ภายในเขตศาลเ้าโจกันจิ แสงสะท้อนผ่านยอดไม้ที่สูงตระหง่านลงมากระทบกับพื้นที่ปกคลุมด้วยเงาของไม้ใบหนาต้นสนและต้นเมเปิลที่ปลิวไหวตามแรงลมเย็นยามอาทิตย์อัสดง บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยซากชิ้นส่วนมนุษย์ที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นปกคลุมไปด้วยคราบเืสีแดงดำส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งทำให้บรรยากาศยิ่งดูน่าสยดสยองคล้ายกับความโศกเศร้าในยามที่โลกนี้กำลังล่มสลาย
เด็กชายคนหนึ่งที่อายุราวสิบถึงสิบเอ็ดปีใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ยืนขาตายมองดูคนในกลุ่มตัวเองกำลังถูกเข่นฆ่าด้วยความตกตะลึงร่างกายแข็งทื่อ
เด็กชายหายใจหอบหนักก่อนจะกำหมัดแน่นกางฝ่ามือเล็งไปทางปีศาจ เรียกลูกไฟขนาดเล็กเท่าฝ่ามือลอยขึ้นมาปล่อยให้มันพุ่งใส่เป้าหมายเบื้องหน้า นี่คือพลังที่เด็กชายได้รับการสั่งสอนและฝึกฝนเมื่อไม่นานมานี้
ทว่า...ก่อนที่ลูกไฟจะกระทบเป้าหมายคมดาบของปีศาจกลับแหวกอากาศฟันสลายมันไปในพริบตาดาบยาวในมือของปีศาจเกิดประกายแสงวูบไหวมันจ้องเด็กชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโเี้คลื่นคมดาบพุ่งแหวกอากาศตรงไปยังเด็กชายที่ยืนแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว
คลื่นคมดาบพุ่งแหวกอากาศมายังเบื้องหน้าเด็กชาย
เคนจิปรากฏตัวมาจากอีกด้านะโตะครุบรวบเด็กชายจนหลบพ้นแสงของมัจจุราชได้หวุดหวิด
“เฮ้ ไอ้น้องชาย เป็อะไรหรือเปล่า”
เคนจิถามหลังจากฉุดเด็กชายที่กำลังตัวอ่อนปวกเปียกฉี่แทบราดขึ้นมา
เด็กชายคนดังกล่าวได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ดวงตาอ่อนเยาว์คู่นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนกคล้ายกับยังตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แต่เมื่อได้สติเขาก็รีบวิ่งหนีไปไม่แม้แต่จะเอ่ยขอบคุณสักคำ
“พับผ่าสิที่บ้านไม่สอนมารยาทรึไงกัน”
เรย์กับชิโฮะวิ่งตามมาสมทบเขาจ้องไปยังปีศาจตรงหน้าที่ยืนห่างออกไปไม่วางตา
ยิ่งดูในระยะใกล้ยิ่งเห็นความแตกต่างระหว่างมันกับปีศาจตัวอื่นๆ
ปีศาจตนนั้นสูงใหญ่กว่าปีศาจทั่วไปมันสวมชุดเกราะหนักที่ตกแต่งด้วยลวดลายสีเหลืองและสีน้ำเงินหมวกปีศาจสีแดงสดมีเขายาวแหลมขึ้นไป้าใบหน้าภายใต้หน้ากากมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เส้นผมสีขาวยาวสยายอยู่เหนือไหล่กว้างแขนข้างหนึ่งถือดาบยาว

“เ้าตัวนี้น่ะดูเหมือนขุนพลมากกว่าทหารเลวที่พวกเราเจอมาเลยนะ บรรยากาศช่างแตกต่างกันลิบลับ”
เรย์รู้สึกถึงความกดดันที่ปล่อยออกมาจากตัวมัน
“อืมแถมมันยังมีกุญแจอย่างที่ฮารุโตะว่าไว้จริง ๆ ด้วย”
เคนจิจ้องไปยังกุญแจขนาดใหญ่สีทองรูปร่างประหลาดซึ่งเหน็บไว้ข้างเอว ขนาดของมันใกล้เคียงพอ ๆ กับกระป๋องน้ำอัดลม
“ชิโฮะคอยป้องกัน คราวนี้คนสร้างความเสียหายหลักคือฮารุโตะฉันกับเคนจิจะดึงความสนใจของมันไว้ เธอคุ้นเคยกับวิธีใช้ความสามารถแล้วใช่ไหม”
“อือฉันจะพยายาม!”
