เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดินดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าร้อง กองทัพของ อาณาจักรไป๋หู เคลื่อนพลเข้ามายังชายแดนของอาณาจักรต้าหลงอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี ธงสีขาวประดับด้วยรูปหงส์ทมิฬปลิวไสวรับลม แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะกลืนกินดินแดนเบื้องหน้าภายใต้การนำของ องค์ชายจ้าวหลี่ รัชทายาทแห่งไป๋หูผู้ซึ่งมีใบหน้างดงามดุจเทพเซียน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววเ็าและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เขาไม่เพียง้าดินแดน แต่ยัง้าพลัง และอำนาจที่เหนือกว่าใคร
"พวกต้าหลงช่างอ่อนแอเสียจริง" จ้าวหลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะมองข้ามทิวทัศน์เบื้องล่างจากหลังม้าศึกสีนิลของเขา "ข้าเพียงแค่เคลื่อนทัพมาเล็กน้อย พวกมันก็แทบจะกองทัพล่มสลายแล้ว"
ข้างกายเขามี อู๋จ้าว นักเวทสายดำผู้สวมชุดคลุมมิดชิดยืนอยู่ ใบหน้าของอู๋จ้าวซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุม แต่ดวงตาที่วาวโรจน์ของเขาส่องประกายความชั่วร้ายออกมา
"เป็เพราะพระองค์ทรงมีบัญชาให้ใช้กลยุทธ์กดดันทางจิตวิทยาพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย" อู๋จ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเลื่อนไหล "ข่าวลือเื่กองทัพปีศาจของไป๋หูได้แพร่สะพัดไปทั่ว บั่นทอนขวัญกำลังใจพวกมัน"
ความจริงแล้ว สิ่งที่เรียกว่า "กองทัพปีศาจ" นั้นส่วนหนึ่งมาจากเวทมนตร์ภาพลวงตาที่อู๋จ้าวร่ายเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านและทหารต้าหลง เสียงกรีดร้องโหยหวนจากสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น และเงาดำทะมึนที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วท่ามกลางควันไฟ ทำให้ทหารต้าหลงที่ขวัญเสียอยู่แล้วยิ่งหวาดผวา
การบุกครั้งแรกของไป๋หูประสบความสำเร็จอย่างงดงาม พวกเขาเข้ายึดหมู่บ้านชายแดนได้อย่างง่ายดาย ทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและความทุกข์ระทมเื้ั ชาวบ้านต่างหนีตายอลหม่าน บางส่วนถูกจับกุม บางส่วนถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี
ข่าวการรุกรานแพร่ไปถึงเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว สร้างความแตกตื่นและหวาดกลัว ท่านขุนนางน้อยใหญ่ต่างถกเถียงกันถึงหนทางรับมือ กองทัพต้าหลงอ่อนแอลงจากการขาดผู้นำที่เด็ดขาดและปัญหาคอร์รัปชันภายในมานานหลายปี การที่ไป๋หูยกทัพมาในยามนี้จึงเป็ภัยคุกคามที่ร้ายแรงยิ่งนัก
ท่ามกลางความสิ้นหวังของผู้คน ชื่อเสียงของ "แม่ทัพเงา" ผู้ลึกลับที่เพิ่งปรากฏตัวในสมรภูมิเล็กๆ ก่อนหน้านี้ ก็เริ่มเล็ดลอดออกมาจากปากของทหารที่รอดชีวิต พวกเขาเล่าถึงชายในชุดคลุมสีดำที่ปรากฏตัวในเงามืด ชายผู้ใช้กลยุทธ์ที่แปลกประหลาด แต่สามารถพลิกสถานการณ์จากความพ่ายแพ้เป็ชัยชนะได้อย่างน่าอัศจรรย์ คำร่ำลือเ่าั้ค่อยๆ แพร่กระจายเป็ความหวังริบหรี่ให้กับชาวต้าหลงที่กำลังมืดแปดด้าน
ในฐานที่มั่นลับที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาอันห่างไกล หลงเฟย กำลังศึกษาแผนที่ภูมิประเทศขนาดใหญ่ที่ฉายขึ้นจากเครื่องฉายภาพโฮโลแกรมที่เขาดัดแปลงขึ้นเอง ข้อมูลทุกจุดบนแผนที่ปรากฏขึ้นอย่างละเอียด ั้แ่ตำแหน่งของกองทัพไป๋หูไปจนถึงเส้นทางเดินทัพลับที่แม้แต่ราชสำนักต้าหลงก็อาจไม่รู้
"ซุนเจี๋ย ข้อมูลล่าสุดเป็อย่างไรบ้าง?" หลงเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า ดวงตาจับจ้องที่แผนที่
