Thinking of 5
(ครับ เดี๋ยวเลิกงานจะโทรหา แค่นี้ก่อนนะ)
ฉันรีบชิงวางสายไปก่อนเขา แอบหัวใจเต้นแรงตึกตักเมื่อสบตาเขาผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ให้ตายสิ ฉันรู้สึกคุ้นสายตาคู่นั้นมาก แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน เมื่อคิดอะไรไม่ออกก็เลือกที่จะหยิบโทรศัพท์มาเล่นเกมรอ ไม่รู้เล่นนานไปเท่าไหร่ก็เผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็เย็นแถมฝนยังตกหนักอีกด้วย ดูเวลาก็พบว่าจะหนึ่งทุ่มแล้ว ฉันเดินออกจากห้องนอนก็เจอกับฝุ่นที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟา หนาวแหละดูออกเห็นพี่ชายเป็แบบนั้นก็เดินไปหยิบผ้าห่มสำรองมาคลุมร่างให้ฝุ่นจากนั้นก็เดินไปเปิดตู้เย็นดูว่ามีอะไรที่พอจะทำมื้อเย็นเราสองพี่น้องได้ ก็อยากจะสั่งอยู่หรอกแต่คงอีกนานกว่าจะได้ทาน ทำเองเลยเร็วกว่า สองทุ่มฝุ่นตื่นขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้ามาในครัว
“ทำอะไรกินอ่ะ”
“ต้มยำ ยำวุ้นเส้นแล้วก็ไข่เจียว”
“หนาวอ่ะ” ฝุ่นบ่นเบา ๆ เดินไปเทน้ำใส่แก้วนำมาวางบนโต๊ะและตักข้าวใส่จาน
“แหงดิ นอนตากแอร์แบบนั้นฝนก็ตกอีก” ฉันบ่นไม่จริงจัง
“พรุ่งนี้ถ้าคุยเื่นั้นเสร็จอยากไปซื้อของไหม วันนี้ก็ไม่ได้ซื้อ”
“จะพาไปเหรอ” ฉันถามกลับพร้อมกับแววตาซุกซน ก็รู้แหละว่าฝุ่นกลัวเครียดเลยจะพาไปซ็อปปิ้ง
“ก็จะพาไป”
“หึหึ ไม่เอาหรอกเสื้อผ้ามีเยอะแยะ หุ้นขึ้นหรือไงถึงจะพาไปเปย์”
“ก็มีให้เปย์แล้วกัน เสร็จยังไข่เจียวอ่ะหิวแล้ว” ฝุ่นเร่ง
“กินอย่างอื่นไปก่อน”
“ก็จะกินไข่เจียว” ฉันยิ้มน้อย ๆ หวนคิดถึง่เวลาที่แม่อยู่ด้วย แม่ชอบทำข้าวไข่เจียวให้เราสองพี่น้องทาน เวลาคิดถึงแม่หรือทำกับข้าวทานเองที่ห้องสิ่งหนึ่งที่เราขาดไม่ได้เลยคือไข่เจียว แต่เหมือนมันจะมี่เวลาหนึ่งที่เป็ภาพเบลอที่นึกยังไงก็นึกไม่ออกทุกครั้งที่คิดถึงแม่ความเจ็บแปลบก็วิ่งเข้ามาในความรู้สึก
ช่างเถอะเื่มันผ่านมาแล้วฉันเองก็จำไม่ได้แล้วด้วย คิดแบบนั้นก็ยกจานไข่เจียวไปวางบนโต๊ะ เราสองพี่น้องนั่งทานข้าวด้วยกันพรางชวนคุยเื่สัพเพเหระ หลังจากทานเสร็จก็ช่วยกันล้างจานและทำความสะอาดห้องครัว เราเอางานที่อาจารย์สั่งออกมานั่งทำด้วยกันที่ห้องนั่งเล่น จนถึงดึกเราแยกย้ายกันไปอาบน้ำนอน ฝนด้านนอกยังตกอย่างต่อเนื่อง ดีที่ว่าพรุ่งนี้ไม่มีเรียนและเราจะได้หยุดในวันสงกรานต์
เที่ยงคืนฉันนอนกลิ้งไปมาบนเตียง ส่วนฝุ่นคงเล่นหุ้นไม่ก็เล่นเกมกับเพื่อน เราสองพี่น้องเพิ่งจะตื่นกันตอนเย็นนี่เองเลยไม่ง่วงเท่าไหร่ เพื่อนก็นอนกันหมดแล้ว เฮ้อ ไม่รู้จะคุยกับใครเลแฟนก็ไม่มีคนคุยยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้แทบจะคุยกับเงาตัวเองแล้วล่ะ นี่ฉันสวยมากแน่ ๆ เลยอ่ะถึงได้ไม่มีคนมาจีบคงจะคิดว่าฉันสวยแล้วต้องมีแฟนแน่ คิดไปก็ขำตัวเอง