ชิโฮะมองปีศาจตรงหน้าด้วยสายตาหวาดหวั่นแต่เธอพยายามสะกดกลั้นความกลัวเอาไว้เพื่อไม่ให้เป็ภาระของคนอื่น
พวกเขาโอบล้อมขุนพลปีศาจเป็รูปทรงกรวยดูเหมือนสิ่งที่ฝึกฝนกันมานั้นจะไม่สูญเปล่าพวกเขาขยับไปตามเส้นทางอย่างระมัดระวัง ความอันตรายขึ้นอยู่กับดาบแรกของเ้านั่นถ้าพวกเขากับเคนจิเข้าไปใกล้มันได้และจำกัดขอบเขตการโจมตีของมันพวกเขาก็อาจจัดการมันลงได้ง่ายกว่าที่คิด
“เคนจิฉันบอกตามตรงว่านี่ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสักนิด ระวังตัวด้วย”
เรย์ก้าวเท้าขยับอย่างระมัดระวัง
“เออรู้อยู่แล้วล่ะว่าเ้านี่ไม่ธรรมดาแต่ยังไงก็ต้องเอากุญแจนั่นมาให้ได้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ”
ไฟชนวนเริ่มการต่อสู้ไม่ใช่เรย์หรือเคนจิแต่ปีศาจตรงหน้าเป็คนจุด เฉพาะชั่วเวลาสั้น ๆ ของการพูดคุยกันไม่กี่ประโยคปีศาจนั่นก็ส่งการโจมตีมาถึงตรงหน้าแล้ว
‘…!...’
คมดาบถูกชักออกจากฝักเกิดประกายแสงวาบ ปราณดาบแผ่พุ่งเป็วงแสง เล็งเข้าใส่เคนจิเป็คนแรก
พริบตานั้นได้ยินเสียง‘เพล้ง’ ดังขึ้นหนึ่งครั้ง
ปราณดาบพุ่งชนเข้ากระแทกกำแพงโปร่งแสงอย่างแรงจนอากาศสั่นะเื ประกายแสงสีใสแตกกระจายออกราวกับฝูงหิ่งห้อยแตกรังใบไม้รอบข้างปลิวว่อน
พลันนั้นมันชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าการโจมตีถูกสกัดไว้ได้เป็ครั้งแรก
“—อึก”
ชิโฮะได้ยื่นมือทั้งสองกางออกเธอส่งเสียงขึ้นจมูกก่อนจะถอยหลังไปสองก้าวเหงื่อชื้นขึ้นหน้าผากราวกับเธอสูญเสียพลังไปไม่น้อย กระจกแสงหมองลงไปหลายส่วนทว่าไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับเพื่อน ๆแสดงให้เห็นว่าเธอป้องกันการโจมตีนี้ได้อย่างหมดจด ส่งผลให้ขุนพลปีศาจพุ่งตัวเข้าหาเคนจิต่อทั้งอย่างนั้นเคนจิปล่อยหมัดขวาตรงพุ่งสวน เกิดเสียงโลหะกระทบกันอย่างแรงทันใดนั้นขุนพลปีศาจเงยหน้าเอียงศีรษะไปด้านหลังปล่อยให้คมดาบของเรย์เฉียดผ่านหมวกเกราะ
ฮารุโตะที่ซุ่มอยู่บนอาคารใกล้ๆ จู่โจมระลอกสอง
เปรี้ยง!
