8.....
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณก้นเหวที่เงียบสงัดในท่ามกลางความมืดมิดซากรถทัวร์ที่บุบเป็รอยเว้าอยู่หัวและท้ายของตัวรถ หงายท้องอยู่กับพื้นดินที่เป็หินกรวดมีกระเป๋า ข้าวของตกเรี่ยราดกระจัดกระจายอยู่โดยรอบภาพผู้คนที่โดยสารมากับรถทัวร์มรณะเริ่มลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวในสภาพที่น่าเวทนา ทุกคนต่างก็เสื้อผ้าขาดวิ่นเืไหลโชกท่วมตัวต่างร้องโอดโอยด้วยความเ็ปไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดีคล้ายกับทุกคนรอคอยให้ใครสักคนมารับพวกเขา
“ไอ้วิน..”
เสียงร้องเรียกชื่อนั้นแหบพร่าผสมกับความตื่นเต้นเขาเดินโขยกเขยกผ่านผู้คนที่มีสภาพคล้ายคลึงกันพยายามลากขามายังร่างของชายหนุ่มที่เขาเรียกชื่อนั้น
“พ่อ..”
ชวินหันไปมองร่างของบิดาด้วยน้ำเสียงโหยอ่อนเขาทรุดนั่งลงกับพื้นเมื่อผู้ให้กำเนิดเดินมาถึงตัว
“ข้าได้ยินพวกคนในรถบอกว่าพวกเราตายกันหมดแล้ว”
ทองก้อนบอกกับลูกชายด้วยความเศร้าใจ
“ไม่จริง!..พวกนั้นโกหก”
ชวินบอกผู้เป็พ่อด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริง
“ข้าก็คิดเหมือนแกไอ้พวกนั้นมันคงยังไม่สร่างเมาก็เลยคิดว่าตัวเองตาย”
ทองก้อนบอกกับลูกชายด้วยความอุ่นใจ
“เราจะต้องร้องให้คนมาช่วยนะพ่อ” ชวินบอกกับผู้เป็บิดา
“แกไม่ได้ยินเสียงร้องของพวกเราหรือไง ดังลั่นป่าแบบนี้ยังไม่มีใครมาช่วยพวกเราสักคนเลย”
“นั่นสินะ..ไอ้พวกคนสมัยนี้ทำไมมันถึงได้ไร้น้ำใจกันนักก็ไม่รู้แต่จะว่าไปรถทัวร์มาคว่ำอยู่กลางหุบเขากลางป่าแบบนี้ แล้วใครมันจะมาเห็นล่ะพ่อว่าไหม” ชวินถามความเห็นทองก้อน
“อื่อ..ซวยจริง ๆไหนบอกว่าทำบุญแล้วจะแคล้วคลาดจากสิ่งไม่ดีข้าไม่เชื่อหรอกวะ..ถุย!”
ทองก้อนถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความเจ็บใจโชคชะตาที่ตนอุตส่าห์เดินทางมากับรถทัวร์ผ้าป่าทำบุญที่วัดแท้ๆ ก็ยังมาประสบอุบัติเหตุจนได้
“นั่นสิพ่อ..พวกเราเพิ่งจะกลับจากถวายเงินเข้าวัดแท้ๆ ดันมาเจอเื่ร้าย ทำบุญแล้วซวยไม่ได้บุญแบบนี้ไม่ทำซะดีกว่า” ลูกชายเห็นด้วยกับบิดา
“ทำบุญก็ต้องได้บุญสิวะ..แต่บาปก็ส่วนบาปนะโว้ย”
เสียงที่ทรงอำนาจนั้นดังมาจากทิศทางที่ไม่อาจจะรู้ได้
“เฮ้ย!..เสียงใครวะ”
ทองก้อนพูดกับลูกชาย สายตาของสองพ่อลูกกรอกไปมาเพื่อหาต้นเสียงให้ได้
“หรือว่า..ผีหลอกวะ”
ทองก้อนขนลุกหันมามองหน้าลูกชาย
“พ่อ..หรือว่าเป็ผีจริง ๆโอ้ย..ทำไงดี”
ชวินสีหน้าใกอดแขนบิดาแน่น
“นายทองก้อน นายชวินตามข้าไปรับส่วนบุญเดี๋ยวนี้!”