ครืด ครืด ครืด
แรงสั่นบนโทรศัพท์เครื่องแพงดังขึ้น พร้อมกับรูปโปรไฟล์ในไลน์ของคนที่บอกว่าจะโทรหาในตอนเย็น ฉันตั้งใจว่าจะไม่รับพอเขาวางสายไปและโทรกลับเข้ามาถึงสามครั้งติดจึงอดที่จะรับสายไม่ได้
(ขึ้นออนไลน์ทำไมไม่ยอมรับสาย) เขาถามเสียงเนือย ๆ พร้อมทั้งใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาที่สว่างบ้างมืดบ้างตามจังหวะแสงไฟที่ส่องหน้า
“ไม่อยากรับ”
(ตรงเหลือเกิน) เขาหัวเราะน้อย ๆ เมื่อได้ฟังคำตอบของฉัน
(ขออนุญาตครับบอส บอสจะทานข้าวไหมครับหรือกลับคอนโดเลย) เสียงหนึ่งแทรกเข้ามา
(กลับเลยก็ได้) อีกฝ่ายตอบ
“ยังไม่ทานข้าวเหรอ” ฉันถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย ฉันไม่รู้ว่าเขาเข้ามาดีหรือร้าย ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะพูดดี ๆ ด้วยหรือพูดแบบเดิมกันแน่
(ครับ เพิ่งประชุมเสร็จน่ะ)
“ไม่หิวเหรอ?”
(ก็นิดหน่อย เดี๋ยวค่อยทานพรุ่งนี้ก็ได้) อีกฝ่ายยืนยัน
“เดี๋ยวก็ปวดท้อง ทานอะไรง่าย ๆ ไปก่อนก็ได้นี่”
(อยากให้ทานข้าวเหรอ?)
“กะ ก็ ก็แล้วแต่สิ เื่ของคุณเถอะ” ฉันบ่ายเบี่ยง เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายทำเอาร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งหน้า
(คุณเมฆแวะร้านโจ๊กให้หน่อยนะครับ มีเด็กอยากให้ทานข้าว // ได้ครับบอส)
“ประชุมเลิกดึกแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ” เนี่ย!! ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถามเขาด้วยเนี่ย
(ก็ไม่ทุกวัน แต่วันนี้มีปัญหานิดหน่อย เคลียแล้ว จะนอนหรือยัง)
“ค่ะ กำลังจะนอน”
(งั้นรีบอาบน้ำนอนพักนะ เจอกันพรุ่งนี้ครับ)
“ค่ะ คุณ...”
(ครับ?)
“พรุ่งนี้เอาหมอนรองคอมาให้เราด้วย คุณห้ามลืม” ไม่อยากจะทวงหรอกนะ ก็เขาบอกเองว่าจะเอามาให้น่ะ ไม่ได้อยากได้เลยจริงจริ๊ง
(ครับ เด็กดื้อนอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาไปให้)
่สายของวันถัดมาฝุ่นพาออกจากคอนโดไปยังร้านอาหารร้านหนึ่งแถบชานเมือง ร้านที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้และไม้ประดับสวยงาม เราไปถึงก็เจอกับผู้ชายคนนั้นและภรรยาของเขาถัดไปเป็คุณยูเมะที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเดินเข้าไปถึงฝุ่นดึงมือให้นั่งลงข้าง ๆ ตัวเอง ฝั่งตรงข้ามเป็ผู้ชายคนนั้นกับภรรยาเขา คนที่นั่งหัวโต๊ะเป็คุณยูเมะ ั้แ่ที่เดินเข้ามาและนั่งลงฉันไม่ได้เอ่ยทักทายใครเลยสักคน ไม่มองหน้าด้วย อาหารมาเสิร์ฟฉันก็นั่งทานเงียบ ๆ โดยมีฝุ่นคอยตักกับข้าวมาใส่จานให้
“บอกเื่นั้นกับหนูฝันสิคะคุณ” เสียงผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามฉันเอ่ยขึ้น อย่างกับกัดฟันพูดอย่างนั้นแหละ ฉันแอบยู่ปากเล็กน้อยด้วยความไม่ชอบใจ
“อ้อ ฝันพ่อจะให้เราหมั้นกับคุณยูเมะ...”