ซุนเจี๋ย สหายผู้ซื่อสัตย์และฉลาดปราดเปรื่อง ซึ่งหลงเฟยพบเจอและให้ความช่วยเหลือไว้หลังจากที่เขาฟื้นคืนสติในโลกนี้ ซุนเจี๋ยเป็ชายหนุ่มผู้มีไหวพริบปฏิภาณดีเยี่ยม มีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลและเป็นักวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างชาญฉลาด เขาเป็ผู้เดียวที่รู้ถึงความพิเศษของหลงเฟย และเป็ผู้คอยช่วยเหลืออยู่เื้ัมาโดยตลอด
"สถานการณ์วิกฤตพ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ" ซุนเจี๋ยตอบพลางยื่นแผ่นม้วนกระดาษโบราณให้ "กองทัพไป๋หูยึดหมู่บ้านหลัวชานได้แล้ว และกำลังมุ่งหน้าสู่จุดยุทธศาสตร์สำคัญ นั่นคือหุบเขาหิมะทมิฬ หากพวกมันยึดได้ จะสามารถปิดกั้นเส้นทางขนส่งเสบียงหลักของต้าหลงได้พ่ะย่ะค่ะ"
หลงเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาใช้ปลายนิ้วเลื่อนแผนที่ไปที่หุบเขาหิมะทมิฬ พลังประมวลผลของสมองเขาทำงานอย่างรวดเร็ว ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ อัตราความเร็วของกองทัพไป๋หู สภาพอากาศ และความหนาแน่นของกำลังพล ถูกนำมาวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองสถานการณ์ในหัวของเขานับพันแบบ
"ส่งคำสั่งให้กองทัพต้าหลงที่ประจำอยู่หุบเขาหิมะทมิฬ เตรียมถอนกำลังบางส่วนไปประจำยังตำแหน่งที่เราได้กำหนดไว้" หลงเฟยสั่งเสียงเรียบ "และเตรียมชุดยานสำรวจขนาดเล็กไร้คนขับ ให้พร้อมใช้งาน"
ซุนเจี๋ยพยักหน้าเล็กน้อย เขารู้ว่าหลงเฟยกำลังจะใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไปจากที่เคยทำ
"ท่านแม่ทัพจะนำทัพเองหรือพ่ะย่ะค่ะ?" ซุนเจี๋ยถาม
"ใช่" หลงเฟยตอบสั้นๆ "สถานการณ์เช่นนี้ ไม่สามารถฝากความหวังไว้กับใครได้อีกแล้ว"
เขายังคงต้องเรียนรู้และปรับตัวกับโลกใบนี้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ความรู้และเทคโนโลยีจากอนาคตจะทำให้เขาเหนือกว่าใคร แต่การเผชิญหน้ากับศัตรูที่ใช้เวทมนตร์ดำอันแปลกประหลาด ก็ยังเป็สิ่งที่เขาต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เขาไม่้าให้ความไม่รู้เกี่ยวกับ "พลังแห่งยุคโบราณ" มาบ่อนทำลายแผนการของเขา
หลงเฟยเดินไปยังห้องเก็บอาวุธลับ ภายในนั้นไม่ใช่ดาบหรือทวนที่ตีจากเหล็กธรรมดา แต่เป็อาวุธที่สร้างจากความรู้ทางวิศวกรรมของเขาเอง เขาหยิบ "เครื่องยิงคลื่นเสียงความถี่สูง" ขนาดพกพาออกมา มันสามารถสร้างคลื่นเสียงที่รบกวนการทำงานของสมองและสร้างความสับสนวุ่นวายได้อย่างรุนแรงโดยที่มองไม่เห็น และ "ะเิควันพรางตัว" ที่สร้างควันหนาแน่นที่สามารถบดบังการมองเห็นได้แม้ในระยะใกล้
กองทัพไป๋หูภายใต้การนำของจ้าวหลี่ยังคงเคลื่อนพลอย่างมั่นใจ พวกเขามาถึงเชิงหุบเขาหิมะทมิฬใน่กลางคืน อากาศที่นี่หนาวเหน็บและมีหมอกหนาปกคลุม ทำให้การมองเห็นเป็ไปได้ยาก อู๋จ้าวเริ่มร่ายมนตร์ดำเพื่อสร้างภาพลวงตาและเสียงหลอนหวังจะทำให้ทหารต้าหลงที่เฝ้าอยู่ในหุบเขาหวาดกลัวจนถอยร่นไปเอง
"ไป๋หูจะกวาดล้างพวกเ้าให้สิ้น!" เสียงของอู๋จ้าวที่ถูกขยายด้วยมนตร์ดำดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา สร้างความหวาดผวาให้ทหารต้าหลงบางส่วนที่ยังคงประจำการอยู่
แต่ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น ท่ามกลางความมืดและหมอกหนา เสียงแหลมสูงระดับคลื่นความถี่ที่มนุษย์แทบจะไม่ได้ยิน ก็ดังขึ้นพร้อมกันจากหลายทิศทาง มันไม่ใช่เสียงที่สร้างความเ็ปทางกาย แต่กลับสร้างความสับสนและคลื่นไหวในสมองของทหารไป๋หูอย่างรุนแรง พวกเขากุมศีรษะ ร่างกายเซไปมา บางคนถึงกับล้มลงหมดสติ
นี่คือผลงานของ "เครื่องยิงคลื่นเสียงความถี่สูง" ที่หลงเฟยและซุนเจี๋ยติดตั้งไว้ในจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ทั่วหุบเขา มันถูกเปิดใช้งานพร้อมกันด้วยระบบควบคุมไร้สายที่หลงเฟยเป็ผู้คิดค้น