ขุนพลปีศาจยกแขนข้างหนึ่งขึ้นป้องกันะุฝังลึกเข้าไปยังผิวเกราะ แต่ไม่สามารถฝ่าไปถึงชั้นิั เมื่อถูกโจมตีจากสามทิศทางโดยทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันในเสี้ยววินาที มันรีบะโถอยหลังย้อนกลับไปตั้งหลักไกล
ผลจากการปะทะเล็ก ๆนี้ทำให้รับรู้ได้ทันทีว่าศัตรูหน้าใหม่ที่เข้ามาท้าทายมันแตกต่างจากพวกมนุษย์ก่อนหน้า
ทว่าทันทีที่ฝ่าเท้าััพื้นกระเบื้อง
ซีซ่าก็โผล่ออกมาจากหลังแนวต้นไม้ฟาดหางใส่ขุนพลปีศาจจากมุมอับ
แรงฟาดของซีซ่าทำให้ร่างในชุดเกราะหนักปลิวทะลุกำแพงศาลเ้าแผ่นไม้กำแพงแตกหักเกิดเป็รูโหว่ขนาดใหญ่ เสียงแตกหักของไม้ก้องกังวานไปทั่วบริเวณพวกเขาเห็นร่างของปีศาจหายเข้าไปในตัวเรือนศาลเ้า
“ยอดเยี่ยมมากเ้าเสือ”
เคนจิเอ่ยชม แต่สัตว์อสูรตรงหน้าแสดงความไม่พอใจเมื่อถูกเรียกเช่นนั้น
“กรร!”
พริบตาเดียวกันนั้นคลื่นปราณดาบพุ่งฝ่าท่ามกลางฝุ่นควันสวนกลับมา
ซีซ่ามีสัญชาตญาณอันเฉียบคมมันหมุนตัวฟาดหางตอบโต้จนคลื่นดาบสลายไปในอากาศก่อนจะกระโจนเข้าใส่ศัตรูที่กำลังหลบซ่อนตัวหลังซากปรักหักพัง
ขุนพลปีศาจก้าวถอยหลังตวัดดาบตั้งรับด้วยจังหวะอันเหมาะเจาะแม่นยำคมดาบฟันเข้าใต้ลำตัวซีซ่าที่กำลังลอยค้างกลางอากาศ ทิ้งรอยาแเป็แนวยาวแล้วหลบพ้นจากการตะครุบด้วยการม้วนกลิ้งไปข้างหน้า แม้ซีซ่าโดนดาบฟันและตะครุบพลาดทว่ามันยังคงตอบสนองฉับไว พลิกตัวตวัดกรงเล็บเข้าใส่ต่อเนื่องไม่สนใจาแที่เกิดขึ้น
ขุนพลปีศาจตั้งดาบขึ้นเอี้ยวตัวป้องกันไว้จนถอยกรูดไปครึ่งก้าว มันตวัดดาบที่ส่องประกายแสงขึ้นสวนกลับไปหนึ่งกระบวนท่าสะกดการรุกของอสูรสี่เท้า
ซีซ่าถูกดาบฟาดจนตัวลอยตามติดด้วยการแทงดาบย้ำสามครั้งใส่ผิวเกราะหนาอย่างต่อเนื่องเต็มกลางลำตัว
ร่างซีซ่านปลิวหวือออกไปด้านนอกศาลเ้า
ในขณะที่ขุนพลปีศาจเตรียมหมายพุ่งตัวตามฟันซ้ำ—
เปรี้ยง!
เสียงปืนดังขึ้นหยุดการรุกคืบได้ชะงัก มันตอบสนองต่อเสียง ยกดาบขึ้นมาปัดะุของฮารุโตะอย่างแม่นยำ
“แยกออกระวังตัว!”
