บทที่ 10: ความงามที่ต้องแลกด้วยหัวใจ
เสียงฝีเท้าหนักๆ กระแทกพื้นหินดัง ตึก! ตึก! ตึก! สะท้อนก้องไปทั่วตรอกซอยอันเงียบสงัดของเมืองหลวงยามวิกาล
หวังเซิงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ลมหายใจหอบถี่จนแสบปอด เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง เพราะเสียงหัวเราะแหลมสูงที่ไล่หลังมานั้น ใกล้เข้ามาทุกที
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ท่านพี่... จะรีบไปไหน? เรายังไม่ได้เล่นสนุกกันเลยนะ!"
เสียงนั้นฟังดูเหมือนอยู่ข้างหู หวังเซิงร้องลั่น "อย่าตามข้ามา! ปีศาจ! ออกไป!"
เขาเลี้ยวเข้าสู่ถนนริมทะเลสาบซีหู แสงโคมไฟจากคฤหาสน์หลังงามที่อยู่ตรงหน้าเปรียบเสมือนประภาคารแห่งความหวัง เขาจำได้ว่านี่คือที่พักของคุณชายแซ่ไป๋
"ช่วยด้วย! คุณชายไป๋! ช่วยข้าด้วย!"
หวังเซิงพุ่งเข้าชนประตูไม้บานใหญ่ของคฤหาสน์อย่างแรง ปัง! ปัง! ปัง! เขาทุบประตูระรัว "เปิดประตู! ใครก็ได้เปิดที!"
ฟึ่บ!
ลมเย็นะเืพัดผ่านต้นคอ เงาดำทะมึนทาบทับลงบนร่างของเขา หวังเซิงค่อยๆ หันกลับไปมองด้วยความสั่นกลัว
ร่างของ 'แม่นางเหวย' ยืนตระหง่านอยู่ห่างออกไปเพียงห้าก้าว แต่สภาพของนางในตอนนี้ไม่ใช่สาวงามอีกต่อไป ิัมนุษย์ที่นางสวมใส่เริ่มหลุดล่อน เผยให้เห็นเนื้อแท้ข้างในที่เป็สีเขียวคล้ำ เต็มไปด้วยตุ่มหนองและขนหยาบ ดวงตาถลนออกมานอกเบ้า ปากกว้างฉีกถึงใบหูเผยให้เห็นฟันแหลมคมดุจเลื่อย
"หมดเวลาวิ่งเล่นแล้ว..." ปีศาจสาวแสยะยิ้ม น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อย "หัวใจของเ้า... ข้าขอนะ!"
กรงเล็บยาวเฟื้อยพุ่งตรงเข้ามาที่หน้าอกซ้ายของหวังเซิง!
"อ๊ากกกกก!" หวังเซิงหลับตาปี๋ เตรียมรับความตาย
พลั่ก!
เสียงกระแทกดังทึบ แต่หวังเซิงกลับไม่รู้สึกเ็ป...
เขาลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพที่เห็นคือ ประตูคฤหาสน์เปิดออกแล้ว และมีร่างท้วมๆ ของชายคนหนึ่งยืนขวางอยู่ มือข้างหนึ่งของชายผู้นั้นรับกรงเล็บปีศาจเอาไว้ได้... ด้วยมือเปล่า!
"โวยวายอะไรกันดึกๆ ดื่นๆ คนจะหลับจะนอน!"
อาเจาท์ยืนหาวหวอดๆ มือที่รับกรงเล็บปีศาจบีบแน่นขึ้นจนเกิดเสียงกระดูกลั่น กร๊อบ!
"กรรรร! เ้า!" ปีศาจสาวร้องด้วยความเ็ปและใ นางพยายามดึงมือกลับ แต่เหมือนถูกคีมเหล็กหนีบไว้ "เ้าเป็ใคร! ปล่อยข้า!"
"ข้าเป็คนเฝ้าประตู... เอ้ย คนขับรถม้า" อาเจาท์ตอบหน้าตาย ก่อนจะสะบัดมือเหวี่ยงร่างปีศาจสาวลอยกระเด็นออกไปกระแทกต้นหลิวริมทะเลสาบจนหักโค่น
โครม!
หวังเซิงทรุดตัวลงกับพื้น ขาสั่นพับๆ "ขอบ... ขอบคุณท่านจอมยุทธ์! ขอบคุณ!"