พอสิ้นเสียงแห่งอำนาจนั้นร่างของสองพ่อลูกก็เหมือนถูกแรงเหวี่ยงมหาศาลให้หายวับไปจากบริเวณนั้นทันทีไปปรากฏอยู่ที่งานศพแห่งหนึ่งภายในวัด
เสียงสวดภาษาบาลีจากพระภิกษุ 3รูปที่ดังขึ้นภายในศาลาวัดที่มีผู้คนนั่งพนมมือฟังอยู่บนเก้าอี้นั้นทำให้สองพ่อลูกหันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจ บัดนี้รูปร่างหน้าตาของสองพ่อลูกมีสภาพปกติเป็ชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันที่นั่งดื่มเหล้าอยู่บนรถทัวร์ผ้าป่านั่นเองไม่มีร่องรอยาเ็แม้แต่น้อย
“พ่อครับ..นั่นรูปของผมกับพ่อนี่ครับ”
ชวินชี้ไปที่รูปภาพใบใหญ่ของตนกับบิดาที่ตั้งอยู่ติดกับโลงศพสองใบ
“ว๊าก..นี่มันงานศพชัด ๆ ศพใครวะ”
ทองก้อนใไม่อยากพูดออกมา
“ก็จะใครซะอีกล่ะพ่อ แกล้งจำรูปถ่ายตัวเองไม่ได้หรือไงใบเบ้อเริ่มวางอยู่หน้าโลงศพนั่นไง” ชวินบอก
“โธ่..นี่เราตายจริง ๆ หรือวะเนี่ย..” ทองก้อนหน้าเศร้า
“ชัวร์เลยพ่อนั่นไง..แม่กับยัยแหวนกำลังจะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เราแล้ว”
ชวินชี้ไปที่หญิงสองคนซึ่งกำลังกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลอยู่ด้านในศาลาสวดศพที่มีญาติพี่น้องคนอื่นอยู่ด้วย
“ผมรู้สึกดีจังเลยพ่อ”
ชวินหลับตาสูดลมหายใจเข้าท้องรู้สึกเหมือนปลอดโปร่งไปทั้งตัว
“เหมือนกันว่ะ..ข้าก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกนี่เองหรอกหรือที่เขาเรียกว่าได้รับส่วนกุศลผลบุญ”
ทองก้อนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าหลับตาทำท่าทางเหมือนกับลูกชาย ก่อนที่ทั้งคู่จะลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน
“พ่อจะลองไปทักทายแม่แกกับน้องแกดูก่อนนะ”
ทองก้อนพูดจบก็เดินตรงไปยังสองแม่ลูกที่กำลังยกมือไหว้พระสงฆ์ที่กำลังลุกจากที่นั่งหลังจากเสร็จพิธีสวดศพแล้วและแขกบางคนก็เริ่มทยอยเดินออกไปทีละคนสองคน
“นังบุญมา!..นังแหวน!”
ทองก้อนเรียกพร้อมกับสะกิดสีข้างของสองแม่ลูกแต่ไม่เกิดผลอันใดเลยสิ่งที่เขาััได้คือความว่างเปล่า
“แม่!..แหวน!..” ชวินช่วยะโอีกแรงอย่างสุดเสียง
“ว้าย!..”
นางบุญมาสะดุ้งโหยงหันไปมองหน้าลูกสาวก่อนจะถามว่า
“เมื่อกี้ได้ยินเสียงอะไรไหมวะยัยแหวน”
“ไม่นี่แม่..แม่ได้ยินอะไร”
ชโรชา กระซิบพร้อมกับเหลือบไปมองรูปที่หน้าโลงศพด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“เออ!ไม่มีอะไรหรอกสงสัยแม่จะหูฝาดไปเอง ดันได้ยินเสียงเรียก”
บุญมาบ่นอุบอิบก่อนจะเดินไปกล่าวทักทายญาติพี่น้องที่มานั่งฟังสวดศพที่มีเหลืออยู่สิบกว่าคนรวมทั้งเพื่อนของลูกชาย มีอยู่สามคน คือ สิปปกร ลิลลี่ และไปรยา ส่วนดร.นีรนุช นั้นไม่ได้มาด้วยแต่ส่งพวงหรีดและซองทำบุญฝากมากับสิปปกร ซึ่งบุญมาก็เข้าใจดีว่าดร.นีรนุชคงจะอยู่ดูแลนัฏนรีนั่นเอง
“นั่นนายปอนด์ ลิลลี่ แล้วก็ยา..ผมขอไปทักทายเพื่อนก่อนนะพ่อ”
ชวินหันมาบอกทองก้อนด้วยความดีใจ
“คงทักกันรู้เื่หรอกขนาดเมื่อกี้ะโสุดเสียงจนคอจะแตกแล้ว นังบุญมากับนังแหวนมันยังไม่ได้ยินเล้ย”
ทองก้อนพึมพำรู้สึกท้อแท้ใจที่ไม่สามารถสื่อสารทักทายกับลูกเมียได้
“นายปอนด์!”