เป็เวลาเดียวกับที่เรย์และเคนจิเข้ามาขนาบข้าง ซ้ายขวา
ขุนพลปีศาจยังคงสะบัดดาบตั้งรับการโจมตีจากทั้งสองด้านโดยเท้าไม่ขยับแต่ตัวมันก็ไม่สามารถโจมตีสวนกลับได้อย่างถนัดถนี่เมื่อมีะุปืนไรเฟิลคอยดึงจังหวะ เมื่อสบโอกาสอยู่เป็ระยะ
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างตึงมือทั้งสองฝ่าย
เรย์และเคนจิต่างรู้ดีว่าพละกำลังพวกเขามีใช้อย่างจำกัดการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วเหนืุ์เช่นนี้ ดูดกลืนพละกำลังมหาศาลััได้จากลมหายใจอันหอบถี่ดังระรัวหนักยิ่งขึ้น
หากยังคงยืดเยื้อต่อไปฝ่ายที่เสียเปรียบคงมีแต่พวกเขาเป็แน่
ขุนพลปีศาจโยกหัวหลบหมัดขวาตรงเคนจิต่อด้วยยกเท้าข้างหนึ่งถีบสวน จากนั้นหันมาฟาดดาบใส่เรย์หนึ่งทีเกิดเสียงดังแกร๊งจากการปะทะกันของคมดาบ จนผลักเรย์ห่างออกไปหลาย่ตัว ถัดมามันะโหมุนตัวฟันซีซ่าที่กระโจนเข้ามาจากด้านหลังจนล้มหงาย
เปรี้ยง!
ะุหนึ่งนัดเจาะเข้าไปยังหัวไหล่ของมันทว่าพริบตาที่ะุปืนฝังเข้ามาในร่างนั้นคลื่นปราณดาบแผ่ซ่านพุ่งสวนกลับไปยังจุดที่ฮารุโตะซุ่มยิงอยู่ในเสี้ยววินาทีเช่นกัน
“อ๊าก!”
ดาบนี้พลิกแพลงเร็วเกินไปชิโฮะคาดไม่ถึงว่าศัตรูสามารถจับตำแหน่งหาฮารุโตะที่ซุ่มอยู่ไกลออกไปได้จึงไม่ทันเรียกใช้ความสามารถ
อาคารที่ฮารุโตะซุ่มยิงอยู่นั้นเกิดฝุ่นควันหนาทึบจากเศษหินเศษปูนไม่อาจมองเห็นสถานการณ์ว่าเพื่อนของพวกเขาเป็เช่นไรโยซึรุซึ่งอยู่ใกล้สุดคอยระวังหลังให้ฮารุโตะ เห็นดังนั้นก็ใเธอรีบเข้าไปช่วยอย่างร้อนรน
ทางด้านเรย์มีปฏิกิริยาก่อนใครเขาสูดหายใจลึก บังคับให้ตัวเองสลัดภาพฮารุโตะที่กำลังาเ็ทิ้งไปตั้งสติรวบรวมสมาธิ พวกเขาไม่อาจยอมแพ้ ต้องรักษาจังหวะต่อเนื่องนี้ไว้ให้ได้
‘การที่เ้านั่นยอมโดนะุนัดนี้เพื่อแลกกับการปิดตำแหน่งของศัตรูการตั้งรับรอบทิศทางอย่างมั่นคง และการเปลี่ยนวิถีดาบอันรวดเร็วทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนที่สุด’
เรย์พุ่งตัวเข้าไปดวลเดี่ยว
เสียงโลหะกระทบกันดังเกร้ง! เกร้ง! เกร้ง! ต่อเนื่องถี่ยิบ
พริบตาก็ผ่านไปหลายกระบวนท่าเชิงดาบเขาเป็รองอย่างเห็นได้ชัด แต่หากสลับจุดยืนเปลี่ยนเป็น้องสาวของตนล่ะเรย์สามารถตอบคำถามนี้ได้ทันทีเลยว่าเธอคงรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างสบายเป็แน่แท้
ในขณะที่เรย์กำลังใกล้จนมุมนั้นเคนจิวกกลับเข้าร่วมวงต่อสู้อีกครั้ง
ขุนพลปีศาจเจียดเวลาตวัดคลื่นปราณดาบเข้าใส่สกัดการก้าวขึ้นหน้าของเคนจิ
เพล้ง!