"อย่าเพิ่งขอบคุณ นางยังไม่ตาย"
เสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง หวังเซิงหันไปเห็นไป๋อวิ๋นเดินออกมาจากประตูคฤหาสน์ ในมือถือตะเกียงกระดาษ ท่าทางสง่างามราวกับกำลังเดินชมจันทร์ ไม่เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน
ปีศาจสาวลุกขึ้นมาจากกองซากต้นไม้ ร่างกายของนางบิดเบี้ยว ิัมนุษย์ที่สวมอยู่ขาดวิ่นจนหมด เผยร่างปีศาจเต็มตัว นางคำรามด้วยความโกรธแค้น
"พวกมนุษย์สารเลว! กล้าขวางทางข้า! ข้าจะควักหัวใจพวกเ้าทุกคนมากิน!"
นางร่ายเวทพึมพำ ทันใดนั้น หมอกควันสีเขียวก็พวยพุ่งออกมาจากปากของนาง กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงคละคลุ้ง ใครสูดดมเข้าไปจะต้องเนื้อเน่าเฟะทันที
"พิษศพพันปี!" หวังเซิงหน้าซีด "เราตายแน่!"
ไป๋อวิ๋นเพียงแค่ยกชายแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกเบาๆ แล้วสะบัดพัดจีบไปข้างหน้าหนึ่งครั้ง
วูบ!
ลมพายุหมุนขนาดเล็กก่อตัวขึ้น พัดเอากลุ่มควันพิษเ่าั้ย้อนกลับไปหาปีศาจสาวทั้งหมด
"แค่ก! แค่ก! แค่ก!" ปีศาจสาวสำลักควันพิษของตัวเอง นางดิ้นทุรนทุราย แต่ด้วยความที่เป็เ้าของพิษ นางจึงไม่ตาย เพียงแต่าเ็ภายใน
ไป๋อวิ๋นก้าวเดินเข้าไปหานางอย่างช้าๆ รัศมีสีทองจางๆ แผ่ออกมาจากร่าง เป็เกราะป้องกันไอปีศาจ
"เ้าคือปีศาจวาดหนัง (Painted Skin Demon) สินะ..." ไป๋อวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ มองดูนางด้วยสายตาพิจารณา "ทำไมต้องกินหัวใจมนุษย์? เพื่อคงสภาพิัจอมปลอมนั่น หรือเพื่อบำเพ็ญตบะมาร?"
"เื่ของข้า!" ปีศาจสาวตะคอก นางพยายามจะลุกขึ้นสู้ แต่ถูกแรงกดดันจากไป๋อวิ๋นตรึงร่างไว้กับพื้น "ข้าเกิดมาอัปลักษณ์! ข้าถูกสาปแช่ง! ข้าเพียง้าความงาม... ข้าผิดตรงไหนที่อยากสวยงามเหมือนมนุษย์!"
"อยากสวย... เลยต้องฆ่าคนงั้นหรือ?" ไป๋อวิ๋นส่ายหน้า "ตรรกะวิบัติสิ้นดี"
"พวกเ้าจะไปรู้อะไร!" น้ำตา (ที่เป็เื) ไหลออกมาจากดวงตาโปนๆ ของนาง "ตอนข้าเป็มนุษย์ ข้าถูกสามีทอดทิ้งเพราะใบหน้าเสียโฉมจากไฟไหม้ ข้าตรอมใจตายกลายเป็ผี ร่อนเร่ด้วยความแค้น จนท่านจอมมารมอบวิชานี้ให้... ขอแค่กินหัวใจชายหนุ่มรูปงาม ข้าก็จะมีผิวพรรณที่งดงามที่สุด!"
หวังเซิงที่แอบฟังอยู่ตัวสั่นงันงก "จะ... เ้าเลยจะกินข้า?"
"ใช่! หัวใจของเ้าชุ่มฉ่ำไปด้วยตัณหาราคะ เหมาะแก่การบำรุงผิวพรรณข้ายิ่งนัก!" นางตวาดใส่
ไป๋อวิ๋นถอนหายใจ "เฮ้อ... ที่แท้ก็เหยื่อการตลาดของจอมมารอีกราย"
เขาหุบพัดจีบ นั่งยองๆ ลงตรงหน้าปีศาจสาว จ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเ็ปของนาง
"แม่นาง... หากข้าบอกว่า ข้าสามารถทำให้เ้ามีความงามที่แท้จริงได้ โดยไม่ต้องกินหัวใจใคร และไม่ต้องสวมหนังมนุษย์เน่าๆ นี่... เ้าจะสนใจไหม?"
ปีศาจสาวชะงัก "โกหก! ไม่มีวิชาไหนทำแบบนั้นได้! แม้แต่จอมมารยังทำไม่ได้!"
"จอมมารทำไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าข้าทำไม่ได้" ไป๋อวิ๋นยิ้มมุมปาก หยิบกระจกทองเหลืองบานเดิมออกมา
"จงดูตัวเองในตอนนี้... นี่คือสิ่งที่เ้า้าจริงๆ หรือ? สวยแค่เปลือก แต่ข้างในเน่าเฟะ ต้องหลบซ่อน ต้องฆ่าคน ต้องหนีการตามล่า... นี่คือความสุขที่เ้าตามหาหรือ?"
ปีศาจสาวมองเงาสะท้อนอันน่าเกลียดน่ากลัวของตัวเองในกระจก นางกรีดร้องและปิดหน้า "ไม่! ข้าไม่อยากเห็น!"
"เ้าเลือกได้" ไป๋อวิ๋นวางมือลงบนไหล่ที่เต็มไปด้วยตุ่มหนองของนาง แสงสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นที่ฝ่ามือ "จะยอมให้ข้าชำระล้างไอปีศาจ และสร้างร่างเซียนให้เ้าใหม่ แลกกับการที่เ้าต้องเลิกทำชั่วและมาทำงานให้ข้า... หรือจะให้คนขับรถม้าของข้าทุบเ้าให้ตายตรงนี้?"
อาเจาท์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง หักนิ้วดัง กร๊อบๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ
ปีศาจสาวตัวสั่น นางััได้ถึงพลังอันอบอุ่นจากมือของไป๋อวิ๋น พลังที่ไม่ได้ทำร้ายนาง แต่กลับบรรเทาความเ็ปที่เรื้อรังมานาน
"ท่าน... ท่านทำได้จริงหรือ? ท่านจะไม่ฆ่าข้า?"
"ฆ่าไปก็เปลืองแรงฝัง" ไป๋อวิ๋นลุกขึ้นยืน "ข้า้าคนมีฝีมือมาช่วยงาน... ความสามารถในการแปลงโฉมและวาดภาพของเ้า มีประโยชน์มากกว่าการเอามาใช้หลอกผู้ชายกินตับ"
ปีศาจสาวนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้มศีรษะลงแนบพื้น "หากท่านช่วยข้าให้หลุดพ้นจากร่างอัปลักษณ์นี้ได้... ข้า 'เหมยซานเหนียง' (Mei Sanniang) ยินดีถวายชีวิตรับใช้ท่าน!"
"ดี!" ไป๋อวิ๋นดีดนิ้ว "อาเจาท์ อุ้มนางเข้าไปในห้องปรุงยา ข้าจะเริ่มพิธี 'ลอกคราบ' เดี๋ยวนี้"
"หา! อุ้มอีกแล้วเหรอ! นางตัวเมือกไปหมดเลยนะนายน้อย!" อาเจาท์โวยวาย
"เร็วเข้า เดี๋ยวคิดค่าจ้างเพิ่มให้!"
เมื่ออาเจาท์จำใจแบกร่างปีศาจเข้าไปในคฤหาสน์ ไป๋อวิ๋นก็หันมาหาหวังเซิงที่ยังนั่งกองอยู่กับพื้น
"ส่วนท่าน... คุณชายหวัง"
หวังเซิงรีบกราบกราน "คุณชายไป๋! ท่านคือเทพเ้ามาโปรด! ข้าสำนึกผิดแล้ว! ข้าจะไม่เ้าชู้ ข้าจะไม่หลงใหลรูปกายภายนอกอีกแล้ว!"
ไป๋อวิ๋นยิ้มบางๆ ยื่นมือไปฉุดเขาให้ลุกขึ้น "ดีที่คิดได้... แต่บทเรียนครั้งนี้คงทำให้ท่านจำไปจนวันตาย ข้ามีเื่จะวานท่านสักหน่อย"
"เชิญสั่งมาได้เลยขอรับ! ให้ข้าทำอะไรข้ายอมทุกอย่าง!"
"ข้าได้ข่าวว่าบิดาของท่านเป็แม่ทัพรักษาเมืองหลวง..." ไป๋อวิ๋นกระซิบเสียงเบา "ข้าอยากให้ท่านพาข้าไปพบเขาหน่อย... ข้ามีข้อมูลเกี่ยวกับ 'ขุนนางกังฉิน' ที่กำลังสมคบคิดกับปีศาจในราชสำนัก"
หวังเซิงเบิกตากว้าง "สมคบคิดกับปีศาจ! นี่มันเื่ฏเลยนะขอรับ!"
"ใช่... และถ้าเราไม่รีบจัดการ" ไป๋อวิ๋นมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือวังหลวงที่เมฆดำปกคลุมหนาแน่นกว่าเดิม "เมืองฉางอันอันรุ่งโรจน์... อาจจะกลายเป็เมืองร้างภายในคืนเดียว"