“ไม่หมั้น!” ฉันเอ่ยปฏิเสธทันทีโดยที่ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ ฉันเคยบอกไปแล้วว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตฉัน แล้วฉันก็บอกเขาไปแล้วว่าฉันไม่หมั้น
“นี่! อย่ามาเสียมารยาทที่นี่นะ” ผู้หญิงคนนั้นใช้เท้าที่สวมส้นสูงอยู่เหยียบเท้าฉันอยู่ใต้โต๊ะพร้อมกับเอ่ยดุเสียงเข้ม แต่คิดว่าฉันจะยอมเหรอ? ฉันดึงเท้าตัวเองกลับแล้วกดปลายเท้าลงบนเท้าเธอทันทีเช่นเดียวกัน
“โอ๊ย! แก!” นิ้วที่สวมแหวนแปดล้านวงของเธอยกชี้หน้าฉันอย่างเดือดดาล ฉันแค่มองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะก้มหน้าทานข้าวต่อ
“เงียบ!” คนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะคงทนดูความวุ่นวายไม่ไหวเอ่ยเอ่ยบอกแบบนั้น ฉับพลันเสียงรอบข้างก็เงียบลงไป ผู้หญิงคนนั้นกระแทกตัวอย่างไม่พอใจ เช่นเดียวกับคนเป็สามีของเธอที่ละล่ำละลักหาข้ออ้างบอกกับคุณยูเมะ
“เดี๋ยวผมจัดการเองครับคุณยู ถ้าหากยัยลูกไม่รักดีของผมไม่ยอม ยังไงคุณยูก็หมั้นกับน้อง...”
“ถ้าไม่ใช่เขาผมก็ไม่เอา เลือกมาแล้วกัน” เขาตัดประโยคนั้นอย่างไร้เยื่อใย ฉันก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมต้องเป็ฉัน ลูกรักพวกเขาก็มีไม่ใช่เหรอ จะดึงคนนอกอย่างฉันเข้าไปเกี่ยวทำไมกัน
“แต่น้องผมไม่สะดวก บางทีพวกคุณควรจะไปตกลงกันใหม่”
“ถ้าไม่หมั้นก็เตรียมตัวหาเงินมาใช้หนี้ผมด้วยแล้วกัน ข้อเสนอที่ผมยื่นให้ถือว่าใจดีมากแล้วนะ” คุณยูเมะอะไรนั่นจ้องหน้าสองสามีภรรยาอย่างคาดคั้น
“หมั้นเลยครับ! ผมให้หมั้น”
“แต่ฉันไม่หมั้น!” ฉันบอกอย่างเหลืออด
“ผมบอกคุณไปแล้วนะคุณยูเมะว่าผมไม่ให้น้องหมั้น ส่วนคุณ คุณเป็พ่อจริง ๆ หรือเปล่าถึงกล้ามาบังคับลูกตัวเองหมั้นเพราะเมียตัวเองไปยืมเงินมาเล่นการพนัน ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากภรรยาของคุณทั้งนั้นจู่ ๆ จะมาผลักภาระให้น้องผมแบบนี้มันยุติธรรมอยู่เหรอ?”
“นี่แก!”