ปราณดาบปะทะเข้ากับโล่แสงจนสลายตัวไม่อาจผ่านการป้องกันของชิโฮะไปได้
เมื่อเห็นคลื่นดาบถูกชิโฮะสกัดไว้เคนจิรีบพุ่งแทรกตัวออกจากหลังม่านแสงทันที
เพียงแต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ตกอยู่ในการคาดการณ์ของศัตรูเอาไว้ล่วงหน้ามันจึงทำการปล่อยคลื่นปราณดาบซ้อนมาอีกชั้นอย่างเ้าเล่ห์
“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกเฟ้ย!”
กล้ามเนื้อใต้เท้าของเคนจิะเิพลังมหาศาลอย่างกะทันหันถึงกับย้อนทวนแรงเฉื่อยดั้งเดิมของตน ใช้โคมไฟเสาหินเป็แท่นะโพุ่งทะยานขึ้นไปหลบวิถีคลื่นดาบของอีกฝ่ายแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
ที่บริเวณสีข้างของมันเรย์สบโอกาสพุ่งตัวประชิด คมดาบชูขึ้นเหนือศีรษะ ตวัดฟันสุดแรงแขน ขุนพลปีศาจเบื้องหน้าหันกลับมาฉับไวคลื่นลำแสงดาบปรากฏอย่างเฉียบพลันพลิกดาบในมือฟันโต้กลับสะท้อนความเร็วระดับเหนืุ์
เคล้ง!
ใบดาบของเรย์แตกออกเป็สองส่วน
อีกเพียงคืบเดียวคมดาบของมันจะก้าวเข้าสู่ระยะสังหาร ต่อให้เรย์พยายามอย่างไรก็ไม่อาจหนีการโจมตีนี้พ้นเป็แน่แล้ว
ปรากฏว่าจังหวะนั้นเองพลันมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด
เปรี้ยง!
ฮารุโตะฝืนพยุงกายในสภาพสะบักสะบอมประกายไฟแลบจากปากกระบอกปืน ส่งะุนัดสุดท้ายพุ่งออกจากลำกล้องเล็งยิงข้อมือของมันก่อนที่ดาบจะสับลง
โชคดีที่การโจมตีก่อนหน้านั้นเขาก้มตัวหลบได้ทันแต่ก็กินเศษหินดินฝุ่นไปไม่น้อยจากแรงกระทบที่เกิดขึ้นใกล้ ๆ
แรงกระทบจากหัวะุเจาะเข้าที่เกราะมือทำให้วิถีดาบถูกเบี่ยงออกจนผิดเพี้ยน
เมื่อตกอยู่ในอันตรายร่างกายของเราจะตอบสนองโดยอัตโนมัติด้วยวิธีที่เคยเรียนรู้และฝึกฝน นิสัยที่ร่างกายต้องจดจำั้แ่ยังเด็กพอ่วัยเด็กผ่านพ้นไปแล้ว ก็จะไม่มีอะไรมาแทนที่ได้
เรย์ตอบสนองฉับไวไม่ปล่อยให้โอกาสที่ฮารุโตะสร้างให้นั้นสูญเปล่าด้วยความว่องไวของปฏิกิริยาตอบสนอง ความเฉียบแหลมของการฉวยโอกาสระดับที่น่าจะเรียกเป็สัญชาตญาณดิบได้เลยนั้น
เขาพลันย่อตัวลงม้วนหน้าหลบคมดาบที่ฟันตัดขวางลำตัวพ้น พร้อมกับใช้ดาบครึ่งที่เหลือฟันเฉือนไปยังข้อพับข้างขวาของอีกฝ่ายจนเข่าทรุดงอเสียการทรงตัว เปิดโอกาสให้ร่างหนาของเคนจิซึ่งลอยอยู่กลางอากาศใช้แรงโน้มถ่วงพุ่งตัวลงมาอย่างแม่นยำถูกจังหวะ
“—ย่าห์!”
