ตอนที่ 18
การต่อสู้ในป่าลึก
ชวี่ฮุ่ยิจ้องมองไปที่เด็กสาวผู้มาใหม่ของสกุลเฉินดวงตาของนางงดงามและเปิดเผย ขนตาแผหนากระพือยามเมื่อนางขยับใบหน้าเอ่ยแจ้วพร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน เขาจ้องมองมันเนิ่นนาน มองอย่างไรก็เป็ใบหน้าชวนฝันที่สร้างความปรารถนาแก่เหล่าบุรุษ
อาจเพราะเติบใหญ่จากสถานที่ห่างไกลจากผู้คน นางจึงยังดูบริสุทธิ์ไม่ถูกสิ่งใดแปดเปื้อน
นอกจากนางจะเป็บุตรสาวสายตรงจากจวนแม่ทัพแล้วนิสัยของนางก็คงเข้ากับมารดาของเขาไม่เลว การเข้าใกล้ชิดคุณหนูใหญ่ผู้ซึ่งเป็เพียงบุตรสายรองอาจต้องหยุดแต่เพียงเท่านี้ เมื่อเจอคนที่ตรงเป้าหมายมากกว่า
“…” ใบหน้าของชายหนุ่มเคร่งเครียดฉับพลันเมื่อคิดได้เช่นนั้น
ไม่ถูกต้องไม่ใช่หรือ?
ทันใดนั้นชวี่ฮุ่ยิกลับรู้สึกว่านี่คือเื่ที่ไม่ถูกต้องหากลดการยุ่งเกี่ยวกับเฉินอวี้เยี่ยนลง
แม้ไม่อาจสามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดต้องรู้สึกเช่นนี้แต่เขากลับเชื่อความรู้สึกของตนเองในตอนนี้เป็อย่างมาก
“ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง? ตอนนี้ข้าใส่สมุนไพรเพียงพอแล้วเ้าค่ะป่าแห่งนี้อุดมสมบูรณ์มาก ตัวยาหลายอย่างในการรักษาหาได้ง่ายนักคงเพราะไม่ค่อยมีคนเข้ามาบุกรุก…”
‘ชินอ๋องหนีไปทางนั้น! ตามไป!’
ชวี่ฮุ่ยิและเฉินชิงเหลียนเบิกตากว้างมือใหญ่แข็งแกร่งลืมอาการบาดเจ็ดไปชั่วคราว เขาดึงร่างกายอ่อนนุ่มซ่อนไว้ข้างหลังพยายามเงี่ยหูฟังว่าเสียงนั้นมาจากทิศทางใด
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเคร่งเครียด ใบหน้าหล่อเหลาที่ที่นิ่งขรึมอยู่แล้วดูจริงจังนิ่งเงียบ และรอบคอบ จนเฉินชิงเหลียนที่อยู่ด้านหลังลอบมองพร้อมหัวใจที่เส้นระส่ำนอกจากใจที่เต้นรัวเพราะอาการตื่นกลัว ก็คล้ายมีบางส่วนเต้นเพราะเหตุอื่นด้วยเช่นกัน
ชวี่ฮุ่ยิเป็บัณฑิตที่วรยุทธนั้นก็ไม่ด้อยเขาพยายามดันร่างของเขากับเฉินชิงเหลียนเข้าพุ่มไม้ พอสังเกตลอบฟังโดยละเอียด นอกจากเสียงวิ่งที่ดูสับสนสองเสียงก็เป็เสียงที่ดังขึ้นเพราะคนได้รับาเ็ เนื่องจากมีการส่งเสียงร้องโอดโอยลอยมาเป็ระยะ
ทว่าไร้ซึ่งเสียงต่อสู้คาดว่าก่อนที่เขาจะมา คงเกิดการกระทบกระทั่งไปแล้วระลอกหนึ่ง ตอนนี้คนคงหลุดหนีออกไปได้แล้วพวกมือสังหารจึงเร่งติดตามต่อ
ชวี่ฮุ่ยิดึงแขนเฉินชิงเหลียนขึ้นมา“ตามหลังข้าไว้ ห้ามออกห่างเด็ดขาด”
“เ้าค่ะ” มือเล็กบอบบางรีบเก็บอุปกรณ์ทำยาลุกขึ้นมาติดตามเ้าของแผ่นหลังกว้าง ใบหน้าของสาวน้อยอดไม่ได้ที่จะขึ้นสีแดงจางๆ