“มีมารยาทหน่อยผมพูดยังไม่จบ อย่ามาแทรก” ฝุ่นเอ่ยขัดเสียงเข้ม พร้อมทั้งชี้หน้าผู้หญิงคนนั้น
“ปัญหาก็ก่อขึ้นเองยังจะมีหน้ามาผลักปัญหาให้คนอื่น บางทีก็สงสัยว่าหน้าฉีดโบท็อกหรือเสริมคอนกรีตกันแน่ถึงได้หนาขนาดนี้ ส่วนคุณแม้คุณจะไม่เคยสนใจเราสองคนแต่ช่วยมีสติหน่อยนะครับว่าสิ่งที่ทำอยู่มันถูกไหม อย่ามาใช้อำนาจบังคับน้องผมแบบนี้....”
“ส่วนคุณยูเมะ ผมบอกคุณไปแล้วว่าถ้าน้องผมไม่เต็มใจหมั้นก็อย่ามาบังคับ ถ้าอยากฟ้องล้มละลายพวกเขาจัดการเลย แต่อย่ามายุ่งกับน้องผม”
“ไม่ยุ่งคงไม่ได้เพราะพ่อคุณเซ็นสัญญาพร้อมกับระบุในเงื่อนไขชัดเจนว่าจะให้ฝันหมั้นกับผม” ไอ้บ้ายูเมะอะไรนั่นวางเอกสารลงบนโต๊ะ ฝุ่นหยิบมาอ่านก่อนจะปรายตามองหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“เห็นแก่ตัวจังเลยนะ...น้องผมเป็คน มีหัวใจ มีความรู้สึก”
“ฝุ่นพ่อ...”
“อย่ามาแทนตัวเองว่าพ่อ ทั้งที่คุณไม่เคยได้ทำหน้าที่นั้น คุณไม่รักเราผมไม่ว่า...”
“พ่อรักเรานะฝุ่น...” รักแค่ฝุ่นสินะ อย่างว่าแหละ ฉันหน้าเหมือนแม่ผู้หญิงที่เขาเกลียด เขาเลยไม่เคยรักฉันสินะ
“พอเถอะ จะอ้วก ฉันไม่รู้ว่าพวกคุณตกลงอะไรกันแต่ฉันขอยืนยันตรงนี้ว่าฉันไม่หมั้นและไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา ถ้าหากคุณจะหมั้น...” ฉันจ้องมองคนที่นั่งหัวโต๊ะที่กำลังมองฉันอย่างชั่งใจทั้งยังยิ้มมุมปากนิดๆ อีกด้วย สนุกมากสินะกับเื่ที่เกิดขึ้นแบบนี้น่ะ
“เชิญหมั้นกับลูกพวกเขาเถอะค่ะ”
ว่าจบฉันก็เกินออกมาทันที บ้าจริง อาหารก็อร่อยอยู่หรอกแต่บรรยากาศและเื่ที่พวกเขาคุยกันทำเอาความอยากอาหารของฉันลดลงไปเกือบครึ่ง หิวก็หิวยังจะต้องมาเจอเื่บ้าบอแบบนี้อีก แล้วผู้ชายคนนั้นน่ะไม่เป็ฉันเป็ลูกแล้วยังจะลากฉันเข้าไปเกี่ยวกับปัญหาของเขาทำไมกัน ทำแบบนั้นไม่ต่างจากขายฉันล้างหนี้ไม่ใช่เหรอ ให้ตายเถอะ!! ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด
“ฝันรอก่อน” เสียงฝุ่นะโมาจากด้านหลัง เมื่อชะลอเท้าและหันกลับก็เจอฝุ่นวิ่งเข้ามาใกล้
“จะกลับแล้ว” ฉันบอกคนเป็พี่ชายเสียงขุ่น
“อือ เดี๋ยวพากลับจะพาไปทานข้าวก่อนนะ” ฉันไม่ตอบแต่เดินออกจากร้านอาหารพร้อม ๆ กับฝุ่น แต่เท้าที่เรากำลังเดินกลับชะงักไปเมื่อจู่ ๆ ก็มีการ์ดร่างสูงสองคนเดินมาดักเราไว้ ไม่ได้มีท่าทีคุกคามแต่ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี
“ขอทางด้วยครับ”
“ขอโทษด้วยครับคุณไต้ฝุ่น บอสแจ้งว่าให้คุณทั้งสองรอก่อนครับ”
“แต่ผมไม่มีธุระอะไรกับเขาแล้วนะครับ” ฝุ่นเป็คนตอบ