จ้าวหลี่และอู๋จ้าวเองก็รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานประหลาดที่กระทบสมอง อู๋จ้าวพยายามใช้เวทมนตร์ป้องกันตัว แต่คลื่นเสียงนั้นกลับรบกวนสมาธิในการร่ายเวทของเขา ทำให้มนตร์ดำที่เขาสร้างขึ้นอ่อนกำลังลง
ก่อนที่กองทัพไป๋หูจะตั้งตัวได้ "ะเิควันพรางตัว" ก็ถูกยิงเข้ามาในพื้นที่จากเครื่องยิงขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ สร้างควันหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่คนข้างๆ กองทัพไป๋หูตกอยู่ในความโกลาหลอย่างสิ้นเชิง เสียงดาบกระทบกัน เสียงกรีดร้อง และเสียงฝีเท้าที่วิ่งวนไร้ทิศทางดังก้องไปทั่ว
ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เงาร่างของชายคนหนึ่ง เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบงันยิ่งกว่าิญญา เขากวัดแกว่ง ใบมีดขนาดเล็กพิเศษ ที่เปล่งประกายคมกริบ ฟาดฟันเข้าใส่จุดอ่อนของทหารไป๋หูอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ราวกับกำลังแสดงท่ารำที่ตายตัว และทุกครั้งที่ใบมีดวาดผ่าน ร่างของทหารไป๋หูก็ล้มลงอย่างไร้เสียง หลงเฟยในชุดเกราะบางเบาที่เขาดัดแปลงเอง สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวของศัตรูได้ในความมืดและควันหนาได้อย่างชัดเจนด้วย ระบบอินฟราเรดและเซนเซอร์ความร้อน ที่ซ่อนอยู่ในชุดของเขา
"นี่มันอะไรกัน!" จ้าวหลี่คำรามด้วยความโกรธ เขามองไม่เห็นศัตรู แต่รู้สึกได้ถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
"พวกมันใช้กลอุบายบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ!" อู๋จ้าวะโ พยายามรวบรวมพลังเวทมนตร์เพื่อสร้างบาเรียป้องกัน
แต่สายเกินไปแล้ว หลงเฟยปรากฏตัวเบื้องหน้าจ้าวหลี่ราวกับภูตผี ดวงตาของเขาเย็นเยียบไร้อารมณ์ใดๆ จ้าวหลี่ถึงกับผงะ เขาไม่เคยเห็นสายตาที่ไร้ชีวิตชีวาแต่กลับเต็มไปด้วยพลังอำนาจเช่นนี้มาก่อน หลงเฟยไม่ได้โจมตีเขาโดยตรง แต่ใช้เท้าเตะที่ข้อต่อหัวเข่าของม้าจ้าวหลี่อย่างรุนแรง ม้าศึกเสียหลักทรุดลง ทำให้จ้าวหลี่ร่วงจากหลังม้าอย่างไม่เป็ท่า
เพียงพริบตาเดียว สถานการณ์ในหุบเขาหิมะทมิฬก็พลิกผันจากที่กองทัพไป๋หูเหนือกว่า กลายเป็ความพ่ายแพ้ย่อยยับ หลงเฟยไม่ทิ้งร่องรอย เขาหายไปในเงามืดพร้อมกับเสียงสัญญาณถอยทัพของไป๋หูที่ดังขึ้นอย่างสิ้นหวัง
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อหมอกจางลง ทหารต้าหลงที่ถูกถอนกำลังออกไปบางส่วนกลับมายังหุบเขาหิมะทมิฬ พวกเขาพบแต่ซากศพของทหารไป๋หูเกลื่อนกลาด อาวุธที่ทิ้งเรี่ยราด และร่องรอยของการต่อสู้ที่แปลกประหลาด ไม่มีใครเห็น "แม่ทัพเงา" คนนั้น แต่ชัยชนะอันเด็ดขาดที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นจริง
ข่าวการพ่ายแพ้ย่อยยับของกองทัพไป๋หูแพร่สะพัดไปทั่วเช่นกัน แต่คราวนี้เป็ข่าวดีสำหรับต้าหลง ชื่อของ "แม่ทัพเงา" กลายเป็ตำนานที่ถูกกล่าวขานถึงความลึกลับและพลังอำนาจที่เหนือธรรมชาติ
ในอีกซีกโลกหนึ่ง จ้าวหลี่กลับมายังค่ายของเขาด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียหน้าและขุ่นเคือง
"แม่ทัพเงา... ข้าจะหาตัวแกให้เจอ และจะให้แกชดใช้ความอัปยศนี้!" จ้าวหลี่คำรามเสียงต่ำ
หลงเฟยจากไปในเงามืด ทิ้งไว้เพียงปริศนาและความหวาดกลัวในใจของศัตรู และเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังในใจของชาวต้าหลง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า การกระทำของเขาในวันนี้ จะนำพาเขาไปสู่การเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่แท้จริง และการพบพานที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงกับหญิงสาวผู้ดื้อรั้นคนนั้น... หลิวซิน