ซื่อจื่อแห่งจวนเสนาบดีปลดกระบี่ข้างกายออกมาถือเหลือบมองกระบี่ในมือของตัวเองที่ไม่ได้ใช้มานาน ฝักดาบสีดำส่องกระทบกับแสงแดดก่อให้เกิดประกายเรืองรอง
ใบหน้าหล่อคมคายกลับครุ่นคิดไปถึงก่อนที่จะแบ่งกลุ่มออกมาจากเฉินโจวฉีและเฉินอวี้เยี่ยน
เด็กสาวคนนั้นก็มีกระบี่สีดำเช่นเดียวกับเขา
หากกลุ่มมือสังหารพวกนั้นได้เดินทางเจอกับสองคนนั้นเข้าก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ไม่เกิดอันตรายใดขึ้น
ชวี่ฮุ่ยิลอบสังเกตเส้นทางเบื้องหน้าเมื่อพบว่าไม่มีเสียงหรือสิ่งใดผิดปกติ ก็เร่งฝีเท้าติดตามไปแน่นอนว่าตอนนี้พวกเขากำลังติดตามร่องรอยของพวกมือสังหารอยู่ หากโชคดีอาจเจอชินอ๋องได้ทันเวลา
ยิ่งเดินลึก เฉินชิงเหลียนยิ่งลอบปิดปากเพราะตามเส้นทางที่ชวี่ซื่อจื่อเดินติดตาม คือร่องรอยจากเืรอยใหญ่ ที่จะใบไม้หรือก้อนหินก็ไม่สามารถปิดได้มิดชิด
“เป็รอยเืของคนที่พยายามอย่างมากในการเคลื่อนตัวหลบหนีและพวกมือสังหารก็เหมือนจะติดตามรอยนี้เช่นกัน ข้าคิดว่าชินอ๋องอาจกำลังบาดและเจ็บซ่อนตัวอยู่”ชวี่ฮุ่ยิวิเคราะห์ออกมาเสียงเบา
เฉินชิงเหลียนเริ่มมีความกังวลซ่งหลิวหยางกำลังาเ็หนักและหลบหนีอยู่ นางอยากเร่งรีบที่จะเจอตัวของเขาไวๆ เพื่อที่จะได้ยืนยันกับสายตาของตนเองว่าไม่ได้เกิดอันใดร้ายแรงขึ้นกับเขา
ทันใดนันนางก็ชะงัก เมื่อเจอสิ่งของบางอย่างเด็กสาวเร่งเดินเข้าไปเพื่อหยิบออกมา มันเป็พู่หยกชิ้นหนึ่งชุ่มไปด้วยเืข้นหนืดเด็กสาวมองพินิจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหันไปทางชวี่ฮุ่ยิ เอ่ยอย่างกังวล “เป็พู่หยกของชินอ๋องเ้าค่ะ”
นางเคยเห็นมันตอนที่รักษาชายหนุ่มบนที่อาศัยเก่าก่อนจะเดินทางมาที่เมืองหลวง ให้ตายก็ไม่อาจจำได้ผิดอัน
“เขาคงอยู่แถวนี้” ชวี่ฮุ่ยิขมวดคิ้วพยายามกวาดมองทั่วรอบบริเวณ
หากชินอ๋องอยู่แถวนี้ ย่อมหมายความว่าพวกมือสังหารคงอยู่แถวนี้เช่นเดียวกัน
“สุนัขรับใช้ดมกลิ่นเก่งกาจเช่นนี้ ดูท่าจะถูกฝึกมาอย่างดีใครส่งพวกเ้ามากัน” ทันใดนั้น น้ำเสียงไม่แยแสอันเป็เอกลักษณ์ของชินอ๋องก็ดังขึ้นพร้อมเสียงกระบี่ที่กระทบกระทั่งกัน
ชวี่ฮุ่ยิลอบถอนหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคร่งเครียดถึงขีดสุดเริ่มผ่อนคลายลงอย่างไรคนผู้นี้ก็คงไม่ยอมทำให้ตนเองเสียเปรียบโดยง่าย สามารถเอาตัวรอดมาได้และยังมีลมหายใจอยู่ถือว่าพวกเขายังพอมาทันเวลา
ดวงตาเรียวคมลอดส่องมองผ่านพุ่มไม้ที่ซ่อนตัวยามมองออกไป ก็เห็นเหล่ามือสังหารกำลังโจมตีพัวพันกับร่างของชายหนุ่มที่โดดเด่น