ชวินเดินเข้าไปตบไหล่สิปปกรอย่างแรงแต่ัันั้นหาได้ระเคืองผิวกายของคนที่ถูกตบไหล่ไม่
“ลิลลี่!” คราวนี้ชวินหันไปสะกิดแขนลิลลี่บ้างแต่ก็เหมือนกับรายของสิปปกร
“ยา!..ได้ยินฉันไหม”
ชวินชะโงกหน้าไปะโที่หูของไปรยาเป็คนสุดท้ายจนร่างของไปรยาสะดุ้งโหยงหันซ้ายหันขวามองไปโดยรอบอย่างหวาดระแวงแต่เธอก็ไม่เห็นว่ามีใครมาเรียกชื่อเธออยู่ใกล้ๆ
“เฮ้ย!..ได้ผลแฮะ..ยา!..ยู้ฮู!”
ชวินดีใจที่เห็นกิริยาของไปรยาเหมือนจะได้ยินเสียงตนจึงยืนขวางหน้าเพื่อนสาวพร้อมกับทำหน้าตาทะเล้นหยอกล้อหวังว่าอีกฝ่ายจะมองเห็นตน แต่ไปรยากลับทำหน้าตาเลิ่กลั่ก
“เมื่อกี้ได้ยินเหมือนมีคนะโที่หู”
ไปรยาหันไปบอกกับเพื่อนทั้งสองสีหน้างงงัน
“ฉันเองที่ะโใส่หูเธอ ยัยยา”
ิญญาชวินบอกด้วยสีหน้าภูมิใจแต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้
“หูแว่วไปเองหรือเปล่ายา..พวกเราไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลย” สิปปกรบอกกับเพื่อน
“หรือว่าจะโดนผีนายวินหลอกเอา”
ลิลลี่พูดล้อแต่คนล้อกลับขนลุกเสียเอง
“บ้าน่า..คนยิ่งกลัวอยู่ด้วย สาธุ..คุณพระคุณเ้าช่วยลูกด้วยอย่าให้ลูกถูกผีหลอกเลย ..นายวินเพื่อนรักอย่ามาหลอกมาหลอนกันเลยนะไปดีเถิดเพื่อน ฉันจะดูแลยัยดรีมให้นายเอง ฉันสัญญา”
ตอนท้ายไปรยาหันไปยกมือไหว้รูปถ่ายชวินที่หน้าโลงศพก่อนจะหันซ้ายหันขวาไปรอบๆ ท่าทางหวาดระแวง
“ทำไมไม่มีใครมองเห็นเราเลย..”
ิญญาชวินทรุดนั่งลงกับพื้นด้วยความท้อแท้หมดอาลัยตายอยากเช่นเดียวกับบิดาที่นั่งคอตกอยู่ข้างๆ
“ยอมรับความจริงเถอะวะไอ้วิน อย่ามัวเศร้าอยู่เลย เราไปหาเหล้ากินแก้กลุ้มไม่ดีกว่าหรือ”
ทองก้อนชักชวนลูกชาย
“เหล้าหรือพ่อ..”
คนถูกชวนเงยหน้าขึ้นมาทันใด สายตากระตือรือร้นเมื่อพูดถึงสิ่งที่ตนเคยชอบเมื่อมีชีวิตอยู่
“แต่ที่นี่มันวัดนะพ่อเขาห้ามกินเหล้าในวัดพ่อไม่รู้หรือไง” ชวินหน้าสลดเมื่อนึกขึ้นได้
“จริงหรือวะ..แต่ข้าเห็นพวกพระที่วัดใกล้บ้านเราแอบกรึ๊บเหล้ากันในวัดก็ยังมีเลยนี่หว่า”
“นั่นเขาไม่เรียกว่าพระโว้ย..เรียกว่าพวกห่มผ้าเหลืองทำลายศรัทธาพระสงฆ์มารศาสนาพวกนี้แหละที่จะตกนรกหมกไหม้”
เสียงที่ะโแว่วเข้ามาเป็เสียงเดิมที่ได้ยินอยู่ที่หุบเขาและคาดว่าเป็คนที่นำพาสองพ่อลูกมาที่วัดนี้
“พ่อ..เสียงนั้นอีกแล้วผมกลัว..กลัวว่าเขาจะเอาเราไปที่ไหนสักที่”
ชวินหันไปสบตาทองก้อนด้วยความกลัว
“อย่าว่าแต่แกเลย ข้าก็กลัวว่ะ” ทองก้อนสารภาพเสียงสั่น
“ได้เวลาไปของพวกเ้าแล้วไปเดี๋ยวนี้” คำสั่งเสียงกึกก้องทำเอาสองพ่อลูกสะดุ้งหน้าซีด
“โอ้ย..ไม่ไป..ผมไม่ไป”
ชวินร้องะโสุดเสียงแต่ก็ไม่สามารถที่จะทัดทานกับแรงเหวี่ยงมหาศาลนั้นได้ สองพ่อลูกจึงถูกพาหายไปจากบริเวณนั้นทันที