไปแล้ว” เต้ข่มขู่

            “....”

            “อย่ามาลีลา ตกลงจะตอบไม่ตอบ”

            “....”

            “ตกลงมึงเจ็บมั้ย”

            “...”

            “เล่นตัวทำหอกไร ตอบๆ มาเร็ว”

            “...มึงเอาหูมานี่”

            แล้วสองหนุ่มเพื่อนซี้ก็กระซิบกระซาบกันใหญ่ ไอ้เต้ถามกลับเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับรู้

            “ก็แค่เนี้ย กระมิดกระเมี้ยนทำยังกับมีอะไรลึกลับซับซ้อน”

            “สัด มึงไม่มาโดนเองมึงไม่รู้หรอก!”เพื่อนตัวน้อยโวยวาย

            “ก็เพราะไม่โดนนี่ไงถึงมาถามมึง... ก็มึงเป็นฝ่ายโดนล่อนี่หว่า”

            “ไอ้เต้มึงนี่นะ... พูดซะ...”

            “เออ รถพี่เจมาโน่นแล้ว งั้นกูไปก่อนล่ะ”

            “เออ กลับดีๆ นะมึง”

            “บาย”

            “ไว้เจอกันพรุ่งนี้”

            “เจอกัน”

            เด็กหนุ่มสกินเฮดรอจนมั่นใจว่าเพื่อนขี้อายขึ้นรถไปเรียบร้อย จึงปลีกตัวมุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไปคือชมรมฟุตบอลตามที่ตั้งใจไว้