รังสีสังหารของชินอ๋องแผ่ออกมาอย่างไม่คิดปิดบังก่อให้เกิดความกดดันยามเมื่อเผชิญหน้า มือสังหารให้มองผ่าน นับรวมได้สามถึงสี่คนกลับไม่สามารถล้มชินอ๋องได้โดยง่าย
ชินอ๋องแม้าเ็แต่ก็หาได้ยินยอมให้ตนเองเสียเปรียบคล้ายกับกำลังคนไม่ใช่ปัญหา เมื่อมือสังหารฟาดกระบี่ลงมา ชินอ๋องก็ขับเคลื่อนกำลังภายในเข้าสู่มือที่ถือกระบี่คู่ใจรับมือกระบี่ของมือสังหาร ก่อนจะเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วมือที่ว่างอยู่ก็ชักมีดสั้นติดตัวออกมา เขาตวัดมือพุ่งมันเข้าสู่หัวใจของมือสังหารอย่างแม่นยำ
ไม่ยิมยอมให้เสียเวลาแม้เพียงเสี้ยวเขาพุ่งตัวไปหยิบเอากระบี่ของมือสังหารที่สิ้นใจขึ้น มือทั้งสองข้างถือกระบี่เปื้อนเือีกมือชี้กระบี่ไปตรงหน้ามือสังหาร
“เ้าพวกสุนัขรับใช้ คิดว่าจะสามารถกำจัดข้าชินอ๋องได้โดยง่ายงั้นหรือ?ไหนลองเห่าอ้อนวอนข้าดู ข้าจะยอมใจอ่อนออมมือให้” เขาพูดพลางยิ้มเหี้ยมอย่างท้าทาย
ไม่รอให้มือสังหารโมโหจนอกแตกตาย ชินอ๋องอาศัยจังหวะนี้สะกิดเท้าวูบร่างมาที่ตรงหน้ามือสังหารที่อยู่ใกล้ โจมตีใส่อีกระลอก
ไหนบอกชินอ๋องเป็เ้าคนไม่ได้ความสามารถกำจัดได้โดยง่าย!?
แล้วนี่มันอะไร เห็นๆ อยู่ว่าคนผู้นี้กำลังาเ็แต่กลับไม่รู้ว่าผุดเอาเรียวแรงมาจากที่ใด ราวกับกินอะไรผิดสำแดงเข้าไปอาละวาดปลดปล่อยฝีมือออกมาเต็มที่
เมื่อรับรู้ว่านี่มันเริ่มเข้าใกล้ฆาตทุกทีมือสังหารคนหนึ่งก็เห็นสิ่งผิดปกติ พุ่มไม้พุ่มนั้นเคลื่อนไหวแปลกๆ ราวกับมีคนอยู่
มันจึงไม่สนใจร่างของชินอ๋อง สะกิดตัววูบเปลี่ยนเป้าหมายแหวกพุ่มไม้ให้เห็นเื้ั ก็พบชายหนุ่มและสาวงามคู่หนึ่ง สายตาแรกมองมาอย่างหวาดกลัวสายตาที่สองมองมาอย่างเคร่งเครียด
แท้จริงชวี่ฮุ่ยิกำลังรอจังหวะที่สามารถแทรกตัวเองไปกำจัดมือสังหารร่วมกับชินอ๋องอยู่แล้วแต่นึกไม่ถึงเลยว่าพวกมันจะเจอเขาและเฉินชิงหลียนได้รวดเร็วเช่นนี้
ชวี่ฮุ่ยิเอามือไปกันเฉินชิงเหลียนไว้ให้นางพยายามซ่อนตัวอยู่เื้ัของเขา “สมกับเป็พวกสุนัขดมกลิ่นจมูกดีเสียจริง”
มือสังหารหัวเราะเฮอะออกมา “งั้นลองตายอยู่ใต้คมกระบี่ของสุนัขอย่างพวกข้าดู!”
ชวี่ฮุ่ยิผลักเฉินชิงเหลียนลงหลุมใกล้ๆ ก่อนที่มือสังหารจะติดตามร่างของเด็กสาวไปเขาก็ยกขาถีบมือสังหารออกไป ดึงกระบี่ออกมาจากฝัก เสียงกระบี่ที่ตัดผ่านอากาศดังหนักแน่นกระทบกับกระบี่ของมือสังหาร
เ้าหนุ่มนี่ก็เป็วรยุทธ! และดูไม่ด้อยไปกว่าชินอ๋องเลยทีเดียวมือสังหารตื่นตระหนก ยามเมื่อได้รับมือกับชวี่อุ่ยิ
การลอบสังหารในครั้งนี้พวกเขาขาดทุนยับเลยหรือไม่?