“ผมแค่จะชวนไปทานข้าวด้วยกัน ผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย” เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง เราทั้งสองหันกลับไปมองก็เจอกับบอสของคุณบอดีการ์ดที่ดักเราสองพี่น้องไว้ คุณยูเมะเดินเข้ามาใกล้กระทั่งหยุดยืนตรงหน้าเรา
“ผมบอกคุณไปแล้วนะ ถ้าเป็อย่างที่คุณเล่าให้ผมฟัง ช่วยเข้าหาน้องผมแบบปกติด้วยไม่ใช่บังคับขู่เข็ญแบบนี้” ฝุ่นบอกกับอีกฝ่าย เป็เื่ที่ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเพราะไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเคยคุยอะไรกันไปบ้างแล้ว
“ผมพยายามแล้ว ไปกันเถอะ” คุณยูเมะอะไรนั่นมองฉันเล็กน้อยก่อนจะเดินทิ้งห่างออกไป คุณการ์ดทั้งสองผายมือเชิญให้เราสองพี่น้องเดินตามเ้านายพวกเขาไป เราขึ้นรถมากับคุณยูเมะโดยมีการ์ดอีกทีมขับรถของฝุ่นไปส่งให้ที่คอนโด ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถฉันก็นั่งเงียบไม่คุยกับใคร คุณยูเมะกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคนส่วนฝุ่นกำลังกดปิดโทรศัพท์ จากหน้าจอสายที่โทรมาล่าสุดขึ้นคำว่าพ่อ
“ฝุ่น”
“ครับ?” ฝุ่นขานรับทันทีที่คุณยูเมะอะไรนั่นเรียก แต่ครับเนี่ยนะ ก่อนหน้านี้อย่างกับจะมีเื่กัน ทำไมจู่ ๆ ถึงคุยกันแบบปกติแล้วล่ะ งงนะเนี่ย
“สิ้นเดือนพี่จะนัดโอนบริษัทนะ”
“มันเร็วไปปะพี่ อีกอย่างผมยังไม่เคยทำ”
“เดี๋ยวพี่จะเข้ามาช่วยสอน อีกอย่าง มันควรเป็ของเราสองคนไม่ใช่ของผู้หญิงคนนั้นกับลูกติดเธอ” อีกแล้ว คุยกันในเื่ที่ฉันไม่รู้เื่อีกแล้ว
“ยังไม่ได้เล่าให้ฝันฟังเหรอ?” ฉันสบตากับคุณยูเมะทันทีที่เขาถามฝุ่นแบบนั้น ฉันอยากรู้เองด้วยอ่ะ อธิบายให้ฉันฟังด้วยสิ
“ยังครับ กะว่าเคลียเื่วันนี้เสร็จจะเล่าให้ฟัง”
“งั้นตอนทานข้าวด้วยกัน ค่อย ๆ เล่าพี่ก็อยากจะเล่าเหมือนกัน”
“ครับ”
“คุยอะไรกันอ่ะ” ฉันถามฝุ่นด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้จะเริ่มยังไงเลยแฮะ อือ พี่ยูน่ะเป็ลูกเพื่อนสนิทแม่ ฝันพอจะจำได้ไหม” ฝุ่นถาม แต่ฉันส่ายหน้า ฉันจำไม่ได้หรอก
“นั่นแหละ แล้วทีนี้ ตอนที่พวกเขาติดการพนันแล้วขายหุ้นบริษัทก็ได้พี่ยูกับครอบครัวเขานั่นแหละเข้ามาช่วยซื้อไว้ แต่บริษัทนั้นมันเป็ของแม่ แม่สร้างมันมากับมือจู่ ๆ พวกเขาจะมาขายแล้วเอาเงินไปใช้หนี้แบบนี้มันไม่ยุติธรรม”
“ตอนนี้บริษัทนั้นเป็ชื่อของพี่ยู แล้วจู่ ๆ คนพวกนั้นก็อยากได้คืนแต่ยังมีหนี้ที่ไปกู้กับพ่อพี่ยูอีกหลายสิบล้าน เลยตั้งใจจะเอาลูกสาวพวกเขามาหมั้นเพื่อที่จะเอาทุกอย่างคืน”
“แต่ทั้งลุงและป้าไม่ยอมรับผู้หญิงคนนั้น คงจะอ่านเกมออกนั่นแหละ เลยเลือกเป็ฝันแทน อีกอย่าง พี่ยูเขาก็เลือกฝันมาั้แ่ต้น...”