หมัดขวาลอยค้างปรากฏแสงจางสีแดงเรืองรองเป็เส้นขึ้นบนิั
เคนจิชกลงตำแหน่งกลางหน้าอกอย่างแม่นยำราวกับลูกะุปืนใหญ่หมดทางหลบเลี่ยง
ขุนพลปีศาจถูกแรงมหาศาลส่งมาอย่างกะทันหันอัดปลิวกระแทกโคมไฟหินหลายต้นแตกเป็เสี่ยง ๆ เศษคอนกรีตบนพื้นพลิกตลบฟุ้งกระจาย
เคนจิคว้าปืนลูกซองที่สะพายไว้ด้านหลังยกปืนตามจ่อยิงซ้ำในระยะเผาขนราวกับ้าย้ำให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง
“ไปตายซะไอ้ตัวประหลาด!”
ลูกะุพุ่งทะลุเปลวไฟและควันปืนโอบล้อมเจาะทะลุหมวกเกราะะเิศีรษะของมันจนเป็รูใหญ่พอๆ กับปากถ้วย เืเหนียวๆ สาดกระเซ็นไปทุกทิศทางกลิ่นคาวเืแสบจมูกเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“แม่งเอ๊ยจบสักทีแฮ่ก— ปวดตัวไปหมด แทบจะหายใจไม่ทันอยู่แล้ว”
เคนจิสบถอารมณ์ออกมาหายใจอย่างเหนื่อยหอบ
“สำเร็จไหม”
ชิโฮะชะโงกหน้าถามอย่างร้อนใจรู้สึกเป็ห่วงทุกคน
“ฉันคิดว่ามันตายแล้วล่ะสภาพเละขนาดนี้— เฮ้อ... เหนื่อยเป็บ้า คราวนี้เอาไงต่อ”
เคนจิกล่าวพลางใช้เท้าเขี่ยสำรวจปีศาจที่หมดลมหายใจไปแล้วเพื่อความชัวร์ ก่อนหันมาถามเรย์
“ไหน ๆที่พักก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ฉันอยากเอามันกลับไปศึกษาสักหน่อยน่ะอย่างน้อยจะได้รู้ว่าเรากำลังสู้กับตัวอะไรอยู่—”
เรย์สูดลมหายใจที่ยังคงถี่แรงอยู่เล็กน้อยก่อนพ่นมันออกมาแล้วคุกเข่าข้างหนึ่งก้มลงไปสำรวจ
“แต่ก่อนอื่นฉันอย่างลองทดสอบอะไรสักหน่อย”
เขาถกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็น่แขนที่มีสีผิวแปลกประหลาด ทั้งสวยงามและน่าขนลุกไปพร้อมกัน เรย์ใช้มันแตะััไปบนร่างไร้ชีวิตตรงหน้า
‘ก่อนหน้านี้เขาเคยทดสอบกับตัวอื่นๆ มาแล้วมากมาย แต่มันไม่แสดงผลเลยสักนิด ...แล้วครั้งนี้ล่ะ’
เกิดประกายแสงขึ้นจางๆ การไหลของพลังงานกำลังมากันที่มือซ้ายเรย์ััได้ว่าร่างกายของตนกำลังดูดซับพลังงานบางอย่างเข้ามา
ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อความรู้สึกถึงพลังงานที่รุนแรงก็ถาโถมเข้าหาและดึงเขาเข้าไปในความมืดราวกับยาสลบ
ทัศนวิสัยเริ่มบิดเบี้ยว—ของทุกสิ่งวาดรอยทางเป็เจ็ดสี ขณะที่พื้นขยับสูงขึ้นกว่าจะรู้ตัวว่าตนเองต่างหากที่เป็ฝ่ายล้มลงมา ก็ตอนที่สติสัมปชัญญะกำลังดับวูบ สายตาค่อยๆ ตกสู่ความมืด ท่ามกลางสีหน้าใและเสียงร้องของเพื่อน ๆ ที่ได้ยินเป็สิ่งสุดท้าย
“เรย์!!”