ชินอ๋องเหลือบตามองผู้มาใหม่ที่กำลังต่อสู้กับมือสังหารเขารับรู้ได้ว่าสายตาของตนเองกำลังพร่ามัว อาจเพราะก่อนหน้านี้เสียเืมากเกินไปทำให้ถึงจะปากเก่งยั่วยุพวกมือสังหารไปบ้าง แต่ร่างกายคนเราย่อมมีขีดจำกัด
“ก่อนหน้านี้ยังปากดีอยู่เลยเกิดอะไรขึ้นกับชินอ๋องกันเล่า” มือสังหารหัวเราะเย้ยหยันกับสภาพที่เริ่มหมดกำลังของชินอ๋องแน่นอนว่าาแของชินอ๋องเกิดจากอาวุธเคลือบยาพิษของพวกเขาทำให้ถึงร่างกายของชายหนุ่มจะแข็งแรงเพียงใด ก็จำต้องสยบต่อยาพิษที่ซ่อนเร้นอยู่
ชวี่ฮุ่ยิกำจัดมือสังหารไปได้คนหนึ่งแล้วเมื่อเห็นชินอ๋องกำลังเสียท่า เขาถึงเร่งเข้าไปสมทบ
“กรี๊ด!” ก่อนจะชะงักเมื่อเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น
ตอนนี้มือสังหารเหลืออยู่สามคน พวกมันสองคนกำลังพัวพันกับเขาและชินอ๋องส่วนอีกคน…
“ทิ้งอาวุธของพวกเ้าเสีย ไม่เช่นนั้นผู้หญิงของเ้าคนนี้ข้าคงต้องส่งไปปรโลกเสียแล้ว”
พวกมันพบเฉินชิงเหลียนที่ซ่อนอยู่ในหลุมแล้ว
มือสังหารที่กำลังจับตัวประกัน สังเกตเห็นว่าชายหนุ่มทั้งสองคนตื่นตระหนกไม่น้อยยามเมื่อเห็นเด็กสาวถูกคมกระบี่จ่อเข้าที่คอนับว่าจับตัวได้ถูกคน ผู้ที่ทำให้ชินอ๋องและชวี่ซื่อจื่อจากจวนเสนาบดีทำท่าท่างตื่นใออกมาถึงเพียงนี้นางย่อมมีความสำคัญกับพวกเขาไม่มากก็น้อย
รอยยิ้มน่าเกลียดปรากฏขึ้นภายใต้ผ้าปิดหน้าสีดำของมือสังหาร
“สุนัขอย่างพวกข้านอกจากดมกลิ่นเก่งแล้วยังพูดจริงและทำจริงด้วย คิดอยากลองดูหรือไม่เล่า?” กล่าวจบก็ค่อยๆ จ่อคมกระบี่แนบผิวสีขาวของเฉินชิงเหลียนจนผิวบอบบางเริ่มมีเืไหลซึมลงมา
“หยุดเดี๋ยวนี้”ชินอ๋องพูดเสียงแหบพร่า ร่างกายของเขาเริ่มไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“พวกเ้า้าอะไร”ชวี่ฮุ่ยิพยายามมองทั้งทางชินอ๋องและเฉินชิงเหลียนตอนนี้พวกเขากำลังถูกคุมเชิงอย่างที่ไม่สามารถขยับตัวทำอันใดได้เลยแม้แต่น้อย
หากมือสังหารเืปลิดชีพใครสักคนนับเป็เื่ที่ง่ายดายนัก ชวี่ฮุ่ยิจึงเลือกที่จะเจรจา
“ย่อมเป็ชีวิตของชินอ๋อง”มือสังหารกล่าวเสียงเหี้ยม “ว่าอย่างไร ให้ข้าได้หรือไม่เล่า? หากให้ไม่ได้น่ากลัวว่าชีวิตของผู้หญิงของพวกเ้าจะถูกเลือกแทน”
เฉินชิงเหลียนกัดปากจนห้อเื พยายามไม่ให้ส่งเสียงร้องใดๆออกไป ความกังวลใจเพิ่มพูนขึ้นเท่าูเา นางกำลังทำให้พวกเขาตกที่นั่งลำบากทั้งความเสียใจและการกล่าวโทษตัวเอง ทำให้ดวงตาหวานซึ้งเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
ชวี่ฮุ่ยิกำกระบี่จนข้อมือไร้สี เขาสูดหายใจลึกๆราวกับไม่มีทางเลือก กระบวนท่าต่อไปนี้ที่คิดจะใช้ มีผลกระทบมากมายเหลือเกินแต่หากไม่คิดหยิบมันขึ้นมา น่ากลัวว่าอาจต้องมีการสูญเสียเกิดขึ้น
“แทงข้าเสีย” ทันใดนั้นเสียงแหบพร่าอันเคร่งขรึมของชินอ๋องก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน แม้เผชิญกับสถานการณ์อันยากลำบากทว่ายังคงไว้ซึ่งความเยือกเย็น
เฉินชิงเหลียนเบิกตากว้างน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่อีกต่อไป “ไม่นะ! ซ่งหลิวหยาง ท่านไม่ต้องสนใจข้า!”