“แล้วมันต่างอะไรกับที่จะขายเราใช้หนี้ล่ะ” ฉันพูดออกไปอย่างเหลืออด
“นี่แหละที่เราไม่พอใจ เื่นี้รอพ่อพี่ยูจัดการขั้นเด็ดขาดเถอะ”
“ที่จริง...” คนที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น
“พ่อพี่จะให้พวกเขาเซ็นสัญญาการใช้หนี้ แบ่งใช้เป็งวด โดยที่บริษัทจะไม่ถูกยึดไปทั้งหมดพวกเขายังได้เปอร์เซ็นตามหุ้นที่ถือก็คงไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นมั้ง เื่ที่พี่จะคืนบริษัทให้เราทั้งสองคนพวกเขายังไม่รู้เื่ พี่คิดว่าคงไม่ต้องบอกก็ได้ ให้พวกเขาเข้าใจว่า เราสองคนเข้าไปทำงานใช้หนี้แล้วก็ฝัน...” อะ อะไรกัน มาเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน
“ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องหมั้นกันนะครับเด็กดื้อ มีจดหมายเป็ลายมือของแม่เราด้วย เดี๋ยวว่าง ๆ จะพาไปเจอแม่พี่ จะได้คุยกัน”
“ฝุ่นเราไม่หมั้นนะ” ฉันหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชายตัวเองทันที
“พี่ยู ผมบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอเื่ฝันน่ะ”
“พี่รู้ แต่ถ้าไม่หมั้นเชื่อสิว่าสองคนนั้นได้หาทางขายฝันใช้หนี้อีกแน่” ฉันนิ่งอึ้งอ้างไปกับสิ่งที่ได้ยิน ถ้าจะให้สรุปคงจะหมายถึง คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็พ่อฉันกับเมียใหม่ติดหนี้พนันเอาบริษัทไปกู้เงินแล้วเอามาเล่นการพนันต่อ จนตอนนี้ติดหนี้หลายสิบล้าน ทั้งจากพ่อคุณยูและคนอื่น และพอไม่มีเงินไปใช้หนี้ก็ยื่นข้อเสนอให้เ้าหนี้โดยใช้ฉันเป็ตัวล่ออย่างนั้นเหรอ มันจะน่าสะอิดสะเอียนเกินไปแล้วนะ!!!
ร้านอาหารที่ห้างสรรพสินค้าเป็ร้านที่คุณยูพาเรามา เรานั่งรออาหารได้ไม่นานก็ได้ทานอาหารแสนอร่อย ทานเสร็จคุณยูก็บอกจะไปส่ง แน่นอนว่าก่อนลงรถเขาหอบหมอนรองคอลายน่ารักมาส่งฉันถึงห้องพัก ฝุ่นได้แต่ส่ายหน้าเอือม ๆ เมื่อเห็นหมอนที่คุณยูเอามาให้
“อย่าตามใจมากนักเลยพี่ อีกหน่อยหมอนจะล้มทับน้องผมแล้ว” ฝุ่นแซะ มือก็เทน้ำใส่แก้วยื่นให้คุณยู
“อะไรที่เขามีความสุขให้ปล่อยเขาไปเถอะ”
“ตามใจเกินไปแล้ว”
“อือ แม่พี่ก็บอกแบบนั้นแหละ”
“บอกว่า?”
“พี่เกิดมาเพื่อตามใจฝัน”
==========
เมื่อวานไม่ได้อัพ วันนี้เลยมาอัพชดเชยให้นะคะ เจอกันพรุ่งนี้อีกตอนนะคะ ^_^
สำหรับผู้โชคดี ที่ยังไม่ได้รายงานตัว โปรดเช็คชื่อที่แฟนเพจ Nanaกะหอยทาก และรายงานตัวในอินบ็อคแฟนเพจนะคะ