“หุบปาก!” มือสังหารจ่อกระบี่เข้าเนื้อของเด็กสาวให้ลึกยิ่งขึ้นจนนางรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา
ชินอ๋องที่มีแผนในใจอยู่บ้าง พยายามทำท่าทีว่าวางกระบี่ลงมือสังหารอีกคนที่กำลังจ่อกระบี่อยู่แนบคอชินอ๋อง กลับพบว่าประหลาด จนรู้สึกว่าผิดท่าแล้วก่อนที่ชินอ๋องจะขยายวรยุทธเพิ่มความเร็ว ก็ถูกมือสังหารอ่านออกเสียก่อนมันใช้เท้าถีบกระบี่ที่ชินอ๋องวางไว้เมื่อครู่ให้กระเด็นไกลออกไป ก่อนจะเตะเข้าไปที่ข้างลำตัวตรงนี้คือที่ที่ชายหนุ่มได้รับาเ็
มือสังหารไม่ลังเลอีกต่อไปเมื่อชินอ๋องล้มลง มันก็เงื้อกระบี่ขึ้น หวังปลิดชีพในคมกระบี่เดียวไม่ไห้เสียเวลาอีกต่อไป
ยามนี้เขามองเห็นภาพของชวี่ฮุ่ยิที่กำลังต่อสู้กับมือสังหารอีกคนเพื่อที่จะเข้ามาช่วยเขาก่อนซื่อจื่อผู้นั้นจะพลาดท่า และถูกแทงเข้าตรงต้นขา
เขาเห็นเฉินชิงเหลียนที่กำลังโรยผงอะไรบางอย่างใส่มือสังหารเพื่อหวังให้มันาเ็ แต่สุดท้ายนางก็ถูกมันสะบัดร่างใส่ต้นไม้สูงใหญ่ จนร่างบอบบางของนางกระอักเืออกมา
กระบี่สีเงินสะท้อนเข้าสู่ดวงตาคมของเขาตอนนี้เขาไร้ซึ่งเรียวแรงแล้ว น่ากลัวว่าพิษที่พวกมันใส่ไว้ที่อาวุธสังหารตอนนี้ออกฤทธิ์ถึงขีดสุดเป็ที่เรียบร้อย
นี่เขาต้องมาทิ้งชีวิตเช่นนี้?
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาหวนคิดถึงว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ เคยคิดที่อยากเปลี่ยนแปลงหรืออยากแก้ไขใน่เวลาใดบ้างใน่ชีวิตที่ผ่านมา
ก่อนจะพบว่ามีหลายสิ่งเลยทีเดียว
คมกระบี่ตวัดเข้ามาใกล้แล้ว ไร้ซึ่งหนทางหนีรอด ชินอ๋องค่อยๆ หลับตา
…ก่อนที่เืสีแดงฉานจะพุ่งใส่ใบหน้าของเขา
เหตุใดจึงไม่รู้สึกเจ็บ?
ชินอ๋องค่อยๆ ลืมตา พบว่ามือสังหารอ้าปากค้างเืไหลย้อย ดางตาเหลือกโพลง บ่งบอกว่าสิ้นชีวิตไปแล้ว มือของมันที่ถือกระบี่พุ่งใส่เขาเมื่อครู่ห้อยสิ้นแรงอยู่ข้างกาย กระบี่ของมันตกอยู่ไม่ไกลลำตัวของเขาที่นอนอยู่อย่างหมดแรง
ตกอกซ้ายของมันปรากฏกระบี่สีเงินแทงเสียบเข้ามา ตำแหน่งตรงตัดขั้วหัวใจ สิ้นใจทันที เืที่เปรอะเปื้อนใบหน้าของชินอ๋องอยู่ในตอนนี้คือเืของพวกมัน
ตรงปลายกระบี่ที่เต็มไปด้วยเืสีแดงฉานชินอ๋องสามารถเห็นคำสลักเรียบง่ายอยู่คำหนึ่ง
มันถูกสลักขึ้นอย่างงดงามว่า ‘เฉินอี้เหนา’
กระบี่สีเงินถูกชักออกจากร่างมือสังหารแล้วก่อนที่ร่างของมือสังหารจะถูกผลักออกไปให้ห่างไกลจากร่างของเขา เมื่อร่างของของพวกมันถูกผลักพ้นออกไปเขาก็เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ที่เพิ่งช่วยเขาที่รอดพ้นจากปรโลก
ในความทรงจำของชินอ๋อง นางมักจะแต่งตัวงดงามอาภรณ์มักจะถูกแต่งขึ้นอย่างประณีตตั้งใจ ทำให้ความงามของนางถูกขับออกมาอย่างเต็มเปี่ยมแม้ไม่อยากจดจ้อง แต่สายตาของเหล่าบุรุษมักจะตกอยู่ร่างของนางอย่างไม่ตั้งใจ
บางทีนั่นอาจรวมถึงตัวของเขาด้วยเช่นกัน
ผู้มาใหม่เป็เฉินอวี้เยี่ยน
“เหตุใดท่านอ๋องจึงยอมศิโรราบต่อคมดาบของมือสังหารกันเล่า?”อวี้เยี่ยนหายใจเหนื่อยหอบจากการออกแรงแทงกระบี่ นางเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ที่คนผู้นี้ยินยอมตัดใจให้มือสังหารตวัดคมกระบี่ใส่
โดยปกติแล้วผิวกายของนางจะขาวนวลเปล่งปลั่งคล้ายกับหิมะในเหมันตฤดู ทว่าในยามนี้กลับเต็มไปด้วยเืสีแดงฉานจากมือสังหารที่ถูกสาดกระเด็นใส่
ใบหน้าขาวนวลที่ตัดกับเืสีแดงก่อให้เกิดความงามราวกับปีศาจสาว และดึงดูดให้เขาเผลอจ้องมองนิ่งงันอย่างน่าประหลาดเฉินอวี้เยี่ยนในตอนนี้ ราวกับจิ้งจอกสาวที่พร้อมจะล่อลวงผู้คน
“ท่านเป็อะไรหรือไม่?” มือเรียวอบอุ่นแตะเข้าที่หน้าผากของเขาอวี้เยี่ยนกังวลใจว่าเขาอาจมีไข้ขึ้น เพราะท่าทางของชินอ๋องในตอนนี้ ดูอย่างไรก็ไม่ปกติ
ท่ามกลางหมอกสีขาวที่เริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆฝ่ามือเล็กบอบบางของอวี้เยี่ยนกลับอบอุ่นราวแสงอาทิตย์ ทำให้ผู้คนเผลอไผล้าซึมซับมากขึ้นอีกสักหน่อย
และนั่นรวมไปถึงหัวใจที่เขาคิดว่ามันนิ่งสงบมาโดยตลอด
กลับเต้นระรัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
--------------------------------------
เฉินอวี้เยี่ยน : นี่คือข้า! ตัวข้างดงามถึงเพียงนี้?!
บักซิน : ใช่แล้ว! บักอวี้เยี่ยนงดงามขนาดนี้ได้ไงเนี่ย?นักวาดช่างมหัศจรรย์!
เฉินอวี้เยี่ยน : อะไรนะ?
บักซิน : เปล่า! ใครพูดอะไร?
ไปคอมมิชชั่นปกมาค่ะ ต้อนรับ E-BOOK ที่กำลังจะทยอยทำ ถึงยังเขียนไม่จบแต่ปกเลิศๆ ต้องมีมาละนะ ขอบคุณนักวาดมากๆ ค่ะ ที่วาดตรงบรีฟขนาดนี้ กรี๊สสส
